วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทฤษฎีแหวกแนว กรณี MH 370 กับ MH17 ใครทำ






เครื่องบินโดยสาร  MH 370 กับ MH 17 ของมาเลเซีย ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันในเวลาห่างกันไม่นาน

ซึ่งมันน่าแปลกใจว่า ทำไมต้องเกิดเหตุแบบนี้กับสายการบินมาเลเซีย

ก่อนอื่น เครื่องบินทั้งสองลำคือ เครื่องบินโบอิ้ง777  ที่ผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเครื่องบินจะต้องการมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ตามระยะเวลาที่บริษัทโบอิ้งกำหนด

มันเลยมีทฤษฎีนึงก็คือ มีการตั้งโปรแกรมมรณะไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางการบินที่ผิดปกติ โดยคำสั่งอัตโนมัติ

หมายถึง เครื่องบินอาจถูกโปรแกรมให้เปลี่ยนเส้นทางแบบอัตโนมัติ โดยสมองกลในการควบคุมของเครื่องบินเอง โดยที่นักบินไม่สามารถบังคับหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งใดๆ ในตอนเกิดเหตุได้

ซึ่งนั่นหมายถึง เครื่องบินอาจถูกใครบางคนได้เข้าไปตั้งโปรแกรมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องบินทำงานอัตโนมัติแล้วบินออกนอกเส้นทางปกติ

ในเมื่อมันคือ โบอิ้ง ก็อาจเป็นคนของโบอิ้งที่มาตรวจเช็คในตอนซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ๆ ได้แอบไปโปรแกรมเส้นทางบางอย่างเอาไว้ล่วงหน้า พอถึงเวลาที่ตั้งไว้ เครื่องบินก็บินเองตามที่ตั้งเอาไว้

แล้วพน้กงานโบอิ้งคนนั้นหรือทีมนั้น ทำงานนี้ให้ใคร ?

เช่น พนักงานโบอิ้งคนนั้นอาจทำงานให้สหรัฐอเมริกา หรืออาจเป็นสายลับชาติศัตรูของสหรัฐอเมริกาที่แฝงเข้าไปเป็นพนักงานโบอิ้งก็ได้หรือไม่ ?

หรือจะมีเทคโนโลยีที่สามารถเจาะโปรแกรมเส้นทางบินได้จากภายนอกได้ ?

หรือว่า เครื่องบินโบอิ้งทุกลำในโลก อาจมีโปรแกรมมรณะนี้อยู่แล้ว สุดแต่ว่า ผู้สร้างโปรแกรมจะเลิอกใช้เมื่อไหร่กับลำใดเท่านั้น ?

-------------------

แวะขำขันก่อน

ลุงแซม "เฮ้ย ไอ้กบฏแม่งยิงเครื่องบินรบยูเครนตกบ่อย ๆ เราถือโอกาสยิงเครืองบินโดยสารสักลำ แล้วโยนความผิดให้ไอ้พวกกบฏกับรัสเซียดีไหมวะ"

ลุงอียู "เออดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้รัสเซียไปจับมือกับจีนและอินเดีย เราต้องทำลายความน่าเชื่อถือของมันซะ ยิงแมร่งเลย แล้วโบ้ยว่า ไอ้พวกกบฏแม่งยิงพลาด"

--------------

ครั้งนึงสหรัฐอเมริกาเคยทิ้งระเบิดลงสถานทูตจีน แต่อ้างว่าพลาด จำกันได้ไหม ?

คือ ถ้าโดนจับได้ สหรัฐฯ ก็จะอ้างว่า พลาด แล้วก็ขอโทษ

เผลอ ๆ กรณี MH 370  หายสาบสูญคือ การทดลองยิงในทะเล ด้วยขีปนาวุธที่ทำลายสูงกว่า ที่ทำให้เกิดซากเหลือน้อยมากจนแทบไม่เหลือซากเลย

แล้วช่วงแรกก็ปล่อยข่าวให้ไปงมโข่งหาซาก MH370 ในทะเลจีนใต้ก่อน ส่วนสหรัฐฯ ก็รีบไปเก็บซากเครื่องบินให้หมดจดเสียก่อนทางมหาสมุทรอินเดีย

ส่วนกรณี MH17 คือการปฏิบัติการณ์จริงด้วยอาวุธที่ทำลายล้างน้อยกว่า เพื่อต้องการให้เหลือซากให้พอที่จะไม่เป็นที่สงสัยมากไป เพื่อหวังให้หลายประเทศคาใจว่าใครทำ และเพื่อให้มีศพคนของประเทศผู้ประสบภัยนั้น ๆ ได้นำศพกลับบ้าน และเจ็บแค้นผู้ก่อการเหตุร้ายครั้งนี้

---------------------

ถามว่า ทำไมต้องเป็นสายการบินแห่งชาติมาเลเซีย

ถ้าให้ผมตอบแบบเหนือธรรมชาติ ผมก็ต้องตอบว่า พระเจ้าลงโทษ หรือ กฎแห่งกรรมจัดสรรให้ เหมือนที่ผมเขียนไว้ในบทความนี้

มาเลเซียต้องถูกลงโทษ เพราะบาปกรรมที่ก่อกับไทย

แต่ถ้าให้ผมตอบแบบพอมีความเป็นได้มากขึ้นหน่อย ก็ต้องตอบว่า ผมค่อนข้างเอนไปทางเชื่อว่า สหรัฐฯ น่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ผิดปกตินี้มากกว่าชาติใด ๆ

เพราะเรื่องเครื่องบินโบอิ้ง ใครจะไปรู้ดีเท่ากับสหรัฐฯ ได้จริงไหม ?

แล้วถ้าเกิดมีการตกของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง ใครดูเสมือนเสียหายมากที่สุด ก็ต้องตอบว่า ดูสหรัฐฯน่าจะเป็นผู้เสียหาย เพราะเป็นเจ้าของยี่ห้อโบอิ้ง

แต่ถ้าจะให้แผนซับซ้อนมากกว่านั้น ถ้าเครื่องบินโดยสารตกในเขตของกบฎแบ่งแยกดินแดงยูเครนที่สนับสนุนโดยรัสเซียละ ถามว่า ใครน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด

แน่นอน ฝ่ายกบฎแบ่งแยกดินแดงยูเครนย่อมเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด เพราะเคยยิงเครื่องบินรบของยูเครนตกมาแล้วหลายลำ

แต่ถ้ามองในมุมกลับ ถ้าคนทั้งโลกเชื่อว่า รัสเซียกับฝ่ายกบฏยูเครนคือผู้ก่อเหตุดังกล่าว สหรัฐอเมริกากับ อียู ก็จะได้มีเหตุโจมตี ประณาม และคว่ำบาตรรัสเซียได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น 

ฉะนั้น ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากเหตการณ์ครั้งนี้กันแน่ ?

ถ้าเป็นกรณีรัสเซียหรือกลุ่มกบฏยิง ก็มีกรณีเดียวที่เป็นไปได้คือ เกิดความผิดพลาด เพราะไม่รู้จะยิงเครื่องบินมาเลเซียไปเพื่ออะไร เพราะมีแต่เสียกับเสีย


ถ้าเป็นกรณีสหรัฐอเมริกาคือผู้ก่อการ ที่ต้องเลือกมาเลเซีย อาจเพราะผู้นำมาเลเซียชอบรู้ทันสหรัฐอเมริกา จนสหรัฐอเมริกาหมั่นไส้??

เพราะมาเลเซียไม่ค่อยปล่อยให้สหรัฐอเมริกามาตักตวงผลประโยชน์ในมาเลเซียได้ง่าย ๆ เหมือนกับประเทศที่อยู่ติดกับมาเลเซีย ที่มีผู้นำประเทศคอยตามตูดสหรัฐฯ ตลอด



----------------

จำกรณี 911 ที่ตึกเวิร์ลเทรดโดนเครื่องบินชนได้ไหมครับ

ก็มีคนอเมริกันบางส่วนที่เชื่อในทฤษฎีที่ว่า สหรัฐอเมริกาก่อการนี้ขึ้นเอง เพื่อหาเหตุไปถล่มอัฟกานิสถานและไล่สังหารบินลาเดนได้อย่างชอบธรรมมากขึ้น

หลายคนอาจบอกว่า สหรัฐอเมริกาจะฆ่าประชาชนของตัวเองได้มากมายขนาดนั้นเลยเหรอ

เอ.. ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่มีหนังฮอลีวู้ดหลายเรื่องก็นำเสนอกรณี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาฆ่าประชาชนของตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญกว่า ในหนังหลายเรื่องอยู่เหมือนกันนะ


คลิกอ่าน ทฤษฎีอาถรรพ์ที่ทำให้เครื่องบินมาเลเซียสูญหายไร้ร่องรอย


วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คนเขากล่าวหา จาพนม อกกตัญญูครูจริงหรือ ?







