วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บทเรียนประมูลคลื่น 4G คนไทยเลิกโง่เถอะ






การประมูล 4 จี ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ชี้ให้คนไทยหายโง่ 3 ประเด็น

1. ที่ผ่านมาผลประโยชน์ที่ค่ายมือถือเคยได้รับ มีหลายแสนล้าน แต่รัฐบาลยุคเลือกตั้งกลับหาผลประโยชน์เข้าประเทศได้นิดเดียว ทั้ง ๆ ที่ค่าโทรในอดีตแพงกว่าในยุค 4G หลายเท่า


2. การกำหนดเงื่อนไขการประมูลของ กสทช. คือตัวกำหนดมูลค่าการประมูลว่าจะถูกหรือแพง และเงื่อนไขการประมูลยังสามารถป้องกันการฮั้วประมูลได้ด้วย

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในขณะนั้นด้วยว่า เห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนของพวกพ้องตัวเองแค่ไหน เพื่อจะได้ควบคุมการทำงานของ กสทช. ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เข้าทำนองสำนวนที่ว่า "ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก"


3. รัฐบาลเผด็จการช่วยปกป้องและรักษาผลประโยชน์ให้ชาติได้มากกว่า 2 แสนล้านบาท นำเงินตรงนี้มาพัฒนาประเทศได้อีกมาก

สรุป รัฐบาลจะมาจากหนทางไหนก็ไม่สำคัญเท่าขอให้ทำเพื่อประเทศชาติจริง ๆ ก็พอ

เฉกเช่น วจีอมตะของเติ้งเสี่ยวผิง แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็พอ


------------------------




ถ้าดูจากตัวเลขคลื่น ณ ขณะนี้ ทรู กับ ดีแทค จะมีสัญญาณเสถียรที่สุด เพราะมือถือรุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบแบ่งแยกคลื่นทุกคลื่นในเวลาเดียวกับแบบเรียลไทม์

เช่น ถ้ามีคลื่นอยู่หลายคลื่น ตัวสมาร์ทโฟนและระบบเครือข่าย สามารถกระจายข้อมูลเฉลี่ยไปในคลื่นที่แตกต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ได้สัญญาณที่ไวและเสถียรที่สุด

ปัญหาคือ ดีแทคจะหมดอายุสัมปทานก่อนใคร ๆ เพราะการประมูลใหม่ไม่ได้มีอยู่ในมือนี่แหละ

ส่วนทรู แม้มีคลื่นมากที่สุด แต่ต้นทุนก็แพงขึ้น กำไรเลยน้อยลง ฉะนั้นถ้าทรูขายซิมใหม่ได้ช้า ก็ยิ่งกำไรน้อยลง แต่ยังไงก็มีกำไร เพราะอนาคตร่วม 20 ปี สมาร์ทโฟนจะพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า อัตราการใช้จึงมีแต่เพิ่มขึ้นไม่มีลดลง เพราะผู้คนจำนวนมากขึ้น การติดต่อสื่อสารก็มากขึ้น แถมค่าเงินในอนาคตก็ยิ่งลดลง สัมปทานแสนล้านที่ทรูต้องจ่าย จึงไม่ได้มากเกินไป

ส่วนเอไอเอส น่าผิดหวังที่สุด เพราะมีโครงข่ายเดิมเป็นคลื่น 900 อยู่แล้ว ถ้าได้สัมปทาน ก็แทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเสาสัญญาณและระบบเท่าไหร่นัก ถือว่า มีต้นทุนด้านเครือข่ายน้อยที่สุด แต่ดันพลาดได้ ผมคิดว่า ผู้บริหารเอไอเอสใจเสาะไปหน่อย แต่ก็อย่างว่า คู่แข่งอย่างทรู เขาสายป่านยาวในหลายธุรกิจจนครบวงจร ทรูสามารถใช้ธูรกิจอื่น ๆ นำมาช่วยซัพพอร์ตเครือข่ายมือถือและค้ำจุนอนาคตบริษัทได้ดีกว่า  มั่นคงกว่าเจ้าอื่น ๆ

ส่วนJas หรือ จัสมิน ผู้ชนะคลื่น 900 แสดงว่า มีทุนจากต่างชาติมาช่วยจำนวนมหาศาลแน่นอน ข่าวว่าเป็นนายทุนค่ายมือถือจากเกาหลีใต้ ถึงได้กล้าท้าชนเจ้าตลาดเดิมทั้งสามเจ้า

แต่ข้อเสียเปรียบของจัสมินคือ ยังไม่มีลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ในมือเลย (จะมีก็แต่ลูกค้าในบริการอินเตอร์เน็ต 3BB) แถมไม่มีเสาสัญญาณโครงข่ายอีกด้วย คือต้องลงทุนวางระบบใหม่ทั้งหมดน่าจะไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาทเป็นอย่างน้อย และต้องทำให้เร็วที่สุดเพื่อรองรับฐานลูกค้า หากไม่รีบครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็วความเสี่ยงก็จะเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้แจสต้นทุนจะแพงกว่าเจ้าอื่น ๆ แน่นอน

(ดังนั้นคาดการณ์ว่า ในอนาคตแจสอาจจะร่วมมือหรือร่วมทุนกับ dtac ก็เป็นได้เพื่อความมั่นคงและเพื่อการต่อสู้ยืนหยัดในตลาดต่อไป)


การประมูล 4 จีของไทยในคลื่น 900 นั้น แพงเป็นอันดับสองของโลกรองจากฮ่องกง เหตุคนไทยบ้าโซเชียลมากที่สุดในโลกก็เงี้ย

ถึงยังไง นายทุนเขาก็รวยอยู่ดี เพราะคนไทยอดโซเชียลผ่านมือถือไม่ได้ กิเลสคนไทยเยอะ ต้องแชท ต้องคุยทั้งวัน ประโยชน์จากการออนไลน์ของคนไทย จึงได้น้อยกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

หมายถึง มูลค่าสัมปทานเครือข่ายมือถือแพงที่สุดในโลก แต่มูลค่ารายได้ที่คนไทยสร้างได้จากการใช้สมาร์ทโฟนกลับได้น้อยมาก เพราะคนไทยใช้เพื่อสนองกิเลสมากกว่าใช้เพื่อสร้างรายได้

ซึ่งต่างจากพวกฝรั่ง เขาไม่บ้าแชทเท่าคนไทย ค่าโทร ค่าเน็ตของฝรั่งเลยถูกกว่าไทย

ขนาดเวียดนาม 4 จี แบบไม่จำกัด เดือนละประมาณ 150 บาทเอง

เชื่อไหม คนไทยเราเจริญแต่เปลือก ขี้อวด ขี้แชท เลยถูกพวกนายทุนเอาเปรียบได้ง่าย ๆ ด้วยค่าโทรที่แพงกว่า เน็ตแพงกว่า แต่คุณภาพกลับห่วยกว่าทุกชาติในอาเซียน

----------------------

เพิ่มเติม ทำไม Jas ต้องลุยประมูลคลื่น 900

สาเหตุเพราะ Jas ทำ 3BB แต่โดนคู่แข่งอย่าง ทรู และ AIS ลงมาแย่งตลาดอินเตอร์เน็ตบ้าน แถมพ่วงแพคเกจมือถือ เบอร์บ้าน อินเตอร์เน็ต เคเบิลทีวี WIFI เข้าไปด้วย (แถมทรูมีช่องทางจำหน่ายเพื่อจัดโปรแถมซิม หรือแลกซื้อซิมที่เซเว่นบ่อย ๆ )

ทำให้ 3 BB กำลังอยู่ในจุดเสียเปรียบในการแข่งขัน เลยต้องประมูลคลื่น 900 เพื่อให้มีธุรกิจครบวงจรมากขึ้น เพื่อการต่อสู้ในตลาดครับ

สรุป คือ สถานการณ์มันบีบให้ Jas ต้องสู้

โดยส่วนตัวผม คิดว่า AIS ถอยออกมาคุมเชิงก่อน เอาเงินที่ประหยัดตรงคลื่น 900 ไปพัฒนาอย่างอื่นก่อนได้ แล้วรอดูสถานการณ์ตลาดในช่วง 3 ปีของคู่แข่งไปก่อน ทั้งทรู และ แจส

แล้วก็รออีก 3 ปี คลื่นในมือ DTAC จะหมดอายุต้องนำมาประมูลใหม่ AIS คงกะลุยยกนั้นอีกที

อีก 3 ปี ดีแทคเหลือคลื่นในมือคลื่นเดียว


แต่ก็นั่นแหละ การปล่อยเสือรายเก่าอย่างทรู และเสือรายใหม่อย่างแจส ได้เข้าป่าไปตะครุบเหยื่อ บางทีมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ AIS คาดคิดเหมือนครั้งนี้ได้อีก

พอไม่มีอำนาจการเมืองหนุนหลัง AIS ก็ไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขามเหมือนในอดีตแล้ว ที่ผ่านมาที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวยมหาศาลมาได้ เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่

คลิกอ่าน ไขข้อข้องใจหลังการประมูลคลื่น 900 4G ไทย
คลิกอ่าน 3จีไทยตำกว่ามาตรฐานโลก 6 เท่า แถมห่วยกว่าเขมร


วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กรณี ปอ ทฤษฎี ป่วย ข้อพิสูจน์สื่อบันเทิงไทยห่วย






ในช่วง 5 - 6 ปีที่ผ่านมา ผมดูละครไทยแบบตั้งใจดูตั้งแต่แรกจนจบมีแค่ไม่กี่เรื่อง ไม่น่าจะถึง 5 เรื่อง แล้วมีอยู่ 2 เรื่องที่ ปอ ทฤษฎี เป็นพระเอก คือ เรื่องรักเล่ห์เสน่ห์ลวง ที่ ปอ ต้องเล่นเป็น 2 คน คู่กับนางเอกอีก 2 คน คือ พลอย เฌอมาลย์ กับ สุนิสา เจท

ส่วนอีกเรื่องที่ผมดู ปอ เล่นเป็นพระเอก ก็คือ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา

สรุปง่าย ๆ ว่า ปอ เป็นพระเอกละครที่ผมชื่นชอบคนนึงในปัจจุบัน ในช่วงที่ผมแทบจะเลิกดูละครไทยแล้ว

-------------------

จากกรณีที่ ปอ ทฤษฎีป่วยหนักจากภาวะแทรกซ้อนจากไข้เลือดออก จนถึงขั้นวิกฤติ หรือโคม่า

จนถึงวันนี้ ปอ ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะมีโรคแทรกเข้ามาตลอด โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ

เนื่องจากคนที่ต้องนอนป่วยบนเตียงนาน ๆ แถมมีท่อของเครื่องมือต่าง ๆ อยู่ติดกับร่างกาย ย่อมมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าปกติ เพราะภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ

จึงทำให้ ปอ ที่ผ่านช่วงที่เกือบตาย จนมาถึงจุดที่นึกว่าจะผ่านพ้นวิกฤติเสียที ก็กลับไปติดเชื้อในปอดหนักอีก จนต้องกลับมาใช้เครื่องช่วยหายใจอีกรอบ

ทำให้ประชาชนทุกคนต่างเป็นห่วง ปอ มากขึ้น แต่ก็ควรเอาใจช่วยอย่างมีสติ ไม่ใช่แห่เห่อไปตามข่าวลือที่สื่อบันเทิงไทยห่วย ๆ ชอบปล่อยข่าวออกมา

เช่น ล่าสุดมีข่าวลือว่า ปอ เสียชีวิตนั้น ข่าวลือนี้มันต้องออกมาจากสื่อบันเทิงไทยนี่แหละ เพราะสื่ออยู่นั่งเฝ้า นอนเฝ้า คาโรงพยาบาล เจ้่ากรมข่าวลือเลยเมคข่าวขาย

ผมอยากเขียนมาหลายวันแล้วอย่างเช่น  เรื่องที่ ปอ ทฤษฎี ถูกตัดข้อเท้าไปนั้น พวกเราไม่ควรได้รับรู้ข่าวสารนี้เลยด้วยซ้ำ

เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ ปอ มาก ๆ เพราะเขามีอาชีพนักแสดง ต้องใช้ร่างกายในการแสดงต่อไป เป็นพระเอกที่สมบูรณ์ในละครต่อไป

แต่พวกเราคนไทยดันต้องมารับรู้ ก็เพราะสื่อไทยเห่ย ๆ ห่วย ๆ อยากจะขายข่าวซะ ละทิ้งจรรยาบรรณของสื่อ

สื่อไทย โดยเฉพาะสื่อบันเทิงไทย คุณรู้ตัวไหมนะว่า พวกคุณห่วยมาก

เพราะข่าว ปอ ถูกตัดข้อเท้า มันเป็นข่าวลือออกมาก่อน ทำให้แพทย์จึงต้องออกมาแถลงข่าวเพื่อความชัดเจนในที่สุด

หากไม่มีข่าวลือเรื่อง ปอ ถูกตัดข้อเท้าออกมาก่อน แพทย์ก็คงไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้ให้สื่อรู้

ผมเชื่อว่า ข่าวลือมันต้องมาจากสื่อนี่แหละ ที่พยายามซอกแซกอาจแอบฟังหมอคุยกัน จนกลายเป็นข่าวลือออกมาก่อน

----------------------

ในต่างประเทศ ถ้าดาราหรือคนดังป่วย สื่อเขาไม่ตามเข้าไปทำข่าวในโรงพยาบาลหรอก อย่างเก่งสื่ออาจรายงานข่าวอยู่นอกตัวตึก หรืออยู่หน้าโรงพยาบาล แล้วรายงานข่าวตามที่แพทย์แถลงเท่านั้น

สื่อนอกเขาไม่แห่เข้าไปเฝ้าถึงหน้าห้องผู้ป่วย หน้าห้อง CCU แบบที่สื่อไทยกระทำ สื่อนอกเขาไม่ซอกแซกแอบสืบแอบฟังเพื่อหวังขายข่าวผู้ป่วยเหมือนสื่อไทยหรอก

ถึงแม้คนไทยจะอยากรับรู้ข่าวสารอาการป่วยของ ปอ ทฤษฎี แต่ไม่ได้อยากรู้ลึกมากขนาดละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้ป่วยและละเมิดความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้ป่วยหรอก

ประเทศไทยเราที่ห่วย ผู้คนไม่ค่อยรู้จักกาละเทศะ ส่วนหนึ่งก็เพราะสื่อไทยนี่แหละ ที่ทำตัวอย่างห่วย ๆ ให้คนรับข่าวสารได้เห็นจนชาชิน

---------------------

ควรเสริมสมุนไพรให้ ปอ ทฤษฎี บ้าง

สุดท้าย ผมอยากฝากถึงคณะแพทย์ที่ดูแลรักษา ปอ ทฤษฎี

คือ ผมอยากให้ทีมหมอช่วยเสริมสมุนไพรพวกขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ให้ ปอ ด้วย

เพราะถ้าผู้ป่วยรับแต่ยาฝรั่งมากเกินไป ตับ กับ ไต จะยิ่งแย่ลง

ทั้งขมิ้นชัน และฟ้าละลายโจร มีสรรพคุณต่อสู้เชื้อโรคได้ดี แถมบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เสริมภูมิต้านทานให้ผู้ป่วยด้วย เช่น ฟ้าทะลายโจร นอกจากมีสรรพคุณต่อต้านเชื้อโรคได้ดีแล้ว ยังเสริมภูมิต้านทาน และช่วยรักษาตับให้แข็งแรงขึ้นด้วย

ยิ่ง ปอ ต้องรับยาฝรั่งมากมายจนตับอักเสบ ก็ยิ่งต้องเสริมด้วยสมุนไพรไทย แม้แต่ขมิ้นชันก็ช่วยลดอาการอักเสบภายในได้ดี

ขอฝากคณะแพทย์ที่ดูแลรักษา ปอ ลองนำไปพิจารณานะครับ


วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สิ่งที่ขาดหายไปในก๋วยเตี๋ยวหมูยุคดิจิตอล






บทความนี้ ผมอาจจะโลกแคบก็ได้ เพราะผมไม่ได้ไปสำรวจให้ทั่วประเทศ หรือ ทั่วกรุงเทพฯ

แต่ปัญหาที่ผมเจอก็คือ แถวบ้านผมย่านโชคชัย 4 ผมได้เจอก๋วยเตี๋ยวหมูร้านที่คนเขาว่าอร่อยหลายร้าน กลับขาดสิ่งหนึ่งที่ก๋วยเตี๋ยวหมูที่อร่อยในอดีตจะขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องใส่ตั้งฉ่าย

คุณผู้อ่านบางคนอาจไม่รู้จักตั้งฉ่ายกันแล้วมังครับ ?

สมัยผมเด็ก ๆ บ้านผมอยู่ย่านปากทางลาดพร้าว คือ ผมอยู่ซอยลาดพร้าว 1 ซึ่งมีร้านอาหารอร่อย ๆ แบบที่เรียกว่า หาอร่อยระดับนั้นได้ยากในยุคนี้

โดยเฉพาะร้ายก๋วยเตี๋ยวแถวปากทางลาดพร้าวในอดีต มีมากมายให้เลือกทุกสไตล์ ทั้งสองฟากถนนลาดพร้าว และทั้งในซอยลาดพร้าว 1

แต่ประเด็นที่ผมจะพูดก็คือ บรรดาร้านก๋วยเตี๋ยวหมูหรือร้านก๋วยเตี๋ยวหมูผสมลูกชิ้นปลา ร้านที่อร่อย ๆ ทุกร้านในอดีตจะต้องมีใส่ตั้งฉ่ายในก๋วยเตี๋ยวด้วยทั้งนั้น

ตั้งฉ่าย ก็คือ ผักกาดขาวดองเค็ม หรือ กะหล่ำปลีดองเค็ม ที่มักจะใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวหมู ข้าวต้มหมู ข้าวต้มปลา เป็นต้น



ความสำคัญของตั้งฉ่ายก็คือ ทำให้เกิดความกลมกล่อมและความหอมให้น้ำก๋วยเตี๋ยวมากขึ้น

ถ้าคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวแบบโชกโชนจริง ๆ (อย่างผม) เขาจะรู้ทันทีว่า น้ำก๋วยเตี๋ยวที่ว่าอร่อยแต่อร่อยไม่สุด ส่วนใหญ่ก็เพราะขาดตั้งฉ่าย

