วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทีวีสีถูกลง ข้าวเปลือกแพงขึ้น แต่ชาวนาจนกรอบเหมือนเดิม






แม่ผมทำงานในบริษัทผลิตและเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่ง เวลาผมเลิกเรียนอนุบาล ก็ต้องไปนั่งรอแม่เลิกงาน ในโชว์รูมของบริษัททุกวัน

ผมเดินดูราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าในโชว์รูมตั้งแต่เด็ก จำได้ว่า ทีวีสีขนาด 20 นิ้ว เมื่อ 35 ปีก่อนใส่ตู้ไม้อย่างดี ราคาประมาณหมื่นห้าพันบาท

ซึ่งในสมัยนั้น ราคาข้าวเปลือกเกวียนละเท่าไหร่ผมไม่แน่ใจ แต่น่าจะราคาเกวียนละไม่เกิน 800 บาท และจำได้แต่ว่า ข้าวแกงราคาจานละ 2 บาทเท่านั้น

แต่ในปัจจุบัน ทีวีสี 21 นิ้ว จอแบน ราคาเครื่องละ 2 พันกว่าบาทเท่านั้น ในขณะที่ข้าวเปลือกราคาเกวียนละ 8 พันบาท ณ.วันนี้ปี 2557 (ซึ่งถ้าไม่มีข้าวค้างในสต็อครัฐบาลมากถึง 18 ล้านตัน ราคาข้าวในวันนี้ก็น่าจะแตะ 9,000 - 10,000 บาทได้)

ค่าแรงขั้นต่ำเมื่อ 30 กว่าปีก่อนตกวันละ 30 บาท แต่ทั้ง ๆ ที่ค่าแรงขั้นต่ำในวันนี้ คือ 300 บาท/วัน ส่วนราคาทีวีสีในยุคนี้กลับถูกลงกว่าเมื่อ 30 กว่าปีก่อนหลายเท่า ค่าแรงขั้นต่ำแพงขึ้น แต่ราคาทีวีสีกลับถูกลง 

และผู้ผลิตทีวีขายในวันนี้ ส่วนใหญ่เขาก็ยังรวยเหมือนเดิม (แม้จะมีหลายยี่ห้อเลิกราในไทยไปแล้วก็ตาม) 

ถามว่า ทำไมทีวีสึราคาถูกลงมาก ผู้ผลิตทีวีกลับไม่มีใครผูกคอตาย ?

ในขณะที่ข้าวเปลือกในวันนี้ราคาแพงกว่าเมื่อ 30 กว่าปีก่อนหลายเท่า แต่ชาวนาไทยกลับยากจนซ้ำซากเหมือนเดิม

นี่คือความผิดปกติของระบบเศรษฐกิจแล้วล่ะครับ เพราะราคาอาหารแพงขึ้น ตามหลักผู้ผลิตอาหารควรจะรวยขึ้นใช่ไหม แต่กลายเป็นว่า อาหารแพงขึ้นผู้ผลิตอาหารกลับยิ่งจนลง แต่นายทุน พ่อค้าคนกลางยังรวยมากขึ้นเหมือนเดิมทุกยุคทุกสมัย

ทำไมข้าวเปลือกแพงขึ้น แต่ชาวนาผูกคอตายเพราะหนี้ทุกปี ?

หลายสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมยังเด็กจนวันนี้ ยังไม่มีรัฐบาลไหนแก้ปัญหาความยากจนของชาวนาได้จริงเลยสักรัฐบาล

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ดูข่าวเอเชียนคอนเนค เป็นสกู๊ปข่าวของมาเลเซียที่ทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบมาเลเซียกับไทบ

มาเลเซียเขาบอกว่าทุกวันนี้ไม่มีชาวนามาเลเซียออกมาประท้วงรัฐบาลนานนับเป็นสิบปีแล้ว และรัฐบาลมาเลเซียก็เลิกอุดหนุนช่วยเหลือราคาข้าวให้กับชาวนามาเลเซียมานานแล้วด้วย

มาเลเซียเขาทำยังไง เกษตรกรมาเลเซียถึงไม่ออกมาประท้วงรัฐบาลอีก ?

เขาก็สอนให้เกษตรกรและชาวนาฉลาดขึ้นไงครับ สอนให้เกษตรกรรู้ว่า ถ้าคุณยังมัวแต่ผลิตผลผลิตทางการเกษตรออกมาเยอะ ๆ จนเกินปริมาณความต้องการของตลาด ราคาผลผลิตมันก็ต้องตกลงมาก คุณก็จะขาดทุน

รัฐบาลมาเลเซียเขาสอนให้เกษตรกรรู้ว่า  ถ้าราคาผลผลิตเท่านี้่ ถ้าคุณไม่สามารถกำหนดราคาตลาดเองได้ จะทำอย่างไรคุณจะไม่ขาดทุน นั่นคือ คุณก็ต้องลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด แต่ให้ได้ผลผลิตไม่น้อยลงกว่าเดิมหรือควรให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยต้นทุนลดลง

รัฐบาลมาเลเซียเขาสอนให้เกษตรกร ชาวนายืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง พึ่งตนเองให้ได้ ไม่ใช่คอยหวังแต่พึ่งรัฐบาล เพราะนั่นจะเป็นหายนะของทุกคนในประเทศ

แม้แต่เรื่องยางพาราก็เช่นกัน มาเลเซียเขาก็ไม่สนับสนุนให้คนมาเลเซียปลูกยางพาราอีกแล้ว เพราะประเทศไหน ๆ เดี๋ยวนี้เขาก็ปลูกยางพาราได้ทั้งนั้น เมื่อมีผู้ผลิตมาก ราคายางก็ตกแน่นอน

มาเลเซียเขาหันมาซื้อยางพาราราคาถูก ๆ จากไทยเรานี่แหละครับไปแปรรูป จนวันนี้มาเลเซียคือ ปนะเทศผู้นำการแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายชนิดจนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้ว โดยที่รัฐบาลไม่ต้องมีปัญหากับชาวสวนยางอีกด้วย

แถมมาเลเซียเขายังอวดว่า พื้นที่ทางการเกษตรของเขาน้อยกว่าไทยเกือบครึ่ง แต่เขาส่งออกผลผลิตทางการเกษตรกลับมีมูลค่ามากกว่าไทย 

เพราะรัฐบาลไทยทุกยุค สอนให้เกษตรกรไทยอ่อนแอ ชอบเอาประชานิยมมาล่อ สุดท้ายชาวนา ชาวสวนยาง และเกษตรกรอีกหลายประเภท ก็ยากจนเหมือนเดิม จนต้องมาประท้วงเรียกร้องของความช่วยเหลือจากรัฐบาลทุกปี

วานนี้ก็มีข่าวชาวนาสุรินทร์ผูกคอตายไปอีกคน โดยผู้ตายมีอาการเครียด บ่นให้ภรรยาฟังอยู่เป็นประจำมานาน 3 วัน และบอกว่า คงจะอยู่ด้วยกันไปอีกได้ไม่นาน สภาพปัญหาเช่นนี้คงต้องตายแน่

เพราะราคาข้าวก็ตกต่ำอยู่แล้ว ประกอบกับสภาพความเป็นอยู่นับวันยิ่งย่ำแย่ลง ถูกกดขี่ข่มเหงทุกอย่างไม่มีอะไรที่ดีขึ้นยิ่งทำก็ยิ่งจน ทำนามีค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และเงินคงไม่พอใช้หนี้ ไหนจะมีค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ 500-600 บาท ทำนา 10 ไร่ หาเงินจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างไถ ค่าเก็บเกี่ยวก็หมดแล้ว

โดยผู้ตายได้บ่นกับภรรยาครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา พอตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ (27 ต.ค.) พบผูกคอตายกับคานไม้หน้าบ้าน

---------------------

ต้นทุนการผลิตข้าวหอมอันดับ 1 ของโลกของเขมร มีต้นทุนการปลูกแค่ไร่ละ 2 พันบาทเท่านั้น

ถ้าชาวนาไทยไม่ปรับตัวให้ทันยุค AEC ที่กำลังจะมาถึง แม้แต่คนไทยด้วยกันก็อาจจะหันไปกินข้าวหอมเขมร กับ ข้าวหอมพม่าแทนแน่นอน

คลิกอ่าน เมื่อ อบจ.อ่างทอง ช่วยให้ชาวนาอ่างทองฉลาดขึ้น


วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนี้นอกระบบ ทำไมนางสังเวียนถึงใช้วิธีเผาตัว






ในประเทศไทยเท่าที่ผมเคยจำได้ ก็เคยมีการเผาตัวของนักศึกษารามคำแหง เพื่อประท้วงรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งนักศึกษารามฯ คนดังกล่าวก็เสียชีวิตไป แล้วก็มีรัฐมนตรีในรัฐบาลชาติชายคนนึง ซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ก็ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของนักศึกษารามคำแหงที่เผาตัวตายไป 1 ล้านบาท

ส่วนเมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้มีชายญี่ปุ่นวัยประมาณ 50 กว่า ได้เผาตัวประท้วงรัฐบาลญี่ปุ่น ในเรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ญี่ปุ่นมีกองทัพญี่ปุ่นที่สมบูรณ์แบบได้อีกครั้ง



ที่ผมยกกรณีคนญี่ปุ่นเผาตัวประท้วงรัฐบาลญี่ปุ่น จากข่าวก็คือ เขาต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นกลับไปมีกองทัพที่เข้มแข็งแบบในอดีตอีก

คนไทยอย่างเราอาจงง ? ว่า ประท้วงเรื่องแค่นี้ต้องถึงกับเผาตัวเองเลยเหรอ ซึ่งนี่ไม่น่าใช่การทำเพื่อตัวเขาเองคนเดียวแน่นอน

ส่วนถ้าเหตุการณ์เผาตัวประท้วงในโลกที่เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ก็คือ การเผาตัวของพระธิเบต แม่ชีธิเบต หรือการเผาตัวของชาวธิเบตเพื่อประท้วงการยึดครองธิเบตของจีน ถึงขั้นที่ว่ามีการทำหนังสือคู่มือการเผาตัวประท้วงกันเลยทีเดียว

จากที่ยกตัวอย่างการเผาตัวในอดีต ก็เป็นการเผาตัวเพื่อประท้วงผู้มีอำนาจทั้งสิ้น

---------------------

ทำไมคุณสังเวียน ชาวนาไทยถึงใช้วิธีเผาตัว

ก่อนอื่นเราจะต้องรู้พื้นเพคุณสังเวียน สักนิด คือ

1. คุณสังเวียนเป็นชาวนาที่เช่านาเจ้าหนี้ทำนา
2. คุณสังเวียน มีลูกสาวกำลังเรียนอยู่แค่ชั้น ม. 4 เท่านั้น

ในอิณสูตร อังคุตรนิกาย ฉักกนิบาต (22/316/320) พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงคนจนไว้ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นคนจน เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก คนจนเข็ญใจยากไร้ ย่อมกู้ยืม กู้ยืมแล้วย่อมรับใช้ดอกเบี้ย การไม่ใช้ดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา เจ้าหนี้ทั้งหลายย่อมทวงถามเขา ถูกเจ้าหนี้ทวงแล้วไม่ให้ เจ้าหนี้ทั้งหลายย่อมติดตามเขา เมื่อเจ้าหนี้ติดตามทันไม่ให้ทรัพย์ เจ้าหนี้ทั้งหลายย่อมจองจำเขา แม้การจองจำ เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก” คนจนอย่างเดียวก็เป็นทุกข์หนักพออยู่แล้ว ไหนจะต้องตกเป็นลูกหนี้อีก ถูกเจ้าหนี้ตามทวง อาจถูกทำร้ายได้ง่ายๆหากไม่จ่ายหนี้ตามกำหนด ชีวิตอันแสนรันทดมีมาทุกยุคทุกสมัย"