คือ ผมรู้จักจาพนมครั้งแรก จากการที่ได้ดูรายการ เจาะใจ เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว จาพนม มากับ ท่านพันนา ฤทธิไกร (ผู้ล่วงลับไปแล้ว)

ผมอึ้ง ทึ่งมาก กับการโชว์ฝีมือยอดนักสตั๊นแมนที่กลายเป็นคนดังระดับโลกในวันนี้อย่าง จาพนม ในวันนั้นอย่างมาก แต่เอาเถอะ เรื่องนี้ผ่านไป

เพราะวันนี้ ท่านพันนา ฤทธิไกร ยอดปรมาจารย์คิวบู๊อันดับ 1 ของไทยก็ได้ล่วงลับไปแล้ว

ผมได้เขียนคำไว้อาลัยแก่ท่านพันนา ไปแล้วในบทความเรื่อง ขอไว้อาลัยแก่ท่านพันนา ฤทธิไกร

ผมอยากจะบอกคุณผู้อ่านทุกท่านว่า ท่านพันนา ถทธิไกร ได้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ โดยมี มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้แทนพระองค์ฯ เสด็จมาเป็นประธานในพิธี




ทีนี้คนไทยมากมายต่างสงสัยว่า ทำไมจาพนม หรือ Tony Jaa ไม่กลับมาร่วมงานศพเพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแก่ท่านพันนา ผู้เป็นเสมือนครูสอนศิลปะการต่อสู้และการแสดงสตั๊นแมนแก่ จาพนม

ผมก็สงสัยเหมือนทุก ๆ ท่าน ผมก็เลยไปโพสถามที่เพจของโทนี่จา

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 จาพนม ได้โพสในเพจ Tony Jaa ไว้ดังนี้



ผมก็ไปโพสถามจาพนม ตามนี้



ผมไม่ขอวิจารณ์อะไร เพราะผมก็ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมาก รู้แต่ว่า ลูกศิษย์ขอท่านพันนา มากันทุกคน เพราะเคาระท่านพันนาเป็นทั้งครูและพ่อผู้ให้กำเนิดในวงการสตั๊น

แต่จาพนม เขาก็ไม่ได้ตอบข้อสงสัยของผมนะครับ คงเพราะเขาคงไม่เห็นโพสของผมมั้ง

แต่ข้อสงสัยของผม ก็น่าสงสัยจริง ๆ ใช่ไหมครับ


แล้วมันแปลกตรงที่ เสี่ยเจียงก็ช้ำใจ เสี่ยเจียงก็โดนผู้คนด่าว่า เห็นแก่ผลประโยชน์
พ่อจา ก็เสียใจ คนก็ด่าว่า พ่อจา เห็นแก่ผลประโยชน์
แต่ท่านพันนา ก็ไม่เคยมีข่าวว่าเรียกร้องอะไรจาก จา นะ
แต่ จา ก็ไม่กลับมา งานท่านพันนา
ทำไมคนที่รักจา กลับโดน จา ทอดทิ้งหมดเลย มันน่าสนใจนะ

------------

วัฒนธรรมไทยและฝรั่ง ที่ดูเหมือนแตกต่างกันมากนั้น

แต่ก็มีเหมือนกันมากอยู่เรื่องนึงคือ การไปเคารพศพผู้มีพระคุณ พวกฝรั่งเขาก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ควรทำในชีวิตเช่นกัน



วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิธีการที่อิสราเอลใช้ตอบโต้ศัตรู เรียกว่าอะไร ?







ก่อนอื่นผมขอบอกคุณผู้อ่านบล็อคก่อนว่า ผมขอเป็นกลางกับกรณีความขัดแย้งของอิสราเอล กับ ฮามาส

ซึ่งผมก็เขียนแบบนี้ทุกครั้งในเฟสบุ๊คของผม เมื่อผมเล่าเรื่องสถานการณ์สงครามในฉนวนกาซ่า ว่า คนไทยต้องวางตัวเป็นกลางในเรื่องนี้เป็นการดีที่สุด

เรื่องความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล และปาเลสไตน์ หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งของยิว กับอาหรับ มันเป็นเรื่องที่มีบริบทมากมายเกินกว่าที่คนไทยเรา ๆ จะเข้าใจง่าย ๆ

ถ้าคุณไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ดีพอ ถ้าคุณไม่รู้เรื่องเนื้อหาในพระคัมภีร์ของทั้งสองศาสนาที่รบพุ่งกันดีพอ ถ้าคุณไม่รู้ข่าวจากทั้ง 2 ด้านมากพอ

วันนี้คุณอาจเห็นที่ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากมาย แต่ในทางกลับกัน ถ้าฮามาสเป็นฝ่ายเหนือว่า คนที่ตายมากมายก็จะเป็นชาวอิสราเอลแทน เพราะความโหดร้ายของคู่สงครามมีไม่ด้อยกว่ากันหรอกครับ

ผมแนะนำว่าคุณก็ควรอยู่เฉย ๆ และเป็นกลางในเรื่องนี้จะดีที่สุด

แต่บทความนี้ ผมอยากจะเขียนว่า ทำไมอิสราเอลถึงตอบโต้รุนแรงกับกลุ่มฮามาสเหลือเกิน

ถ้าในหลักการต่อสู้ที่ชาวมุสลิมเขาชอบใช้ก็คือ หลักตาต่อตา ฟันต่อฟัน

แต่สำหรับอิสราเอล หรือ ประเทศของชาวยิว เขาจะไม่สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางประเทศอาหรับรายล้อมเลย ถ้าพวกเขาอ่อนแอ หรือไม่เข้มแข็งพอ

ดังนั้น วิธีการเดียวที่อิสราเอล จะยังรักษาประเทศของพวกเขาไว้ได้ ก็คือ...

-----------

ด้วยความที่อิสราเอล ได้รับการยกย่องว่า เป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดชนชาติหนึ่งของโลก จนมีคำพูดที่ว่า "ผลิตภัณฑ์ไฮเทคทุกชนิดในโลกนี้ จะต้องมีส่วนประกอบอย่างน้อย 1 ชิ้นในสิ่งไฮเทคเหล่านั้น ที่คนอิสราเอลเป็นคนคิดเสมอ"

เพราะอิสราเอล เขาเป็นประเทศที่ขายนวัตกรรมทางความคิด ประเทศและบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ไฮเทคทั่วโลกต่างมาใช้บริการมันสมองของนักคิดของอิสราเอลช่วยคิดค้น วิจัย พัฒนา แทบทั้งสิ้น

"อิสราเอล สามารถเปลี่ยนทะเลทรายเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ได้ แต่คนไทยสามารถเปลี่ยนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นทะเลทรายได้"

(คนไทยแม่งเก่งเจงๆ )

--------------------

ดังนั้น ถ้าใครคิดมาทำลายอิสราเอล อิสราเอลจะตอบโต้อย่างรุนแรงมากกว่านั้น 10 เท่า แล้วถ้าผู้คิดทำลายอิสราเอลยังไม่ยอมหยุด อิสราเอลก็จะตอบโต้ให้รุนแรงขึ้นอีกเป็น 20 เท่า เรื่อยไปเรื่อย ๆ จนกว่าศัตรูจะหยุด

ฉะนั้น ใครก็อย่ามาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุด ถ้าศัตรูอิสราเอลไม่ยอมหยุดก่อน

เพราะอิสราเอลไม่ได้ใช้วิธีการ ตาต่อตาฟันต่อฟัน เหมือนที่มุสลิมใช้

แต่อิสราเอล จะใช้ "ถ้ามึงทำกูเจ็บสิบส่วน กูก็จะทำมึงเจ็บยิ่งกว่าร้อยเท่า" ตอบโต้ศัตรูของอิสราเอล !!

ถ้าศัตรูใช้ปืนสั้นยิง อิสราเอลจะใช้ M16 ยิงกลับ

ถ้าศัตรูยิงระเบิดมา อิสราเอลจะเอาเครื่องบินรบไปบอมบ์ถึงบ้านศัตรู

ถ้าศัตรูฆ่าคนอิสราเอลตาย 50 คน อิสราเอลก็จะล้างแค้นศัตรูคืนไป 1,000 คน (เป็นตัวเลขจริงของจำนวนฝ่ายฮามาสและชาวปาเลสไตน์ที่ตายนะเวลานี้)

ซึ่งอิสราเอลจะชอบเรียก การตอบโต้ศัตรูในแบบฉบับของพวกเขาว่า

"สงครามสั่งสอน"

หมายถึง ถ้าเจ้ายังไม่ยอมหยุด เราจะสั่งสอนเจ้าจนกว่าจะเข็ดหลาบ !!