ผมเองก็ไม่เข้าใจนะว่า ทำไมร้านก๋วยเตี๋ยวสมัยใหม่เขาไม่นิยมใส่ตั้งฉ่ายกันแล้ว เพราะผมเจอไม่กี่ร้านที่ยังใส่ตั้งฉ่ายอยู่ เช่น ร้านบะหมี่ราชาหมี่เกี๊ยวส่วนใหญ่ก็ยังใส่ตั้งฉ่าย หรือเมื่อสองอาทิตย๋ก่อน ผมซื้อบะหมี่ชายสี่หมี่เกี๊ยวแถวบ้านผม ก็มีใส่ตั้งฉ่ายเช่นกัน

แต่ที่แน่ ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขายมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีโดยเฉพาะร้านคนจีนเก่า ๆ  ก็ยังใส่ตั้งฉ่ายกันอยู่ แต่ร้านที่เกิดใหม่ ๆ ในยุคไม่ถึง 20 ปีมานี่ ผมเห็นว่าร้านก๋วยเตี๋ยวที่เกิดใหม่ ๆ ในช่วงหลัง ๆ ไม่ใส่ตั้งฉ่ายกันแล้ว

ทั้ง ๆ ที่ ตั้งฉ่าย นี่ ถ้าคนเคยกินก๋วยเตี๋ยวแบบอร่อยสุด ๆ มาก่อน จะรู้ว่า การขาดตั้งฉ่ายก็เหมือนผัดไทยขาดหัวไชโป๊ว นั่นแหละ

โดยเฉพาะ ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งหมู การไม่ใส่ตั้งฉ่าย ทำให้ขาดความอร่อยไปมากเลยทีเดียว

อย่างแถวบ้านผม มีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใสอยู่เจ้านึง เขาก็อร่อยดี แต่เขาไม่ใส่ตั้งฉ่าย บอกตรง ผมรู้สึกเลยว่า ถึงร้านนี้จะอร่อย แต่พอไม่ใส่ตั้งฉ่าย ก็เหมือนเขาลดความอร่อยที่ร้านเขาควรจะก้าวไปถึงไม่ต่ำกว่า 50 % เลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้ผมเลยต้องไปซื้อตั้งฉ่ายมาติดบ้านเอาไว้ เวลาไปซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านไหนที่เขาไม่ใส่ตั้งฉ่าย ผมก็จะมาใส่เองที่บ้าน ซึ่งมันช่วยเพิ่มความอร่อยและความกลมกล่อมให้ก๋วยเตี๋ยวได้อร่อยแบบถึงที่สุดที่ควรจะเป็นของแต่ละเจ้าควรจะไปถึง

ปกติเวลาร้านก๋วยเตียวเขาจะใส่ตั้งฉ่าย เขาก็จะใส่เส้นใส่เครื่องเคราทุกอย่างให้ก๋วยเตี๋ยวจนครบถ้วน แล้วจะใส่ตั้งฉ่ายเล็กน้อย ตามด้วยผักชี ต้นหอม ปิดท้าย

---------------------

คนไม่ชอบกินตั้งฉ่าย แล้วเขี่ยทิ้ง

จริง ๆ แล้ว  ตั้งฉ่ายที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยว ถึงมีอยู่แต่ไม่ต้องกินก็ได้ครับ เพราะมันเป็นเหมือนตัวชูรสให้่น้ำก๋วยเตี๋ยวมีรสชาติอูมะมิ ขึ้นครับ นั่นคือ อร่อยและกลมกล่อมขึ้น นั่นเอง

ตั้งฉ่าย เป็นเสมือน ตัวชูรสปิดทองหลังพระ ในน้ำก๋วยเตี๋ยว

คือ คนที่ไม่ชอบกินตั้งฉ่ายแล้วมักเขี่ยออก แต่เขาคงไม่รู้ตัวว่า น้ำก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยมาก ๆ ก็เพราะมีรสตั้งฉ่ายเค็ม ๆ ปะแล่ม ๆ ผสมอยู่ในน้ำนี่แหละครับ


-----------------------


http://imgur.com/a/DBo5j

ก่อนจะจบบทความ ผมลองเสิร์ชหาเรื่องตั้งฉ่าย ในเน็ตดู ปรากฎว่า มีกระทู้ในพันทิพเขาบอกว่า เดี๋ยวนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ไม่ใส่ตั้งฉ่ายกันแล้ว

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ยังใส่ตั้งฉ่ายอยู่ ต้องเป็นร้านที่เปิดมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

บอกตรง ผมเศร้านะ เมื่อได้รู้แบบนี้ เพราะผมว่ามันน่าเสียดายจริง ๆ ที่ก๋วยเตี๋ยวสมัยนี้อร่อยไม่สุด


คลิกอ่าน มาตรฐานข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ สมัยนี้ห่วยลง


วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ชวน ปอ ทฤษฎี อยากกิน EST บ้างสิ






ได้ข่าวว่า ปอ ทฤษฎี ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้จักเครื่องช่วยหายใจ

มันก็เป็นเครื่องที่มีท่อต่อเข้าทางปากผ่านหลอดลม แล้วทำหน้าที่ช่วยการทำงานของปอด ในช่วงที่ระบบการหายใจของผู้ป่วยไม่อาจหายใจเองได้เพียงพอ

เมื่อใส่ไอ้เครื่องช่วยหายใจแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถพูดได้เลย แถมต้องกินอาหารและน้ำผ่านสายยางลงหลอดอาหารเท่านั้น ไม่ได้รู้รสชาติอะไรเลย

แล้วยังต้องถูกพยาบาลมาคอยดูดเสมหะทุก ๆ 30 นาที หรือทุก ๆ 1 ชม.

ขอบอกว่า การถูกดูดเสมหะ เป็นอะไรที่ทุกร์ทรมานมากสำหรับผู้ป่วย เพราะมันเจ็บมาก ๆ

เมื่อ ปอ ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว ก็เลยสามารถพูดได้

แล้วประโยคที่ปอ พูดครั้งแรกคือ อยากกินเป๊ปซี่

ผมนี่เข้าใจหัวอกปอเลย เพราะผมก็เคยผ่านวิกฤติใส่เครื่องช่วยหายใจมาเหมือนกัน ตอนนั้นผมก็อยากกินเป๊ปซี่แบบสุด ๆ เหมือนกัน

แต่ผมอยากแนะนำ ปอ ว่า ลอง EST รึยัง

เอส ตอนนี้เป็นเป๊ปซี่ที่อร่อยกว่ายี่ห้อเป๊ปซี่แท้ ๆ เสียอีก รสชาติเอสมันชื่นใจกว่ากันเยอะเลย

จากผม เซียนเป๊ปซี่ ที่กินเป็ปซี่ต่างน้ำ มาไม่ต่ำกว่า 15 ปี

ซึ่งผมว่า ซื้อเป๊ปซี่ หรือ ซื้อเอส คุ้มกว่าซื้อชาเขียวกินเสียอีก เพราะราคาถูกกว่า แถมสารโคล่าในเป๊ปซี่และเอส นี่มันช่วยบำรุงหัวใจให้ชื่นใจคนป่วยที่กำลังฟิ้นไข้จริง ๆ เลย

ที่สำคัญ น้ำอัดลมกลิ่นโคล่ายังผลิตยากกว่าพวกน้ำชาเขียวเยอะ แม้เครื่องดื่มจำพวกโคล่าจะเป็นนวัตกรรมเมื่อ100 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังเลียนแบบได้ยากเหมือนเดิม ทำให้ในท้องตลาดจึงมีไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น

แต่พวกชาเขียวกลับเอาเปรียบผู้บริโภค เสือกขายแพงกว่าน้ำอัดลมกลิ่นโคล่า


http://imgur.com/KVeiSCm

--------------------

เมื่อ บ.เสริมสุข แยกทางกับ เป๊ปซี่

เดิมทีบริษัทเสริมสุข เป็นตัวแทนจำหน่ายและเป็นผู้ผลิตส่งเป๊ปซี่ขายทั่วไทยมากว่า 50 ปี

แต่แล้วตั้งแต่ บ.ไทยเบฟฯ ของเจ้าสัวเจริญเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเสริมสุข ก็เลยทำให้สัญญาใหม่ระหว่างเสริมสุขกับบริษัทเป๊ปซี่โคล่า มีปัญหา ตกลงผลประโยชน์ร่วมกันไม่ลงตัว สุดท้ายมิตรรักก็ต้องแยกทางกันในที่สุด

บ.เสริมสุข เลยผลิต EST โคล่า ขึ้นมาขายแทนเป๊ปซี่ สินค้าเดิมที่เคยรับจ้างผลิตให้

กรณี เป๊ปซี่กับเอส ก็คล้ายกับกรณี พิซซ่าคอมพานี กับ พิซซ่าฮัท

ส่วน EST รสชาติในช่วงแรก ๆ บอกตรง ไม่เหมือนเป๊ปซี่เดิม

แต่ปัจจุบัน ผมในฐานะที่ติดน้ำอัดลมกลิ่นโคล่ามาตลอดชีวิต ขอบอกว่า วันนี้ ผมว่า เอส อร่อยกว่าเป๊ปซี่ แล้วครับ