พระพุทธเจ้าได้สรุปกับภิกษุฟังว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ความเป็นคนจนก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก แม้การกู้ยืมก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก แม้การรับใช้ดอกเบี้ยก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก แม้การทวงก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก แม้การติดตามก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลกแม้การจองจำก็เป็นทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกามในโลก”

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า การเป็นหนี้คือทุกข์ของบุคคลผู้บริโภคกาม

ผมเชื่อว่า ใครที่ยังเป็นหนี้อยู่ คงเข้าใจดีว่า ทุกข์จากหนี้เป็นเช่นไร ยิ่งถ้าเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้หนี้ไม่ได้ ใช้หนี้ไม่ทัน ความทุกข์ก็ยิ่งมีมากขึ้น

ยังไม่ต้องพูดถึงหนี้นอกระบบ เอาแค่หนี้ในระบบนี่แหละ ใครก็ตามที่กำลังจะถูกธนาคารมายึดบ้านที่ขาดผ่อนส่ง คงเข้าใจดีว่า หนี้ของคนที่กำลังจะถูกยึดบ้านนั้นทุกข์มากเพียงใด

แล้วคุณสังเวียนเป็นหนี้นอกระบบมากถึง 1.5 ล้านบาท ซึ่งลูกสาวเจ้าหนี้ได้อ้างว่า จากจำนวนหนี้เดิมมากถึง 3 ล้าน แต่ยอมลดให้เหลือ 1.5 ล้าน

ถามจริง ๆ เถอะครับ เป็นคุณผู้อ่านเป็นเจ้าหนี้ แล้วคุณมีลูกหนี้ที่เป็นหนี้ค้างมากถึง 3 ล้าน คุณผู้อ่านจะใจดีลดหนี้ให้เหลือ 1.5 ล้านง่าย ๆ เหรอครับ

นี่คือพิรุธที่ผมบอกไว้ในบทความก่อนแล้วว่า หนี้มันต้องเกิดจากเงินต้นไม่มากแต่มันบานปลายไปถึง 3ล้าน ก็เพราะดอกเบี้ยมหาโหดอย่างแน่นอน

การเป็นหนี้นอกระบบ ย่อมเป็นทุกข์มหาศาลยิ่งกว่าทุกข์ในระบบ เพราะการทวงหนี้ของหนี้นอกระบบ เจ้าหนี้จะใช้วิธีการที่นอกระบบ นอกกฎหมาย ทวงหนี้เพื่อให้ได้หนี้คืน ตามที่เราคงได้ยินข่าวการทวงหนี้โหดบ่อย ๆ

ฉะนั้นความทุกข์ของคนเป็นหนี้นอกระบบนั้นจึงแสนสาหัสที่สุด

ญาติคุณสังเวียนบอกว่า หนี้คุณสังเวียนมีเงินต้นแค่ 4 แสน แต่เจ้าหนี้ทบต้นทบดอกไปจนถึงล้านห้า แล้วเจ้าหนี้ยังขู่ด้วยว่า จะมายึดบ้าน แต่ถ้าไม่อยากโดนยึดก็ไปฆ่าตัวตายซะ แล้วจะยกหนี้ให้

คุณสังเวียนคงเครียดมากและคับแค้นใจสุดๆ  จึงเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหวังจะได้รับความช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรมว่า ทำไมหนี้ 4 แสนมันเพิ่มขึ้นมามากมายแบบนี้

แล้วเมื่อฝ่ายรัฐล่าช้าในการช่วยเหลือ ความกดดันจากการถูกทวงหนี้ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า เจ้าหนี้ใช้วิธีการใดบ้าง

คุณสังเวียน จึงเลือกที่จะใช้วิธีเผาตัวตายเพื่อประท้วงภาครัฐ เพื่อประชดความอยุติธรรมในสังคม และเพื่อจุดกระแสให้สังคมสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง (ไหน ๆ ก็พร้อมยอมสละชีวิตแล้วนี่ ก็ต้องให้มันสะเทือนในวงกว้างบ้าง คุณสังเวียนอาจไม่ได้คิดไกลขนาดนี้)

เพราะถ้าคุณสังเวียนเลือกฆ่าตัวตายด้วยวิธีอื่น ๆ เช่นที่ชาวนาผูกคอตายนับสิบคนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ข่าวก็คงเงียบไปในเวลาไม่เกิน 2 วัน และจะไม่มีผลสะเทือนไปถึงคนเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน

การเผาตัวของคุณสังเวียน จึงเป็นการประท้วงทั้งภาครัฐ และประชดเจ้าหนี้นอกระบบไปในตัว ซึ่งเจ้าหนี้ก็รีบยกหนี้ให้คุณสังเวียนทันทีตามที่เป็นข่าว คงเพราะกลัวจะมีความผิดมาถึงตัวนั่นแหละ เลยทำใจดียกหนี้ให้

ซึ่งผมเชื่อว่า กว่าจะมาถึงเหตุการณ์เผาตัวของคุณสังเวียน เจ้าหนี้ก็คงกินดอกเบี้ยไปแล้วไม่น้อย

หวังว่า กรณีการเผาตัวของคุณสังเวียน จะทำให้ปัญหาหนี้นอกระบบได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังสักที


วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คลิป ตู่ จตุพร ด่า เฉลิม ประกาศแตกหัก






มันเป็นข่าวฮาเล็ก ๆ ที่ ตู่ คางคก ผู้ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นทาสทักษิณเป็นขี้ข้า ได้ออกมาด่าเฉลิม อยู่บำรุงแบบไม่ไว้หน้า

ผมฟังจนจบ ฮาใช้ได้เลย แนะนำว่า ใครมีเวลาฟังก็เพลินดีครับ ส่วนต่อจากนี้ก็รอเฉลิม ออกมาแฉกลับ



ตอนนี้ผมมองว่า เฉลิม มีทางออก 2 ทาง คือ

1. ด่าและแฉไอ้ตู่กลับ หรือ
2. ไม่กล้าด่าไอ้ตู่กลับ เพราะสันดานไอ้เหลิมคือหน้าตัวเมีย แล้วออกมาอธิบายว่าไอ้ตู่แปลความหมายผิด เข้าใจผิด

(แต่ผ่านมาแล้ว 3 วัน เฉลิมยังเงียบอยู่ไม่ตอบโต้ สงสัยคงเลือกวิธีอมตะ คือ หมากัดอย่ากัดตอบ หรือ คางคกเห่าอย่าเห่าตอบ 555)

แต่ที่แน่ ๆ คู่นี้มันไม่สนิทใจกันแล้ว แต่อาจต้องคบกันต่อไป ถ้าทักษิณมันขอร้อง หรือไอ้ตู่โดนทักษิณเอาเงินอุดปากอีกรอบ เพราะไอ้ตู่ชอบใช้มุกแบบนี้หลอกเอาเงินทักษิณประจำ

ส่วนอีกสาเหตุที่ไอ้ตู่ออกมาด่าเฉลิม สงสัยคงเพราะเจ็บใจมานานที่ตัวเองออกมาต่อสู้ในนามเสื้อแดงเพื่อทักษิณเต็มที่ แต่กลับไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ในขณะที่เฉลิมแค่สอพลอเลียทักษิณดี ๆ แถมยอมรับตัวเองว่า เป็นขี้ข้าทักษิณ กลับได้อำนาจได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล

เพราะถ้าคุณผู้อ่านได้ฟังคลิปนี้ตั้งต้นจนจบ ไอ้ตู่ก็พูดเองว่า เฉลิมไม่เคยสู้อะไร แค่สอพลอทักษิณ แต่กลับได้อำนาจ

นี่เท่ากับไอ้ตู่มันก็หลอกด่าทักษิณด้วยนั่นแหละ ที่ชอบเชื่อคำสอพลอของเฉลิม มากกว่าคนที่ออกมาสู้กลางถนนเพื่อทักษิณอย่างมัน

แล้วการชุมนุมของเสื้อแดงที่ถนนอักษะ ไอ้ตู่ก็ยอมรับเองว่า มีคนมาชุมนุมน้อย ก็เพราะคนเขาจะมาเหนือยทำไม มาตากแดดทำไม รอไปดูไบ ไปฮ่องกง ไปสอพลอใกล้ ๆ ดีกว่า ไม่ต้องโดนคดี ไม่ต้องเสี่ยงตาย (5555)

โดยเฉพาะในคลิปช่วงเวลาที่ 1 ชั่วโมง กับ 4 นาที ไอ้ตู่ถามเฉลิมว่า "นี่คิดว่าประชาชนเป็นควาย ยังไงก็ชนะ ไม่คำนึงถึงความรู้สึก"

โถ ๆ ไอ้ตู่ ใคร ๆ เขาก็บอกว่าพวกเสื้อแดงของมึงน่ะเป็นควายมานานแล้ว อย่าว่าแต่ไอ้เหลิมคิดเลย ทั้งทักษิณกับยิ่งลักษณ์ มันก็คิดว่าเสื้อแดงเป็นควายเหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่พวกมันไม่พูดออกมา ไม่งั้นจะหลอกใช้ควายต่อไปไม่ได้ง่ายๆ  5555555

ดี ๆ ไอ้ตู่ ด่าไอ้เหลิมเยอะ ๆ เพราะคนดูที่นั่งบนภูดูตะกวดกัดกันอยู่ ชอบมาก ๆๆ ทำต่อไป

แต่เรื่องนึงที่ผมเชื่อไอ้เหลิมพูดก็คือ ไอ้ตู่บอกทักษิณว่าเสื้อแดงมาชุมนุมที่อักษะ 3 แสนคน ทั้งที่จริงมีแค่ 9.5 หมื่นคนเท่านั้น  เพราะไอ้ตู่มันหลอกแดกเงินทักษิณ!!


------------------------

คลิป 52 วินาที ไอ้ตู่บอก หลายองคฺ์กร เอียงเหมือนกรรมการตัดสินในเอเชียนเกมส์ที่ปูซาน ที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กันทั่ว

เอ่อ.. ปูซานนั่นมันเอเชียนเกมส์ปี 2002 โว้ยไอ้ตู่ แต่ปีนี้เขาจัดที่อินชอนต่างหาก

ขนาดแกนนำแดงยังโง่ขนาดนี้ แล้วเสื้อแดงจะโง่ขนาดไหน ??
ตอบ ก็ไปถามยิ่งลักษณ์เองเด่ะ !! 555







คลิกอ่าน เมื่อศาลพิพากษายืนยัน ตู่จตุพน เป็นขี้ข้าทักษิณจริง


วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อโหสิกรรมให้ พันเอกอภิวันท์ เถอะครับ






ถามว่า เราด่าคนชั่ว เราบาปไหม ?
ขอตอบว่า บาปแน่นอน
เมื่อรู้ว่าบาป แล้วทำไมจึงทำ ?

