วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บก.ลายจุด พบชาวนาฉลาดขึ้น แต่ !!







เมื่อ บก.ลายจุด โพสรูปที่แสดงถึงชาวนาคนนึงนำข้าวไปสีขายเอง และได้กำไร ตามรูปนี้



เมื่อพบวิกฤติแล้วพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส นั่นจึงทำให้ชาวนาคนนี้ฉลาดขึ้น ไม่ต้องไปคอยหวังพึ่งรัฐบาลมาช่วยเหลือประกันราคาข้าว หรือ รับจำนำข้าวในราคาแพงเว่อร์

เรื่องโครงการประกันราคาของรัฐบาล ปชป. แตกต่างจากโครงการรับจำนำข้าวยิ่งลักษณ์อย่างไร ไว้ผมจะเขียนอีกบทความ

ดังนั้นจากโพสนี้ของ บก.ลายจุด ยิ่งชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยที่ผ่าน ๆ มา เอาแต่อุ้มชาวนา จนชาวนาเป็นเสมือนเด็กทารกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พึ่งพาตนเองไม่ได้ ต้องคอยให้รัฐบาลมาป้อนประชานิยมให้ตลอดทั้งชาติ จึงเป็นวิธีการที่ผิด

พอผมเห็นโพสนี้ของ บก.ลายจุด ผมก็โพสตามนี้



ที่ประเทศญีุ่่ปุ่นและเกาหลีใต้ ไม่มีปัญหาชาวนาต้องออกมาประท้วงให้รัฐบาลคอยช่วยเหลือ ก็เพราะชาวนาทั้งสองประเทศรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ แล้วสีข้าวเอง หาตลาดเอง และขายเอง จึงทำให้ได้ข้าวราคาดีโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

ดังนั้นการที่รัฐบาลที่รักชาวนาจริง ๆ ต้องช่วยให้ชาวนาพึ่งตนเองได้ ไม่ใช่เอาแต่สอนให้ชาวนาเป็นเด็กที่พึ่งตัวเองไม่ได้ไปตลอดชีวิต

แต่ปัญหาอีกอย่างที่ชาวนาไทยกำลังประสบจนตกเป็นทาสก็คือ การเป็นทาสปุ๋ยเคมี และทาสยาปราบศัตรูพืช อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ซึ่งทั้งปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ก็คือ ตัวการที่ทำให้ต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

--------------

การที่ บก.ลายจุด พบชาวนาฉลาดขึ้น แต่ทำไมยิ่งลักษณ์ยังโง่เหมือนเดิม

คลิกอ่าน เมื่อ อบจ.อ่างทอง ช่วยให้ชาวนาอ่างทองฉลาดขึ้น


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บก.ลายจุด โชว์โง่ กรณีโรฮิงญา







เกริ่น

อองซาน ซูจี ยังไม่กล้าเมตตาโรฮิงญา เพราะกลัวเสียคะแนนนิยมจากคนพม่าที่ส่วนใหญ่รังเกียจโรฮิงญา

ขนาดเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยังไม่กล้ารับโรฮิงญา แล้วคุณเป็นใครเสือกเสร่อจะรับโรฮิงญา ??

555/@akecity

-------------------




ประเด็นแรก เมื่อ บก.ลายจุด เอาโรฮิงญาเปรียบเทียบกับยุคคนจีนอพยพ 

บก.ลายจุด มันเสร่อ เอาโรฮิงญาไปเปรียบเทียบกับยุคคนจีนอพยพมาไทย

เอ่อ.. คุณนี่แม่งโคตรโง่จริง ๆ

คนจีนเขาเข้ามาไทย ขยันทำมาหากิน สุดท้ายกลมกลืนเป็นคนไทย รักแผ่นดินไทย ส่วนคุณนี่อกตัญญูบรรพบุรุษจีนของคุณจริง ๆ ที่เอาบรรพบุรุษของตัวเองไปเปรียบกับโรฮิงญา

ส่วนโรฮิงญา แดกข้าวก็ยอมไม่ล้างจานเอง ไปอยู่ที่ไหนก็ทำตัวเป็นที่น่ารังเกียจของเจ้าของประเทศนั้น ๆ จนไม่มีใครเขาอยากรับเลี้ยงอีก

คนเรานะ ถ้าไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ แต่ยังเรื่องมาก เลือกกิน จานชามก็ไม่ยอมล้างเอง คนแบบนี้เขาเรียกว่า เสนียดจัญไร ว่ะ

บก.ลายจุด คุณน่าจะเอาโรฮิงญาไปทำงานด้วยสัก 10 คนนะ หรือจะเอาไปเป็นลูกเขยสักคนก็ได้