-----------------

ขอสันติสุขจงมีแก่มวลมนุษยชาติเถิด



ปัญหาความรุนแรงทางภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน

พวกโจรก่อการร้าย 3 จังหวัดภาคใต้ไทย ต้องเจอการตอบโต้แบบวิธีของอิสราเอลเท่านั้น ไม่งั้นไม่มีทางจบ !!

คลิกอ่าน สปิริตของคนอิสราเอล


วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผู้ไม่สูญเสียคือนันทิดา ผู้เสียค่าโง่ คือ เจนี่







รูปจากละครกรุงเทพราตรี ตู่ นันทิดา เจนี่เทียน เล่นเป็นแม่ลูกกัน ซึ่งในละครฉัตรชัยเคยเป็นผัวตู่ นันทิดา แต่จะมาเอาเจนีที่เป็นลูกแท้ ๆ มาเป็นเมียเพราะความไม่รู้


ริง ๆ แล้ว ถ้าเรามองกันดี ๆ ตู่ นันทิดา ไม่เคยสูญเสียผัวของเธอไป เพราะเธอวางสถานภาพของเธอ เป็นเมียแต่ในนามเท่านั้นมาตลอด เพราะไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับสามีของเธอ (เหมือนกรณีของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย)

ผัวของเธอก็ซิ่งไปเรื่อย ๆ ในฐานะนักขับในวงการรถแข่ง ที่มีพริตตี้อึ๋ม ๆ มีให้ดริฟท์ให้ทดลองขับเพียบ

แค่ดริฟท์พริตตี้มันได้แต่มันส์  แต่ระดับเจ้าพ่อปากน้ำได้แค่นี้คงยังไม่สะใจ 
มันต้องดริฟท์นางแบบระดับประเทศบ้าง ทดลองขับระดับนางเอกละครบ้าง นั่นแหละ สะใจและดังดี

ถ้าผัวนันทิดาหรือสามีเจนี่ต้องเลิกกับเจนี่ จริง ๆ ก็ชิวชิว เพราะสามีเจนี่ไม่เคยมีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์ใด ๆ เพราะสันดานนักการเมือง ต้องยักย้ายถ่ายเททรัพย์ไปที่อื่น ๆ ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว

เจนี่ จ๊ะ ถ้าเขาเลิกกับเธอ เขาก็กลับไปใช้ชีวิตพ่อแม่ลูกกับนันทิดาเหมือนเดิม มันก็แค่กลับคืนสู่สามัญเดิม ๆ เท่านั้น

คิดจะคบกับลูกชายนักการเมืองที่หนีคดีคอร์รัปชัน ต้องฉลาดรู้ทันกว่านี้ นี่เหมือนถูกเฉาะฟรี ๆ แล้วก็ได้แต่ทะเบียนสมรสที่ไร้ค่า ไร้ราคา

เมื่อยามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน เมื่อยามชังแม้น้ำตาลก็ว่าขม
เมื่อฟันแล้ว ของเคย ๆ มันก็ปลง
หาของใหม่ ฟันเรื่อยไป นั่นแหละมันส์ 5555555



ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่า เจนี่จะเดินแผนชีวิตต่อไปอย่างไร

รอยฟกช้ำที่เกิดขึ้น หากเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เอฟเฟคละคร ควรแจ้งความเอาผิดไหม?

ผมว่าเจนี่คงไม่แจ้งความหรอก เพราะได้ไม่คุ้มเสีย แต่น่าจะเอาไว้ต่อรองสำหรับการหย่าร้างมากกว่า

-------------------

ที่ผมนำภาพจากละครที่ตู่ นันทิดา แสดงเป็นแม่ของเจนี่ มาประกอบ ก็เพื่อจะให้เห็นว่า

ตัณหาราคะมันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ แม้จะเป็นคนเคยรู้จัก เคยร่วมงานกันถึงขั้นในละครจะเคยเรียกว่า แม่ ก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถช่วยให้ยับยั้งชั่งใจอะไรได้หรอก

แล้วกฎแห่งกรรมจัดสรรจะพาไป




----------------

ภาพภ่ายครอบครัวล่าสุดของนันทิดาในปี 2560 

เมื่อน้องเพลง ลูกสาวของคุณตู่ นันทิดา ได้รับปริญญา และได้เชิญพ่อมาร่วมถ่ายรูปด้วย



วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การฝึกจิต ลดอัตตา ด้วยการล้างห้องน้ำวัด







มีดาราสาวคนหนึ่ง เธอไม่ค่อยดังหรอก แต่ผมกลับว่า เธอสวยและน่ารักเซ็กซี่มาก ๆ เธอคือ เอมมี่ เดอะกิ๊ก

แล้วพอดีผมได้เจอรูปนึงในอินสตาแกรมของเธอ เป็นรูปเธอกำลังล้างห้องน้ำในวัดแห่งนึ่ง (คาดว่าน่าจะเป็นวัดของหลวงพ่อจรัญ)

ซึ่งว่ากันว่า การล้างห้องน้ำให้วัด (หรือ ล้างห้องน้ำสาธารณะ) เป็นวิธีลดอัตตาที่ได้ผลดีที่สุด เร็วที่สุด วิธีหนึ่ง



การล้างห้องน้ำ ช่วยลดอัตตาได้อย่างไร

การยึดอัตตา คือ การยึดว่า ตัวกูของกู

เช่น คนรวย ก็ยึดติดว่า ฉันรวย ฉันสูงกว่าผู้อื่น ฉันจ่ายภาษีมากกว่าคนอื่น ฉันควรมีสิทธิกว่าคนจน

หากใครสามารถไปล้างห้องน้ำสาธารณะได้ นั่นคือ ย่อมลดความยึดถือในความสูงส่งของตนเองลง เพราะงานล้างห้องน้ำถือเป็นงานที่ต่ำสุดในการทำความสะอาดบ้าน ยิ่งถ้าไปทำความสะอาดห้องน้ำให้คนอื่นที่ไม่รู้จักได้ใช้ ได้ล่ะก็

แสดงว่า คนผู้นั้นได้ลดความเป็นอัตตาของตัวเองลงได้พอสมควร

งานที่ต่ำที่สุด จึงช่วยยกระดับจิตใจคนให้สูงขึ้นได้

ฉะนั้น ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่อยู่ในฐานะที่สูง ต้องยิ่งทำตัวให้เล็ก ต้องยิ่งทำตัวให้ติดดิน

ถามว่า ทำไมต้องเป็นการล้างห้องน้ำ

เพราะการล้างห้องน้ำ เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะไม่ยากจนเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป เปรียบเสมือนการฝึกโดดหอสูง คือไม่สูงมากไปจนคนไม่กล้า แต่ก็ไม่เตี้ยจนดูง่ายเกินไป

การล้างห้องน้ำสาธารณะ หรือล้างห้องน้ำวัดนั้น ในตอนหลังก็มีคนที่ทำไปเพื่ออยากอวดว่าตนได้มาทำ จนเหมือนเป็นแฟชั่น

หลายคนทำเป็นมาล้างห้องน้ำ แล้วก็ถ่ายรูปเซลฟี เพื่ออยากจะนำไปอวดผู้คนว่า ฉันได้มาล้างห้องน้ำแล้วนะ แต่ผลงานกลับทำชุ่ย ๆ ล้างได้ไม่สะอาด

การล้างห้องน้ำสาธารณะ การขัดห้องน้ำสาธารณะ ก็เปรียบเสมือนการขัดเกลาจิตใจตนเอง ยิ่งขัดล้างห้องน้ำได้สะอาดมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับได้ขัดเกลาจิตใจตนเองได้มากขึ้นเท่านั้น

ใหม่ ๆ ก็อาจฝีนใจทำ แต่ถ้าได้ทำบ่อย ๆ ยิ่งได้ล้างบ่อย ๆ ก็จะยิ่งลดอัตตาตนเองลงได้มากขึ้น ๆ

ที่ประเทศญี่ปุ่น มีชมรมอาสาสมัครล้างห้องน้ำสาธารณะ



คลิปเมื่อปี 2556 ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มอาสาล้างห้องน้ำสาธารณะในญี่ปุ่นมีจำนวนมากขึ้นอย่างมาก


วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความล้มเหลวเห่ยแตกของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2014






ที่จริง มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2014 ควรปลดออกให้หมดทั้ง 3 ตำแหน่งเลย

คนแรก มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส เธอสละตำแหน่งเองไปแล้ว เพราะทนกระแสกดดันแอนตี้ไม่ไหว

คนต่อมา คือ รองอันดับ 2 โดนปลดเพราะเธอไปถ่ายรูปนั่งถ่างขา แหกจ๊๊มิ ถ่ายรูปวิวาบหวิว แถมรับงานกระโดดแหกคร่อมผู้ชาย

ส่วนคนที่ไม่มีกระแสเรียกร้องให้ปลด ก็คือ รองอันดับ 1 ที่ชื่อแอลลี่ ผมว่า คนนี้ก็จะน่าจะปลดเหมือนกัน เพราะดันจูบผู้ชาย แล้วถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน .ซึ่งนี่มันไม่ใช่วัฒนธรรมไทย

ซึ่งถ้าเธอจะจูบ หรืออยากจะอะไรที่มากกว่านั้น ก็ไปจูบกันไป..กันเงียบ ๆ กันสองต่อสอง ไม่ใช่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีสำหรับเยาวชนนะ ผมว่านะ

หรือคุณผู้อ่านว่าไง ?