งั้นขอย้อนถามว่า ทหารฆ่าข้าศึก ทหารบาปไหม ?
ขอตอบว่า บาปแน่นอน
เมื่อรู้ว่าบาป แล้วทำไมจึงทำ ?

จริง ๆ แล้วทหารเขาทำตามหน้าที่ในการปกป้องบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างมาก

ส่วนที่ผมด่าไอ้พวกชั่วที่คิดร้ายต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมมิบังอาจเปรียบตนว่า ตนเองได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ เหมือนกับที่ทหารได้ทำหน้าที่หรอกครับ

ผมเลยขอคิดแค่ว่า เหมือนกับเรารู้ว่า ตบยุงนั้นบาป แต่ก็เผลอยังตบยุงอยู่เรื่อยนั่นแหละ ที่จริงก็ยกตัวอย่างไม่ตรงเท่าไหร่

ถ้าหมามันวิ่งมาจะกัดพ่อแม่เรา เราจะเตะหมาตัวนั้นไหม ? นั่นแหละมั้ง

 แต่ชั่งมันเถอะ

---------------

กลับมาเรื่อง ทำไมควรอโหสิกรรมให้พันเอกอภิวันท์

สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นของตัวเอง ผู้ทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น ตามหลักกฎแห่งกรรม

อโหสิกรรม หรือ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ถือเป็นอภัยทาน ซึ่งเป็นมหากุศลอย่างหนึ่งในพุทธศาสนา

ดังนั้นถ้าเราไม่อโหสิกรรมให้คนชั่วที่ตายไปแล้ว ก็เท่ากับเราคิดจองเวรจองกรรมกับคน ๆ นั้นต่อไปอีกในภพอื่นชาติอื่น

ถามว่า เราอยากจะให้คนชั่วคนนั้นกลับมาพัวพันกับเราอีกเหรอครับ ?

ยังไง ๆ คนชั่วเขาก็มีกรรมเป็นของเขาเอง ยังไงเขาก็ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้นแน่นอน ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมพ้น

แต่ถ้าเราอโหสิกรรมให้กับคนที่คิดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์ ที่มันได้ตายไปแล้ว ก็ให้เราคิดเสียว่า การอโหสิกรรมครั้งนี้ขอถวายให้เป็นพระราชกุศลแก่ในหลวงของเรา

แล้วกุศลจากอภัยทานของเรานี้ จะกลับมาปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักของพวกเราต่อไป

ใครใคร่เชื่อผมก็ดี ไม่เชื่อผมก็ไม่เป็นไรครับ แค่อยากแนะนำเท่านั้น


วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เรื่อง คนไทยเก่งเจ๊ทสกี กับ เรื่อง ฝรั่งทำเกิน






เรื่อง คนไทยเก่งเจ็ทสกีที่สุดในโลก !!

ประเทศไทย คนไทยเราเจริญแต่เปลือก เพราะคนไทยชอบเห่อวิ่งตามกระแสนี่แหละ

อย่างเช่น คนไทยเห่อว่า คนไทยเป็นแชมป์โลกเจ็ทสกีเยอะที่สุดในโลก เก่งเจ็ทสกีที่สุดในโลก ฝรั่งยังสู้คนไทยไม่ได้เลย

แต่ผมกลับไม่เห็นดีใจเลย เพราะเจ็ทสกี คนไทยไม่มีปัญญาผลิตเอง ถึงเก่งแข่งเจ็ทสกีที่สุด ก็เก่งแบบหลอกตัวเอง เก่งแต่เปลือก

ส่วนพวกฝรั่งที่ว่าแข่งเจ็ทสกีสู้คนไทยไม่ได้ เขาคงขำในใจว่า เออ.. ให้มึงเก่งไปเถอะ ไอ้พวกโลว์เทค ยิ่งมึงอยากเก่งมากเท่าไหร่ มึงก็ต้องซื้ออุปกรณ์อะไหล่เจ็ทสกีมากขึ้นเท่านั้น ที่ผลิตจากประเทศของกูอยู่ดี 555

บางทีไอ้คนไทย พวกมึงอาจไม่รู้ว่า ที่จริงพวกกู(ฝรั่ง) หลอกให้พวกมึงคนไทยเชื่อว่า พวกมึงเก่งไง

คนไทยไม่นึกสงสัยกันบ้างเหรอว่า ทำไมคนไทยแข่งมอเตอร์ไซค์ทั้งวิบากและทางเรียบ แข่งรถยนต์ทั้งวิบากและทางเรียบ ทำไมไม่ได้เป็นแชมป์โลก ทั้งๆ ที่กีฬาสองประเภทนี้เป็นที่นิยมและมีคนเล่นจริงจังมากกว่าเจ็ทสกีอีก คิดสิคิด!?

ยิ่งพวกมึงอยากเก่งมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ต้องยิ่งซื้อเจ็ทสกีมากขึ้น ซื้ออะไหล่เจ็ทสกีมากขึ้น ประเทศพวกกูก็ยิ่งรวยๆๆๆๆ 5555

คือนี่เป็นความเชื่อส่วนตัวของผมว่า กีฬาที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์เนี่ย ถ้าฝรั่งมันเอาจริง เล่นจริง คนไทยคงไม่ได้แชมป์โลกกันจนเกร่อ จนดาษดื่นหรอกครับ

-----------------

ส่วนคนญี่ปุ่นเขาต่างกับคนไทยตรงนี้แหละ

คือ คนญี่ปุ่นจะแข่งรถ แข่งมอไซค์ แข่งF1 คนญี่ปุ่นเขาผลิตทั้งนักแข่ง และรถแข่ง เพื่อไปแข่งให้ชนะฝรั่งให้ได้

แต่คนไทยน่ะเหรอ ไม่บอกคงรู้นะ 55555555

------------------

เรื่อง ฝรั่งทำเกิน

คนไทยแม้สร้างสิ่งประดิษฐ์อะไรแพง ๆ ไปขายใครไม่ได้ แต่คนไทยจะมีความสามารถอย่างนึงที่พวกฝรั่งญี่ปุ่นซูฮกเสมอ คือเรื่องงานซ่อม

ไอ้คำว่า ฝรั่งทำเกิน ญี่ปุ่นทำเกิน หรือ ฝรั่งเกิน ญี่ปุ่นทำขาด จึงเป็นประโยคฮา ๆ ของช่างไทยในอดีตเสมอ

พ่อผมเคยเล่าว่า ในช่วงสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันมาใช้ฐานทัพในไทยไปโจมตีเวียดนาม

เครื่องบินเสีย ฮ.เสีย ถ้าฝรั่งซ่อมช้า ซ่อมยาก ซ่อมไม่ได้เพราะขาดอะไหล่ สุดท้ายงานซ่อมต้องมาพึ่งช่างไทยทุกที

ช่างไทยจึงได้รับการยกย่องอย่างมาก แต่บ่อยครั้งที่ช่างไทยซ่อมเสร็จประกอบกลับเสร็จ มักมีน๊อตเหลือเกินบ่อย ๆ จึงเป็นที่มาของ ฝรั่งมันทำเกิน 555

แต่ห้ามไปบอกพวกฝรั่งมันนะ ว่า มีน๊อตเหลือ เพราะฝรั่งมันเป็นพวกขี้กลัว กลัวตายถ้ามีอะไรที่ทำไม่ได้มาตรฐานฝรั่งของมัน


วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ข้อเท็จจริง กรณีหญิงเผาตัวจากปัญหาหนี้นอกระบบ







ข่าว ชาวนาเผาตัวตายที่ลพบุรี ที่ชื่อ คุณสังเวียน ผมเศร้ามากเลย

แต่สาเหตุที่คุณสังเวียน ต้องเผาตัวตาย ข้อเท็จจริงมากกว่าในข่าวเป็นอย่างไร ?

ต่อไปนี้ผมขอเล่าจากที่ฟังรายการ สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ที่ทางรายการได้พูดคุยกับน้องสาวของคุณสังเวียน

คือ คุณสังเวียนเธอไม่รู้หนังสือ เช่านานายทุนทำนา จนเป็นหนี้ประมาณ 4 แสน

โดยเป็นหนี้นอกระบบจากการที่เธอได้กู้ยืมจากนายทุนในพื้นที่มาต่อเติมบ้าน และเป็นทุนทำการเกษตร 400,000 บาท โดยใช้โฉนดที่ดิน 1 งาน 85 ตารางวา เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ต่อมาไปทำหนังสือสัญญาหนี้ที่อำเภอ โดยมีปลัดอำเภอเป็นพยาน

แต่หนี้กลายเป็นล้านห้า เพราะไอ้นายทุนมันคิดดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อปีหรือต่อเดือน อันนี้ไม่แน่ใจ ข่าวยังไม่ได้บอก

ทั้ง ๆ ที่ตามหลัก นายอำเภอและปลัดอำเภอ รับเป็นพยานไกล่เกลี่ยหนี้ได้ไม่เกิน 2 แสนบาท แต่ไฉนรายนี้ปาเข้าไปล้านห้าได้

พอไทยพีบีเอสถามนายอำเภอโคกสำโรงว่า ปลัดอำเภอเป็นพยานเงินเยอะขนาดนี้ ถือสัญญาเป็นโมฆะได้ไหม ปลัดอำเภอมีความผิดไหม

นายอำเภอก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ บอกต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (ดูคลิปนาทีที่ 16.20)

ถามว่า ทำไมคุณสังเวียน ถึงไปยอมเซ็นหนี้ตั้งล้านห้า ?

น้องสาวคุณสังเวียนบอกว่า พี่สาวอ่านหนังสือไม่ออก แต่พาคนรู้จักไปช่วยอ่านหนังสือให้ในการทำสัญญา

นายทุนที่ดิน มันขู่ว่าจะมายึดบ้าน ถ้าไม่จ่ายหนี้ แต่มันบอกว่า ถ้าไม่อยากจ่าย แล้วอยากให้หนี้หมด ก็ไปฆ่าตัวตายซะ แล้วจะยกหนี้ให้

คุณสังเวียน แกเครียดมาก จนในที่สุดก็เผาตัวเอง ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว

เศร้าจริง ๆ คนเราอยากรวยขนาดต้องทำร้ายผู้อื่นได้มากขนาดนี้เชียวหรือ ??

