วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ยิ่งลักษณ์ฉลาดกว่าบก.ลายจุด แต่สาวกโง่เหมือนเดิม






เมื่อปีที่แล้ว บก.ลายจุด ออกมาทำข้าวสารลายจุด ซึ่งเป็นชนิดข้าวหอมปทุม น้ำหนัก 5 กก. ขายราคาถุงละ 200 บาท (ขายแพงกว่าราคาตลาดทั่วไป)

บก.ลายจุด อ้างว่า นี่ไงซื้อข้าวเปลือกหอมปทุมจากชาวนาตันละ 15,000 บาท แบบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ทำข้าวสารขายได้กำไร

ผมเคยเขียนบทความเก่าไว้แล้วว่า สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขารับซื้อข้าวเปลือกหอมปทุม ที่ราคาตันละ 16,000 บาทโว้ย 

นี่คือสิ่งที่ บก.ลายจุดโม้หลอกพวกเสื้อแดงด้วยกันเอง เพราะ บก.ลายจุดซื้อแค่ตันละ 15,000 บาท ถูกกว่าในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์รับซื้อตันละ 1,000 บาท

บก.ลายจุด ไม่เคยบอกว่า ไปซื้อข้าวเปลือกมาจากชาวนาคนไหน ซื้อทั้งหมดกี่เกวียน ซื้อจากชาวนากี่คน แล้วก็อ้างแถๆ ว่า ต้องเก็บเป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของชาวนาที่เข้าร่วมโครงการข้าวสารลายจุด 

เอ.. นี่ตกลงขายข้าวหรือขายกัญชาหว่า? ถึงต้องเก็บเป็นความลับ  อิอิ

ในเมื่อ บก.ลายจุด ไม่ระบุแหล่งที่มาการซื้อข้าวเปลือกว่า ไปซื้อมาจากชาวนารายใด

ผมก็เลยสันนิษฐานว่า บางที บก.ลายจุด ก็แค่ไปซื้อข้าวหอมปทุมยกกระสอบจากโรงสี กระสอบละ 100 กก. ราคาในเวลานั้นคือกระสอบละ 2,000 บาท เฉลี่ยตกกิโลกรัมละ 20 บาทเท่านั้น

ถ้า บก.ลายจุด เอาข้าวสารกระสอบมาแบ่งขายใส่ถุงละ 5 กก. แล้วขายถุงละ 200 บาท ก็เท่ากับ บก.ลายจุดได้กำไรจากข้าวสารลายจุดขนาด 5 กก. ถุงละ 100 บาทแล้ว ฮ่า ๆ ๆ

คลิกอ่าน แค่ บก.ลายจุดซื้อข้าวสารจากโรงสีมาบรรจุขายก็รวยแล้ว

แต่ บก.ลายจุด ก็ยังดีนะ ทำบรรจุภัณฑ์สวยงาม เพื่อขาย แต่ทั้งหมดที่ บก.ลายจุด ทำนั้น ก็แพ้คุณยิ่งลักษณ์





เพราะคุณยิ่งลักษณ์ เธอแค่ไปนั่งยอง ๆ ซึ่งคือท่าถนัดของเธอ เพื่อซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนา(หน้าม้า) กิโลกรัมละ 25 บาท จำนวน 100 กิโลกรัม เป็นเงิน 2,500บาท ตามรายงานข่าวในวันนั้น

แล้วยิ่งลักษณ์ก็ยังซื้อข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท จำนวน 1 ตันจากกลุ่มเกษตรกรชุมชุน เพื่อเอาหน้าในวันนั้นอีกอย่าง (ทำไมไม่ซื้อตันละ 15,000 บาทหว่า?)