ต่อไปออกกฎไปเลยว่า ถ้านุ่งบิกินี่กอดผู้ชาย ถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ต้องมาประกวด ซึ่งนางงามคนนี้โดนขับออกจากกองประกวดตั้งแต่รอบเก็บตัว เธออ้างว่าเธอกอดกับกระเทยไม่ใช่กอดผู้ชาย ?

เอ่อ.. ในรูปมันดูเป็นผู้ชายเลย ใครจะไปรู้กับเธอด้วยล่ะครับ ว่า ชายปลอมหรือตุ๊ดจริงรึเปล่า

อีกอย่างก็คือ อย่าไปเป็นพริตตี้ประเภทที่ไม่เหมาะสม เช่น แหกจิ๊มิ แถมกระโดดขึ้นคร่อมผู้ชาย หรือนางแบบแนวเซ็กซี่ใส่บิกินี่ เป็นต้น

ที่สำคัญอย่าแสดงความเห็นทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่อยากจะด่าไอ้พวกชั่ว ๆ ก็ตาม ถ้าคิดว่าอนาคตจะมาประกวดนางงาม

จำไว้ จะโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งรัดรูป ต้องมาโชว์ตอนประกวดให้กรรมการจ้องตาเป็นมันเท่านั้น 555555

---------------

คำแนะนำ สำหรับสาว ๆ ที่อยากโชว์ของ.. ว่า อย่าโชว์ก่อนประกวดนางงาม ถ้าคิดว่าอยากจะไปประกวดนางงาม

แต่ให้มาโชว์นม แหกจิ๊มิ หลังได้ตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี เพราะค่าตัวมันได้เยอะกว่ากัน 100 เท่า แถมไม่โดนปลดออกจากตำแหน่งด้วย

555555


ย้ำอีกที ปลดแอลลี่ รองอันดับ 1 อีกคนเหอะ จูบผู้ชายขนาดนี้ มันเป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีเหรอครับ เยาวชนหญิงเด็กผู้หญิงเห็นตัวอย่างว่า นางงามทำแล้วกลับไม่มีใครว่า แถมยังยอมรับ ก็คงยิ่งจะเห็นว่า การจูบผู้ชายแล้วถ่ายรูปเก็บไว้เป็นเรื่องถูกต้องยิ่งขึ้น 


วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ที่เกาหลีใต้เจริญมากเพราะมีคนอย่าง โค้ชเช







ในวงการเทควันโดโลก จัดว่า โค้ชเช เป็นโค้ชที่อยู่ในระดับ 1 ใน 3 ของโลก เพราะตอนที่มีการแข่งขันระหว่างทีมเอเซีย ปะทะ ทีมยุโรป

โค้ชเช ได้ถูกเลือกจากยักษ์ใหญ่เทควันโดโลก ซึ่งก็คือ เกาหลีใต้ ได้เลือกให้โค้ชเชเป็น 1 ใน 3 โค้ชของทีมเอเซีย

พอผมได้รับรู้ว่า โค้ชเช มีเงินเดือนแค่ 6 หมื่นบาท จากการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วสมาคมเทควันโดจัดหามาเพิ่มเติมให้อีก รวม ๆ รายได้บวกค่าที่พักแล้ว ก็ได้ประมาณเดือนละ 2 แสนบาทเท่านั้น

รายได้ 2 แสนบาท อาจมองว่าค่อนข้างสูงในไทย แต่สำหรับที่เกาหลีใต้แล้ว ที่จัดว่า เป็นเงินเดือนที่ไม่ได้มากอะไรเลยเมื่อเทียบกับฝีมือของโค้ชเช

เพราะค่าแรงขั้นต่ำเกาหลีใต้ ในปี 2014 คือ 41,680 วอนต่อวัน หรือประมาณ 1,300 บาทต่อวัน หรือรายได้ขั้นต่ำตกเดือนละ 39,000 บาทเท่านั้น

ถ้าเทียบเงินเดือน 2 แสนบาทของโค้ชเช ก็จะมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำเกาหลีใต้เพียง 5 เท่าเท่านั้น


ถ้าเราลองนำมาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำไทยวันละ 300 บาท ถ้าเงินเดือนคนไทยที่มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 5 เท่า ก็จะมีเงินเดือน ๆ ละ 45,000 บาทเท่านั้น

เงินเดือน 45,000 บาท ของคนไทย ก็แค่เงินเดือนระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางต่ำแล้วด้วยซ้ำ

ฉะนั้นที่โค้ชเช อยู่เป็นโค้ชในไทยได้ ต้องอยู่ด้วยใจล้วน ๆ เท่านั้น

ถ้าไม่รักคนไทยจริง ไม่รักเมืองไทยจริง ๆ โค้ชเชคงเลือกไปเป็นโค้ชในประเทศที่ให้เงินเดือนสูงกว่านี้แน่นอน

-----------------

ฉะนั้น ถ้าเรามองที่โค้ชเช เป็นตัวอย่าง ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมประเทศเกาหลีใต้ถึงได้เจริญรวดเร็วมากขนาดนี้

นั่นเพราะ คนเกาหลีเขาทำงานด้วยใจมากกว่าเห็นแก่ผลตอบแทนสูงเป็นหลัก

เรียกง่าย ๆ ว่า ขอให้ใจรักซะอย่าง ก็ยอมทุ่มเทให้ได้หมดใจ เรื่องเงินและผลตอบแทนไว้ว่ากันทีหลัง

อุปนายกสมาคมเทควันโด บอกว่า โค้ชเชจัดเป็นคนที่บ้าซ้อม มาตรงเวลา แต่กลับช้ากว่าเวลา ทุ่มเทให้นักกีฬาสุด ๆ ลงซ้อมคู่กับนักกีฬาทุกวัน จนบางทีนักกีฬาก็เตะโค้ชเชจนโค้ชเชขาเดี้ยง ต้องเดินกระเผลก ๆ กลับบ้านบ่อย ๆ

อุปนายกสมาคมเทควันโด บอกว่า โค้ชเชจัดเป็นของดีราคาถูก หาโค้ขฝีมือระดับนี้ ในราคาเท่านี้ หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ โค้ชเชจึงอยู่เพราะใจล้วน ๆ

ด้วยอุปนิสัยคนเกาหลี ทำอะไรทำจริง ทุ่มเทเพื่องานเกินร้อยเหมือนคนญี่ปุ่น นี่แหละที่คนไทยควรดูไว้เป็นตัวอย่าง ว่าที่เกาหลีใต้เขาเจริญเพราะอะไร

ก็เพราะเกาหลีเขามีคนแบบโค้ชเช อยู่เยอะยังไงล่ะ นี่ขนาดไม่ใช่บ้านเกิดตัวเอง ยังทุ่มเทให้มากขนาดนี้

แล้วคนไทยล่ะ ทำอะไรเพื่อชาติไทยแบบโค้ชเช บ้างรึยัง ??

คนไทยยุคนี้ หรือวัยรุ่นยุคนี้ เริ่มกลายเป็นพวกเหยียบขี้ไก้ไม่ฝ่อมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ อยากทำงาน สบาย ๆ แต่ได้เงินเยอะ ๆ ทั้ง ๆ ที่ความรู้ความสามารถตัวเองก็ไม่ได้ดีอะไรเลย แต่ชอบหลงคิดว่า ตนเองนั้นเก่ง (กว่าความเป็นจริง)

โค้ชเช เป็นเสมือนครูที่ดุมาก ๆ แต่ก็ดุเพราะความรักนักกีฬา หวังให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ

โค้ชเช บอกว่า ที่กลับมาไทย เพราะได้หวนคิดถึงตั้งแต่ปี 2002 ที่มาเมืองไทยครั้งแรก มาจนวันนี้ มันเป็นความรักและความผูกพันไปแล้ว

เป้าหมายของนักกีฬาเทควันโดไทยทุกคนคือ เหรียญทองโอลิมปิค ซึ่งโค้ชเช ก็มีฝันเหมือนนักเทควันโดไทยเช่นกัน มันเป็นสัญญาใจที่ โค้ชเช มีต่อคนไทย

ขอขอบคุณโค้ชเช มาก ๆ ที่ทุ่มเทเพื่อวงการเทควันโดไทยขนาดนี้ ขอบคุณโค้ชเช ที่เป็นตัวอย่างครูที่ดี เป็นสุภาพบุรุษที่น่ายกย่อง

โค้ชเช คุณเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนไทยเลยครับ ขอนับถือจริง ๆ







คลิปสุดยอด เทควันโด !!