-----------------

ประเด็น 2 รับเลี้ยงโรฮิงญาแค่ 100 แต่จะตามมาอีกเป็นแสนเป็นล้านคน

บก.ลายจุด มันไม่เข้าใจว่า คนไทยไม่ได้ไร้เมตตาที่จะช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก แต่ปัญหาโรฮิงญา มันไม่ได้แค่ช่วยแค่ 100 คน 200 คนแล้วคือจบ

เพราะยังมีโรฮิงญาอีกหลายแสนคนพร้อมจะอพยพมาอีกเพียบ หากไทยเราใจดีเกินไป 

สำหรับคนไทยถ้าให้บริจาคเงินช่วยเหลือ คนไทยคือที่ 1 ในโลกในเรื่องบริจาค แต่ถ้าจะให้รับเลี้ยง รับมาอยู่ด้วย นี่คือปัญหาระดับยักษ์และจะเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไขยากต่อไป

นั่นเพราะ บก.ลายจุด มันคิดตื้น ๆ

นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า "ทุกวันนี้มีชาวโรฮิงญาหลบเข้ามาอยู่ในมาเลเซียแบบผิดกฎหมาย ประมาณ 1.5 แสนคน ซึ่งมาเลเซียไม่ต้องการรับภาระรับชาวโรฮิงญาเพิ่มมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะหากรับอีก ก็ยังมีชาวโรฮิงญาอีกจำนวนมากที่จะเดินทางมาเลเซียในอีกไม่ช้าแน่นอน"


โรฮิงญาที่มาอาศัยอยู่ในไทย เรื่องมากแค่ไหน เป็นพวกถ้าได้คืบจะเอาศอกแค่ไหน ได้ค่าอาหารตกหัวละ 75 บาทต่อวัน มันยังบ่นไม่พอกิน จะเอาโน่นเอานี่ เอาแต่ใจ

ขนาดทหารเกณฑ์ไทย นักโทษในเรือนจำไทย ได้ค่าอาหารตกหัวละ 65 บาทเอง หรืออย่างผู้สูงอายุไทยก็ได้เบี้ยยังชีพจากรัฐบาลเดือนละ 600 บาทเท่านั้น ตกวันละ 20 บาทเอง

แล้วพวกโรฮิงญาเข้ามานั่งกินนอนกินสบาย ๆ แต่เสือกทำตัวเป็นเจ้านายต่อเจ้าของประเทศ แบบนี้เขาเรียกว่า คนพาลสันดานต่ำ คบไม่ได้

นี่แหละที่ทำให้เกิดกระแสคนไทยต่อต้านโรฮิงญา คือรังเกียจสันดานของชนเผ่าพันธุ์นี้ คือ คนไทยเคยช่วยเหลือโรฮิงญาเพราะความสงสาร แต่วันนี้เข็ดแล้ว !!

องไปค้นข่าวเก่าเมื่อปี 2556 ดูสิครับ ตอนนั้นคนไทยเห่อช่วยเหลือโรฮิงญามากขนาดไหน คลิกอ่านข่าว น้ำใจคนไทยหลั่งไหลช่วยโรฮิงญาต่อเนื่อง

แล้ว บก.ลายจุดล่ะ ทำไมไม่เริ่มต้นทำให้คนอื่นเห็นก่อนว่า เมตตาต่อโรฮิงญาจริง บก.ลายจุด ควรรีบตั้งกองทุนบริจาคช่วยโรฮิงญาโดยเร็ว แล้วไปชวนฐาปนีย์ มาช่วยอีกคนก็ได้

เช่นใช้ชื่อ กองทุน บก.ลายจุด และโรฮิงแยม เพื่อช่วยชาวโรฮิงญา

ถ้าได้เงินเยอะ ๆ ก็ไปซื้อที่ดิน แล้วไปรับโรฮิงญาอพยพมาเลี้ยงดูสิ เอาเลย

ก่อนอื่นไปเอาข้าวสารลายจุดมาบริจาคให้โรฮิงญาก่อนเลยก็ได้

---------------

ประเด็นที่ 3 ตรรกะกลืนชาติ




บก.ลายจุด นี่มันโง่จริง ๆ

ยุคนี้ มันไม่ใช่ยุคเมื่อ 60 - 100 ปีก่อน ที่ผู้คนยังอพยพย้ายถิ่นฐานข้ามประเทศกันได้ง่าย ๆ

และนิสัยคนจีน กับ โรฮิงญา ก็แตกต่างกันลิบลับ

โรฮิงญาร้ายกาจขนาดไหน บก.ลายจุด ควรไปศึกษาอ่านประวัติศาสตร์ให้มาก ๆ 

โรฮิงญามาอยู่ในรัฐยะไข่แค่ไม่ทันถึงร้อยปี แต่กลับอ้างสิทธิแต่งประวัติศาสตร์ใหม่ว่า ยะไข่เป็นถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษโรฮิงญามาเป็นพันปีแล้ว แล้วก็มีตั้งขบวนการแบ่งแยกดินแดนโรฮิงญาในพม่า

ลองถ้าโรฮิงญาได้มาตั้งรกรากในไทย สักวันก็จะไม่ต่างอะไรกับที่เกิดปัญหาในพม่าแน่นอน

ขนาดบังคลาเทศ พม่า ยังรังเกียจ  มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็เข็ดแล้ว 

ถามว่า แล้วทำไมไทยเราต้องเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เป็นชาวนาเลี้ยงงูเห่ารับโรฮิงญาเข้าประเทศด้วย ?