พอวันต่อมา ชาวนาที่มานั่งหน้าเศร้าขายข้าวให้ยิ่งลักษณ์ ก็หายหัวไปหมด ไม่มานั่งขายต่อ

แต่ยิ่งลักษณ์ เธอเด็ดสะระตี่กว่า เพราะวันต่อมา เธอกลับไปเอาข้าวสารมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ตั้ง 10 ตัน มาขายกิโลกรัมละ 20 บาท ในขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม ที่ห้าง ๆ หนึ่ง ขายแค่ชั่วโมงเดียวหมด!!  (สุโค่ย !! 4 ซีซั่น)

ยิ่งลักษณ์ อ้างว่า เธอมาขายข้าวสารช่วยชาวนา แต่ก็ไม่ยอมระบุว่า ซื้อข้าวสารจากชาวนารายไหน ซื้อจากชาวนากี่คน จำนวนตั้ง 10 ตัน!!

ดังนั้น เมื่อยิ่งลักษณ์ไม่ระบุที่มาที่ไปของข้าวให้ชัดเจน

ผมก็ขอสันนิษฐานเองว่า ยิ่งลักษณ์อาจไปรับข้าวสารมาจากโรงสีเครือข่ายเจ๊ดอ. ที่ร่วมกันกดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา จนเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 5 บาท

แล้วยิ่งลักษณ์ก็ไปรับข้าวสารจากโรงสีเครือข่ายเจ๊ดอ มาขายให้ประชาชนในราคากิโลกรัมละ 20 บาทอ้างว่า ขายช่วยชาวนา  เย้ !! ฟันกำไรเห็น ๆ!!

นี่เท่ากับ ยิ่งลักษณ์ คือ แม่ค้าคนกลางชัด ๆ (555)

แต่ยิ่งลักษณ์ดันตัดราคาข้าวหอมมะลิที่ควรเป็น คือ ข้าวหอมมะลิควรมีรคากิโลกรัมละ 35 บาทขึ้นไป นี่เท่ากับทำร้ายชาวนาชัด ๆ



แถมยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องไปจ้างทำถุงบรรจุข้าวสาร 5 กก. ที่มียี่ห้อสวยงามแบบที่ บก.ลายจุดเคยทำด้วย เพราะแค่ใส่ถุงก๊อบแก๊บ ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแล้ว

ดังนั้น ผมถึงขอสรุปว่า ยิ่งลักษณ์ฉลาดกว่า บก.ลายจุด เห็น ๆ ฮ่า ๆ

ที่สำคัญคือ ทั้งสองคนไม่ได้ไปซื้อข้าวจากชาวนา แต่ไปรับข้าวมาจากโรงสีมาทั้งคู่ เข้าใจไหม !!

----------------

เมื่อผู้สื่อข่าวถามยิ่งลักษณ์ว่า "จะไปซื้อข้าวจากโรงสีที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวมาขายหรือไม่"

ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "ต้องดูตามความเหมาะสม ความจริงจะรับซื้อตรงไหนก็ได้ แต่ต้องทำตามศักยภาพของตัวเอง ในอนาคตไม่ว่าสินค้าใดเดือดร้อน หากตัวเองคิดช่วยได้ก็จะช่วย"

โถ กล้าพูดนะว่า ทำตามศักยภาพของตัวเอง?? 

แล้วตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีเงินจะรับซื้อข้าว(จำนำ)จากชาวนาแล้ว ทำไมไม่หยุดโครงการ ยังจะดื้อด้านกู้เงินมาซื้อจนขาดทุนหลายแสนล้านบาท หา!!

เหอะ ๆ แล้วข้าวสารเหลือในโกดังจำนำข้าวของรัฐบาลมากกว่า 15 ล้านตัน ไอ้ข้าวเหลือรอเสื่อมนี่แหละ ที่เป็นตัวทำให้กลไกลราคาข้าวในตลาดของไทยผิดปกติมาหลายปี (นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวเขาว่างั้น)

ทำไมยิ่งลักษณ์ไม่ไปเหมาข้าวเสื่อม ข้าวรอเสื่อม ที่ค้างในโกดังจำนำข้าวของรัฐบาล มาขายนะ คิดสิคิด !!