คลิกอ่าน เอาโค้ชเช คืนมา เอาความเหลาะแหละไร้วินัยของนักกีฬาไทยคืนไป

-->

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขอแสดงความไว้อาลัยแก่ ท่านพันนา ฤทธิไกร






ขอไว้อาลัยกับ ปรมาจารย์คิวบู๊ไทย ผู้ปั้น จาพนม

อาจารย์พันนา ฤทธิไกร เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 57 ปี

-----------

ผมยังจำได้ดี หนังเรื่อง เกิดมาลุย หนังไทยต้นทุนต่ำ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ได้ทำให้เด็ก ๆ อย่างผมในยุคนั้น ตื่นตาตื่นใจกับคิวบู๊ที่เจ๋งสุด ๆ

ผมยังจำได้ดี ฉากอาจารย์พันนา โชว์วิชาหมัดเมา เลียนแบบไอ้หนุ่มหมัดเมาของเฉินหลงในหนังเรื่องนี้

ขอให้อาจารย์พันนา ไปสู่สุคติครับ

ท่านได้สร้างสิ่งดี ๆ ทิ้งไว้ในแผ่นดินดินนี้ ให้คนรุ่นหลังได้จดจำ


รวมฉากเด็ด ๆ ใน เกิดมาลุย





รวมฉากเด็ด ของอาจารย์พันนา ในหนังไทยต้นทุนต่ำฝีมือของท่าน หลายเรือง



วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทีมฟุตบอล 3 ชาติที่ไม่ขอเตะในทวีปตัวเอง







ทีมชาติอิสราเอล และสโมสรฟุตบอลในอิสราเอล ไม่สามารถเตะในเอเซียได้ ทั้ง ๆ ที่อิสราเอลมีพื้นที่อยู่ในเอเซีย เนื่องจากปัญหาขัดแย้งกับชาติอาหรับหลายชาติจนถึงขั้นเป็นศัตรูกัน

ทำให้ทีมฟุตบอลของอิสราเอล ต้องขอไปเตะในโซนยุโรปแทน ด้วยเหตุผลเดียวคือ ห่วงความไม่ปลอดภัยของนักฟุตบอลและแฟนบอลอิสราเอลที่จะตามไปเชียร์


------------

ตรุกี เป็นชาติที่มาอาณาเขตอยู่ในทั้งเอเซียและยุโรป แต่ทีมชาติตรุกี เลือกที่จะเตะในโซนยุโรป รวมทั้งสโมสรในตรุกีก็เลือกที่จะเตะในถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกเช่นกัน

เพราะตรุกีเขาคิดว่า มาตรฐานฟุตบอลของเขาสูงกว่าในระดับเอเซีย และเพื่อรักษามาตรฐานกีฬาฟุตบอลของเขาให้อยู่ในระดับได้สูงต่อไป

ทีมชาติตรุกี เคยสร้างผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น โดยได้อันดับ 3

-----------

ออสเตรเลีย อยู่ในทวีปออสเตรเลียโอเชียเนีย แต่ทีมชาติออสเตรเลียเลือกจะมาเตะในโซนเอเซียแทน ก็เพราะ จะมีโอกาสได้ไปเตะฟุตบอลโลกได้ง่ายกว่า

เพราะผู้ชนะในโซนโอเชียเนีย ต้องไปเพลย์ออฟ กับอันดับ 5 ของโซนอเมริกาใต้ หรืออันดับ 5 โซนเอเซีย อีกรอบ

ทำให้ทีมชาติออสเตรเลียที่ผูกขาดแชมป์โซนโอเชียเนียมาโดยตลอด แทบไม่เคยได้ไปแข่งฟุตบอลโลก เพราะมักจะแพ้นัดเพลย์ออฟตลอด

ออสเตรเลียจึงขอย้ายมาเตะในโซนเอเซียแทน เพราะต้องการติด 1 ใน 4 ของเอเซีย ดีกว่าได้แชมป์โซนโอเชียเนีย แต่ต้องไปเพลย์ออฟอีกรอบ ซึ่งมักต้องไปเจอกับทีมอันดับ 5 อเมริกาใต้เป็นประจำ

อย่างล่าสุด แชมป์โซนดอเชียเนียคือ ทีมชาตินิวซีแลนด์ ที่ต้องไปเพลย์ออฟกับทีมชาติอุรุกวัย ทีมอันดับ 5 จากอเมริกาใต้ ซึ่งนิวซีแลนด์ก็โดนอุรุกวัยถล่มเละทั้งเกมเหย้าและเยือน

อีกเหตุผลก็คือ ทีมออสเตรเลียต้องการให้ทีมได้ยกระดับมาตรฐานเพิ่มขึ้น มีเกมเตะมากขึ้นจึงขอเลือกมาเตะในโซนเอเซียแทน เพราะในโซนโอเชียเนีย มีแค่ไม่กี่ทีมและมาตรฐานฟุตบอลยังค่อนข้างต่ำกว่าโซนอื่น ๆ

แถมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนครั้งที่จะถึงนี้ ออสเตรเลียก็จะมาเตะกับทีมในอาเซียนด้วยครับ

ส่วนชาติในอาเซียนที่ยอมให้ออสเตรเลียมาแข่งในถ้วยชิงแชมป์อาเซียนนั้น ก็เพราะเพื่อจะได้ยกระดับมาตรฐานฟุตบอลในอาเซียนขึ้นเช่นกัน รวมทั้งเหตุผลอื่น ๆ ทางด้านธุรกิจ



วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมสซี่ อาร์เจนตินา ชวดแชมป์ฟุตบอลโลกเพราะเสี่ยตัน อิชิตัน









ทีมชาติเยอรมัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 ฉลองการรวมชาติได้เป็นครั้งแรก ในแผ่นดินของทวีปอเมริกาใต้ ณ.ประเทศบราซิล

ด้วยการชนะอาร์เจนติน่า ไป 1:0 และเป็นการยิงในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากการยิงของตัวสำรอง ที่ชื่อ มาริโอ เกิทเซอ  ถือเป็นการได้แชมป์โลกครั้งแรกบนแผ่นดินอเมริกาใต้ของทีมจากยุโรปอีกด้วย






ก่อนหน้านั้น เยอรมันได้แชมป์ 3 สมัย แต่ในนามทีมชาติเยอรมันตะวันตก

แต่คนที่จะโดนด่ามากที่สุด ที่มีส่วนทำให้อาร์เจนติน่าแพ้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

คุณตัน ภาสกรนที นี่เอง ที่ทำเมสซี่ชวดแชมป์ เพราะโพสนี้ของคุณตัน





----------------

ก่อนหน้านี้ เสี่ยตัน แทงกั๊ก ก่อนแมทต์ชิง จนโดนแฟนทีมของทั้งสองชาติด่ามาแล้ว

เพราะเสี่ยตัน แกกวนโอ๊ย เขียนกำกวม ว่า ฝากเสื้อไปแลกกับเมสซี่ หลังได้แชมป์

แต่ที่เสี่ยตันแกให้สัมภาษณ์ในไทยรัฐว่า แกเชียร์เยอรมัน

ตกลง ทีมไหนจะซวยเพราะเสี่ยตันเชียร์กันแน่วะนี่

ผมว่า ใครเชียร์เยอรมันชักหนาว
ส่วนแฟนอาร์เจน ก็หายใจไม่ทั่วท้อง

ทางที่ดี แกไม่ควรบอกใครว่าแกเชียร์ที่ไหนเลยนะ




ในที่สุดทีมเยอรมันก็ได้แชมป์โลกแบบหืดขึ้นคอ

ส่วนอาร์เจนติน่าเองก็ทำโอกาสทองจะจะหลุดมือไปหลายครั้ง นั่นเพราะอิทธิพลจากเศรษฐีหวยชาเขียวไทยมันแรงจริง ๆ 555

------------

แม้คุณอิง ภาสกรนที เมียคุณตัน จะพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้คุณตันดีขึ้น ด้วยการสั่งห้ามคุณตันดูนัดชิงชนะเลิศ แล้วห้ามคุณตันบอกว่าจะเชียร์ทีมไหนอีก



แต่มันก็คงสายไปแล้ว เพราะสิ่งที่คุณตันโพสในเพจ ตัน ภาสกรนที ว่าจะแลกเสื้อกับเมสซี่หลังได้แชมป์ มันมีพลังทำลายล้างมากกว่าสิ่งอื่นใด

ขอแสดงความเสียใจแก่แฟนบอลอาร์เจนติน่า และเมสซี่ด้วยจริง ๆ

555555555




คลิกอ่าน ทีมฟุตบอล 3 ชาติไม่ขอเตะในทวีปตัวเอง



วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมื่อไหร่ทางด่วนขั้นที่ 1 จะได้ขึ้นฟรีสักที ?






