วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

หลักการรับเงินทำบุญบริจาคที่วัดหนองป่าพง หลวงพ่อชา สุภัทโท






ตั้งแต่ผมเกิดมาเป็นคนในชาตินี้ ผมได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านพระเถระมาหลายรูป ทั้งฟังบ้าง อ่านจากหนังสือบ้าง

แต่ที่สุดในชีวิตของผม คือ คำสอนของหลวงพ่อชา สุภัทโท

ครั้งแรกที่ผมได้อ่านธรรมะของหลวงพ่อชา สุภัทโท ก็เมื่อปี 2533 น่าจะได้ มีผู้เมตตามอบหนังสือธรรมะหลวงพ่อชา สุภัทโท มาให้ผมได้อ่านในช่วงที่ผมกำลังทุกข์ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

แต่เมื่อผมได้อ่านคำสอนของหลวงพ่อชาแล้ว ผมนี่ถึงกับจิตใจสว่างไสวขึ้นมาอย่างฉับพลัน คำสอนทุกคำในหนังสือของหลวงพ่อชา ถูกจริตกับสันดานผมเป็นที่สุด

เป็นคำสอนที่เรียบง่ายมาก เข้าใจง่ายที่สุด ไม่ซับซ้อนแต่ทะลุถึงจิตวิญญาณของผมทันที

ถ้าใครกำลังประสบทุกข์ที่สุดในชีวิต แล้วยังหาทางออกเพื่อความสงบของจิตใจไม่ได้ ผมแนะนำไปหาหนังสือคำสอนของหลวงพ่อชา สุภัทโท มาลองอ่านดูก่อนนะครับ

เผื่อคุณจะจิตใจสงบสว่างเหมือนที่ผมเคยได้รับมาแล้ว

---------------------

ารทำบุญ และการบริจาคเรี่ยไรของวัดต่าง ๆ ในปัจจุบัน มักจะมีเจ้าอาวาส พระในวัด ต่างช่วยการโปรโมทเพื่อเชิญชวนญาติโยมมาทำบุญ

บางวัดก็ใช้นโยบายขายบุญแก่ญาติโยม อ้างนรก อ้างสวรรค์ อ้างวิมาน อ้างอานิสงส์ของการทำบุญมาเป็นตัวล่อให้คนมาทำบุญกันมาก ๆ

สุดท้ายกลายเป็นวัดรวย เจ้าอาวาสรวย ความเป็นอยู่พระเดี๋ยวนี้ก็หรูหรา ฟุ้งเฟ้อ มากขึ้นเหมือนที่เราเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ

แต่ที่เห็นจะโด่งดังและมีอิทธิพลทางการเมืองและทางธุรกิจหนุนหลังมากที่สุดคงไม่พ้นวัดพระธรรมกาย ที่ปกครองโดยอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นายไชยบูลย์ หรือ สมีธัมมชโย

แต่ปัจจุบันกฎหมายบ้านเมืองรวมถึงมหาเถรฯ (ไม่อยากอ่านมหาเถระ แต่อยากอ่านว่า มะหาเถน !!)  ก็ไม่เอาผิดสมีตนนี้เลย ยังปล่อยให้สมียังเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต่อไปโดยขัดพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ของกรุงรัตนโกสินทร์

จนเดี๋ยวนี้ผู้คนจำนวนมากไม่อยากจะเรียกวัดนี้ว่า วัดพระธรรมกาย กันแล้ว แต่ขอเรียกลัทธิสมีขายบุญ ลัทธิจานบิน ลัทธิธรรมโกย แบบนี้เสียมากกว่า

เพราะเอาบุญมาล่อหลอกให้พุทธศาสนิกชนบางส่วนหลงผิด หลงใหลในบุญแบบเต็มไปด้วยกิเลส

------------------



หลักการบริจาคให้วัดของหลวงพ่อชา สุภัทโท

ที่วัดหนองป่าพงในยุคหลวงพ่อชา สุภัทโท ยังมีชีวิตอยู่นั้น (แต่ในปัจจุบันนี้ผมไม่รู้ยังเป็นเช่นเดิมหรือไม่) หลวงพ่อชา จะไม่มีการมาบอกบุญ มาเรี่ยไรขอเงินบริจาคจากญาติโยมเลย