ผมเศร้ามาก /@akecity


ดูคลิปรายการสถานีประชาชน สัมภาษณ์น้องสาวคุณสังเวียน ดูตั้งแต่เริ่มคลิปจนถึงนาทีที่ 20




----------------

ล่าสุด ฝ่ายเจ้าหนี้ได้ยกหนี้ให้คุณสังเวียนแล้ว แต่มีฝ่ายญาติของเจ้าหนี้ซึ่งอ้างว่าเป็นหลานสาวของเจ้าหนี้ (หลานยาย) ได้มาโพสเฟสบุ๊คทำนองว่า ฝ่ายตนเองต่างหากที่น่าเห็นใจกว่าคุณสังเวียน

แถมบอกว่า คุณสังเวียนจุดไฟเผาตัวเองเพื่อให้สังคมสงสาร

ข้อความที่หลานสาวเจ้าหนี้โพสมีดังนี้

ชี้แจงจากทางฝ่ายเจ้าหนี้ค่ะ
เดี๋ยวนะคะ ขอแก้ความเข้าใจผิดๆ หน่อยนะคะ
เพราะตระกูลเทพอารักษ์นี่เป็นครอบครัวฝ่ายแม่ดิฉัน
และนางสังเวียนไม่ได้มีบ้าน ไม่ได้มีที่ดิน 150 ไร่อะไรเลย
เดิมนางสังเวียนเป็นลูกจ้างในครอบครัว และได้เช่าที่ 150 ไม่ได้เอาไปทำเอง แต่เอาไปให้คนอื่นเช่าต่อ(โดยที่ตัวนางสังเวียนเองก็ไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ให้ทางครอบครัวดิฉัน)

นางสังเวียนมีโฉนดที่ดินประมาณ 100 ตารางวา และบ้านกระต๊อบเล็กๆ และได้กู้เงินหลายครั้งสะสมไปเรื่อยๆจนเป็นหนี้ทั้งหมดประมาณ3ล้านบาท(ไม่เคยเก็บดอกเบี้ย เงินต้นท้้งหมด) เดิมนางสังเวียนเคยเอาโฉนดมาไว้กับยายดิฉันจริง แต่ได้มาขอคืนไปเพื่อกู้เงินออมสิน ซึ่งยายก็ให้
ถ้าถามว่าทำไมถึงให้กู้จนเป็นเงินถึง 3 ล้านบาท ตอบได้เลยว่า ในสังคมต่างจังหวัด ถ้าคุณรู้จักคำว่า"ข้าเก่า เต่าเลี้ยง" ยายดิฉันเห็นว่านางสังเวียนเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงนี่เอง จึงไว้ใจ คนกันเอง ลูกน้องตัวเอง

ต่อมานางสังเวียนไปร้องเรียนทั้งที่อำเภอและจังหวัดว่าถูกโกง ทางจังหวัดได้มีการประชุมและตกลงกับนางสังเวียนแล้ว ถามว่าเป็นหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ นางสังเวียนตอบวกไปวนมาจนสรุปมาได้ว่า 1.5 ล้าน ทางครอบครัวดิฉันเห็นว่าคงไม่ได้คืน และวุ่นวายมากแล้ว ก็ตกลงว่า 1.5 ล้านตามที่นางสังเวียนกล่าวก็ได้

น้าและยายของดิฉันก็ไม่ติดใจเอาความ ยายก็คิดว่า 1.5 ก็คงไม่ได้คืนหรอกชาตินี้ รวมทั้งยายแก่มากแล้ว ลูกหลานก็พอมีพอกินกันตามสมควร นางสังเวียนยังได้สร้างความเดือนร้อนใจให้กับยายดิฉันซึ่งอายุก็ 80 กว่าแล้ว ควรจะมีชีวิตบั้นบลายที่สงบสุข จึงไม่มีการติดตามเร่งรัดหนี้สินอะไร ได้ก็ได้ไม่ได้ก็ทำอะไรไม่ได้ คนไม่มีให้จะเอาอะไรได้

ผู้ชายที่นางสังเวียนบอกว่าไปข่มขู่จะฆ่านางสังเวียนนั้น ป่วยเป็นลูคีเมีย ซึ่งไม่สามารถลุกจากเตียงไปไหนเองได้แล้ว ครั้นจะไปขู่ฆ่านางสังเวียนก็คงจะเป็นไปไม่ได้

หนี้ที่ยกให้จาก3ล้านเหลือ 1.5 ล้าน (นางสังเวียนเป็นคนบอกนะคะว่า 1.5 ล้าน) ก็มีการเซ็นชื่อรับรู้จากทางจังหวัด จนมีการทวงถามหนี้สิน นางสังเวัยนไม่มีจ่ายได้ไปร้องเรียนตามที่ต่างๆอีก(แต่คราวที่แล้วมีการเซ็นชื่อปิดเรื่องนี้ไปแล้ว) นางสังเวียนจึงพยายามร้องเรียนและจุดไฟเผาตัวเองจนเป็นข่าวตามที่เห็น



ถามว่า ผมเชื่อหลานสาวเจ้าหนี้หรือไม่ ?

บอกตามตรง ผมแทบไม่เชื่อหลานสาวเจ้าหนี้เลยครับ และผมยังบอกด้วยว่า ใครเชื่อหลานสาวเจ้าหนี้ก็โง่ครับ

ผมไม่ได้หมายถึงว่า ที่ผ่านมาคุณสังเวียนจะทำถูกต้องทุกอย่างนะครับ แต่เหตุผลที่หลานสาวเจ้าหนี้อ้างมีความขัดแย้งในตัวเยอะ

เช่น อ้างว่า เพราะคุณสังเวียนเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง เลยยอมให้คุณสังเวียนกู้จนเลยเถิดจนเป็นเงินถึง 3 ล้าน ??

คุณผู้อ่านเชื่อเหรอว่า เจ้าหนี้จะให้คนที่ไม่มีทรัพย์สินอะไรนัก สามารถกู้เลยเถิดไปได้มากขนาดนั้น ??

ไม่มีทางหรอกครับ ผมว่าเหมือนกู้นอกระบบกรณีอื่น ๆ นั่นแหละ ที่กู้มาแค่จำนวนหนึ่งแต่ดอกเบี้ยมหาโหดพาเลยเถิดไปจนถึง 3 ล้านต่างหาก

แถมหลานสาวเจ้าหนี้เหน็บคุณสังเวียนว่า เผาตัวเองเพื่อให้สังคมสงสาร ??

หลานสาวเจ้าหนี้พูดเหมือนว่า การตัดสินใจเผาตัวเองเนี่ย มันตัดสินใจกันง่าย ๆ นะครับ  พูดเหมือนว่า เผาตัวเองแล้ว พอคนสงสาร คนเผาตัวเองจะกลับไปมีชีวิตตามปกติได้

จนถึงวันนี้คุณสังเวียนยังโคม่าอยู่เลยครับ แถมตาคุณสังเวียนอาจบอด ถ้ารอดตายไปได้ ก็ต้องพิการไปตลอดชีวิต คนเราถ้าไม่คับแค้นใจจริง ๆ ไม่ใช้วิธีเผาตัวเองหรอกครับ ไปโดดตึกตายให้หนี้จบ ง่ายกว่าเยอะ

การแสดงความเห็นของหลานสาวเจ้าหนี้ ก็ส่อให้เห็นถึงจิตใจที่หยาบช้าแล้วครับ คนที่ใกล้ตายขนาดนั้นยังมาซ้ำเติมได้แบบเลือดเย็นจริง ๆ

คลิกอ่าน ทำไมนางสังเวียนจึงใช้วิธีเผาตัว


วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นโยบายโง่ๆให้รางวัลหมื่นบาทแก่ตำรวจดักจับคนติดสินบน






นโยบายมอบรางวัล 1 หมื่นบาทให้ตำรวจที่สามารถติดกล้องแอบถ่ายประชาชนที่ติดสินบนตำรวจได้นั้น ถือเป็นนโยบายที่เลวและห่วยอย่างมาก

ทำไมผมถึงว่าห่วย ? ต้องย้อนถามตำรวจก่อนว่า ตำรวจมีหน้าที่อะไร ?

ตำรวจมีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หรือตำรวจมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรด้วย เพราะตำรวจก็เป็นข้าราชการเช่นกัน

ดังนั้น หน้าที่แรกของตำรวจคือ ป้องกันอาชญากรรม หมายถึง ตำรวจต้องป้องกันไม่ให้ประชาชนก่อคดีอาชญากรรมเกิดขึ้น แต่ถ้ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นแล้ว ตำรวจก็มีหน้าที่ปราบปราม

ปราบ หมายถึง กำจัดให้หมด

แต่ ปราม หมายถึง ว่ากล่าวตักเตือนให้เกรงกลัว

ดังนั้นตำรวจจึงไม่ได้มีหน้าที่ปราบเท่านั้น แต่มีหน้าที่ป้องกัน และปราม ด้วย

ดังนั้นหน้าที่สำคัญที่สุดของตำรวจคือ ป้องกันไม่ให้มีอาชญากรรมเกิดขึ้น รวมทั้งการตักเตือนเพื่อปรามไม่ให้เกิดอาชญากรรมเกิดขึ้น

การที่ตำรวจแอบติดกล้องจิ๋วแอบถ่าย เพื่อหวังจะดักจับประชาชนที่ติดสินบนตำรวจเพื่อตำรวจจะได้เงินรางวัล 1 หมื่นบาท จึงไม่ใช่การป้องกันอาชญากรรม แต่กลับเป็นการหวังให้เกิดอาชญากรรมขึ้น เพื่อตำรวจจะได้จับผู้ติดสินบนไปดำเนินคดี แล้วตำรวจก็จะได้เงินรางวัลหมื่นบาท

นโยบายนี้จึงเท่ากับสอนให้ตำรวจเห็นแก่เงิน มากกว่าการทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมขึ้น

อีกทั้งอาจเป็นการชี้ช่องให้ตำรวจอาจล่อหลอกให้ประชาชนติดสินบน ก่อนที่ตำรวจจะบันทึกคลิป เพื่อที่ตำรวจจะได้จับประชาชนที่ทำผิด เพื่อหวังไปรับรางวัล 1 หมื่นบาท

อย่างเช่นคดีที่คนขับรถบรรทุกให้สินบนแค่ 50 บาทแก่ตำรวจ ตำรวจเลยจับคนขับรถบรรทุุกคนนั้นดำเนินคดี เพื่อตำรวจจะได้รางวัลหมื่นบาท

ถามว่า ถ้าสมมุติคนขับรถบรรทุกเกิดบรรทุกสิ่งผิดกฎหมายที่มีมูลค่าสูงมาก แล้วให้สินบนตำรวจเป็นเงินหลายหมื่นบาทล่ะ ตำรวจจะเลือกจับคนขับรถบรรทุกเพื่อไปรับรางวัล 1 หมื่นบาท หรือจะรับสินบนหลายหมื่นบาทจากคนขับรถบรรรทุกดีกว่ากัน ?