เอ.. ผมเคยจำได้ว่า ทางด่วนเฉลิมมหานคร หรือ ทางด่วนขั้นที่ 1 ดินแดง ดาวคะนอง  ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2524 หรือเริ่มเปิดใช้ในประมาณปี 2525 นี่แหละ ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อครบสัญญา 30 ปี ก็ต้องคืนเส้นทางนี้ให้คนไทย ใช้ฟรี หรือเป็นของหลวง 100 %

จากปี 2525 มาถึงปี 2557 มันเลย 30 ปีมาแล้วนะครับ และที่ได้ชื่อว่า ทางด่วนเฉลิมมหานคร ก็เพราะตรงกับปีที่กรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปีพอดี ในปี พ.ศ. 2525

เพราะทางด่วนขั้นที่ 1 รัฐบาลลงทุนเอง แต่ต้องไปกู้เงินส่วนหนึ่งมาใช้ในการก่อสร้าง

ดังนั้นทางด่วนขั้นที่ 1 มันเริ่มต้นจากเงินคนไทย ที่ดินก็ของคนไทย  แต่รัฐต้องจัดเก็บค่าทางด่วนเพื่อจ่ายเงินคืนเงินกู้ ที่รัฐไปกู้มา

แล้วเมื่อพอคุ้มทุนแล้ว ครบระยะเวลา 30 ปีแล้ว รัฐจ่ายเงินกู้หมดแล้ว ทางด่วนขั้นที่ 1 ก็ควรจะจัดเก็บในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตอบแทนแก่คนไทยเจ้าของประเทศ จริงหรือไม่?

แต่แล้วก็เหมือนเรื่องนี้ก็หายไปเลย อยากให้ คสช. ช่วยตรวจสอบด้วย

เพราะปกติ เมื่อทางด่วนขั้นที่ 1 คุ้มทุนแล้ว ถ้าจะเก็บเงินต่อไป ก็ต้องเป็นสิทธิของรัฐบาล 100 % เป็นของกระทรวงคมนาคม 100 %

ทางด่วนขั้นที่ 1 ไม่ใช่ยังเป็นของรัฐวิสาหกิจอย่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอีก

ฉะนั้นค่าทางด่วนขั้นที่ 1 ต้องถูกลง !!

แต่ถ้าให้ดีที่สุด มันควรให้ทางด่วนขั้นที่ 1 ฟรี ครับ ขึ้นฟรี

หรือถ้าไม่ให้ขึ้นฟรี ก็เก็บให้ถูกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมว่า ถ้าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ก็น่าจะไม่เกิน 20 ปีต่อคันต่อครั้ง

-------------

จากข้อมูลการทางพิเศษแห่งประเทศไทยระบุว่า

๑.) สายดินแดง-ท่าเรือ  ๘.๙ กม. เริ่มเปิดใช้เมื่อ ๒๙ ต.ค. ๒๕๒๔
         
๒.) สายบางนา-ท่าเรือ  ๗.๙ กม. เริ่มเปิดใช้เมื่อ ๑๗ ม.ค. ๒๕๒๖

ทางด่วน 2 สายแรกของไทย อายุครบสัญญาสัมปทาน 30 ปี ไปแล้ว

๓.) สายดาวคะนอง-ท่าเรือ  ๑๐.๓๐ กม. เริ่มเปิดใช้เมื่อ ๕ ธ.ค. ๒๕๓๐

----------

ทำไมราคาทางด่วนขั้นที่ 1 ควรเก็บแค่ 20 บาท

ผมจำได้ว่า ตอนเด็กๆ ที่ได้มีโอกาสขึ้นทางด่วนขั้นที่ 1 ครั้งแรก ค่าผ่านทางเก็บรถยนต์ 4 ล้อเล็ก แค่ 10 บาทเท่านั้นเอง

จากปี พ.ศ. 2525 ค่าผ่านทางด่วนแค่ 10 บาท ก็กลายเป็น 50 บาทแล้วในวันนี้ในปี 2557

30 กว่าปีผ่านไป ราคาค่าทางด่วนขั้นที่ 1 เพิ่มขึ้น 5 เท่า

ในปี พ.ศ. 2525 ค่าแรงขั้นต่ำ 61 บาทต่อวัน
ในปี พ.ศ. 2557 ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน

สรุปก็คือ ถ้าดูเฉพาะค่าแรงขั้นต่ำในปี 2525 เทียบกับปี 2557 อาจมองว่า ค่าทางด่วน 50 บาท ก็ดูเหมาะสมดีแล้ว ไม่ใช่เหรอ ?

แต่ถ้าเรามองในความเป็นจริงอีกด้านก็คือ ถ้าตอนนี้ทางด่วนขั้นที่ 1 เป็นของรัฐ 100 % แล้ว หรือเป็นของแผ่นดิน 100 % ไปแล้ว

ค่าทางด่วนมันควรจะถูกลงกว่าเดิม ไม่ใช่ยังคิดแพงเหมือนเดิม คือยังคิดค่าผ่านทาง ในราคาถึง 1 ใน 5 จากค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบัน

ผมว่า ทางด่วนขั้นที่ 1 โดยเฉพาะใน 2 สายแรก คือ สาย ดินแดง-ท่าเรือ และ สาย บางนา-ท่าเรือ ควรเก็บค่าผ่านทางเกิน 20 บาทนั่นแหละ ดีที่สุด เพราะมันเป็นของประชาชนแล้วไม่ใช่เหรอ ?

และเมื่อทางด่วนขั้นที่ 1 สายที่ 3 คือ สายดาวคะนอง-ท่าเรือ ครบสัญญา 30 ปี ในพ.ศ. 2560 สายนี้ก็ต้องจัดเก็บค่าผ่านทางถูกลงให้เท่ากับ 2 สายแรก


อัตราค่าผ่านทางด่วนขั้นที่ 1 ในปี 2557




ต่อมาผมได้ส่งข้อความไปถามเพจ การทางพิเศษแห่งประเทศ แล้ว

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ผมได้ส่งข้อความไปถามเพจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตามนี้



ผมก็รออยู่หลายวันแล้วว่า เมื่อไหร่เขาจะมาตอบในสิ่งที่ผมสงสัย เพราะถ้าไม่มาตอบ

ผมขออนุมานไปเลยว่า การทางพิเศษกำลังปกปิดความจริงหรือกำลังหมกเม็ดเรื่องทรัพย์สินของคนไทย

หรือว่า คนไทยเราจะโดนโกงสมบัติของชาติไปซะทุกเรื่องนะ ?

---------------------

อัพเดทล่าสุด 

เพจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็เพื่งจะตอบกลับมาผมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ตามนี้






เขาตอบไม่ตรงคำถามของผม !!
เพราะผมถามเฉพาะทางด่วนขั้นที่ 1 เท่านั้น แต่การทางพิเศษตอบไม่ตรงคำถาม แถมโบ้ยว่า ได้ทำสัญญาแบ่งผลประโยชน์กับบริษัททางด่วนกรุงเทพฯ จำกัด

ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 57 ผมเคยเขียนไปถามเพจของบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด ไว้ก่อนแล้ว ตามนี้



ทางด่วนขั้นที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ บ.ทางด่วนกรุงเทพ จำกัดแต่อย่างใด

การทางพิเศษแห่งประเทศ ช่วยตอบกลับผมอีกทีนะครับ ผมจะรอ

---------------

แถมท้ายด้วยความเห็นของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ที่โพสใน เพจ ชูวิทย์ NO.5 กรณีการปรับขึ้าค่าทางด่วนทุกขั้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2556 ไว้ว่า

"...เมื่อไหร่จะเลิกโง่เสียที?

วันนี้ รมว.กระทรวงคมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชี้แจงในเฟสบุ๊คกรณีขึ้น "ค่าทางด่วน" โดยบอกว่า ทางด่วนขั้นที่ 1 รัฐลงทุนเอง และขั้นที่ 2 เอกชนลงทุน ส่วนที่เอกชนลงทุนนั้น มีสัญญาว่า จะต้องปรับราคาทุก 5 ปี ครบกำหนด 1 กันยายน 2556 นี้

ท่านบอกอีกว่า "ถึงรัฐบาลต้องการตรึงราคาเท่าใด ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมีข้อผูกพันด้านสัญญา เช่นเดียวกันกับ BTS และ รถไฟใต้ดิน ที่ไม่สามารถควบคุมค่าโดยสารได้ เพราะต้องทำตามสัญญา"

ดูเอาเถอะครับ ว่าเรามี "กระทรวงคมนาคม" ไว้ทำไม?