ที่ บก.ลายจุด ออกมาใช้ตรรกะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย คงเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยช่วยเหลือโรฮิงญามาก่อน

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



----------------------



ตรรกะตื้น ๆ อีกแล้วนะ บก.ลายจุด

เมื่อ 60-70 ปีก่อน ถ้าไม่มีใครเขารับคนจีนเข้าประเทศ คนจีนก็กลับไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่แผ่นดินแม่ของเขาได้ 

และแต่เดิมคนจีนอพยพก็จะคิดว่า ถ้าร่ำรวยเมื่อไหร่ก็จะกลับบ้านเกิดทั้งนั้น แต่พอจีนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็เลยกลับยากขึ้น และอีกหลายคนเกิดรักเมืองไทยไม่อยากกลับจีนอีก

แต่โรฮิงญา เป็นชาติพันธุ์ที่พม่าไม่ต้องการ ไม่ถือว่าเป็นคนพม่า แถมยังรังเกียจมาก

ซึ่งบริบทกรณีคนจีนอพยพกับโรฮิงญานั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง ทั้งยุคสมัย ทั้งความเป็นเจ้าของประเทศ ผมว่า บก.ลายจุด คุณแถมากไปแล้ว

-------------

UNHCR ช่วยจ่ายเงินค่าอาหารให้ผู้อพยพในไทยมาตลอดจริงหรือ ?

บก.ลายจุด ยังอ้างว่า ที่ผ่านมา UNHCR จ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้อพยพในศูนย์ต่าง ๆ ของไทยนั้น

ผมเลยขอยกส่วนหนึ่งของบทความ เปลวสีเงิน ตอน กลเกม 'ยึดประเทศ-ล้มสถาบัน' อธิบายเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือของ UNHCR ตามนี้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


UNHCR จ่ายช่วยผู้อพยพปีละประมาณ 100 ล้านบาทเท่านั้น แต่ผู้อพยพมีแสนกว่าคน ตกได้ค่าช่วยเหลือคนละไม่ถึง 1 พันบาทต่อปี

ข้อมูลตัวเลข ผมอ้างจากบทความของเปลวสีเงิน เจ้าของไทยโพสต์

ส่วนไทยเราต้องส่งกำลังทหารไปดูแลพวกนี้ 24 ชม. เสียงบปีละหลายล้านบาท ไทยเราออกเอง และส่วนที่ผู้อพยพไม่พอกิน ไทยเราก็ต้องออกเอง .

ฉะนั้น อย่ามาอ้างว่า UNHCR ช่วยจ่ายครับ เพราะยังไง ๆ ไทยเราก็เข้าเนื้อแน่นอน

--------------

ล่าสุด เรือของโรฮิงญา ที่ทหารไทยช่วยซ่อมเครื่องยนต์ให้ ดูแลรักษาคนป่วย ให้น้ำ ให้อาหาร ได้เดินทางไปถึงอินโดนีเซียโดยปลอดภัยแล้ว

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


แล้วพอโรฮิงญาได้ขึ้นฝั่งอินโดนีเซียปุ๊บ พวกโรฮิงญาก็ใส่ร้ายทหารไทยทันทีว่า ทหารไทยขู่ว่า ถ้าไม่ออกจากน่านน้ำไทยภายใน 10 นาที จะยิง !!!

เนรคุณทันทีนะมึง ไอ้โรฮิงญา



ฐาปนีย์ยืนยัน เรือโรฮิงญาที่ทหารไทยเคยช่วยเหลือ ถึงอินโดนีเซียแล้ว



ไอ้พวกที่ตำหนิรัฐบาลไทย ว่าไม่รับโรฮิงญาเข้าฝั่งน่ะ

ไม่ต้องอะไรมาก แค่คนไทยที่จรจัดไร้บ้านอยู่ พวกคุณลองไปรับมาเลี้ยงไว้ในบ้านสักคนสิ แล้วจะเข้าใจเอง

ถ้าคนไทยด้วยกัน คุณยังรับมาเลี้ยงไม่ได้ ก็หุบปากไปซะ /@akecity

-----------

8 ข้อที่คนไทยเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโรฮิงญา
โดยหน่วยงานความมั่นคงไทย



คลิกอ่าน เราจะช่วยโรฮิงญาให้รวยกว่าเสื้อแดงได้อย่างไร


วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วิกฤติเนปาล ทำให้รู้ว่าผู้ประกาศข่าวไทยตกภาษาไทย






นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเนปาลถึง 2 ครั้งในช่วงเวลาห่างกันไม่กี่วัน สื่อไทยทุกสำนักก็ระดมกันรายงานข่าวกันแบบเกาะติด แข่งกันรายงานข่าวแบบไม่ยอมซึ่งกันและกัน

(แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 58  ขนาด 7.3 นั้น นักธรณีวิทยายืนยันว่า ไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อคจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 58)

เท่าที่ผมสังเกตคือ ผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวแผ่นดินไหวที่เนปาลนั้น ส่วนใหญ่ออกเสียงคำว่า เนปาล ผิดกันทั้งนั้น

คือ ถ้าคุณเป็นผู้สื่อข่าวไทย ยังรายงานข่าวด้วยภาษาไทย คุณก็ควรรู้จักการออกเสียงในหลักภาษาไทยให้ถูกต้อง

เพราะผู้สื่อข่าวไทยหลายคน ยังออกเสียงคำว่า "เนปาล" แบบผิด ๆ เพราะไปออกเสียงว่า เน - ปาว บ้าง หรือ เน - พาว บ้าง หรือ เน - ปัล บ้าง หรือ เน - พัล บ้าง โดยไปยึดการออกเสียงจากภาษาอังกฤษ จากคำว่า Nepal

ซึ่งที่ถูกต้อง คำว่า เนปาล ต้องอ่านออกเสียงว่า เน - ปาน 

เพราะตามหลักภาษาไทย Nepal เมื่อแปลงมาเป็นภาษาไทย ตัวอักษร แอล l จะแทนด้วยอักษร ล.ลิง เป็นตัวสะกด

ซึ่งตัวสะกด ล.ลิง ให้อ่านออกเสียงเป็น น.หนู  ซึ่งคือตัวสะกดในมาตรา แม่กน ของภาษาไทย

ขนาดกูเกิ้ลแปลภาษา ยังฉลาดกว่าผู้สื่อข่าวไทยเลยครับ

ถ้าใครยังไม่เชื่อ ก็ลองไปที่กูเกิ้ลแปลภาษา แล้วพิมพ์คำว่า เนปาล แล้วลองให้กูเกิ้ล ออกเสียงอ่านให้ฟังดูสิครับ กูเกิ้ล อ่านอย่างชัดถ้อยชัดว่า เน - ปาน

คลิกที่นี่เพื่อไปกูเกิ้ลแปลภาษา

เหตุที่ยุคปัจจุบันนี้ การใช้ภาษาไทยของผู้ประกาศในสื่อต่าง ๆ อ่อนหัดมาก อาจเป็นเพราะหน่วยงานที่ดูแลและสอบผู้ประกาศได้เปลี่ยนจากกรมประชาสัมพันธ์ ไปเป็น กสทช. ดูแลจัดการ รึเปล่า ?

เพราะ กสทช. ในยุคนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่า ทำงานไม่สมกับเงินเดือนที่ได้จากภาษีประชาชน

---------------

แต่อย่างน้อย ผมต้องขอบคุณ น้องไบร์ท พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ที่ยังอ่านออกเสียงคำว่า เนปาล ว่า เน - ปาน ได้อย่างถูกต้อง สมแล้วที่เป็นศิษย์เก่าอักษรจุฬา แม้จะเอกภาษาสเปนก็ตาม

ดูน้องไบร์ทอ่านเนปาน ตามลิงค์ข่าวนี้ https://youtu.be/CA0K4DOIsxs


--------------

ตรรกะเห่ย ๆ ของคนไทยโง่ ๆ บางคน

คุณผู้อ่านเคยอ่านความเห็นในโลกออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เกี่ยวกับข่าวบริจาคช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล จากคนไทยที่ใช้ตรรกะเห่ย ๆ แบบนี้บ้างไหมครับ

"ทำเป็นหน้าใหญ่ เอาเงินไปช่วยเขา แทนที่จะช่วยคนจน ๆ ในประเทศของตัวเองเสียก่อน"

ถ้ามีข่าวเนปาล กับข่าวเกี่ยวกับ องค์กรต่าง ๆ ของไทย หรือ รัฐบาลไทยบริจาคเงินไปช่วยเหลือชาวเนปาล ก็จะได้เห็นความเห็นทำนองนี้แทบทุกครั้ง

คล้าย ๆ กับ ตรรกะของผู้พิพากษาบางท่านที่เคยแสดงความเห็นว่า รอให้ถนนลูกรังหมดไปก่อน แล้วค่อยสร้างรถไฟความเร็วสูงดีไหม ??

