วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทักษิณขโมยซีนเรื่อง สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ






พวกฟายแดงหรือเสื้อแดง มักชอบอ้างบ่อย ๆ ว่าทักษิณสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เพราะมันมาสร้างเสร็จในยุคทักษิณ

แต่ก่อนจะมาสร้างเสร็จในยุคทักษิณ เราต้องค้นข้อมูลอีกสักนิดจะรู้ว่า

การริเริ่มสร้างสนามบิน

แนวคิดในการก่อสร้าง ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่สองในกรุงเทพมหานคร เริ่มมีขึ้นในปี พ.ศ. 2503 ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ได้ผลการศึกษาของบริษัทลิตช์ฟีลด์ และองค์การบริหารการบินพลเรือนแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการสร้างท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่สองในกรุงเทพมหานคร

รัฐบาลจึงเริ่มเวนคืนและจัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานกว่า 14 ปี ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ ตำบลบางโฉลง และตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ที่เวนคืนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ ทำให้หมู่บ้านหายไปกว่า 7 หมู่ครึ่ง

โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ครอบครัวละ 800,000 บาทนอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนย้ายศาสนสถาน 1 แห่ง และโรงเรียนอีก 3 แห่งไปสร้างบริเวณใหม่

ต่อมารัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ให้สัมปทานแก่บริษัทนอร์ททรอปแห่งสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่ทันก่อสร้าง ก็เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ จนสัมปทานถูกยกเลิก

ต่อมา รัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาแทมส์ เพื่อศึกษาพื้นที่ในการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ จนเมื่อ พ.ศ. 2521 ก็ได้ข้อสรุปตามเดิมว่า หนองงูเห่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด

----------------

เริ่มก่อสร้างสนามบินหนองงูเห่า ภาค 2 

เมื่อถึง พ.ศ. 2534 รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) โดยมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้าง ท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งที่สอง ณ บริเวณหนองงูเห่า โดยมอบหมายให้ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน) เป็นผู้ดำเนินการ

ต่อมาในสมัยรัฐบาลชวน1 ได้อนุมัติ 2 เรื่อง คือเริ่มแผนอพยพผู้คนออกจากเขตเวนคืน และการเริ่มออกแบบก่อสร้างในปี 2536

ซึ่งกว่าจะให้ชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือน ทำเรือกสวนไร่นา ทำบ่อปลาอยู่บริเวณหนองงูเห่า ย้ายออกไปนั้น กว่าจะอพยพคนออกหมด ใช้เวลานาน 2 ปี

ต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม 2540 ในสมัยรัฐบาลชวลิต ได้มีมติครม. เห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย ทางวิ่ง 1 เส้นทาง สามารถรองรับ ผู้โดยสาร 20 ล้านคน ต่อปี โดยมีเงินลงทุนประมาณ 68,832 ล้านบาท

ต่อมาในวันที่ 21 กรกฏาคม 2541 สมัยรัฐบาลชวน ได้มีมติครม. อนุมัติให้ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างทางวิ่ง 2 เส้นทาง เพื่อรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี โดยมีเงินลงทุน 120,000 ล้านบาท !! (โดยครึ่งนึงเป็นเงินกู้จากJBIC )

แต่เพราะการขาดเสถียรภาพทางการเมืองและเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540

หรือวิกฤติติมยำกุ้ง ในสมัยรัฐบาลชวลิต ที่มีทักษิณ ชินวัตรเป็นรองนายกฯ จึงทำให้การก่อสร้างสนามบินหนองงูเห่าต้องชะงักและล่าช้าลง แต่ในช่วงนี้ก็ใช้เวลาในการปรับปรุงพื้นที่เป็นเวลาอีก 5 ปี เ(พ.ศ. 2540–2544) เพื่อรอให้ดินและทรายที่ถมไปเกิดการเซตตัวเพื่อพร้อมในการก่อสร้าง

จนเมื่อพ้นวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งไปแล้ว การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้อีกครั้ง ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2545 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