คดีติดสินบน 50 บาทให้ตำรวจแต่ตำรวจไม่รับ แต่ไปรับเงินรางวัลนำจับ 1 หมื่นบาทแทน ผมว่า เป็นนโยบายตลกเลว ๆ สิ้นดี

เออ ถ้าคนขับรถบรรทุกให้สินบน 5 หมื่นบาท แล้วตำรวจไม่รับสิ แบบนี้จะน่ายกย่องมาก ๆ




ตามหลักที่ถูกต้องคือ ถ้าตำรวจจะถ่ายคลิป ก็ต้องถือกล้องอย่างเปิดเผย เพื่อบันทึกการกระทำผิด และบันทึกในระหว่างการแจ้งข้อหา วิธีนี้หลายประเทศก็นิยมใช้เพื่อแสดงความโปร่งใส

ไม่ได้ห้ามตำรวจได้เงินรางวัลนำจับจากการคนทำผิดกฎจราจร แต่ควรเป็นเงินรางวัลที่แบ่งมาจากค่าปรับอีกที

เช่น ตำรวจจับคนทำผิดกฎจราจร ผู้ทำผิดได้เสียค่าปรับ 200 บาท ตำรวจก็จะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับ 100 บาทเป็นต้น

ส่วนการจับผู้ต้องหาติดสินบนต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป ไม่ใช่ติดสินบนตำรวจแค่ 50 บาท แต่ตำรวจดันได้ 1 หมื่นบาท

เช่นจับคดียาบ้า 1แสนเม็ด คนร้ายติดสินบนตำรวจ 1 แสนบาท ตำรวจไม่รับสินบนและแจ้งข้อหาคนร้ายเพิ่ม แบบนี้ก็มาพิจารณาว่าควรให้เงินรางวัลแก่ตำรวจเท่าไหร่ ย้ำว่า ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป

แต่ถ้าคดีทำผิดกฎจราจร ไม่ควรใช้นโยบายแอบถ่ายนี้เด็ดขาด

-----------------

ตำรวจมีหน้าที่ ก็ต้องทำตามหน้าที่ ซึ่งถือเรื่องปกติ ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และต้องถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องพิเศษแต่อย่างใด

แต่นโยบายที่ไปสอนให้ตำรวจทำเพื่อหวังเงินรางวัล โดยนำนโยบายรางวัลมาล่อใจเพื่อให้ตำรวจทำตามหน้าที่ จึงเท่ากับเป็นการทำลายเกิยรติยศและศักดิดืศรีของตำรวจเอง

เพราะมันทำให้ผู้คนคิดย้อนกลับว่า "ถ้ามีเงินรางวัลพิเศษมาล่อ ตำรวจก็จะไม่อยากทำตามหน้าที่"

ถามจริง ๆ ใครคิดนโยบายห่วย ๆ นี้ขึ้นมาครับ

อ๋อ ก็ตำรวจคนที่เคยคิดโครงการห้ามรถเก่าเกิน 7 ปีเข้ากรุงเทพฯ ไง จนโดนคนเขาด่าไปทั้งเมืองไปครั้งนึงแล้ว

นายตำรวจคนนี้ไอ้เรื่องเลว ๆ ล่ะฉลาดนัก เดี๋ยวนี้รีดไถยาก เลยคิดวิธีหาแดกกับภาษีประชาชนแทน !!

คลิกอ่าน ความโง่ของ รอง ผบช.น กับการห้ามรถเก่าเข้ากรุงเทพฯ


วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทำไม บัวขาว โดดหนีไม่ขึ้นขก มวยK1 ยก 4






ค่ำคืนวันที่ 12 ตุลาคม ต่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557 มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันมวย K1 ซึ่งบัวขาวจะขึ้นชกเป็นคู่เอก

แต่อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องไม่น่าเป็นเรื่องขึ้นมาได้ ในการชกมวยชิงแชมป์ K1 เควัน ของบัวขาว ดำดอทคอม ในการชกชิงแชมป์มวยรอบ K1 ในสมัยที่ 3 ของบัวขาว และเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์มวยK1 ที่มีแชมป์ 3 สมัยคนแรก

เพราะหลังจากบัวขาวชกกับนักมวยเยอรมันที่ม่อายุเพียง 22 ปี จนครบ 3 ยก แล้ว แต่ไม่ทันที่กรรมการจะประกาศคะแนน

บัวขาวก็รีบกระโดดลงจากเวทีไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่รอฟังผลการให้คะแนนของกรรมการ

แล้วเมื่อผลคะแนนออกมาว่า บัวขาวกับนักชกเยอรมัน มีคะแนนเสมอกัน ท่ามกลางการแสดงออกว่า ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของนักชกเยอรมัน

เมื่อคะแนน 3 ยกเเสมอกัน ก็ต้องมาชกกันอีกยก เพื่อหาผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่จนแล้วจนรอด บัวขาวก็หายวับไม่กลับมาขึ้นเวทีอีกเลย

ทำให้ต้องประกาศให้นักชกชาวเยอรมันเป็นฝ่ายชนะคว้าแชมป์ K1 ไปแบบคนดู งง ?????

เกิดข้อถกเถียงว่า บัวขาวหายไปไหน ?? ทำไมไม่ขึ้นมาชกในยก 4 ต่อ

หลายคนบอกว่า บัวขาวล้มมวยมั้ง ? (ถ้าล้มมวย บัวขาวจะต่อยซะเหมือนจะชนะเลยเหรอ เหตุผลนี้ไม่น่าจะใช่)

หรือว่า ไม่อยากให้บัวขาวแพ้ในเมืองไทยให้เสียหน้า เลยแกล้งให้คะแนนเสมอกันไปก่อน แล้วให้บัวขาวหายวับไป แล้วค่อยมาหาข้อแก้ตัวทีหลัง

หรือว่า มีใครจ้างให้บัวขาวอย่าขึ้นชกอีกแบบ เพราะไม่อยากให้บัวขาวเป็นคนแรกที่ได้แชมป์K1 ถึง 3 สมัย (แต่ข้อนี้ไม่น่าใช่มากที่สุด)

หรือว่า เพราะบัวขาวเป็นโปรโมเตอร์ในรายการแมกซ์เวิร์ล ก็เลยกะให้มีแมทต์ล้างตาของคู่นี้กันอีกครั้ง เพื่อหลอกแดกหาเงินต่ออีกรอบ (เหตุผลนี้พอเป็นไปได้)

หรือว่าถ้าไม่ใส่ร้ายใส่ความกันให้เสียหาย ก็อาจเพราะบัวขาวเกิดปวดขี้อย่างกะทันหัน (เอ๊ะ หรือจะเป็นเหตุผลนี้ )

หรือว่า เหตุผลตามข่าวนี้ ปัญหาเรื่องเงินรางวัล ??



สงสัย จะดราม่าซะแล้วงานนี้

งั้นตามต่อ

--------------

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา บัวขาวได้เข้าแจ้งความว่า มีการพนันออนไลน์ในมวยK1

"บัวขาว" แจ้งความ "K-1" มีพนันออนไลน์

บัวขาว บัญชาเมฆ กำปั้นมวยไทยชื่อดัง เดินทางเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม กรณีมีการเปิดรับแทงพนันออนไลน์ ศึก “เค-วัน เวิล์ด แม็กซ์ ไฟนอล” (ประเทศไทย) ที่ตนจะขึ้นสังเวียนสุดสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวของ นายสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกชื่อดัง ที่มคิวขึ้นสังเวียนศึก “เค-วัน เวิล์ด แม็กซ์ ไฟนอล” (ประเทศไทย) พบ เอนริโก เคห์ล ชาวเยอรมัน วันที่ 11 ตุลาคม นี้ ที่ อาคารกรีฑาในร่มศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก พัทยา เวลา 22.30-24.30 น.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา "เจ้าดำ" พร้อมทีมกฎหมายได้เดินทางเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม กรณีว่าการแข่งขันดังกล่าวส่อเค้าจะล่ม เพราะตนหวั่นวิตกว่าตัวเองจะเสื่อมเสียชื่อเสียงจากการขึ้นชกครั้งนี้ เนื่องจากมีการเปิดพนันออนไลน์ พร้อมราคาต่อรองในคู่ของตน รวมถึงมวยนอกรายการอีก 2 คู่ ซึ่งในเฟซบุ๊กของการแข่งขันยังมีการนำเสนอเว็บไซต์นี้อีกด้วย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มวยเควันไม่เคยมีการเปิดพนันออนไลน์ เพราะเป็นการแข่งขันแบบชกวันเดียวจบ จึงไม่สามารถประกบคู่ล่วงหน้าได้ แต่หากการแข่งขันครั้งนี้มีการพนันออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจจะนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

http://astv.mobi/A9UJULA


บัวขาว เข้าแจ้งความที่กองปราบปราม(ภาพจากBanchamek Gym

-----------------------------------

สรุป !!

คงเพราะ ถ้าบัวขาวไม่ขึ้นชก ก็อาจผิดสัญญา เลยต้องชกเพื่อศักดิ์ศรี แต่โดดหนีหลังหมดยก 3 เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีเช่นกัน

มีเพื่อนในเฟสของผม บอกว่า "บัวขาว รู้ผลตั้งแต่แรกแล้ว ว่าต้องแพ้ หรือ เสมอ เลยหนีกลับก่อน เพราะ มีผลประโยชน์จากการพนันออนไลน์ แต่ต้องต่อยให้ครบ3ยกตามสัญญา กันโดนฟ้องร้อง ฟังจากคลื่นมวย วิทยุนะครับ"

สงสัยจะจริง

บัวขาวโพส facebook หลังโดดหนียก 4 ไว้เป็นปริศนา ตามรูป



ข่าวล่าสุด

กรณีการไม่ยอมขึ้นชกยก 4 ของบัวขาวจนถูกปรับแพ้ในศึก เควัน ยังต้องรอการชี้แจงจาก เควัน โกลบอล คู่สัญญาของบัวขาว ที่จะมีการแถลงข่าววันพรุ่งนี้ (13 ต.ค.2557) ส่วนทางฝั่งของบัวขาว ปฏิเสธยังไม่ขอพูดถึงเหตุการณ์นี้




วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ขอเชิญร่วมพิธีส่งวิญญาณ ไอ้อภิวันท์






พ.อ.อภิวันท์ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เจ้าของวาทะกรรม

"ไอ้... สั่งฆ่า E... สั่งยิง"

มันได้ตายห่าแล้วที่ฟิลิปปินส์ ดินแดนที่ไม่มีเจ้า มีแต่พายุถล่มทุกปี

ถ้าศพไอ้อภิวันท์มันมาถึงไทยเมื่อไหร่ มันควรเอาไปเผาที่เตาเผาขยะ กทม. นั่นแหละเหมาะที่สุดแล้ว แถมหรูไปด้วยซ้ำไม่สมกับความเลวของมัน

ตามจริงไม่ควรเอาศพอภิวันท์ไปเผาที่วัด ให้วัดเขาเกิดเสนียดเลว ๆ ของคนหนักแผ่นดินอย่างมันไปแปดเปื้อน

แต่อย่างว่าล่ะนะ วัดย่อมเมตตาต่อผู้ที่มาขอพึ่งพา จะไปไล่ให้มันเอาศพกลับไปเผาที่เตาเผาขยะก็คงไม่ได้

แต่หวังว่า ญาติพี่น้องไอ้อภิวันท์ คงไม่หน้าด้านไปขอพระราชทานเพลิงศพล่ะ เพราะมันเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตามหลักย่อมได้รับการพระราชทานเพลิงศพอยู่แล้ว

แต่ถ้ามันจะขอพระราชทานเพลิงศพจริง ๆ สำนักราชเลขาธิการ ก็คงมีเมตตากับครอบครัวมันอยู่ดี

อย่างที่เขาเรียกว่า แม้แต่หมาจรจัดเรายังเมตตามันได้ นับประสาอะไรกับคนเลวที่ตายห่าไปแล้ว เราจะเมตตาให้มันบ้างไม่ได้เหรอ จริงไหม ? 555

ทำพิธีส่งวิญญาณไอ้อภิวันท์ ลง.... 555


มีคนเล่าให้ฟังว่า เพราะไอ้อภิวันท์ มันติดการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้มหาศาล เลยต้องยอมไปเป็นขี้ข้าทักษิณ

คนเลวถึงจะเลวยังไง ก็ต้องไม่ทำลายสถาบันหลักของชาติ
มีแต่คนพาลสันดานเหี้ยเท่านั้น ที่บังอาจคิดทำลายสถาบันหลักของชาติ

แต่ถ้าคิดในอีกแง่นึง ถ้าญาติไอ้อภิวันท์ขอพระราชทานเพลิงศพจริง ๆ ไอ้พวกแดงล้มเจ้ามันคงเจ็บใจน่าดู จริงไหม ??