แล้วผู้พิพากษาท่านนั้น ก็โดนสังคมด่าไปตามระเบียบ

คือเป็นถึงผู้พิพากษา คิดจะยกเหตุผลอะไรมาประกอบก็ควรไต่ตรองสักนิด ไม่งั้นมันกลายเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของท่านผู้พิพากษาเอง

---------------

เกร็ดความรู้เล็กน้อย

เผื่อหลายคนอาจลืมไปแล้ว หรือหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เนปาล คือ ประเทศที่เป็นที่ตั้งของสวนลุมพินีวัน อันเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ บุรุษผู้ประเสริฐที่สุด ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า




คลิกอ่าน ตรรกะของคนไทยโง่ ๆ กรณีข่าวอินเดียส่งยานอวกาศไปดาวอังคารสำเร็จ


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ตกรอบAFC2015 เพราะไม่เชื่ออย่าลบหลู่






บทความนี้ผมไม่เขียนอะไรยาว แต่การแข่งขัน AFC แชมป์เปี้ยนลีก 2015 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของคุณเนวิน เริ่มต้นได้สวยงามจนนำเป็นที่ 1 ในสาย

แต่พอช่วงกลางการแข่ง บุรีรัมย์กลับโชคไม่ดี แพ้แบบไม่น่าแพ้ บางลูกต้องได้จุดโทษก็กลับไม่ได้ บางลูกยิงเข้าไปแล้ว แต่กรรมการกลับไม่ให้ เลยแพ้ในช่วงกลางการแข่งขันติด ๆ กัน ไป 2 นัด

ผมสังเกตว่า ปีนี้บุรีรัมย์เล่นดีทุกนัด แต่ที่พลาดเพราะโชคไม่ดีจริง ๆ

ซึ่งช่วงที่บุรีรัมย์ U เริ่มโชคไม่ดีนั้น ผมสังเกตว่า เป็นช่วงที่อดีตโค้ชของบุรีรัมย์ กำลังป่วยหนักพอดี และก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา นั่นคือ โค้ชอรรถพล ปุษปาคม ผู้เคยพาทีมบุรีรัมย์ U เข้ารอบ16 ทีมสุดท้ายใน AFC แชมป์เปี้ยนลีกมาแล้วในปี 2013

แต่โค้ชอรรถพล กลับถูกคุณเนวินปลดออกจากโค้ชบุรีรัมย์ U ก่อนที่ทีมบุรีรัมย์จะได้เตะในรอบ 16 ทีม แบบช็อควงการ



ริง ๆ ผมมองว่า เหตุที่ปีนี้ทีมบุรีรัมย์ U โชคไม่ดีจนตกรอบแรก AFC 2015 นั้น ทั้ง ๆ ที่มีคะแนน 10 คะแนน เท่ากับทีมที่ได้คะแนน 1 และคะแนนที่ 2 ในสายนั้น



อาจเพราะคุณเนวิน ไม่ได้พาลูกทีมทีมบุรีรัมย์ และตัวคุณเนวินเองไปไหว้ขอขมาอโหสิกรรมในงานศพโค้ชอรรถพล

จริง ๆ การป่วยและการเสียชีวิตของโค้ชอรรถพล คงไม่ได้เกี่ยวกับการตกรอบของบุรีรัมย์ U โดยตรงหรอกครับ

แต่เหตุเพราะกฎแห่งกรรมมาส่งผลในช่วงนี้เพื่อให้ คุณเนวินควรต้องไปขอขมาลาโทษ ขออโหสิกรรมกับโค้ชอรรถพลด้วยตัวเองในงานศพอย่างเป็นทางการก่อน ก็อาจจะทำให้โชคดีกลับมาที่ทีมบุรีรัมย์อีกครั้ง

โค้ชอรรถพล เสียชีวิต วันที่ 16 เมษายน 58
ทีมบุรีรัมย์บุกไปพ่ายซองนัม 1:2 วันที่ 22 เมษายน 58

ถ้าคุณเนวินพาทีมไปไหว้ศพโค้ชอรรถพล ก่อนไปเกาหลีใต้นะ บางทีอาจไม่แพ้

ผมเองว่ากะจะเขียนบทความนี้ก่อนบุรีรัมย์จะเตะนัดสุดท้ายกับทีมกว่างโจว แต่ สุดท้ายผมก็ไม่ได้เขียน

เพราะตอนนั้นผมยังหวังว่า ผมคงคิดผิด และหวังว่าคุณเนวินจะคิดเรื่องนี้ได้ทันก่อนเตะนัดสุดท้าย

สุดท้าย ในนัดสุดท้ายทีมบุรีรัมย์ได้ถล่มกว่างโจวซะเละเทะ 5:0 แต่บุรีรัมย์ก็กลับไม่มีโชคจะเข้ารอบ AFC2015 เพราะกัมบะ โอซาก้า ที่โดนซองนัม  ยิงนำไปก่อน 1 ลูก กลับพลิกเอาชนะซองนัม ได้ 2:1