อาจเพราะ เอส พยายามทำเอสให้มีรสชาติเหมือนเป๊ปซี่เดิมในอดีตที่ตัวเองเคยผลิตขาย

แต่เป๊ปซี่ ที่ตอนนี้บริษัทเป๊ปซี่โคล่าได้ทำตลาดเองแล้ว กลับลดปริมาณความหวานลง และลดปริมาณสารโคล่าลงนะ (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะ เพราะพวกนี้เขาถือว่าเป็นสูตรลับเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ)

เพราะผมรู้สึกว่า เวลาดื่มเอสแล้วมันหวานชื่นใจ สุขใจกว่าดื่มเป๊ปซี่ในปัจจุบันเสียอีก

สรุปง่าย ก็คือ เอสในวันนี้ คือรสชาติแท้ ๆ ของเป๊ปซี่ที่คนไทยคุ้นเคยในอดีต

ส่วนเป๊ปซี่แท้ ๆ ในวันนี้ กลับไปทำรสชาติให้เหมือนเป๊ปซี่ที่เป็นรสชาติสากล เหมือนรสชาติเป๊ปซี่ที่ขายในต่างประเทศมากขึ้น ที่จะไม่ค่อยหวานเท่าไหร่

แต่เพราะคนไทยอย่างผมติดหวาน จึงหันมารัก เอส มากกว่าแล้วครับ

ที่สำคัญ เอส ของคนไทย แถมราคาถูกกว่าด้วย อุดหนุนสินค้าไทยดีกว่า ผมว่านะ


วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โน้ส 11 กับมุกตลกล้อเลียนจังหวัดยะลา







บังเอิญเห็นข่าวชาวยะลาท้วงกรณี โน้ส อุดม แต่พานิช แสดงทอล์คโชว์ เดี่ยว 11 โดยได้นำการเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดยะลาของตนเอง แล้วเจอสิ่งต่าง ๆ ที่ชาวยะลา และคนไทยทั้งประเทศไม่อยากให้เกิดขึ้น นำมาสร้างเป็นมุกตลกเรียกเสียงฮาจากผู้ชมในฮอลล์มากมายนั้น

ผมคงไม่เท้าความมากนะครับ จะขอเข้าความเห็นของผมในกรณี โน้ส เดี่ยว 11 เล่นมุกล้อเลียนเหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดยะลา เลยแล้วกัน

คือ กระแสในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการที่โน้สเล่นมุกนี้ แต่ผมก็ยังเห็นอีกหลายคนได้แสดงความเห็นในหลายเพจโดยเข้าข้างโน้ส ในทำนองว่า พวกเขารู้จักแยกแยะว่าอะไรคือมุกตลก อะไรคือเรื่องจริงหรือไม่จริง

แต่สำหรับ คห.ของผม ผมว่า ในกรณีนี้เราต้องใช้หลัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" มาใช้พิจารณาครับ

หลายคนที่บอกว่า รู้จักแยกแยะว่าอะไรคือมุกตลก อะไรคือเรื่องจริงนั้น นั่นเพราะพวกเขาไม่ใช่คนยะลา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง พวกเขาย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกของคนยะลาที่เขาต้องประสบเหตุการณ์ความรุนแรงเลวร้ายเหล่านั้น

กรณีโน้ส อุดม เล่นมุกล้อเลียนเหตุการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดยะลา คนที่จะตัดสินได้ว่า มุกแบบนี้สมควรนำมาเล่นเป็นเรื่องตลกโปกฮาหรือไม่ ก็คือ คนยะลาที่อยู่ในพื้นที่เองนั่นแหละ ที่จะตอบได้ดีที่สุด

ส่วนคนที่ไม่ใช่คนยะลา ย่อมพูดได้ง่าย ๆ ว่า เพราะพวกผมรู้จักแยกแยะ

นั่นเพราะคนที่พูดแบบนี้ เขาไม่เคยพบความสูญเสียแบบที่คนยะลาประสบพบเจอ เช่น ญาติสนิทหรือคนที่รักตายจากถูกลอบวางระเบิด หรือถูกคนร้ายขี่รถมอเตอร์ไซค์ แล้วตามมาประกบยิงพ่อหรือแม่ต่อหน้าต่อตาตัวเอง

อย่างเช่น ถ้าสมมุติว่าผมเป็นคนยะลา (ซึ่งผมเองก็มีพ่อเป็นทหารจริง ๆ)  แล้วพ่อผมถูกสังหารจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายด้วยการลอบวางระเบิดกลางถนน ถามว่า ผมจะฮากับมุกตลกที่นำเรื่องเหตุการณ์ลอบวางระเบิดกลางถนน หรือเหตุการณ์คนร้ายดักซุ่มยิงกลางทาง หรือไม่ ?

ผมว่า ผมคงไม่ฮากับมุกแบบนี้แน่นอน หากใครนำเรื่องที่โหดร้ายแบบนี้มาใช้เล่นเป็นมุกตลกหากิน

เฉกเช่นเดียวกัน หากคุณโน้ส อุดม เป็นคนยะลา แล้วมีญาติสนิทของคุณโน้ส ต้องมาตายเพราะเหตุการณ์ความรุนแรงในยะลา ถามว่า คุณโน้สจะนำเรื่องแบบนี้มาเล่นเป็นมุกตลกหรือไม่ ?

เช่น คุณโน้ส อาจเล่าว่า "แม่ผมเดินไปซื้อล๊อตเตอรี่ในตลาด แล้วแม่ผมก็โดนระเบิดที่คนร้ายลอบวางไว้ที่รถมอไซค์หน้าร้านขายล๊อตเตอรี่ จนแม่ผมถูกระเบิดจนร่างเละตายคาที่"

แล้วคนดูก็หัวเราะ ฮา ๆๆๆๆ

ถามว่า มุกแบบนี้สมควรเล่นหรือไม่ ??

หรืออย่างบางคนแสดงความเห็นว่า ก็เหมือนที่โน้ส นำชีวิตในวัยเด็กที่เป็นเรื่องเศร้ามาเล่าให้ตลกนั่นแหละ คนเราต้องรู้จักแยกแยะสิ

ถามว่ามุกตลกจากเหตุการณ์ในวัยเด็กของโน้ส มีเรื่องการตายมาล้อเลียนหรือไม่ ?

แล้วเหตุการณ์ในวัยเด็กที่โน้ส นำมาเล่า มันก็เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว จบลงไปแล้ว และเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณโน้สเองจริง ๆ ก็ย่อมนำมาเล่าให้ตลก สนุก เพื่อเป็นแง่คิดดี ๆ แก่คนดูนั้นย่อมทำได้แน่นอน

แต่เหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ มันยังไม่จบ !!  และยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ตลอดจนถึงปัจจุบัน

มารยาทของการเล่นมุกตลก เรื่องที่เป็นข้อห้ามอย่างยิ่ง เช่น
1. ไม่ควรนำเรื่องศาสนามาล้อเลียน
2. ไม่ควรนำเรื่องความตายหรือความสูญเสียญาติพี่น้องของคนอื่นมาล้อเลียน
3. ไม่ควรนำเรื่องเชื้อชาติมาล้อเลียน
4. ไม่ควรนำเรื่องเหตุการณ์ก่อการร้ายจนมีคนบาดเจ็บล้มตาย มาล้อเลียน

แม้โน้ส อุดม จะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงการตายของใครก็ตาม แต่เรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ ถือว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนที่นั่นอย่างมาก เพราะมีผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้นับหมื่นคนในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

แต่ถ้านับคนทั้ง 3 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้ ก็มีนับแสน ๆ คน

และที่จริงคนไทยทั้งประเทศก็ได้รับผลกระทบทั้งทางจิตใจ จากความสูญเสียญาติมิตร เช่น สูญเสียเหล่าทหารกล้า ตำรวจดี ๆ ครูผู้เสียสละ และข้าราชการต่าง ๆ จากทั่วประเทศที่ถูกส่งลงไปทำงานในพื้นที่ รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยเช่นกัน

เฉพาะงบประมาณที่ลงไปใช้เพื่อแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ก็นับหลายแสนล้านบาทแล้ว

--------------------------

พี่น้องคนไทยทุกคนใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขายังต้องการกำลังใจอีกมาก ความรุนแรงในพื้นที่เป็นเรื่องที่ทุกคนเศร้าใจ และไม่อยากให้เกิดขึ้น

เราจึงไม่ควรนำเรื่องที่พวกเขาเศร้าใจ มาล้อเล่นให้ขำ เพราะคนในพื้นที่เขาคงไม่ขำด้วย

อย่างมุกที่โน้ส เล่นอีกมุกคือ รถตู้นำเที่ยวของโน้สขับซิ่งหนีคนยะลาที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตาม แล้วสุดท้ายกลายเป็นแฟนคลับของโน้ส ที่อยากตามมาขอถ่ายรูปด้วยเท่านั้น

แล้วโน้ส ก็ปล่อยมุกว่า ตอนถ่ายรูปต้องแอบคลำตัวแฟนคลับ เพื่อจะคลำดูว่า แฟนคลับคนนี้ได้พันระเบิดติดตัวมาด้วยหรือเปล่า