เมื่อโครงการใหญ่ๆทุกโครงการ มักจะทำแบบ "คนละครึ่งทาง" ทางด่วนมี 2 ขั้น ขั้นที่ 1 รัฐลงทุนเอง แต่พอถึงขั้นที่ 2 ดันให้เอกชนลงทุน ในเมื่อทำเองได้ตั้งแต่ขั้นที่ 1 แล้วทำไมขั้นที่ 2 ต้องไปให้เอกชนทำ?

เมื่อเอกชนเห็นว่ามีกำไรชัดๆ เลย "ยืมมือ" รัฐ สานต่อในขั้นที่ 2 เป็นเรื่อง "โง่" ของรัฐเอง ที่ดันไปให้เอกชนทำแล้วระบุในสัญญา "น้ำท่วมปาก" ตอบกันแบบ "กำปั้นทุบดิน" ไม่น่าจะเป็นระดับ "รองศาสตราจารย์" อย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พูด

การไปยก "ข้ออ้าง" ว่ารัฐบาลในอดีตทำสัญญา แล้วรัฐบาลปัจจุบันไม่แก้ไข จะมีรัฐบาลไปทำไม?

หรือจะ "โบ้ย" อยู่อย่างเดียวว่าระบุในสัญญา อย่างนี้จะมี รมว.คมนาคม ไปทำไม?"

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำไมสหรัฐอเมริกาชอบเสือกการเมืองไทย







ปตท. กับ เชฟรอน บอกว่า แหล่งน้ำมันของไทยมันเล็ก ก็เลยขอเป็นสัมปทานจึงจะคุ้มค่ากับการลงทุนสำรวจ แต่ทีแม่งแดกราคาน้ำมันสิงคโปร์มานาน ทำหน้าเซ่อไม่พูดถึงว่าคุ้มทุนนานแล้ว

แต่คนที่ต่อต้าน ปตท. เขาก็บอกว่า ขนาดเล็กพ่อมึงสิ พวกมึงหลอกคนไทยเพื่อพวกมึงจะได้แดกกันเองอิ่มหมีพลีมันล่ะสิไม่ว่า

ข้อสังเกต คือ ถ้าประเทศใดที่มีทรัพยากรน้ำมันมาก ประเทศนั้นสหรัฐอเมริกาจะเสือกมากเป็นพิเศษ แต่ประเทศใดไม่มีน้ำมัน สหรัฐอเมริกาไม่ค่อยอยากเสือก นี่คือเรื่องจริงที่มุสลิมอาหรับรู้ทั้งโลก

ส่วนประเทศไหนไม่มีทรัพยากรให้สหรัฐฯ มาสูบเท่าไหร่ มันก็จะไม่ค่อยสนใจ


แล้วการที่สหรัฐอเมริกามาเสือกกับไทยมากในตอนนี้นั้น ก็ไม่ใช่อะไรหรอก สหรัฐฯ ก็แค่อยากให้นักการเมืองเหี้ย ๆ ของไทยมีอำนาจต่อไป พวกนักการเมืองมันจะได้ช่วยต่อสัมปทานให้บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันมาสูบจากประเทศไทยต่อไปสบาย ๆ อีกนาน ๆ

คนไทยที่ต่อต้าน ปตท. เขาบอกว่า ประเทศไหน ๆ ที่เขามีน้ำมันให้ต่างชาติมาขุดมาสูบ เขาก็ใช้ระบบแบ่งสรรผลประโยชน์กันทั้งนั้น เช่น บริษัทน้ำมันสูบน้ำมันได้ 100 ต้องแบ่งให้รัฐบาลเจ้าของประเทศ 60-70 %

แต่มีประเทศไทยประเทศเดียวที่นักการเมืองไทยโดยเฉพาะทักษิณ ซึ่งไม่กี่วันก่อน รายงานข่าวช่องโมเดิร์นไนน์เพิ่งรื้อฟื้นความหลังว่า ทักษิณนี่แหละที่เห็นชอบให้มีการใช้ระบบสัมปทานพลังงานต่อไป หลังจากที่ ปตท. แปรรูปแล้วในสมัยทักษิณ

ก็ทักษิณมันก็รวยมาจากสัมปทานเหมือนกันนี่นา


แต่ที่จริงแม่งก็เลวทุกรัฐบาลทุกพรรคนั่นแหละ เพราะไม่เสือกมีรัฐบาลไหนคิดจะยกเลิกระบบสัมปทานพลังงาน ที่รัฐได้แค่่ค่าภาคหลวงราคาถูก ๆ เท่านั้น แล้วหันมาใช้ระบบแบ่งสรรผลประโยชน์เหมือนประเทศอื่น ๆ เลยสักรัฐบาลเดียว

ทำให้บริษัทน้ำมันขุดน้ำมันได้มากเท่าไหร่ ก็ต้องเป็นของบริษัทน้ำมันหมด

สหรัฐอเมริกา มันเลยชอบนักการเมืองไทยด้วยประการละฉะนี้แล !!

-----------------------


ประวัติ เชฟรอนประเทศไทย จากเว็บ เชฟรอนประเทศไทย

หลังจากที่เชฟรอนได้มีการผนวกรวมกิจการกับยูแคลไทยแลนด์เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 ได้สร้างเสริมฐานธุรกิจของเชฟรอนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่งในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติชั้นนำของประเทศไทย

ขณะนี้เรามีแท่นที่ดำเนินการผลิตปิโตรเลียมมากกว่า 230 แท่นในอ่าวไทย ซึ่งผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (คอนเดทเสท) ได้ประมาณ 120,000 บาร์เรลต่อวัน และก๊าซธรรมชาติอีกกว่า 1,700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 

ปัจจุบันเชฟรอนมีแปลงสัมปทานครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้นมากกว่า 32,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย โดยปริมาณการผลิตในปัจจุบันมาจากพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม 27 แห่ง

นอกจากนี้ เชฟรอนยังถือหุ้นร้อยละ 16 ในแหล่งก๊าซอาทิตย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนวมินทร์อีกด้วย

ก๊าซธรรมชาติที่เชฟรอนผลิตได้ในประเทศไทยสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 1 ใน 3 ของปริมาณความต้องการภายในประเทศ

โดยก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้มากกว่าร้อยละ 75 นำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 25 นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงพาหนะ ก๊าซหุงต้ม และวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ทั้งนี้ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ทั้งหมด เชฟรอนจัดส่งขายให้กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่ง ปตท. จะส่งก๊าซผ่านท่อใต้ทะเลไปยังโรงแยกก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ที่จังหวัดระยองและนครศรีธรรมราช เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

ส่วนน้ำมันดิบที่เราผลิตได้นั้นจะมีการจัดจำหน่ายให้กับโรงกลั่นในประเทศ เช่น ไทยออยล์และบางจาก และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศด้วย

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด มีผู้ร่วมทุนในการดำเนินกิจการ 4 บริษัท ได้แก่:

บริษัท มิตซุยออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด
บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
บริษัท เฮสส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
บริษัท พลังโสภณ สอง จำกัด

------------------

ผมขอเสริมอีกนิด 

รัฐบาลไทยถือหุ้นใน ปตท. 51 % แทนที่ก๊าซที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะได้ราคาถูก แต่กลับกลายเป็นว่า ปตท. แม่งขายก๊าซให้การไฟฟ้าแพงหูฉี่กว่ากลุ่มใด ๆ

นั่นแสดงว่า การที่รัฐบาลถือหุ้น ก็ไม่มีบทบาทอะไรที่ช่วยคนไทยได้เลย ก็เพราะข้าราชการที่ส่งไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ก็เข้าไปแดกผลประโยชน์ในการไฟฟ้า และ ปตท. ทั้งสิ้น !!