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ บุณคุณต้องทดแทน การอโหสิกรรมกันเพื่อเปิดทางสวรรค์แห่งโชคดีครับ

คลิกอ่าน เนวิน ชิดชอบ ผู้คืนความสุขให้ชาวบุรีรัมย์


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เก็บตก เจ้าชายอะกิชิโนถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพฯ







เมื่อช่วงวันที่ 18 - 25 เมษายา 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่นนั้น

ผมมีภาพข่าวที่ประทับใจอยู่ข่าวนึง ช่วงที่เจ้าชายอะกิชิโนทรงเชิญสมเด็จพระเทพฯ มาพระตำหนักเพื่อจะถวายพระกระยาหารค่ำแก่สมเด็จพระเทพฯ

คือ ผมชอบภาพข่าวตอนช่วงที่รถพระที่นั่งของสมเด็จพระเทพฯ มาถึงพระราชวังอากาซากะ เจ้าชายอะกิชิโนะ และพระชายา ทรงก้มพระเศียรลงทำความเคารพตั้งแต่ทันทีที่รถพระที่นั่งของสมเด็จพระเทพฯ มาถึง





คราวนี้ลองดูสื่อญี่ปุ่นรายงานข่าวนี้บ้าง แถมสื่อญี่ปุ่นยังย้อนภาพข่าวมิตรภาพอันดีระหว่างสมเด็จพระเทพฯ กับเจ้าชายอะกิชิโนะ ที่มีมานาน

สังเกตได้ว่า เจ้าชายอะกิชิโน ทรงให้ความเคารพนับถือสมเด็จพระเทพฯ เป็นอย่างมาก





คลิกอ่าน ภาพงดงามประทับใจระหว่างพระองค์โสมกับพระองค์ภา


วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ยุคเสื่อม พระถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1







(ยอดไลค์เดิม 80 กว่าไลค์หายไปเพราะปุ่มไลค์เฟสบุ๊คไม่เสถียร)

ได้เห็นข่าว พระในจังหวัดสุพรรณบุรีรูปหนึ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นเงิน 10 ล้านบาท แม้จะอ้างว่า จะใช้เงิน 1 ล้านบาทไปทำบุญซ่อมวัด แล้วที่เหลือจะให้พ่อแม่ก็ตาม

แต่เราก็ต้องแยกแยะเรื่องทำบุญกับวินัยสงฆ์ออกจากกันว่า เป็นพระ เป็นผู้ทรงศีล 227 ข้อ เป็นภิกษุ เป็นศิษย์ตถาคตต้องไม่ข้องเกี่ยวกับการพนันใด ๆ และอบายมุขใด ๆ ทั้งสิ้น

เวลาเราเห็นข่าวพระดื่มเหล้า ตำรวจยังจับสึกเลย แล้วถ้าจะไปบวชใหม่ก็ไปว่ากันทีหลัง

แล้วนี่พระซื้อลอตเตอรี่ เท่ากับพระเล่นอบายมุขเอง ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามที่ภิกษุต้องไม่ยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด แม้จะอ้างว่า แค่ผิดศีลเล็กน้อยไม่ถึงกับปาราชิก ก็ตาม (พระเล่นการพนันจะผิดศีลหลายข้อพร้อมกัน กรุณาไปหาข้อมูลเองครับ)

ถ้าแบบเคร่ง ๆ พระภิกษุรับเงินก็เป็นอาบัติแล้ว แม้การที่พระภิกษุเอาเงินไปซื้อของโดยตรงกับพ่อค้าแม่ค้า ก็เป็นอาบัติเช่นเดียวกัน (ตามหลักควรใช้ให้คนอื่นไปซื้อของแทน)

แล้วนี่ภิกษุเอาเงินไปซื้อลอตเตอรี่เอง แถมไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนซื้อ ตามพระธรรมวินัย พระจะต้องไม่มีเงินส่วนตัว

แล้วถ้าเอาเงินวัดมาซื้อด้วยยิ่งผิดหนัก แต่อาจถึงปาราชิกหรือไม่ ? อันนี้ผมไม่แน่ใจ 

ถ้าเอาเงินวัดไปเล่นอบายมุขจะถือว่า ขโมยเงินสงฆ์หรือไม่ ?? อันนี้ต้องถามผู้รู้ตีความ

เพราะถ้าพระได้เงินมาระหว่างเป็นพระ ก็ต้องถือว่าเงินนั้นเป็นเงินวัด เป็นเงินกองกลาง เพราะพระไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินเดือน อยู่ได้จากญาติโยมบริจาคถวายให้วัด ฉะนั้น ถ้าพระได้เงินมาจากญาติโยมแล้วนำไปซื้อลอตเตอรี่ ก็อาจถึงขั้น อาบัติปาราชิก !!!  ก็ได้ เพราะเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ (ยักยอก=ขโมย)