เพราะที่วัดหนองป่าพง จะมีตู้รับบริจาควางไว้ เช่น ตู้บริจาคเพื่อซ่อมแซมวัด ตู้บริจาคช่วยค่าน้ำค่าไฟ ตู้บริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์การศึกษาธรรมะเพื่อพระ เณร แม่ชี ผู้ถือศีล ในวัด เป็นต้น

ญาติโยมอยากจะบริจาคอะไร ก็ไปใส่ที่ตู้กันเอาเอง พระที่วัดหนองป่าพงจะไม่บอกบุญใด ๆ ทั้งสิ้น

ถ้าวัดผุพัง ก็เอาเงินจากตู้บริจาคไปใช้ มีเงินเท่าไหร่ ก็ซ่อมแค่นั้น ถ้าอะไรยังขาดเหลือ เช่น ถ้ายังขาดหลังคากระเบื้อง ก็อาจมีตู้รับบริจาคค่ากระเบื้องมาตั้งเฉพาะกิจตั้งไว้ต่างหาก หากญาติโยมมาเห็นถ้าอยากช่วยก็ใส่เงินกันเอง

เพราะทางวัดจะไม่บอกบุญประกาศเรี่ยไรใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะอาจจะกลายเป็นเบียดเบียนญาติโยมโดยอ้อมได้ หรือทำให้ญาติโยมอาจไม่สบายใจได้

หลักการของหลวงพ่อชา คือ มีเท่าไหร่ ก็ใช้เท่านั้น ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้ อะไรที่พอซ่อมเองได้โดยไม่ต้องใช้เงิน พระก็ทำกันเองไปก่อน

แต่ที่สุดแล้ว ประชาชนลูกศิษย์ที่ศรัทธาในหลวงพ่อชา สุภัทโท ก็มักจะเห็นความเดือดร้อนและความจำเป็นของวัดกันเอง บอกบุญกันเองเรี่ยไรหาเงินกันเองในหมู่ญาติโยม แต่ต้องเรี่ยไรจัดการกันเองนอกเขตวัด เพราะในวัดจะไม่อนุญาตให้มาเรี่ยไรเงินเพื่อการใด ๆ ในวัดทั้งสิ้น

เช่น ญาติโยมคนนึงเห็นว่า ตรงนี้ของวัดผุกร่อน ตรงนั้นเริ่มผุพัง เขาก็จะหาเงินมาจัดการซ่อมแซมให้ที่วัดเอง โดยที่พระในวัดไม่ต้องมาเดือดร้อนเรี่ยไรขอเงินบริจาคจากญาติโยมใด ๆ ทั้งสิ้น

นี่แหละที่เขาเรียกว่า อยู่อย่างพระ

------------------------

เมื่อมีญาติโยมจะถวายรถยนต์ให้หลวงพ่อชา สุภัทโท

:: หลวงพ่อชากับรถยนต์

ทุกวันนี้รถยนต์กลายเป็นปัจจัยที่ ๕ สำหรับคนมีเงินไปแล้ว เป็นธรรมดาอยู่เองที่ฆราวาสเห็นอะไรดีก็อยากถวายให้พระได้ใช้บ้าง เพราะเชื่อว่าจะได้บุญมาก ดังนั้นการถวายรถยนต์แก่พระจึงเป็นที่นิยมในหมู่คนมีเงิน จนกระทั่งรถกลายเป็นเครื่องแสดงสถานภาพของพระว่าเป็นที่ศรัทธานับถือของญาติโยม

ผลก็คือพระที่มีสมณศักดิ์ท่านใดที่ไม่มีใครถวายรถให้ ก็ต้องถือเป็นกิจที่จะขวานขวายหารถมาประดับบารมี

สำหรับหลวงพ่อชา สุภัทโทนั้น ท่านไม่ต้องขวนขวายหารถยนต์ เพราะมีคนอยากถวายรถยนต์ให้ท่าน แต่แทนที่ท่านจะตอบรับ ท่านกลับนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสงฆ์วัดหนองป่าพงหลังสวดปาฏิโมกข์เพื่อฟังความเห็นพระสงฆ์

ซึ่งพระทุกรูปต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะรับรถยนต์ไว้ ด้วยเหตุผลว่า สะดวกแก่หลวงพ่อเวลาไปเยี่ยมสำนักสาขาต่างๆ ซึ่งมีมากกว่า ๔๐ สาขาในเวลานั้น อีกทั้งเวลาพระเณรอาพาธก็จะได้นำส่งหมดได้ทันท่วงที

