วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

ภาษิตจีน "พี่น้องเหมือนแขนขา ลูกเมียเหมือนเสื้อผ้า"






ภาษิตจีนยุคสามก๊ก "พี่น้องเหมือนแขนขา ลูกเมียเหมือนเสื้อผ้า การงานคือชีวิต"

ความหมายคือ พี่น้องสำคัญกว่าลูกเมีย เพราะพี่น้องตายไปก็หามาแทนใหม่ไม่ได้ แต่ลูกเมียตายไป ยังหาใหม่ได้

ตัวอย่างเช่น 3 พี่น้องร่วมสาบาน เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย รักกันดุจดั่งพี่น้องท้องเดียวกัน ยอมเสียสละตายแทนกันได้

ส่วนการงาน คือชีวิต หมายถึง การทำหน้าที่รับผิดชอบในการงาน คือสิ่งสำคัญที่สุดของลูกผู้ชาย

ถ้าเมียคนไหนเข้าใจสุภาษิตนี้ และยอมรับความหมายของสุภาษิตนี้ได้ เธอคือ ยอดภรรยาที่ดีที่สุด

เช่น ถ้าสามีเป็นตำรวจ เมื่อมีงานในหน้าที่ต้องกระทำ ผู้เป็นเมียที่ดีของตำรวจจะเข้าใจความสำคัญในหน้าที่ของสามีดี

หรือ สามีเป็นนายแพทย์ หากมีชีวิตผู้ป่วยเร่งด่วน ต้องรีบออกจากบ้านไปรักษา ผู้เป็นภรรยาที่ดีของหมอ ย่อมเข้าใจในความสำคัญในหน้าที่ของสามีดี

แต่ความเชื่อแบบฝรั่งทำให้เชื่อว่า ครอบครัวสำคัญที่สุด นั่นแหละ ครอบครัวถึงหย่าร้างและแตกแยกกันมากขึ้น

อย่าเชื่อฝรั่งมากนัก เพราะบรรพบุรุษชาวจีนเขาสอนมาดีแล้ว

เพราะครอบครัวจะไปไม่รอด หากหน้าที่การงานของพ่อแม่ล้มเหลว

---------------------

ภาษิตนี้ ต้องแยกออกจากความรู้สึกจริงในใจ

แน่นอน สามีย่อมรักเมียและลูก ลูกเหมือนแก้วตาดวงใจ

แต่ภาษิตดังกล่าว ทำให้ลูกผู้ชายรู้จักหน้าที่ และการทำหน้าที่ในอาชีพ เช่น การรับใช้ชาติ ปกป้องชาติในฐานะชายชาติทหาร คือสิ่งสำคัญที่สุด

เมีย เมื่อเลิกกัน ก็เป็นคนอื่น
ส่วนลูก ถ้ามันอกตัญญูก็เจ็บปวดที่สุด

หลักสำคัญในภาษิตยุคสามก๊กนี้ มีที่มาจากในยุคโบราณมักมีการศึกสงครามอยู่เสมอ การทำหน้าที่ของลูกผู้ชายที่สำคัญที่สุด ก็คือ หน้าที่ปกป้องบ้านเมืองและแผ่นดินเกิด ครับ

เพราะการปกป้องแผ่นดินไว้ได้ ก็คือ การปกป้องลูกเมียพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ดีที่สุด

ฉะนั้น เมียที่ดียอมอดทนให้สามีไปทำหน้าที่ เช่น ไปรับใช้ชาติ หรือออกไปทำมาหากินได้โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

"แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ย่อมมีศรีภรรยาอยู่เบื้องหลัง ฉันใด ความสำเร็จในการงานของผู้ชายย่อมมีเมียที่ดีอยู่เบื้องหลัง ฉันนั้น"

ในยุคปัจจุบัน ยิ่งถ้าสามีภรรยาทำงานเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน คุณจะยิ่งเข้าใจเลยว่า การงานสำคัญที่สุดอย่างไร แม้ในใจทุกคนครอบครัวจะสำคัญที่สุดก็ตาม

แต่ผู้มีปัญญาต้องรู้จักบาลานซ์หน้าที่การงานและความรับผิดชอบต่อครอบครัวให้ดี จะละทิ้งสิ่งใดเพื่อสิ่งใดมากเกินไปไม่ได้

เช่น หากวันนี้จำเป็นต้องทุ่มเทเพื่อการงานสำคัญเร่งด่วนก่อน เมื่อการงานผ่านช่วงเวลาสำคัญเร่งด่วนไปแล้ว ก็ต้องรีบกลับมาบาลานซ์ความรับผิดชอบต่อครอบครัวให้สมดุล เพื่อชดเชยเวลาที่ต้องไปทุ่มเทให้การงานก่อนครอบครัว นะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น