ท่าคลำตัวคนยะลาของโน้ส


มุกนี้ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะในความจริง พวกโจร 3 จังหวัดใต้ ไม่เคยปฏิบัติการณ์แบบเปิดหน้าเปิดตาให้เห็น เพราะพวกนี้ดีแต่ลอบกัด เป็นพวกหน้าตัวเมียทั้งสิ้น

โดยเฉพาะกรณีผูกระเบิดติดตัวเพื่อเป็นระเบิดพลีชีพนั้น พวกโจร 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ยิ่งไม่กล้ากระทำ เพราะพวกนี้ดีแต่ตีหัวเข้าบ้าน แล้วหนีเอาตัวรอดเท่านั้น ไอ้ที่จะเสียสละชีวิตตัวเองด้วยการระเบิดพลีชีพแบบในตะวันออกกลางนั้น พวกโจร 3 จังหวัดภาคใต้มันไม่กล้าทำหรอกครับ

ที่จริงยังมีมุกเรื่องร้านก๋วยจั๊บ หรือร้านก๋วยเตี๋ยว อะไรนั่นอีก ที่โน้สใส่สีเติมแต่งเพื่อเอาฮา ทั้ง ๆ ที่เจ้าของร้าน และลูกหลานร้านนี้เขาบอกว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบที่โน้สเล่าเลย

---------------------

การนำเรื่องความตาย และความสูญเสียญาติพี่น้องของผู้อื่นมาล้อเลียนของโน้ส ก็ไม่ต่างอะไรกับหนังสือพิมพ์ชาลี เอปโดของฝรั่งเศส ที่ชอบนำเรื่องการตายหรือความสูญเสียของผู้อื่นมาล้อเลียนเช่นกัน

คลิกอ่าน การก่อการร้ายด้วยปากกาในฝรั่งเศส

ย้ำ !! ความตายหรือความสูญเสียญาติพี่น้องของผู้อื่น !!

เรื่องแบบนี้ ถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรนำมาเล่นเป็นมุกตลกครับ โดยเฉพาะนักทอล์คโชว์อันดับ 1 ของประเทศอย่างคุณโน้ส อุดม หากคุณพูดอะไรไปก็ย่อมมีผลกระทบในวงกว้าง จึงต้องยิ่งระมัดระวังอย่างยิ่ง

ซึ่งในการแสดงเดี่ยว 11 คุณโน้สอ้างว่า จะขอแนะนำ รมว.กอบกาญจน์ เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบใหม่ ๆ

คุณโน้ส ลองถามใจตัวคุณเองดูก่อนซิว่า ที่คุณนำเรื่องการทัวร์จังหวัดยะลาของคุณมาแสดงในเดี่ยว 11 นั้น นี่เป็นการส่งเสริมหรือช่วยทำลายการท่องเที่ยวจังหวัดยะลากันแน่ ?

เพราะคนยะลาเขายังอยากให้คนไทยจากทั่วประเทศช่วยมาเที่ยวจังหวัดยะลากันมาก ๆ 

(ขอยกอีกตัวอย่าง ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน มีคลิปล้อเลียนของดาราสาวคนนึง เธอได้นำมุกลูกหลานคนอเมริกันหนีไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส มาเล่นเอาฮา 

แล้วในคลิปนั้น ดาราสาวคนนี้ทำท่าดูเศร้าเหมือนจะต้องจากครอบครัวเพื่อไปเรียนต่อที่อื่น แล้วก็ให้พ่อของเธอขับรถพาเธอไปส่ง  แต่พอถึงที่หมาย เธอกลับกระโดดขึ้นรถกระบะของกลุ่มไอเอส อย่างลิงโลดดีใจ  กรณีคลิปนี้ยังโดนสังคมอเมริกันประณามเลยครับว่า ไม่สมควรนำมุกนี้มาเล่นอย่างยิ่ง)

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้โน้ส อุดม แต้พานิช ออกมาขอโทษชาวจังหวัดยะลาเถอะครับ

ผิดไปแล้วด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่เจตนาจะให้คนยะลารู้สึกไม่ดี ผิดพลาดไปแล้วก็รู้จักขอโทษ ผมเชื่อว่า พี่น้องชาวจังหวัดยะลาเขาย่อมให้อภัยคุณแน่นอน


----------------------

อัพเดท

หลังจากผมปล่อยบทความนี้ไปสักครึ่งวัน ก็มีผู้หวังดีหลายคนส่งลิงค์เกี่ยวกับ โน้ส อุปการะเด็กใน 3 จังหวัดภาคใต้ มาให้ผมอ่าน

ผมอยากจะบอกว่า ที่ผมเขียนบทความนี้ ผมมีเจตนาเตือนคุณโน้สด้วยความหวังดี อย่างกรณี โน้สช่วยเหลือและอุปการะเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดนั้น มันก็คนละประเด็นกับกรณี มุกตลกล้อจังหวัดยะลาในเดี่ยว 11

คนเราต้องรู้จักแยกแยะถูกผิด เรื่องใดที่คุณโน้สทำดี เราก็ชื่นชม

แต่สิ่งใดที่เป็นเรื่องผิดพลาด เราก็ควรตักเตือนจริงไหม ? เพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะ

คนเรามีโอกาสผิดพลาดกันได้ทุกคน ก็แก้ไขได้ ขอโทษได้ ให้อภัยได้ จริงไหม ?

-------------------

ข่าวไทยรัฐ 30 พ.ย. 2558 โน้ส ขอโทษชาวยะลาแล้ว



จบแบบ Happy Ending นะครับ

คลิกอ่าน รวมลิงค์บทความ แฉตัวการปัญหาใหญ่ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้คือ...?


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ซีซั่น 4 ดีกว่าทุกปี เพราะมี อันฉี





The Voice Thailand season 4

http://imgur.com/nkh1oQ8

เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ซีซัน 4 ผมมีความเห็นว่า เป็นเดอะวอย์ที่ดีกว่า 3 ซีซั่นที่ผ่านมา

เพราะปีนี้ ผมชอบผู้เข้าแข่งขันหลายคนมาก จนไม่รู้จะเชียร์ใครดี เพราะอยากเชียร์ทุกคน และผมรู้สึกเสียดายที่มีหลายคนที่ต้องตกรอบไป ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเหล่านั้น จัดว่าเป็น สุดยอดนักร้องของประเทศไทยทีเดียว

เดอะวอยซ์ ซีซัน 4 เป็นปีที่ผมเลือกไม่ถูกเลยว่า จะเชียร์ใครดี เพราะแต่ละคนเก่ง ๆ และร้องเพลงเพราะ ๆ กันทั้งนั้น

แต่สุดท้าย ผมก็ตัดสินใจได้ในที่สุดว่าผมจะเลือกเชียร์ใครดีในปีนี้

คำตอบคือ ผมขอเลือกเชียร์ อันฉี นักร้องโอเปร่าที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ซึ่งเธอเป็นลูกทีมของเจ๊คิ้ม

โดยเฉพาะในรอบที่ อันฉี ร้องเพลง เจี่ยวเอ๋อ ในรอบ Knock Out



เจี๋ยวเอ๋อ เป็นเพลงจีนที่ไพเราะมาก ๆ แม้ผมจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อ อันฉี ร้องและถ่ายทอดเพลงนี้ออกมา ผมสัมผัสได้ถึงความไพเราะและร่วมซาบซึ้งไปกับอารมณ์ของเพลงนี้ได้อย่างเต็มที่

ทั้ง ๆ ที่เพลง เจี่ยวเอ๋อ นี้มีแค่ 4 ประโยคเท่านั้น (อันฉี เป็นคนบอก)  แต่เป็น 4 ประโยคที่สามารถสะกดคนดูและใจผมจนต้องสยบแก่บทเพลงนี้

แม้ทางรายการจะมีคำแปลขึ้นหน้าจอ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอ่าน เพราะดื่มด่ำกับอารมณ์เพลงที่อันฉีถ่ายทอดมาถึงคนดูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ซึ่งคำแปลเพลงที่ขึ้นบนหน้าจอ ไม่ได้มีผลต่ออารมณ์เพลงเลยสำหรับผม ถ้านักร้องผู้ถ่ายทอดบทเพลงไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ถึงคนดูได้

สำหรับความเห็นของผมนะ ผมว่า อันฉี เธอร้องเพลง เจี่ยวเอ๋อ ได้ไพเราะกว่าเพลง เจี่ยวเอ๋อ ที่เป็นเพลงประกอบซีรีย์เรื่อง ตำนานรักทุ่งสีเพลิง ที่กำลังออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ในตอนนี้เสียอีก

ลองฟัง เพลง เจี่ยวเอ๋อ จากซีรีย์ ตำนานรักทุ่งสีเพลิง ครับ




ในฐานะที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่รู้สึกซาบซึ้งกับประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีนอย่างเข้าเส้นอย่างผม ผมเลยมักจะซาบซึ้งกับเพลงจีนที่ไพเราเะมากเป็นพิเศษ

ดังนั้น แม้ผมจะชอบผู้เข้าแข่งขันเดอะวอยซ์ ซีซัน 4 อีกหลายคน จนเลือกไม่ถูกว่าจะเชียร์ใครดี ให้เป็นผู้ชนะเลิศในปีนี้

แต่เพราะเพลง เจี่ยวเอ๋อ ที่ อันฉี ร้องนี่แหละ ที่ทำให้ผมเลยต้องยอมเชียร์เธอ แม้รู้ว่าเธอยากที่จะชนะเลิศได้ก็ตาม เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะชอบผู้เข้าแข่งขันที่ต้องมีอะไรที่ดราม่า น่าสงสาร น่าเห็นใจ หรือต้องฐานะจนกว่า ประมาณนี้ก็ตาม

-----------------

อันฉี ในรอบ Blind



อันฉี หรือ มนัสนันท์ อักษรถึง ศิษย์เก่าคณะ ดุริยางคศิลป์ มหิดล ที่เคยได้รับทุนไปเรียนด้าน Voice ถึงกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เธอเป็นลูกครึ่งไทยจีน โดยมีแม่เป็นคนจีน

อันฉี ในรอบ Battle




ดู อันฉี ในรอบ Knockout แบบเต็ม ๆ และคำวิจารณ์ของกรรมการ



---------------

ทำไมเจ๊คิ้ม เลือกหนุ่มใต้ลูกพ่อค้าห่อหมกเข้ารอบ ?