ในเดือนพฤษภาคม 2548 เพิ่มขยายการรองรับผู้โดยสารเป็น 45 ล้านคน/ปี รัฐบาลทักษิณได้กู้เงินก่อสร้างเพิ่มอีก 13,100 ล้านบาทจากเจบิค

จนก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ และเปิดใช้งานในวันที่ 28 กันยายน 2548 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 

แต่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบจริง ๆ คือ 28 กันยายน 2549

(ซึ่งการเร่งรีบเปิดใช้งานในปี 2548 ถือเป็นการเร่งเปิดเพื่อเอาหน้าของทักษิณ เพราะหลังจากการเปิดใช้งานได้ไม่นาน ก็มีปัญหาที่เกิดจากการก่อสร้างที่เร่งรีบเกินไป เช่น หลังคาอาคารรั่ว ห้องน้ำน้ำท่วม รันเวย์ร้าว กระเบื้องปูพื้นร่อน เป็นต้น)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย!! (และกดแสดงภาพหน้าเว็บแบบเต็มจอ)
เพิ่มคำอธิบายภาพ

ที่มาจากเว็บสนามบินสุวรรณภูมิ

----------------

สรุปคร่าว ๆ ว่า

การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้กลับมาเริ่มก่อสร้างอีกครั้งจริง ๆ ในยุครัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน (สมัย รสช.)

ส่วนในสมัยรัฐบาลชวน ได้เริ่มจ้างบริษัทออกแบบก่อสร้างในปี 2536 พร้อมเริ่มอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง

ต่อมาในปี 2540 รัฐบาลชวลิต ได้อนุมัติก่อสร้างทางวิ่ง 1 เส้นทาง  และอนุมัติงบการก่อสร้างขั้นต้นมูลค่า 68,832 ล้านบาท

จนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ในสมัยรัฐบาลชวลิต ที่มีทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำให้การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิต้องล่าช้าไปอีก

และพอนายชวน หลีกภัย กลับมารับภาระเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากพลเอกชวลิต  รัฐบาลชวนก็ได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเพิ่มทางวิงเป็น 2 เส้นทาง ในปี 2541 มูลค่า 120,000 ล้านบาท

จนช่วงเวลาวิกฤติต้มยำกุ้งเริ่มผ่านพ้นไปแล้ว การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจึงได้กลับมาก่อสร้างอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2545 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณได้กู้เงินจากเจบิคเพิ่มอีก13,100บาท เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น45ล้านคน/ปี (คลิกอ่านข่าว)

แล้วพอสร้างเสร็จ ทักษิณ ชินวัตร ก็ขโมยซีนจากทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพื่อไปหลอกควายแดงว่า ผมคือผู้สร้างสนามบินสุวรรณภูมินะสิบอกให้ 555

ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นผลงานร่วมกันของทุกรัฐบาลนั่นแหละ แต่สันดานเลวๆ ของทักษิณมันชอบเอาดีเอาหน้าแต่เพียงคนเดียว

เหมือนเรื่องที่ทักษิณขโมยซีนจ่ายหนี้ไอเอ็มเอฟคนเดียว ไม่มีผิด

คลิกอ่าน ใครกู้imf ใครปลดหนี่ไอเอ็มเอฟ ใครผลาญเงินเอาหน้า

----------------------

พระราชทานชื่อสนามบินสุวรรณภูมิ

ชื่อของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความหมายว่า "แผ่นดินทอง" เป็นชื่อพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543 (ในสมัยรัฐบาลชวน)

และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545

ชื่อสากลของสนามบินสะกดตามการถ่ายตัวสะกดภาษาสันสกฤต ว่า "Suvarnabhumi" แทนการเขียนทับศัพท์ตามระบบราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งสะกดว่า "Suwannaphum"

ก่อนจบควรอ่านพระบรมราโชวาท ก็จะเข้าใจว่า หลักการทำงานร่วมกัน นั้นมีจุดประสงค์สำคัญอย่างไร

คลิกที่รูปเพื่อขยาย



14 ความคิดเห็น:

  1. อยากทราบข้อมูลที่ว่าในหลวงทรงทัดทานการสร้างในบริเวณหนองงูเห่า เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก นั้นจริงเท็จอย่างไรครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จริงครับ รู้สึกจะเป็น พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมฯ วันที่ 4 ธันวาดม ปีไหนผมจำไม่ได้แน่ชัด แต่ได้ฟังครับ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ10 ธันวาคม 2556 23:18

      4 ธันวาคม ปี 2539หรือเปล่าคะ
      อ้างอิงจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=768684

      ลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ10 ธันวาคม 2556 23:14

    พื้นที่รับน้ำแท้ๆดันไปสร้างสนามบิน คิดเล่นๆไปเองว่า1เพื่อให้มีช่องทางการโกงได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถมที่ การป้องกันน้ำที่จะหลากเข้ามาและยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขกันไปจบไม่ได้ง่ายๆแน่ ตัวอาคารก็บ้าแท้แทนที่จะเป็นอาคารกันแดดร้อนๆของประเทศไทยเจึอกเป็นเรือนกระจกซะ เพื่อมันจะได้ติดแอร์กินไฟเข้าไปอีก ขนาดบ้านคนอยู่แท้ๆอยู่บนดินแต่นี่สนามบินดันทะเล้นไปอยู่ในหนอง เวรจิงๆ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2556 07:31

    ผมว่าเรื่องนี้สมควรให้เครดิตถ้าไม่นับเรื่อง คอรับชั่นนะครับ เห็นได้ว่า จากข้อมูล ของคุณ ใหม่ เมืองเอก มีคนเริ่มทำตั้งแต่ปี 2536 จนถึง ปีที่เริ่มสร้างจริง 10 ปีได้
    รัฐบาลคุณชวนได้เงินกู้มาแล้วครึ่งหนึ่งจาก 120,000 ล้าน แต่ทำได้แค่ปรับปรุงพื้นที่ เศษรฐกิจไม่ดียิ่งต้องกระตุ้นรายจ่ายภาครัฐไม่ใช่เหรอครับ แต่นี่แม้กระทั่งความคิดก่อสร้าง หรือ แม้กระทั่งเชิญในหลวงท่านทรงไปเจิมยังไม่มี แค่หลังจากนั้น 3 ปีมันเสร็จได้ผมว่า มันก็น่าคิดนะครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขั้นตอนการปรับปรุงพื้นที่นี่แหละครับ ที่สำคัญที่สุด และเปลืองงบมากที่สุด เพราะเดิมพื้นที่เป็นบ่อปลา และเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่ดินอ่อนเสี่ยงต่อการทรุดตัวได้ง่าย

      จึงต้องมีการถม มีการบดทับหลายครั้ง ต้องใช้ปริมาณดิน หิน ทรายมากมายมหาศาล และต้องรอให้พื้นที่มีการเซ็ตตัวจนแน่นครับ ถึงจะเริ่มก่อสร้างตัวอาคาร และรันเวย์ได้

      ไม่ใช่ว่าถมเสร็จจะสร้างสนามบินได้เลย เพราะมันจะมีการทรุดตัวของดินอีกครับ การรอให้ชั้นดินแน่นนี่ต้องใช้เวลาหลายปีครับ

      โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นหนองน้ำมาก่อน ต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีเป็นอย่างน้อยในการรอให้แน่น

      ลบ
    2. การถมที่เนี่ยครับ ใช้งบเยอะสุดเหมือนที่ คุณใหม่ เมืองเอกบอกแหละครับ เหมือนสร้างถนนนั้นแหละครับ ถนนจะดีได้ก็ต้องบดต้องอัดดินไปหลายๆชัด รอให้ดินแข็งตัวใส่เพิ่มเติมจุดที่ ทรุดตัว อัดให้แน่นและเสมอกัน ลองคิดหลายๆครั้งแล้วกัน นะครับคุณไม่ระบุชื่อ