อภิวันท์ หนีคดีอาญาตามมาตรา 112 ซึ่งคดีนี้ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงว่าไม่ได้ทำผิด ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

คำพูดบนเวที นปช. ของอภิวันท์ ที่ว่า "ไอ้เฮี่ย สั่งฆ่า E ห่า สั่งยิง"

ตกลงที่อภิวันท์ พูดหมายถึงใคร ? ก็บอกศาลไปเลยว่า หมายถึง ทักษิณสั่งฆ่า กับ นังธิดาสั่งยิง เพียงเท่านี้ก็จบ จะกลัวอะไร

แต่ที่อภิวันท์ หนีไป เพราะความจริงอภิวันท์เหี้ยจริงไม่ใช่รึ?



ปูใช้งานไอ้หนุ่ยหนักแน่เลย ไอ้หนุ่ยดูซูบเหมือนโดนปูดูดพลังด๊วบ ๆ ทุกคืน

คลิกอ่าน ชมการกลับมาอย่างเท่ ของ อภิวันท์


วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กรณี เกาหลีใต้ทำทางเดินเท้าลายคล้ายธงชาติไทย






จากที่เพจ Youlike ได้แชร์คลิปจากคุณ Areeya Nin ที่ได้โพสอธิบายไว้ว่า

"ทางเดินเท้าที่เกาหลีพึ่งทำเสร็จได้ประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ เล่นสีออกมาได้บังเอิญมากๆค่ะ ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรได้นะค่ะ ทางเท้าลายแบบนี้ทั้ง 2 ฝั่งถนนค่ะ" 

ดูคลิป ทางเดินเท้าเกาหลี ทำลายคล้ายธงชาติไทย

ทางเท้านี้ทำเสร็จก่อนเอเชียนเกมส์ เกิดก่อนกรณีคนไทยด่าเกาหลีใต้โกง


ถ้าถามผม ผมเฉย ๆ นะกับเรื่องนี้ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่า ที่เขาทำลายพื้นแบบนี้จะมีเจตนาจะดูถูกประเทศไทยจริงหรือไม่ ?

เพราะคนเกาหลีใต้โง่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จักธงชาติไทยเลย มีเกินครึ่งประเทศ

หรือถ้าไอ้คนทำมันมีเจตนาไม่ดี เราก็คงได้แต่ด่ามันที่บ้านเราเท่านั้น เพราะถ้าเราไปร้องเรียนถึงเกาหลีใต้ ก็ไม่รู้ว่า ทางเกาหลีใต้มันจะทำให้เราหน้าแตกหรือไม่ เพราะถ้าเกิดเกาหลีใต้เกิดบอกว่า ไม่เกี่ยวกับประเทศไทยเลย

ที่สำคัญที่สุดเลยนะ วัฒนธรรมเรื่องการให้ความเคารพธงชาติของแต่ละประเทศแตกต่างกัน อย่างเช่น พวกฝรั่งสามารถเอาลายธงชาติมาทำกางเกงในก็ได้ เอามาทำกางเกงให้นักมวยใส่ก็ได้ เหมือนที่สาวน้อยมหัศจรรย์ หรือวันเดอร์วูแมน ก็เอาลายธงชาติสหรัฐอเมริกามาทำเป็นกางเกงขาสั้นเสมอหูที่เธอใส่นั่นแหละ

อีกทั้ง สีแดงขาวน้ำเงิน มันเป็นสีที่นิยมทำลวดลายกราฟฟิคเยอะมาก และมีหลาย ๆ ประเทศก็ใช้ 3 สีนี้เป็นสีหลักในธงชาติ เพียงแต่รูปแบบการเรียงสีจะแตกต่างกันไป

แต่ที่ทางเท้าเกาหลีมันก็ดูคล้ายสีธงชาติไทย ก็คงต้องทำใจครับ เพราะถ้ายิ่งโวยวายจนไปถึงเกาหลีใต้ บางทีอาจกลายเป็นผลเสียกับภาพลักษณ์คนไทยไปเลยก็ได้

---------------


รูปนี้อยากจะอธิบายว่าฝรั่งเขาเหยียบธงชาติของเขาได้ เพราะเขาไม่ถือ แต่คนไทยเราถือ เราจะไม่เหยียบธงชาติ


เพราะช่วงหลังจากที่คนไทยรู้สึกว่าโดนเกาหลีใต้โกงทั้งจากมวยและฟุตบอล คนไทยเราก็เอาธงชาติของเกาหลีใต้มาทำล้อมากมายเช่นกัน แบบจงใจเจตนาด่าแรง ๆ เลยล่ะ แล้วเอาไปโพสในเพจอินชอนเกมส์

แบบนี้ถ้าคนเกาหลีใต้เขาเห็น เขาก็คงโกรธคนไทยเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายจนเป็นเรื่องระดับประเทศอะไร ที่คนไทยเอาธงชาติเกาหลีใต้มาล้อเลียน

คือ วัฒนธรรมไทยเราจะเคารพธงชาติเป็นของสูง และให้เกียรติธงชาติ ไม่เอาธงชาติมาทำอะไรเล่น ๆ

แต่ในหลาย ๆ ประเทศเขาก็ไม่ถือเรื่องนี้ ขนาดธงชาติบ้านเขายังเอามาโน่นทำนี่ได้เลย

ฉะนั้น ถ้าใครเกิดอยากจะไปสอบถามที่เกาหลีใต้ ก็ต้องหาทางถามดี ๆ นะครับ อย่าไปโวยวายประหนึ่งว่า เราโกรธ แล้วกล่าวหาว่าเขามีเจตนาลบหลู่ธงชาติไทย เพราะมันอาจเป็นแค่ความบังเอิญของการเล่นสีเท่านั้น

เพราะถ้าคนไทยโวยวายเกินไป หากทางเกาหลีใต้เขาบอกว่า คนไทยเรื่องมาก คิดมากไปเอง เขาไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น สุดท้ายคนไทยนี่แหละจะอับอายเพราะเรื่องนี้

อีกทั้งกฎหมายเรื่องลบหลู่ธงชาติ เราใช้ได้กับคนสัญชาติไทย หรือกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้นครับ

ผมว่า คนไทยอย่าไปดราม่า หรือทำเป็นเรื่องใหญ่ไปเลยครับ

สำหรับผม ถ้าเป็นคนไทยหรือคนหากินในเมืองไทย รูัจักเมืองไทยดี ถ้ามันมาทำแบบนี้กับธงชาติไทย มึงเลวมาก !!


-----------------

ตอบคำถามผู้ที่ถามผมมาทางเว็บข่าวแนวหน้า

ผมขออนุญาตลอกที่ถาม และขอลอกที่ตอบมาลงนะครับ

คุณ รักนะจุ๊ปๆ รักนะจุ๊ปๆ ถามว่า "แต่ผมมองว่ามันจงใจ จะอ้างตามที่คุณใหม่เขียนก็ 50-50 นะ แต่ไอ้เกาน่าจะคิดนะว่าวัฒนธรรมเรากับเขามันต่างกัน ทำอะไรน่าจะคิดเห็นน้ำใจกันบ้างก็นับว่าดี สำหรับเรื่องเราเอาธงชาติเขามใส่อึหรือนิ้วกลาง อันนั้นก็ยอมรับว่าแรงแต่มันก็อยู่เฉพาะในเฟสสามารถลบออกได้จับต้องได้แค่สายตา สมอง แต่ที่ไอ้เกามันทำนี่ทำเป็นวัตถุขึ้นมาเลย อันนี้รับไม่ได้ บอกตรงๆ และสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ แบนสินค้าเกาหลีเงียบเท่านั้น ไม่คิดทำเรื่องให้มันใหญ่โตหรอกครับ"

ผมขอตอบว่า "คือ ผมบอกว่า ถึงมันทำเพราะเจตนาทำร้ายจิตใจคนไทย แต่ถ้ามันปฏิเสธว่า มันไม่ได้คิดแบบนั้น มันแค่ทำลายสามสี แล้วมาต่อกัน เหมือนเอาธงชาติฝรั่งเศสมาต่อกันตรงด้านสีน้ำเงิน มันก็อ้างได้ ผมถึงว่า เราด่ามันได้ แต่อยากที่จะให้มันยอมรับผิดครับ"


คุณกูเองเว้ยยย เฮ้ยยย ถามว่า "อืมมม ผมเข้าไปอ่านบทความแล้วครับ แปลกใจที่คุณเอก บอกว่ารู้สึกเฉยๆ กับสิ่งที่เกลาหลีมันทำกับคนไทย สำหรับผมแล้ว ผมรับไม่ได้ครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่า คุณเอกเป็นคนไทยหรือปล่าว? ที่พูดแบบนี้"

ผมขอตอบว่า "คือถ้ามันเจตนาทำร้ายจิตใจคนไทยจริง ๆ ผมก็โกรธครับ แต่ผมมองว่า เราต้องหนักแน่น ไม่เต้นตามมัน เพราะกฎหมายบ้านเราเอาผิดมันไม่ได้ และมันไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า มันจงใจแกล้ง มันอาจบอกว่า เป็นธงชาติฝรั่งเศส แต่ใช้ตรงสีน้ำเงินมาต่อกันก็ได้"

คุณกูเองเว้ยย เฮ้ยยย แขวะว่า "ตอนนี้เราเจอคนไทยที่ทำตัวเป็นพวกโลกสวยเข้าให้บ้างแล้วนะครับ บางคนบอกอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เช่น..ใหม่เมืองเอก นั่นไง ! Nisapi Suwat นั่นไง ! เธอคือ คนสุดท้ายนั่นไง ! ไม่รู้สึก รู้สา กับสิ่งที่เกาหลีมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนไทยเลย"

ผมขอตอบว่า "ไม่ใช่โลกสวยครับ ผมบอกว่า ด่าได้แต่คงด่าได้แค่ในบ้านเรา เพราะกฎหมายไปเอาผิดเขาไม่ได้ แต่ถ้าไปเอาเรื่องถึงเกาหลีใต้ คงยาก หรือคุณจะไปเอาเรื่องให้ ผมก็จะเชียร์เต็มที่ครับ"


คุณ Parida Promajan ถามว่า "ไม่มีประเทศไหนเค้าทำลายธงชาติ บนทางเท้าแล้วให้คนเหยียบหรอกค่ะ มันคนละเรื่องกับที่เค้าเอาไปทำกางเกงนักมวย หรือสาวน้อยวันเดอร์วูแมน แบบนั้นมันเป็นการเห็นคุณค่า ทำไมไม่ทำลายธงชาติประเทศตัวเองล่ะ และประเทศพัฒนาแล้วอย่างคุณไม่รู้จักวัฒนธรรมไทยจริงๆ หรือ ส่วนภาพที่เห็นจากบทความของคุณ คิดว่าน่าจะเอามาจากเว็บนี้ http://www.masterfile.com/stock-photography/image/619-03616664/Girls-holding-hands-in-circle-on-chalk-colored-American-flag ซึ่งถ้าลองอ่านดู เด็กๆ อเมริกันระบายสีชอล์กร่วมกัน เพราะจงรักภักดีต่อชาติและสานสัมพันธ์กันในวันหยุดค่ะ"

ผมขอตอบว่า "คนไทยไม่เหยียบธงชาติครับ ผมนำรูปนี้มาให้ดูว่า ฝรั่งเขาเหยียบธงชาติได้ เขาไม่ถือครับ"


==================

ข่าวล่าสุด เกาหลีใต้รับปากทบทวนทางเท้าลายคล้ายธงชาติไทย.