ผมว่า เจ๊คิ้มลำเอียง เจ๊คิ้มไม่น่าจะเลือก นุ๊ก สมัชญ์ เข้ารอบ เพราะเขายังมีจุดบกพร่องมากกว่าคนอื่น แปลง่าย ๆ คือ การร้องของเขายังไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเทียบกับอีก 2 คนในทีมเดียวกันที่ตกรอบไป

แต่เจ๊คิ้ม กลับเลือก นุ้ก สมัชญ์ เข้ารอบ คงเพราะเจ๊คิ้ม แกมองว่า คนนี้อาจจะชนะเลิศในปีนี้ เพราะเขาจะมีแนวดราม่า ลูกพ่อค้าห่อหมก แบบที่คนไทยอยากจะเชียร์

ซึ่งผมคาดว่า ปีนี้ เจ๊คิ้ม น่าจะคิดผิด !!

คุณผุ้อ่าน ลองดูและพิจารณาเองเถิดว่า หนุ่มนุ้ก ยังร้องได้ไม่สมบูรณ์แบบ ยังมีจุดบกพร่องหรือไม่ ?



คลิกอ่าน สาเหตุที่ อิมเมจ ไม่ชนะเลิศเดอะวอยซ์ ซีซัน 3


วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การก่อการร้ายด้วยปากกาในฝรั่งเศส






การก่อการร้ายในฝรั่งเศสล่าสุด จนมีผู้เสียชีวิตร่วม 128 คน กลางกรุงปารีส ในคืนวันศุกร์ที่ 13 สังหาร ที่ผ่านมา

อาจเพราะประเทศนี้ ผู้คนในประเทศนี้ ปล่อยให้มีสื่อเลว ๆ อย่างชาร์ลี เอปโด ใช้ปากกาทำร้ายคนอื่น ด้วยคำว่า สิทธิเสรีภาพของสื่อ

อ้างว่า ปากกาไม่สามารถฆ่าใครได้ จึงใช้ปากกาทำร้ายจิตใจผู้อื่น ดูหมิ่นสิ่งที่ผู้อื่นเขาเคารพศรัทธา

สุดท้าย ปากกาที่ทำร้ายผู้อื่นนั้นคืนสนอง นั่นคือ ปากกาของตัวเอง กลับคืนสนองด้วยการตายของคนฝรั่งเศสเอง

ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่า ปากกาไม่ได้ฆ่าใคร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เพราะปากกานี่แหละที่ย้อนกลับมาฆ่าตัวเอง

อย่างล่าสุด การเสียชีวิตของผู้โดยสารเครื่องบินรัสเซีย ไอ้ชาร์ลี เอปโด มันยังเอามาล้อเลียนได้ อย่างไม่ละอาย

การก่อการร้ายด้วยปากกา กับ การก่อการร้ายด้วยอาวุธ นั้น จึงเลวพอกัน สมควรได้รับการประณามทั้งสองอย่าง

แต่ดูเหมือน การก่อการร้ายด้วยปากกา กลับได้รับการยกเว้นจากการถูกประณามจากชาติมหาอำนาจ

ชาลี เอปโด ล้อเลียนผู้อพยพชาวซีเรียซึ่งเป็นเด็กที่จมน้ำตาย

คำบรรยายการ์ตูน เขียนว่า "ชุดอาหารสำหรับเด็ก ซื้อ 1 แถม 1" พร้อมกับคำบรรยายว่า "เกือบสำเร็จอยู่แล้วเชียว"


ชาลี เอปโด ล้อเลียนสายการบินรัสเซียที่ตกในอียิปต์


การ์ตูนด้านซ้าย เขียนว่า อันตรายจากสายการบิน Low-Cost ของรัสเซีย พร้อมรูปหัวกะโหลกผู้โดยสารที่สวมแว่นกันแดดอยู่ ได้พูดว่า ฉันน่าจะดูดโคเคนเสียก่อน"

การ์ตูนด้านขวา แสดงถึง กองทัพอากาศรัสเซียโจมตีกลุ่มไอเอสอย่างรุนแรง (แต่ความจริงฝรั่งเศสไม่เชื่อว่า รัสเซียโจมตีไอเอส แต่โจมตีกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนมากกว่า)

จากเหตุสายการบินของรัสเซียเกิดระเบิดกลางอากาศในน่านฟ้าอียิปต์ โดยกลุ่มก่อการร้ายในคาบสมุทรไซนายที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มไอเอสได้อ้างความผิดรับชอบ โดยระบุว่า เพื่อแก้แค้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อนักรบไอเอสของรัสเซียในซีเรีย

ดังนั้น การ์ตูนของชาลีเอปโด จึงล้อเลียนรัสเซียทำนองว่า สมน้ำหน้ามันมัวแต่ถล่มไอเอส เลยดาบนั้นคืนสนอง

ก่อนหน้านี้ ชาร์ลี เอ็บโด ได้ประสบปัญหาทางการเงิน เพราะมียอดขายรายสัปดาห์เหลือแค่ 30,000 ฉบับ แต่หลังจากถูกประณามจากการนำเสนอการ์ตูนที่ไร้จรรยาบรรณ ยอดขายของชาร์ลี เอปโดก็พุ่งทะยานเป็นหลายล้านฉบับในหลายทวีป ขณะที่สโลแกน “Je Suis Charlie” หรือ “ฉันคือชาร์ลี” ก็ดังกึกก้องไปทั่วโลก

ซึ่งกรณีการ์ตูนล้อเลียนสายการบินรัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส กลับออกโรงสนับสนุนว่า สื่อของฝรั่งเศสย่อมมีอิสระในการแสดงความเห็น

หมายเหตุ เมื่อ 7 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ชาร์ลี เอปโด เคยกลุ่มคนร้ายโจมตีมาแล้ว จนมีผู้เสียชีวิต 12 ราย โดย 1 ในผู้เสียชีวิตคือ "สเตฟาน ชาร์บอนีร์" บรรณาธิการของชาร์ลีเอบโด

ทำให้คนฝรั่งเศสกลับสามัคคีกันมากขึ้นในเหตุการณ์ดังกล่าว จนเกิดสโลแกนที่ว่า "ฉันคือชาร์ลี"


"สเตฟาน ชาร์บอนีร์"

----------------

เมื่อกลุ่มไอเอส ประกาศความรับผิดชอบการก่อการร้ายศุกร์ที่ 13 กลางกรุงปารีส

เมื่อกลุ่มไอเอสประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในปารีสครั้งนี้  โดยไอเอส อ้างว่า เพราะฝรั่งเศสใช้ฝูงบินโจมตีไอเอสในซีเรีย

เมื่อไอเอสอ้างความรับผิดชอบการก่อการร้ายในฝรั่งเศส ก็อาจทำให้ทฤษฎีก่อการร้ายในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือสาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากความซ่าของหนังสือพิมพ์ชาลี เอปโด

แต่อาจกลายเป็น สหรัฐอเมริกาต่างหากที่ตบหัวฝรั่งเศส เพื่อหวังผลบางอย่าง !?

เพราะกลุ่มไอเอส ก็คือ สมุนของสหรัฐอเมริกา และมีเป้าหมายล้มรัฐบาลซีเรียเหมือนสหรัฐอเมริกา

ส่วนรัสเซียก็ระดมฝูงบินโจมตีไอเอสอย่างหนัก เพราะไอเอสเป็นศัตรูกับรัฐบาลซีเรียที่รัสเซียสนับสนุนอยู่

แล้วฝรั่งเศสก็ดันมาโจมตีไอเอส โดยอ้างว่า รัสเซียไม่ได้โจมตีกลุ่มไอเอสจริง ๆ  แต่รัสเซียมุ่งโจมตีฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย (ที่มีสหรัฐอเมริกาสนับสนุน)

กบฎต่อต้านรัฐบาลซีเรีย มีสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุน

ส่วนไอเอส ก็ต่อต้านรัฐบาลซีเรียเช่นกัน แต่สหรัฐอเมริกา ที่ต่อหน้าชาวโลกกลับอ้างว่า ไอเอสคือศัตรูของสหรัฐอเมริกา !!!