      ลบ
    3. ไม่ระบุชื่อ3 มกราคม 2559 08:47

      ต้องไปถามเทพเทือกเรื่องถมที่สนามบินสุวรรณภูมิ

      ลบ
    4. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2559 10:57

      การเวนคืนที่ดิน ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชวน ที่ไปขอร้องชาวบ้าน ให้ย้ายออกจากพื้นที่ และจ่ายค่าเวนคืนให้กับประชาชน ไม่ใช่ทำเหมือนฮุนเซนที่ไล่เขมรออกจากพื้นที่ ด้วยการเอารถแทร๊คเตอร์มาไถนะครับ ไอ้แม้วมาเริ่มก่อสร้าง ทุกอย่างก็พร้อมให้มันลงมือได้เลย เรียกว่ากองทุกอย่างไว้ให้แล้ว พอสร้างเสร็จ มันเอาหน้าไปคนเดียว คนมันมีความละอายใจ มันไม่ทำแบบนี้หรอก

      ลบ
    5. การถมที่ทำสนามบินจริงๆเฉพาะรันเวย์ต้องไม่ต่ำกว่า7ปีครับ ยิ่งเป็นหนองน้ำมาก่อนยิ่งต้องระวัง บ้านจัดสรรแถวนั้นก็เจอปัญหาดินทรุด

      ลบ
  4. ถ้ามันเป็นการพัฒนาประเทศผู้ที่ริเริ่ม ผู้ที่สานงานต่อ ย่อมได้รับเครดิตนะคะ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ31 กรกฎาคม 2557 07:28

    มันไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการพัฒนาประเทศหรอกครับ ถึงคุณทำงาน หรือโครงการอะไรที่ไหนก็ตาม จะส่วนตัว จะของบริษัท มันก็ควรจะได้รับเครดิตกันไปทุกฝ่ายถ้างานมันสำเร็จเพราะการกระทำของทุก ๆ ฝ่าย ที่เขาด่าเพราะพวกฉวยโอกาสเอาเครดิตไปคนเดียว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. พวกอคติ มันก็มองแบบอคติวันยันค่ำนั่นละ ทำไมไม่คิดมั้งว่า เพราะมันมัวแต่ทุจริตกันหรือเปล่า มันถึงได้ยืดเยื้อ ไม่เสร็จกันซักที ถ้างั้น ทีมชาติไทย ณ เวลานี้ ก็ให้เครดิตคนตั้งทีมคนแรก และคนต่อๆมาด้วยสิ ยังซะ คนเขาก็ชมยุคที่มันพัฒนาหรือสำเร็จทั้งนั้นละ ตึกสร้างเสร็จ ยังให้เครดิตคนคุมงานก่อสร้าง มีใครจำชื่อแรงงานคนก่ออิฐ ฉาบปูนได้บ้างมั้ย

      ลบ
    2. ใครกันแน่ที่มีอคติ หัดอ่านบทความซะก่อนจะได้ไม่โชว์โง่นะ อ่านรึเปล่าว่า ยุคไหนที่เขาเริ่มก่อสร้างอย่างจริงจัง ยุคไหนที่อนมัติงบประมาณก่อสร้างสูงสุด แล้วเขาต้องถมดิน ต้องรอให้ดินเซ็ทตัวกี่ปี จึงจะเริ่มก่อสร้างได้ตามหลักวิศวกรรม
      .
      แล้วถ้าคิดจะมายกตัวอย่างน่ะ ก็แสดงถึงความโง่ของคุณแล้ว ยกตัวอย่างทีมชาติไทย มันใช่ซะที่ไหน คยละบริบทเลย
      .
      เรื่องนโยบายรัฐ เรื่องการก่อสร้างสิ่งสาธารณะประโยชน์ของรัฐ เขาให้เกียรติคนที่ริเริ่มนโยบายคนแรกโว้ย เหมือนที่ให้เครดิตนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของทักษิณไง
      .
      สนาบมบินสุวรรณภูมิเขาสร้างต่อเนื่องมาในยุค 2 อ่านรึเปล่าในบทความน่ะ มันเพิ่งจะมาเสร็จพอดียุคทักษิณโว้ย ยุคทักษิณมีส่วนเกี่ยวเกี่ยวไม่ได้มากนักหรอก แต่มันฉลาดเรื่องขโมยซีนไง
      .
      จะแสดงความเห็นอะไร หัดอ่านข้อมูลซะก่อน จะได้ไม่ประจานความโง่ตัวเองนะ 555

      ลบ