------------------------

ประวัติและการดำเนินงานของ เชฟรอนประเทศไทย

กว่าห้าทศวรรษของการดำเนินงานในประเทศไทย

พ.ศ. 2555 ฉลองครบรอบ 50 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
พ.ศ. 2554 ผลิตก๊าซครบ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2554 ผลิตน้ำมันครบ 300 ล้านบาร์เรล
พ.ศ. 2554  ผลิตก๊าซธรรมชาติจากพื้นที่ผลิตปลาทอง ระยะที่ 2 เป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2554  ฉลองครบรอบ 30 ปี เอราวัณ แหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งแรกในอ่าวไทย
พ.ศ. 2554  ฉลองการผลิตน้ำมันครบ 200 ล้านบาร์เรลจากพื้นที่ผลิต B8/32
พ.ศ. 2554  เปิดศูนย์ขนส่งทางอากาศแห่งใหม่ ที่ จ. นครศรีธรรมราช
พ.ศ. 2553 ผลิตคอนเดนเสทครบ 300 ล้านบาร์เรล
พ.ศ. 2553  ครบรอบ 30 ปีศูนย์เศรษฐพัฒน์ จ. สงขลา
พ.ศ. 2552 ผลิตก๊าซครบ 9 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2551 ผลิตก๊าซครบ 8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2550  ได้รับสัมปทานแปลงใหม่อีก 4 แปลงได้แก่ G4/50, G6/50, G7/50 และ G8/50 โดยเชฟรอนเป็นผู้ดำเนินการในสามแปลงแรก
พ.ศ. 2550
ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติสำหรับแปลงสัมปทานหมายเลข 10-13 ในอ่าวไทย กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยเชฟรอนจะจัดส่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นที่อัตรา 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เป็นต้นไป
พ.ศ. 2550 ได้รับการต่ออายุสัมปทานการผลิตในอ่าวไทยแปลง 10-13 อีก 10 ปี (พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2565)
พ.ศ. 2550 ผลิตก๊าซธรรมชาติส่งเข้าท่อก๊าซเส้นที่ 3 ของ ปตท. เฉลี่ยวันละ 240 ล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2549 ผลิตก๊าซครบ 7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2549 ได้รับสัมปทานในอ่าวไทยเพิ่มเติมอีก 2 แปลงได้แก่ จี 4/48 (ครอบคลุมพื้นที่ 504 ตารางกิโลเมตร) และ จี 9/48 (ครอบคลุมพื้นที่ 252 ตารางกิโลเมตร)
พ.ศ. 2549 สร้างสถิติยอดผลิตน้ำมันบรรลุ 70,000 บาร์เรลต่อวันบนพื้นที่ผลิตบี 8/32
พ.ศ. 2548 ควบรวมกิจการระหว่างยูโนแคลคอร์ปอเรชั่นกับเชฟรอนคอร์ปอเรชั่น และเปลี่ยนชื่อจากบริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด เป็น บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
พ.ศ. 2548 ผลิตก๊าซครบ 6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2547 ประสบความสำเร็จในการขุดเจาะหลุมสำรวจ 4 หลุมที่แปลง A ประเทศกัมพูชา
พ.ศ. 2547 ประสบความสำเร็จในการขุดเจาะหลุม 1 หลุมที่ลันตา 1 และ ลันตา 2 ในแปลง จี 4/43
พ.ศ. 2547 ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านบริหารความปลอดภัยจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2546 ผลิตก๊าซครบ 5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2546 ผลิตน้ำมันดิบครบ 5 ล้านบาร์เรล
พ.ศ. 2546 เซ็นสัญญาแปลง จี 4/43 และ แปลง 9A ในอ่าวไทย
พ.ศ. 2545 สร้างสถิติยอดผลิตน้ำมันบรรลุ 60,000 บาร์เรลต่อวันบนพื้นที่ผลิตบี 8/32
พ.ศ. 2545 ลงนามในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติแหล่งเอราวัณและแหล่งยูโนแคล 2/3 ลดราคาก๊าซธรรมชาติรวมมูลค่า 10,294 ล้านบาทภายในระยะเวลา 10 ปี
พ.ศ. 2545 ฉลองครบรอบ 40 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
พ.ศ. 2545 ได้รับสัมปทานการสำรวจในแปลง A ประเทศกัมพูชา
พ.ศ. 2545 แผนกวิเคราะห์และควบคุมผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับรางวัลประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ ISO 9001
พ.ศ. 2544 ขุดเจาะหลุมน้ำมันในแนวนอน (horizontal monobore oil well) หลุมแรกในอ่าวไทย
พ.ศ. 2544 สร้างสถิติผู้นำการผลิตน้ำมันในอ่าวไทยบรรลุ 38,000 บาร์เรลต่อวัน
พ.ศ. 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของแท่นกระบวนการผลิตน้ำมันแหล่งปลาทอง นับเป็นแท่นกระบวนการผลิตปิโตรเลียมแท่นแรกที่สร้างและประกอบในประเทศไทย
พ.ศ. 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดแหล่งก๊าซไพลินในอ่าวไทย
พ.ศ. 2543 ผลิตก๊าซครบ 4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2543 ค้นพบแหล่งน้ำมันชบา ได้รับสัมปทานการสำรวจแหล่งจามจุรีเหนือ
พ.ศ. 2542 ประสบผลสำเร็จเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ในการขุดเจาะหลุมก๊าซตามแนวนอนเป็นหลุมแรกที่หลุม "ตราด A-07" ณ ความลึก 1,990 เมตร (6,530 ฟุต)
พ.ศ. 2542 ห้องปฏิบัติการตรวจสอบสงขลาของยูโนแคลได้รับใบรับรองมาตรฐาน มอก. 1300 (ISO/IEC Guide 25) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2542 ค้นพบแหล่งน้ำมันดิบปริมาณเชิงพาณิชย์ในอ่าวไทย ในแปลงสำรวจที่ 10A และ 11A
พ.ศ. 2542 ขุดเจาะหลุมก๊าซในแนวนอนหลุมแรกในอ่าวไทย
พ.ศ. 2542 เริ่มการผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งเบญจมาศในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยเชฟรอนเป็นผู้ผลิตในวันที่ 1 ตุลาคม
พ.ศ. 2542 เชฟรอนควบรวมกิจการกับ Rutherford Moran Oil Corp. ในวันที่ 17 มีนาคม
พ.ศ. 2541 ฉลองครบรอบ 36 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
พ.ศ. 2541 เซ็นสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวกับ ปตท.
พ.ศ. 2540 ได้รับรางวัลประกาศนียบัตร ISO 14001 ในระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2540 ผลิตก๊าซธรรมชาติครบ 3 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2540 ติดตั้งแท่นผลิตก๊าซ 3 ขาแท่นแรกที่ก่อสร้างในประเทศไทย
พ.ศ. 2540 เริ่มการผลิต ณ แหล่งทานตะวันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และค้นพบแหล่งมะลิวัลย์
พ.ศ. 2539 ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติแหล่งไพลินกับ ปตท.
พ.ศ. 2538 ค้นพบแหล่งเบญจมาศ และเริ่มต้นพัฒนาแหล่งทานตะวัน
พ.ศ. 2538 ขยายศูนย์เศรษฐพัฒน์ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีปิโตรเลียมที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ โดยการเพิ่มหน่วยฝึกอบรมปฏิบัติการฉุกเฉินและสถานีความปลอดภัยในน้ำ
พ.ศ. 2537 ได้รับรางวัลประกาศนียบัตรรับรองระดับสามขั้นสูง ด้านการจัดการสุขภาพและความปลอดภัย จากสถาบัน DNV ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ดำเนินการรับรองความปลอดภัยตามระบบ International Safety Rating System (ISRS)
พ.ศ. 2537 ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านการบริหารความปลอดภัยของกระทรวงอุตสาหกรรม มอบให้โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2537 ผลิตก๊าซครบ 2 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2535 ค้นพบแหล่งทานตะวันในอ่าวไทย
พ.ศ. 2534 ได้รับสัมปทานการสำรวจปิโตรเลียมแปลง B8/32
พ.ศ. 2533 ผลิตก๊าซครบ 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
พ.ศ. 2533 ติดตั้งสถานีเรดาร์ตรวจอากาศนอกฝั่งที่แหล่งก๊าซสตูล
พ.ศ. 2531 ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซฉบับที่ 3 กับ ปตท.
พ.ศ. 2525 ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซฉบับที่ 2 กับ ปตท.
พ.ศ. 2524 เริ่มผลิตก๊าซส่งขึ้นฝั่งที่โรงแยกก๊าซของ ปตท. จังหวัดระยอง
พ.ศ. 2523 ก่อตั้งศูนย์เศรษฐพัฒน์ เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีปิโตรเลียมสำหรับพนักงานชาวไทย
พ.ศ. 2521 ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซฉบับแรกกับ ปตท.
พ.ศ. 2516 ประสบความสำเร็จค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติปริมาณเชิงพาณิชย์แหล่งแรกของประเทศ ในแปลงหมายเลข 12 ซึ่งภายหลังตั้งชื่อว่าแหล่ง "เอราวัณ"
พ.ศ. 2511 ได้รับสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมแปลงหมายเลข 12 และ 13 ในอ่าวไทย
พ.ศ. 2505 บริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด เป็นบริษัทแรกที่ได้รับอนุมัติสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมจากรัฐบาลไทย บริเวณที่ราบสูงโคราช