ตรรกะมันอาจ งง ๆ  ไปหน่อย แต่ถ้ามองกันดี ๆ สหรัฐอเมริกาต้องการล้มรัฐบาลซีเรีย ดังนั้น สหรัฐอเมริกากับไอเอส จึงมีเป้าหมายเดียวกัน 

ส่วนฝรั่งเศสอยู่ดีไม่ว่าดีดันมาช่วยถล่มไอเอส ก็เลยทำให้ไอเอสต้องแก้แค้น ซึ่งทั้งหมดก็เข้าทางสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น

การเมืองโลก งง ดีไหมครับ แต่ฝ่ายที่ไม่งงเลย ก็คือ สหรัฐอเมริกา

เพราะฝรั่งเศสก็คือพันธมิตรที่ดีของสหรัฐอเมริกา ส่วนไอเอส ก็คือ หุ่นเชิดตัวร้ายที่สหรัฐอเมริกาเชิดอยู่

ขนาดรัสเซียออกปากชวนสหรัฐอเมริกามาช่วยกันถล่มไอเอสกันดีกว่า แต่สหรัฐอเมริกากลับปฏิเสธรัสเซีย

ดังนั้น การก่อการร้ายในปารีสโดยไอเอส ก็คือการตบหัวฝรั่งเศสของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

สหรัฐอเมริกาตบหัวฝรั่งเศสแล้วได้อะไร ? 

ตอบ สหรัฐอเมริกาก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องไงครับ

เรื่อง งง ๆ ระดับโลกแบบนี้ ก็ต้องดูกันยาว ๆ ต่อไป

"เมื่อฝรั่งเศสมีปัญหา เราอเมริกามาช่วยท่านแล้ว"


USA TODAY

เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าไปช่วยประเทศไหนเมื่อไหร่ ก็บรรลัยที่นั่น 

ปูติน บอกว่า ไอเอสยึดบ่อน้ำมันหลายแห่งในอิรัก แล้วใครล่ะที่ไปซื้อน้ำมันเถื่อนจากกลุ่มไอเอส ?

คำตอบ ก็อย่างที่รู้ ๆ กัน ก็คือ มหาอำนาจชาติตำรวจโลกไงที่แอบไปซื้อ

----------------------

ข้อคิดท้ายบทความ

โอบามา รีบออกโรงประณามการก่อการร้ายศุกร์ที่ 13 ในฝรั่งเศส

แต่โอบามากลับลืมแสดงความเสียใจ ที่เครื่องบินรบสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลในอัฟกานิสถาน

นี่แหละ 2 มาตรฐานของมหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกา ถุย !!

----------------------

เรื่องจริงน่าคิด

ฝรั่งเศส ถูกโจมตีกราดยิงโดยผู้ก่อการร้าย

ส่วนสหรัฐอเมริกาโดนกราดยิงด้วย เด็กอเมริกันเอง ปีละหลายหนหลายศพ


คลิกอ่าน เชื่อหรือไม่ เบื้องหลังสนับสนุนไอเอส คือ สหรัฐอเมริกา


วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีคิดที่ถูกต้อง กรณีคดีหมิ่นสถาบันฯ แอบอ้างเบื้องสูง






พวกล้มเจ้านำตอนนี้คึกคักกันในหลายกลุ่ม ต่างมโนทฤษฎีต่าง ๆ นานา กันยกใหญ่

กลุ่มนี้มโนทฤษฎีนี้ อีกกลุ่มก็มโนอีกทฤษฎีนึง แต่ทั้งหมดคือ มโนในเรื่องชั่ว ๆ ต่อชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น

แล้วที่พวกล้มเจ้าชอบมโนกัน ก็เป็นเสมือนได้เยียวยาปมด้อยของตนเอง แล้วพวกล้มเจ้าหลายคนก็ชิงตายไปก่อนคนที่ตัวเองเกลียด คนที่ตัวเองแช่งด้วยซ้ำ

อย่างนายสมศักดิ์ เจียม แกนนำล้มเจ้ามันมโนใส่ร้ายสถาบันฯ ตั้งแต่มันหัวหงอกที่เมืองไทย จนตอนนี้ได้ไปมโนต่อที่ฝรั่งเศส จนต้องถูกโดนไล่ออกจากราชการ อดได้บำเหน็จบำนาญ แถมจะไม่ได้เจอหน้าแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองอีก และอีกไม่นานคงได้มโนแบบศพไร้ญาติที่ฝรั่งเศสก็เป็นได้ แบบมโนนอนเน่าในแฟลตโดยไม่มีใครเห็น 2 วัน จนกลิ่นโชย

นี่แหละผลของการเป็นนักมโน ที่น่าภูมิใจของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล


ที่จริงจากคดีตระกูลอัครพงษ์ปรีชา คดีพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาจนถึงคดีขบวนการหมอหยอง ล้วนแต่เป็นคนกระทำผิดด้วยการอาศัยความใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนำมาแอบอ้างหากิน ข่มขู่ประชาชน เพื่อเรียกเงินและทรัพย์สินทั้งสิ้น

ผมถามง่าย ๆ หากการกวาดล้างคนทำผิดคิดชั่วที่แอบอ้างสถาบันฯ แล้วจะทำให้สถาบันฯ ต้องมัวหมองซ้ำอีก จนพวกล้มเจ้านำมาใส่ร้ายบิดเบือน

คสช. และ ตำรวจ สู้ไม่กวาดล้างเลย หรือ กวาดล้างแบบเงียบ ๆ โดยไม่ให้เป็นข่าวต่อสาธารณชนไม่ดีกว่าเหรอ

ทำไมรัฐบาล คสช. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงต้องทำคดีแอบอ้างเบื้องสูงให้สังคม สื่อมวลชน และให้ประชาชนได้รับรู้คดีพวกนี้

ทั้ง ๆ ที่ เมื่อเป็นคดีไปแล้ว ย่อมมีพวกที่คิดร้ายไม่หวังดีต่อชาติ เอามามโนใส่ร้ายสถาบันฯ ได้มากขึ้น

คิดสิคิด ?

หมอหยองตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ผมก็ว่าไม่แปลก ดังที่ผมเขียนไปแล้วในบทความ คลิกอ่าน หมอหยองตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ไม่แปลก !

แต่ถ้าใครจะสงสัยก็สงสัยได้ เพราะคนที่ไม่รู้จักการติดเชื้อในกระแสเลือดมีเกือบทั้งประเทศ

----------------------

อย่างกรณี ปอ ทฤษฎี ต้องฟอกไต ถามว่า คุณรู้จักคำว่า ฟอกไต กันสักแค่ไหน ?

ผมว่า คนไทยเกือบทั้งประเทศ ไม่รู้จักคำว่า ฟอกไต กันเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกคนจะหลงคิดว่าเข้าใจคำ ๆ นี้

ผมจะบอกสั้น ๆ ในบทความนี้ว่า "ฟอกไต" ไม่ใช่การฟอกไต แต่เป็นการฟอกเลือด

คุณงง กับสิ่งที่ผมบอกหรือไม่ ??

เพราะความจริง ไต ของคนเราไม่สามารถฟอกได้ แต่คนทั่วไป แม้แต่หมอก็มักจะชินและใช้คำว่า ฟอกไต

ทั้ง ๆ ที่ ความจริงไม่มีการฟอกไต ไม่มีเครื่องฟอกไต เพราะที่ถูกต้องมีแต่เครื่องฟอกเลือดเท่านั้น

ซึ่งภาษาไทยก็ทำให้งง เข้าไปอีก เพราะดันไปเรียก เครื่องฟอกเลือดว่า "ไตเทียม" ยิ่งให้คนไทยที่ไม่รู้จักโรคนี้สับสนเข้าไปอีกว่า ถ้าไตคนเราเสีย ก็มี ไตเทียม มาเปลี่ยนให้

ซึ่งมันไม่ใช่ !!!

เพราะเครื่องฟอกไต ซึ่งจริง ๆ ก็คือ เครื่องฟอกเลือด หรือ ที่เรียกให้คนไทยจำนวนมากเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีกว่าในโลกนี้มี "ไตเทียม" นั้น

ความจริง ไตเทียม หรือ เครื่องฟอกเลือด มันมีหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ



การฟอกเลือด คือ การนำเลือดที่มีของเสียไปเข้าเครื่องฟอกเลือด เพื่อนำของเสียและน้ำส่วนที่เกินในเลือดออก โดยใช้เครื่องฟอกเลือด แล้วนำเลือดที่ได้นำของเสียและน้ำส่วนที่เกินออกจากเลือดไปแล้ว วนกลับคืนเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ทำวนไปวนมาแบบนี้นานไม่ต่ำกว่า 3 ชม. ถึง 5 ชม. แล้วแต่กรณี

นี่คือเครื่องที่ทำหน้าที่แทน ไต ที่หยุดทำงาน หรือไตทำงานไม่พอที่จะแลกเปลี่ยนของเสียและน้่ำในเลือด เพื่อขับเป็นปัสสาวะออกจากร่างกาย

แต่พวกหมอก็ชอบใช้คำว่า ฟอกไต จนทำให้คนไทยที่ไม่รู้จักโรคนี้ เข้าใจผิดว่า ไตคนเราฟอกได้

ปอ ทฤษฎี เกิดสภาวะไตวายเฉียบพลัน เกิดสภาวะของเสียคั่งค้างในกระแสเลือด จนเกิดความไม่สมดุลของความเป็นกรดด่างในเลือด จึงต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกเลือดเป็นการชั่วคราว

ซึ่งที่จริงเครื่องฟอกเลือดนี้ ปกติเป็นการรักษาผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย 

แต่ถึงผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย จะฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกเลือดไปมากแค่ไหน ไตก็จะไม่ฟื้นคืนเป็นปกติได้อีก

แต่ถ้า ปอ ทฤษฎี มีอาการดีขึ้น ภาวะไตวายเฉียบพลันก็จะหายกลับมาเป็นปกติ ไตจริง ๆ ของปอ ก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิมครับ

ขนาดคำว่า "ฟอกไต" คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศยังไม่รู้จักคำ ๆ นี้จริง ๆ เลย นับประสาอะไร ที่หมอหยองตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ย่อมทำให้คนไทยที่มีความรู้งู ๆ ปลา ๆ อดไม่สงสัยไม่ได้ จริงไหมครับ ?