หลังจากที่หลวงพ่อชารับฟังความคิดเห็นของที่ประชุมแล้ว ท่านก็แสดงทัศนะของท่านว่า

“สำหรับผม มีความเห็นไม่เหมือนกับพวกท่าน ผมเห็นว่าเราเป็นพระ เป็นสมณะ เป็นผู้สงบระงับ เราต้องเป็นผู้มักน้อย สันโดษ เวลาเช้าเราอุ้มบาตรออกไปเที่ยวบิณฑบาตรับอาหารจากชาวบ้านมาเลี้ยงชีวิต เพื่อยังอัตภาพนี้ให้เป็นไป ชาวบ้านส่วนมากเขาเป็นคนยากจน เรารับอาหารจากเขา เรามีรถยนต์แต่เขาไม่มี นี่ลองคิดดูซิว่ามันจะเป็นอย่างไร เราอยู่ในฐานะอย่างไร เราต้องรู้จักตัวเอง เราเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าไม่มีรถ เราก็อย่ามีเลยดีกว่า ถ้ามี สักวันหนึ่งก็จะมีข่าวว่ารถวัดนั้นคว่ำที่นี่ รถวัดนี้ไปชนคนที่นี่.. อะไรวุ่นวาย เป็นภาระยุ่งยากในการรักษา

เมื่อก่อนนี้ จะไปไหนแต่ละทีมีแต่เดินไปทั้งนั้น ไปธุดงค์สมัยก่อนไม่ได้นั่งรถไปเหมือนทุกวันนี้ ถ้าไปธุดงค์ก็ไปธุดงค์กันจริงๆ ขึ้นเขาลงห้วยมีแต่เดินทั้งนั้น เดินกันจนเท้าพองทีเดียว


แต่ทุกวันนี้พระเณรเขาธุดงค์มีแต่นั่งรถกันทั้งนั้น เขาไปเที่ยว ดูบ้านนั้นเมืองนี้กัน ผมเรียกทะลุดง ไม่ใช่ธุดงค์ เพราะดงที่ไหนมีทะลุกันไปหมด นั่งรถทะลุมันเลย ไม่มีรถก็ช่างเหอะ ขอแต่ให้เราประพฤติปฏิบัติดีเข้าไว้ก็แล้วกัน เทวดาเห็นเข้าก็เลื่อมใสศรัทธาเองหรอก”


“ผมไม่รับรถยนต์ที่เขาจะเอามาถวายก็เพราะเหตุนี้ ยิ่งสบายเสียอีก ไม่ต้องเช็ดไม่ต้องล้างให้เหนื่อย ขอให้ท่านทั้งหลายจงจำไว้ อย่าเห็นแก่ความสะดวกสบายกันนักเลย”

จากหนังสือลำธารริมลานธรรม – พระไพศาล วิสาโล หน้าที่ 93-95


หลวงพ่อชา สุภัทโท และ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช



นี่แหละครับ พระแท้ พระปฏิบัติ พระสุปฏิปันโน จะมีวิถีเหมือนเช่นหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่พระและญาติโยมทั้งหลายควรถือเป็นแบบอย่างครับ

-----------------

หลักปฏิบัติของญาติโยม และของสงฆ์ วัดหนองป่าพง ในปัจจุบัน

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


อธิบายเพิ่มเติมกติกาสงฆ์วัดหนองป่าพง ในข้อ 1 และข้อ 10

ข้อ 1. พระเณรห้ามขอของแต่คนใช่ญาติใช่ปวารณา ...

หมายถึง ห้ามพระและเณรไปบอกขอสิ่งของจากคนที่ไม่ใช่ญาติของตน ที่ไม่ใช่ปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐากของตน

ข้อ 10 ห้ามรับเงินและทอง และห้ามผู้อื่นเก็บไว้เพื่อตน ห้ามซื้อขายแลกเปลี่ยน

หมายถึง ห้ามพระและเณรรับเงินและทอง ของมีค่าทั้งหลาย ทั้งห้ามผู้อื่นเก็บให้ตน โดยเฉพาะการห้ามพระซื้อของ ขายของ และแลกเปลี่ยนเงินทองนั้น เพราะการที่พระซื้อของ ขายของถือเป็นอาบัติ 


http://imgur.com/a/Sh6S1

คลิกอ่าน อย่าบำรุงพระเกินความพอีดของการเป็นภิกษุ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น