นั่นคือ ทำให้วัดเสียทรัพย์เกิน 1 บาท !! เพราะการซื้อลอตเตอรีส่วนใหญ่ก็มีแต่เสียเงิน

เพราะการใช้เงินวัดก็ต้องใช้จ่ายเพื่อความจำเป็นแก่การดำรงสมณะในปัจจุบัน เช่น เพื่อการศึกษา เพื่อการเดินทาง เป็นต้น

แต่นี่ภิกษุเอาเงินไปเล่นอบายมุขเอง แล้วเคยซื้อมากี่งวดแล้วก็ไม่รู้ ท่าทางคงจะซื้อมาแล้วหลายงวด

แล้วถ้าแอบเอาเงินวัดไปซื้อ แล้วพอถูกรางวัล เงินรางวัลเข้าวัดทั้งหมดหรือไม่ หรือเอาเข้าเป็นส่วนตัว ? (กรณีพระซื้อลอตเตอรีไม่ใช่มีแค่รายสองราย แต่มีเยอะมาก)

เพราะถ้าเอาเงินวัดไปซื้อ แต่เงินรางวัลเอาเข้าส่วนตัว จะถือว่า โกงเงินรางวัลของวัดหรือไม่ ?!

ซึ่งการที่ภิกษุทำอาบัติในเรื่องเดิม ๆ เป็นประจำ ถ้าในสมัยรัชกาลที่ 1 สามารถถูกจับสึกได้ แถมมีบทลงโทษทางอาญาอีกด้วย

คือแม้กรณีซื้อลอตเตอรี่ไม่ถึงกับปาราชิก แต่ถ้าคนมีจิตสำนึกและมีความละอายใจบ้าง ก็ลาสิกขากลับไปเป็นฆราวาสเถอะ อย่าอยู่ให้หนักพระศาสนาอีกเลย แถมเป็นตัวอย่างที่เสื่อมต่อชาวบ้านอีดด้วย เว้นแต่หน้าไม่อายเท่านั้น

ต่อไปจะไปสอนชาวบ้านว่าอย่าเล่นการพนันก็คงไม่ได้แล้ว เพราะพระก็เล่นการพนันซะเองแล้วนี่

ดูจากภาพข่าว หน้าตาท่าทางไม่คิดว่าตัวเองกระทำผิดเลย ไม่มีท่าทางละอายใจใด ๆ เลย




ถึงยุคเสื่อมแล้วจริง ๆ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อลงข่าวพระถูกรางวัลที่ 1 เพราะเมื่อปีก่อน ๆ ก็เคยมีข่าวเจ้าอาวาสวัดอื่นถูกรางวัลที่ 1 เหมือนกัน

แล้วเท่าที่ผมดูจากสื่อทีวีทุกสื่อ รวมถึงในหนังสือพิมพ์ ไม่มีสื่อใดเลยจะสนใจพูดถึงเรื่องวินัยสงฆ์และข้อประพฤติปฏิบัติของสงฆ์ว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

สื่อทุกสื่อเน้นจะขายข่าวพระถูกรางวัลที่ 1 อย่างเดียว โดยไม่สนใจรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม สนใจแต่เสนอข่าวมอมเมาคนไทยไปวัน ๆ

ผมดีใจอยู่อย่าง เท่าที่อ่านความเห็นของผู้คนในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่ต่างวิจารณ์ว่า พระไม่ควรซื้อลอตเตอรี ควรสึกไปเป็นฆราวาสเถอะ

"พระถูกลอตเตอรี ก็ไม่ต่างอะไรกับ ตำรวจถูกหวยใต้ดิน"

------------------

ล่าสุด งวดวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ได้มีพระถูกลอตเตอรีรางวัลที่ 1 ตั้ง 4 คู่ เป็นเงิน 24 ล้านบาท เป็นพระในจังหวัดเชียงใหม่

ผมว่า เราได้เข้าสู่ยุคเสื่อมทางสงฆ์และสังคมพุทธแล้ว ถ้าพระซื้อล๊อตเตอรี่ได้จนเป็นเรื่องปกติ ก็เสื่อมล่ะ ครับ

หมายถึง ผู้คนในสังคมไทยโดยรวม รวมถึงคณะสงฆ์ไทย กลับไม่ตำหนิ ตักเตือนพระ ปล่อยพระละเมิดศีล เล่นอบายมุขเสียเอง จนเป็นเรื่องปกติวิสัย

แถมสื่อยังเสนอข่าวดูเป็นเรื่องน่ายินดี ซะอีก ห่วยจริงสื่อไทย !!


คลิกอ่าน เฉลย ที่บ้านลุงล้อมไฟไหม้เองนั้น ทำไปเพื่ออะไร ?


วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เฉลย ที่บ้านลุงล้อมไฟไหม้เองนั้นทำไปเพื่ออะไร ?