สำนักงานเขตเกาหลีใต้รับปากทบทวนทางเท้าลายคล้ายธงชาติไทย แจงสร้างเสร็จก่อนเอเชียนเกมส์ ไม่มีเจตนาลบหลู่คนไทย

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า นายสถิตย์กุล ธรรมานุรักษ์ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้เดินทางไปตรวจสอบทางเท้าที่มีลวดลายคล้ายธงชาติไทยที่ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยพบว่าทางเท้าดังกล่าวมีระยะทางยาวกว่า 2 ก.ม. และได้เข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตซอกู ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายก่อสร้างของสำนักงานเขตได้รับการยืนยันว่า มีการปรับปรุงทางเท้าตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันเอเชียนเกมส์ โดยใช้งบประมาณ 250 ล้านวอน หรือ ประมาณ 8 ล้านบาท และยืนยันว่าไม่มีเจตนาลบหลู่คนไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีคนไทยเข้ามาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานเขต ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานเขตจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมเพื่อทบทวนต่อไป




วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผมไม่แปลกใจที่น้องธันย์ แพ้คดีตกรถไฟฟ้าที่สิงคโปร์







ตอนนี้น้องธันย์ หรือ น.ส.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ได้แพ้คดีฟ้องร้องการรถไฟฟ้าสิงคโปร์แล้วทั้ง 3 ศาล คือ ศาลตัดสินให้ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ แก่น้องธันย์

ผมจำได้ว่า คุณพ่อของน้องธันย์เคยมาออกรายการเจาะข่าวเด่นกับสรยุทธในครั้งล่าสุด เมื่อครั้งที่แพ้คดีในศาลชั้นต้น โดยคุณพ่อน้องธันย์เล่าว่า ต้องใช้เงินประมาณ 2 ล้านบาทในการสู้คดีนี้

ซึ่งตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ที่พ่อน้องธันย์ บอกว่า ต้องใช้เงินถึง 2 ล้าน หมายถึงรวมการต่อสู้ทั้ง 3 ศาลหรือไม่

ที่ผมเขียนบทความนี้ ก็อยากจะบอกพ่อน้องธันย์ว่า เพราะคุณพ่อน้องธันย์รักลูก จึงอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาว แต่เผอิญคุณพ่อคิดเข้าข้างลูกสาวมากเกินไป เพราะประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้คือ ภาพจากกล้องวงจรปิด

ถ้าไม่มีคลิปกล้องวงจรปิดในขณะที่เกิดอุบัติเหตุที่น้องธันย์ตกลงไปในรางรถไฟฟ้า จนโดนรถไฟฟ้าทับจนขาขาด มาแสดงให้เห็นว่า น้องธันย์ไม่ได้ประมาทตกลงไปเอง หรือเพราะน้องธันว์โดนใครชน หรือมีใครผลักหรือไม่

ถ้าไม่มีคลิปจากกล้องวงจรปิด แบบนี้ก็มีแต่แพ้คดีเท่านั้น

คือในตอนที่เป็นข่าวใหม่ ๆ น้องธันย์ ยืนยันว่า เธอโดนเบียดจากคนอื่นจนตกรถไฟฟ้า


ซึ่งคดีนี้ผมมองตั้งแต่แรกแล้วว่า น้องธันย์และคุณพ่อจะไม่มีทางชนะคดีแน่นอน เหมือนกับที่ศาลสิงคโปร์วินิจฉัยนั่นแหละครับว่า ประเทศไหน ๆ เขาก็ไม่สร้างประตูกั้นหรือรั้วกั้นระหว่างตัวรถไฟกับตัวสถานีรถไฟ

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กับน้องธันย์ใหม่ ๆ ผมเองเคยตั้งกระทู้ไว้ในสนุกบอร์ดหลายกระทู้ รวมทั้งเคยเชียนบทความเรื่องนี้ไปแล้ว 1 บทความ


คลิกอ่าน บทความเงินน้องธันย์กับช่วย 1.2 แสนของสิงคโปร์

ซึ่งมีอยู่กระทู้นีงผมได้นำรูปรถไฟฟ้าจากทั่วโลกมาลงในกระทู้ ทั้งรถไฟฟ้าในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ต่างก็ไม่มีรั้วกั้นระหว่างผู้โดยสารกับรถไฟฟ้าที่กำลังจะเข้ามาจอดในทุกประเทศทั้งนั้นแหละครับ

คลิกอ่าน ทำไมรถไฟฟ้าบนดินส่วนใหญ่ไม่มีรั้วกั้น


และแม้ในภายหลังทางรถไฟฟ้าสิงคโปร์จะมาสร้างรั้วกั้นภายหลังแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้แปลว่า ทางการรถไฟฟ้าสิงคโปร์เขาประมาทนะครับ

ดังนั้นการที่คุณพ่อน้องธันย์ไปฟ้องร้องการรถไฟฟ้าสิงคโปร์ ว่า เขาประมาท ที่ไม่มีรั้วกั้น ก็คงไม่มีทางชนะอยู่แล้ว เพราะทั่วโลกเขาก็ไม่ได้กั้นกันเป็นส่วนใหญ่

เออ..ถ้ารถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในโลกเขากั้นรั้ว ก็ว่าไปอย่าง แต่ก็ต้องดูคลิปจากกล้องวงจรปิดประกอบด้วยว่า ใครกันแน่ที่ประมาท ?

ผู้โดยสารประมาทหรือไม่ หรือมีใครแกล้งผลักให้ตกลงไป ?

อย่างกรณีนักข่าวช่อง 3 เป็นลมตกลงไปในรางรถไฟบีทีเอสก็เช่นกัน นักข่าวคนนี้ก็เกือบตาย ถ้าไม่มี รปภ. ของบีทีเอสไปช่วยทุบสัญญาณเตือนภัยให้รถไฟจอด

แต่กรณีของนักข่าวช่อง 3 ก็เป็นความผิดของนักข่าวเองอีก เพราะเธอมีน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดหน้ามืด จนหลงเดินไปทางผิด เพราะตั้งใจจะเดินไปข้างหลังเพื่อหาที่พัก แต่กลับเดินผิดทาง เดินไปที่รางรถไฟแล้วเกิดเป็นลมตกลงไป


ผมไม่รู้ว่า ทางคุณพ่อน้องธันย์ไปสู้ในประเด็นอะไรกันแน่ ?

ถ้าไปสู้เรื่องรั้วกั้น ก็ไม่มีทางชนะคดีแน่นอน แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่มี รปภ. มาช่วยแบบที่ รปภ. บีทีเอส ไปช่วยนักข่าวช่อง 3  ก็ว่าไปอย่าง

ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า ระยะเวลาที่รถไฟกำลังจะเข้าจอดมันเหลือเวลามากน้อยแค่ไหน หากมันกระชั้นชิดเกินไป ก็คงไม่มีใครไปช่วยได้ทันเช่นกัน

ผมขอสรุปบทความเลยนะครับว่า ผมไม่แปลกใจที่คดีนี้คุณพ่อและน้องธันย์จะแพ้

เพราะถ้าการรถไฟสิงคโปร์เขาแพ้ เขาก็ต้องเสียชื่อเสียง

ดังนั้นเราต้องมองย้อนกลับไปว่า เคยมีคนสิงคโปร์ตกลงไปหรือไม่ ?

ยิ่งถ้าไม่เคยมีคนสิงคโปร์ตกลงไปในรางรถไฟฟ้ามาก่อน มันก็จะกลายเป็นว่า เพราะคนไทยเองนั่นแหละ ที่ไม่รู้จักกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยดีพอ

ย้ำ อีกครั้งว่า คลิปกล้องวงจรปิดคือ หลักฐานสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีคลิปย่อมไม่มีทางชนะคดีง่าย ๆ  ซึ่งผมเคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ไว้ในบอร์ดสนุก

คลิกอ่าน น้องธันย์ยืนยัน ถูกเบียดจนตกรางรถไฟฟ้า


----------------------

ข่าว “น้องธันย์” เปิดใจขอบคุณสื่อมวลชนช่วยเสนอข่าวพลัดตกรางรถไฟฟ้า

ฟังคุณพ่อน้องธันย์ตัดพ้อ ที่รัฐบาลไทยไม่ส่งคนไปช่วยในคดีนี้เลย


เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (4 ต.ค.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายกิตติ์ธเนศ เป็นเอกชนะศักดิ์ และ น.ส.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือน้องธันย์ ซึ่งพลัดตกรางรถไฟฟ้าถูกรถไฟทับที่ประเทศสิงคโปร์ ทำให้สูญเสียขาสองข้าง

และต่อมาได้ยื่นฟ้องต่อรัฐบาลสิงคโปร์ เดินทางมาเปิดใจขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าว โดยมี นายศาสนะ ศิริลาภ กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เป็นตัวแทนให้การต้อนรับ

นายกิตติ์ธเนศ กล่าวว่า "ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ น้องธันย์ ได้ขึ้นศาลทั้งสามศาล และต่อสู้จนจบคดี ก็อยากจะเดินทางมาขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว จากการตัดสินของศาลล่าสุดนั้น ถ้าพูดกันภาษากีฬาก็คือ ศาลให้เสมอกัน ไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ เลย เมื่อทางทนายความสอบถามเรื่องการสร้างที่กั้นรถไฟฟ้า ทางนั้นก็ตอบว่าประเทศอื่นก็ไม่ทำ จึงยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งเป็นคำตอบของประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้นของโลก มีความพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่เห็นความรับผิดชอบใดๆ และยังไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่นกัน จึงอยากวิงวอนให้เห็นความสำคัญของเด็กไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดนบ้าง อยากให้จัดหน่วยงานขึ้นดูแลโดยเฉพาะ เพราะที่จริงแล้วการส่งน้องไปเรียนที่สิงคโปร์นั้นก็เพื่อให้น้องเรียนวิชาความรู้แล้วเอากลับมาพัฒนาประเทศ

สิ่งที่จะทำต่อไปคือ ในวันอังคาร จะให้น้องธันย์ เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามไปยังรัฐบาลของประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาไม่เสียอะไรเลย แต่น้องเสียขาไปทั้งสองข้าง วันที่ขึ้นศาลก็มีสื่อประเทศสิงคโปร์มาทำข่าว แต่ข่าวที่นำเสนอออกไปก็เหมือนถูกปิดบางประเด็น สำหรับขาเทียมของน้องธันย์นี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครอบครัวตนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงให้เห็นว่า เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของไทยเมื่อทรงทราบเรื่องความเดือดร้อนของพสกนิกร ไม่ว่าจะมุมไหนของโลกก็ทรงช่วยเหลือทันที โดยทรงพระราชทานขาเทียมคู่นี้ซึ่งมีมูลค่า 3 ล้านบาท ขณะที่ขาเทียมคู่ต่อไปซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยน โดยเป็นขาเทียมที่ใช้ระบบสัมผัสประสาทผ่านทางสมอง ซึ่งมีราคาแพงมาก จึงหวังว่ารัฐบาลไทยจะเจรจาช่วยเหลือให้ได้ขาเทียมคู่ใหม่ เพื่อน้องธันย์ จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ไม่ได้คิดน้อยเนื้อต่ำใจ ขอเพียงโอกาสแค่นี้เท่านั้น"

ด้าน น.ส.ณิชชารีย์ หรือน้องธันย์ กล่าวว่า "เมื่อทราบคำตัดสินของศาลก็รู้สึกเศร้ามาก ร้องไห้เลย เพราะตนเองรู้สึกกดดันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครให้การช่วยเหลือเลย สื่อต่างประเทศก็นำเสนอบางประเด็นเท่านั้น ทำให้รู้สึกไม่มีที่พึ่ง และตอนนี้ตนเองเรียนม.5 แล้ว ต่อไปในอนาคตก็ตั้งใจจะเรียนภาควิชาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามที่คาดหวังไว้มาตลอด"

ข่าว astv ออนไลน์

-----------------

ดังนั้นผมว่า ที่ศาลตัดสินให้รถไฟฟ้าเขาไม่ต้องจ่าย แล้วก็ตัดสินในทางรอมชอมน่ะดีแล้ว

เพราะถ้าเกิดการรถไฟฟ้าสิงคโปร์ เขาเกิดฟ้องน้องธันย์กลับล่ะ จะแย่ยิ่งกว่านี้ ในข้อหาทำให้เขาต้องเสียชื่อเสียง

เพราะถ้าคุณพ่อและน้องธันย์ เข้าใจให้ถูกต้องเสียแต่แรก ก็คงไม่ต้องมาเสียใจอีกครั้งและเสียเงินไปฟรี ๆ แบบนี้


วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คนฮ่องกงอยากได้ประชาธิปไตยจริงเหรอ ?