ข่าวดังที่สร้างความสนใจคนไทยทั้งประเทศ ก็เรื่องบ้านลุงล้อม ที่อยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ เกิดไฟไหม้ข้าวของได้เองนับ 200 กว่าครั้งนั้น

แล้วจู่ ๆ ก็เกิดมีการจับผิดว่า ลูกสะใภ้ของลุงล้อมแอบจุดไฟขึ้นเอง แล้วเดินเข้าไปบอกลูกสาวให้ออกมาชี้ว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้น

แน่นอน ลูกสะใภ้ลุงล้อมก็ต้องปฏิเสธไปตามระเบียบ เพราะถ้าไม่ปฏิเสธก็อาจเจอข้อหาหลายกระทง ส่วนจะข้อหาอะไรบ้าง ผมยังไม่ขอลงรายละเอียด

ต่อมาทางมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ไปตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน แล้วให้คนในบ้านออกไปให้หมด จนผ่านไปเลย 48 ชม. ก็ไม่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเองแต่อย่างใด

ลุงล้อม เจ้าของบ้านก็เครียดมาก เพราะกำลังตกเป็นจำเลยสังคม จนลุงล้อมต้องออกมาถามว่า เขาจะทำไปเพื่ออะไร จะไปจุดไฟในบ้านไปเพื่ออะไร ?

จากที่ผมตามข่าวมา ผมวิเคราะห์ได้ว่า ลุงล้อมคงไม่ได้สร้างเหตุการณ์ขึ้นมาเอง แต่ต้องมีคนในบ้านของลุงล้อมนั่นแหละที่สร้างเหตุการณ์นี้

ที่ถามว่า ทำไมเพื่ออะไร ??

ถ้าความเห็นของผม ผมว่า คนที่จุดไฟนั้น ต้องการอุปโลกให้เด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบหลานของลุงล้อม กลายเป็นคนสำคัญในครอบครัว เพราะจากที่ข่าวรายงานว่า เด็กผู้หญิงคนนี้มักจะเป็นคนบอก คนชี้ว่าเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นในบ้านก่อนใครแทบทุกครั้ง

เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ อายุแค่นี้ อาจถูกสร้างภาพว่าเป็นเสมือนเด็กที่มีญาณวิเศษ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า (แต่ความจริงรู้ทีหลัง) เป็นเด็กมีบุญอะไรทำนองนี้ขึ้นมาก็ได้

ถามว่า สร้างให้เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นเด็กมีบุญ มีญาณวิเศษขึ้นมาแล้วได้อะไร ??

อันนี้ก็ต้องไปถามคนก่อเหตุเองว่า คุณหวังผลอะไรกันแน่ หวังให้เด็กผู้หญิงคนนี้ได้เป็นที่รักของลุงล้อมของคนในบ้าน หรือหวังอยากให้เด็กผู้หญิงคนนี้กลายเป็นหลานคนสำคัญของตระกูล หรือหวังมรดก หรือหวังอะไรอื่น ๆ ที่ผมเองก็ไม่รู้

(แต่ว่า การที่มีลูกเป็นเด็กมีบุญ ก็สร้างความสำคัญให้กับคนเป็นแม่ได้ไม่น้อย)

ในความเห็นของผม ผมคิดว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นตัวแปรสำคัญของเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านลุงล้อมอย่างแน่นอน



สงสัยจะเป็นปัญหาการเมืองในครอบครัวลุงล้อมเองนั่นแหละ

สรุป ปล่อยให้ครอบครัวเขาเผากันไปเถอะ เรื่องภายในครอบครัวเขา ถ้าไฟมันจะไหม้บ้านจริง ๆ  มันคงไหม้ไปนานแล้ว 

คิดดู ไฟไหม้มา 200 กว่าครั้งเสือกดับได้ทันทุกครั้ง แสดงว่า มันต้องมีเด็กผู้มีญาณวิเศษ เป็นผู้มีบุญมาเกิดเพื่อปกป้องบ้านนี้แน่นอน จริงไหม 55555

-------------------



ข่าวล่าสุด ลูกสะใภ้ของลุงล้อมออกมาตอบโต้ว่า ตนไม่ได้จุดไฟ เพราะที่เดินเข้าไปในห้อง ไม่ได้เข้าไปแป๊บเดียวเหมือนที่ในคลิปเผยแพร่ แต่คลิปมันตัดต่อให้ดูเร็วขึ้น เพราะความจริงตนเข้าไปในห้องนานประมาณ 15 นาที ถึงได้ออกมาพร้อมลูกสาว (ก่อนหน้านั้นเคยบอกว่า 7 นาที)

แต่เจ้าของคลืปบอกว่า ไม่มีการตัดต่อคลิป ลูกสะใภ้ลุงล้อมเดินเข้าไปในห้องประมาณ 15 วินาทีเท่านั้น

คลิกอ่าน ยุคเสื่อม พระถูกลอตเตอรีรางวัลที่ 1