เหตุผลที่จีนมองการประท้วงที่ฮ่องกง ไม่ใช่แค่เรื่องเรียกร้องประชาธิปไตย เท่านั้น

แต่จีนมองไปไกลกว่านั้น เพราะจีนมองกรณีประท้วงของชาวฮ่องกง อาจไกลไปถึงเป็นการเรียกร้องเอกราช

ซึ่งจีนไม่ต้องการ ให้ฮ่องกง กลายเป็นไต้หวัน 2 และจีนยังกลัวกระแสแบบเรียกร้องของฮ่องกงจะไประบาดในอีกหลายมณฑลในจีนด้วย

ส่วนเหตุผลที่ชาวฮ่องกงออกมาประท้วงรัฐบาลจีน โดยอ้างว่า ต้องการประชาธิปไตย และต้องการเลือกผู้นำฮ่องกงโดยตรงแทนที่จะเป็นผู้บริหารที่จีนเลือกให้นั้น

ผมมองว่า แท้จริงปัญหาเรื่องประชาธิปไตยในฮ่องกงเป็นแค่เหตุผลรอง แต่ชาวฮ่องกงมีเหตุผลอื่นที่สำคัญกว่านั้น แต่จะให้บอกตรง ๆ ก็เดี่ยวจะกลายเป็นดูถูกรากเหง้าชนชาติเดียวกันไปซะ

ส่วนที่ชาวฮ่องกงอยากเลือกผู้ปกครองฮ่องกงเองนั้น ก็เพราะตอนนี้ชาวฮ่องกงกำลังกลัววัฒนธรรมขากถุยของชาวจีน ที่กำลังแผ่ขยายเข้ามากลืนคนฮ่องกงมากขึ้นนั่นเอง

ทั้งการขี้กลางถนน การถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ การไม่ยอมต่อแถวเข้าคิว การใช้ห้องน้ำอย่างไม่ค่อยรักษาจนสกปรก การโวยวายหนวกหูของนักท่องเที่ยวจีนที่ไม่ยอมเคารพกฎระเบียบของฮ่องกง

ซึ่งในช่วง 2-3 ปีมานี้ มีการแชร์คลิปพฤติกรรมซกมกโสโครก ไร้ระเบียบวินัยของนักท่องเที่ยวจีนที่มาก่อวีรเวรวีรกรรมไว้ในฮ่องกงมากมาย จนคนฮ่องกงเอือมระอา (ซึ่งกระแสรังเกียจพฤติกรรมแย่ ๆ ของนักท่องเที่ยวจีนก็มีในไต้หวันด้วยเช่นกัน)


ตัวอย่างนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ โวยวาย จนผู้โดยสารชาวฮ่องกงร่วมตะโกนขับไล่



คุณสามารถไปหาคลิปที่ชาวฮ่องกงแชร์มารยาทแย่ๆ ของคนจีนแผ่นดินใหญ่ได้มากมายในยูทูป


หรือในช่วงนมผงเด็กจากจีนเกิดปัญหาสารเมลามีนปนเปื้อน ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ก็แห่เข้ามาซื้อนมผงในฮ่องกงจนหมดสต๊อก จนนมผงเด็กในฮ่องกงขาดแคลนเดือดร้อนกันไปทั่วเกาะ

แถมตอนนี้ภาษาจีนกลางเข้ามาแผ่ขยายในฮ่องกงมาก จนตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ฮ่องกงเริ่มใช้ภาษาจีนกลางมากกว่าภาษากวางตุ้งไปแล้ว

อีกทั้งจีนนำเงินภาษีจากชาวฮ่องกงมาพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนจีนเข้ามาในฮ่องกงมากขึ้น ง่ายขึ้น เช่น การสร้างรถไฟความเร็วสูง สร้างสะพานข้ามเกาะฮ่องกงเชื่อมแผ่นดินใหญ่ จนคนฮ่องกงกลัวจะถูกคนจีนเข้ามากลืนอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชาวฮ่องกงไป

ดังนั้น ชาวฮ่องกงจึงอยากได้ผู้นำที่เป็นชาวฮ่องกงจริง ๆ เพื่อจะได้ออกกฎหมายจำกัดการเข้ามาของคนจีนได้มากขึ้น

ตอนนี้คนฮ่องกงกำลังกลัวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมากกว่าพันล้านคนจะไหลเข้ามากลืนชาติคนฮ่องกงที่มีอยู่แค่ 7 ล้านคนเท่านั้น

ยิ่งตอนนี้มีแม่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาคลอดลูกในฮ่องกงมากขึ้นทุกปี เพราะต้องการให้ลูกได้สิทธิอยู่ในฮ่องกงตามการเกิด

ส่วนชาวไต้หวัน ก็ได้ทีออกมาสนับสนุนชาวฮ่องกงกันยกใหญ่ เพราะไต้หวันอยากมีพันธมิตรอย่างฮ่องกง เผื่อไว้ช่วยในสนับสนุนการประกาศเอกราชจากจีนของไต้หวันในอนาคตได้เป็นจริงมากขึ้น

ที่ผมมองว่า ปัญหาเรื่องเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงเป็นเรื่องรอง ก็เพราะ ตอนที่อังกฤษปกครองฮ่องกงมา 99 ปี ชาวฮ่องกงก็ไม่เคยมีสิทธิเลือกตั้งผู้บริหารเกาะฮ่องกงเองสักหน่อย

เพราะอังกฤษจะแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระราชินีอังกฤษ มาบริหารเกาะฮ่องกงมาโดยตลอด ก็ไม่เคยเห็นชาวฮ่องกงออกมาเรียกร้องขอเลือกตั้งผู้บริหารเกาะฮ่องกงกันเลย

นั่นเพราะชาวฮ่องกงพอใจในวัฒนธรรมผู้ดีอังกฤษหลายอย่าง มากกว่าวัฒนธรรมแย่ ๆ ของชนชาติพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ที่เรียกว่า วัฒนธรรมขากถุย ของคนจีนแผ่นดินใหญ่ นั่นเอง

ดังนั้น กระแสประชาธิปไตยของชาวฮ่องกง จึงเป็นแค่เรื่องรองไว้บังหน้า

แต่กระแสต่อต้านชาวจีนแผ่นดินใหญ่นี่แหละเรื่องหลักเรื่องใหญ่เลยครับ

ตอนนี้รัฐบาลจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีน กำลังสุมหัวทาทางจัดกับการประท้วงที่ฮ่องกงอย่างเคร่งเครียด

ส่วนเราคนไทยก็รอดูไปครับว่าว่า ระดับหัวกะทิในพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะหาทางแก้ปัญหานี้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ถ้าเลือกวิธีแบบที่เคยใช้จัดการผู้ชุมนุมที่เทียนอันเหมินเมื่อ 25 ปีที่แล้วล่ะก็ จีนก็จะเดินเกมพลาดอย่างแรง

แต่คิดว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนตอนนี้ได้เข้าใจระบบเสรีนิยมมากขึ้นกว่าเมื่อ 25 ปีที่แล้วเยอะ จึงน่าจะไม่ใช้วิธีการปราบปรามผู้ประท้วงแบบรุนแรง ผมว่านะ..

คงปล่อยให้ประท้วงไปสบาย ๆ จนหมดแรงไปเอง นั่นแหละดีที่สุด

เพราะอาหารหลักของชาวฮ่องกง ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ถ้าประท้วงนานวันเข้า ความอดอยากจะมาเยือนคนฮ่องกงเอง

------------------

ที่แท้คนฮ่องกงไม่ได้ต้องการประชาธิปไตย แต่ต้องการเป็นขี้ข้าอังกฤษต่อไปต่างหาก




ฮ่องกงจะมีเวลาเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบไปอีก 33 ปีเท่านั้น เพราะเมื่อครบ 50 ปี หลังจากที่อังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้จีน จีนจะเข้าปกครองฮ่องกงอย่างเต็มระบบ เป็นเนื้อเดียวกัน

ดังนั้นจีนย่อมไม่ยอมให้ฮ่องกงได้ประชาธิปไตยเต็มใบง่าย ๆ เพราะถ้าถึงเวลาครบ 50 ปีแล้ว จะยิ่งปกครองฮ่องกงยาก หรืออาจเสียฮ่องกงไปแล้วก่อนครบ 50 ปี

ดังนั้น การประท้วงของชาวฮ่องกงในวันนี้ จึงไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงเพราะต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ และเป็นการเรียกร้องพร่ำหาเจ้านายเก่าอังกฤษให้มาปกครองมากกว่า

สังเกตจากธงที่นำมาใช้ในการประท้วง ก็เป็นธงฮ่องกงเก่าที่มีสหราชอาณาจักรเป็นเจ้านาย


ให้สังเกตธงชาติเก่าฮ่องกงต้องมีตราราชวงศ์อังกฤษอยู่ในธง

ผู้ประท้วงชาวฮ่องกง ใช้ธงชาติเก่าฮ่องกง นี่หรือต้องการประชาธิปไตย เพราะสมัยอังกฤษปกครองฮ่องกงก็ไม่เคยให้ชาวฮ่องกงเลือกผู้บริหารเกาะเอง

ถ้านับจากสนธิสัญญานานกิง สงครามฝิ่นที่อังกฤษชนะจีน ฮ่องกงก็ตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิอังกฤษนานถึง 155 ปี (เป็นการเช่าจากจีน 99 ปี)

คนฮ่องกงเป็นขี้ข้าอังกฤษมานาน 155 ปีไม่เคยได้ประชาธิปไตย ฉะนั้น การอ้างประชาธิปไตย มันจึงเหมือนการตอแหลเท่านั้น

หากมองให้ลึกขึ้น การชุมนุมในฮ่องกง ก็อาจเป็นแผนกัดเซาะรัฐบาลจีนที่อาจมีชาติตะวันตกคอยให้ท้าย

ธงฮ่องกงในปัจจุบัน


คลิกอ่าน ม็อบฮ่องกงเริ่มฝ่อ เพราะปอดแหก