บทความนี้ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ เท่านี้ก่อน

------------

คดีหมอหยอง แอบอ้างเบื้องสูงด้วยการใช้กิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ และ อุทยานราชภักดิ์ ไปหากิน แอบอ้างหาเงินบริจาคนั้น

ผมเองรู้คร่าวๆ ในวิธีหากินของขบวนการนี้ก่อนที่ข่าวหมอหยองโดนจับจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยซ้ำ

เพราะผมเองเขียนเกริ่นไว้นิดหน่อยในบทความเรื่อง ข้อคิดเรื่อง รับใช้เบื้องพระยุคลบาท อย่าหวังร่ำรวย

โดยผมได้เกริ่นแบบอ้อม ๆ ให้ผู้อ่านได้พอรู้แล้ว ขบวนการนี้หากินกับกิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ และ อุทยานราชภักดิ์

แต่คนเราก็ต้องรู้จักแยกแยก ดีชั่ว

กรณี พ.ต.ต. ปรากรม ชิงผูกคอตาย ก็ไม่แปลก ที่หัวโจกจะรีบชิงตายเพื่อหนีความผิดไปก่อน

พ.ต.ต.ปรากรม ทำคดีของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ แล้วกลับยักยอกทรัพย์ของกลางในคดีของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์  มาเป็นทรัพย์สินของตัวเอง

สุดท้ายเมื่อ พ.ต.ต. ปรากรม รู้ทางหนีทีไล่ของขบวนการ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ อย่างดี ก็เลยนำความรู้นี้มาคิดทำชั่วเสียเอง โดยมีหมอหยอง ร่วมเป็น 1 ในขบวนการนี้

แล้วเมื่อหมอหยอง ที่ป่วยเป็นความดันสูงตั้งแต่โดนจับ จะมาตายเพราะติดเชื้อในกระแสโลหิตก็ไม่แปลก เพราะการติดเชื้อในกระแสโลหิต บทจะติดเชื้อ บทจะตาย ถ้ามันจะง่ายก็ง่าย

แต่ทั้งหมด คือ รัฐบาล คสช. และ ตำรวจ ตั้งใจทำคดีนี้ให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบมาโดยตลอด

หากจะไม่ให้ประชาชนสงสัยเรื่อง ทำไมหมอหยองตายง่ายจัง หรือ พ.ต.อ.ปรากรม ผูกคอตายเร็วจัง

คสช. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ต้องทำคดีนี้ให้สื่อและประชาชนได้รับรู้เสียตั้งแต่แรก ไม่ดีกว่าเหรอ ?

เพราะตอนนี้ คสช. มีอำนาจเผด็จการอยู่ล้นฟ้า จะสั่งเก็บ สั่งอุ้มใครไปเงียบ ๆ เลย ก็ทำได้ แต่เขาเลือกจะไม่ทำ เพราะอะไร ?

นั่นเพราะต้องการให้คนไทยรับรู้ว่า สถาบันฯ ได้ถูกคนชั่วแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ และคงถูกแอบอ้างแบบนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนเป็นที่พึ่งให้สถาบันฯ ได้เลย

จนกระทั่งได้รัฐบาล คสช. นี่แหละ ที่สามารถกำจัดขบวนการชั่วทำนองนี้ได้

ผมอยากเขียนอธิบายมากกว่านี้นะ แต่เขียนมากไปก็ไม่เหมาะ แต่เชื่อว่า คุณผู้อ่านของผม อ่านแล้วคงคิดต่อเองได้ว่า อะไรคืออะไร

ขอฝากทิ้งท้าย คดีกวาดล้างพวกแอบอ้างสถาบันฯ หากิน ของตำรวจ และ คสช. ยังถูกพวกล้มgจ้าหนักแผ่นดินกล่าวหาและใส่ร้ายว่า มีความไม่ชอบมาพากล มีการเก็บผู้ต้องหาอย่างโหดเหี้ยม !!!

ซึ่งถ้าเป็นตามข้อกล่าวหาของพวกล้มเจ้าจริง  ๆ

สู้ ตำรวจ และ คสช. จัดการกับพวกล้มเจ้าหนักแผ่นดินให้ร้ายสถาบันฯ แบบโหด ๆ แบบเงียบ ๆ ก่อนเลยไม่ดีกว่าหรือ ?


คลิกอ่าน จุดเริ่มต้นคดีหมอหยองแอบอ้างเบื้องสูง


วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จัดลานเบียร์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?






จัดลานเบียร์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

ตอบง่าย ๆ ว่า ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ต้องขายเบียร์แบบเงียบ ๆ เหมือนธรรมดาทั่วไป โดยต้องไม่ติดป้ายโฆษณายี่ห้อเบียร์ หน้าลานเบียร์ หรือ ภายในลานเบียร์ จนทำให้บุคคลภายนอกที่เดินทางผ่านมาได้เห็นป้ายพวกนี้เข้า เพราะจะเข้าข่ายการโฆษณา

แล้วจะขายยังไง ?

ก็จัดในที่กว้างขวางเหมือนเดิมก็ได้ โดยที่ตรงเครื่องกดเบียร์อาจมียี่ห้อติดบ้างพอให้เห็นบ้าง ว่าขายเบียร์อะไร ที่แก้วเบียร์มีแค่โลโก้เท่านั้น (อย่าเอ่ยอ้างสรรพคุณ) ซึ่งจะไม่ใช่เพื่อการโฆษณา

แต่หลายปีที่ผ่านมา ลานเบียร์ทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่ก็คงยากที่จะย้อนไปดู เว้นแต่ใครมีรูปก็ส่งไปให้หมอสมาน

การเข้าข่ายโฆษณา อย่างเช่น ให้พนักงานเสิร์ฟใส่ชุดที่มียี่ห้อเบียร์เจตนาเพื่อหวังโฆษณาโดยอ้อม  แถมลานเบียร์มีเปิดเพลงเพื่อความมันส์ เพื่อดึงดูดให้คอเบียร์สนุก และอยู่ต่อนาน ๆ และเรียกร้องความสนใจจากผู้คนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเข้าข่าย ส่งเสริม หรือ โฆษณาโดยอ้อม ได้

ควรจัดทำในที่เฉพาะส่วนบุคคล ก็จะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เพราะจะมีทางออกทางกฎหมายอยู่หลายข้อ ที่จะต่อสู้ได้ว่า เราไม่ผิด แต่จุดยืนของการขายเบียร์ แม้ในที่ส่วนบุคคล ก็ต้องยึดหลักการตามมาตรา 30 ไว้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

แล้วทำยังไง พนักงานขายถึงแต่งตัวไม่ผิด ?

พนักงานขาย พนักงานเสิร์ฟ ก็แต่งตัวไปตามปกติ เพราะถ้าแต่งไม่ปกติ ก็อาจเข้าข่ายให้ตรวจสอบว่า หวังโฆษณาทางอ้อมหรือไม่

อย่าทำเป็นทำนองเพื่อหวังการตลาด เช่น ให้พนักงานขายและพนักงานเสิร์ฟอาจแค่ใส่เสื้อยืดแล้วมีโลโก้ยี่ห้อติดเสื้อเล็ก ๆ ก็พอ แต่เป็นโลโก้น้ำดื่มแทน หรือแม้่จะเป็นโลโก้เบียร์ ก็อย่าเขียนว่าเป็นเบียร์บนเสื้อ ซึ่งจะไม่เข้าข่ายหวังโฆษณา

ส่วนที่ผ่านมา เวลารถติด คนทั่วไปก็นั่งมองลานเบัยร์แบบเพลิน ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เห็นป้ายเบียร์ใหญ่โต แถมบางทีก็มองพนักงานเสริฟที่แต่งตัวเพื่อการโฆษณา จัดรูปแบบน่าสนใจเรียกร้องความสนใจจากคนทั่วไปด้วย

อย่าให้ผมบอกเลยว่า เดิมผิดอย่างไร ใครอยากรู้ก็ไปหา มาตรา 30 และมาตรา 32 มาอ่านแล้วกัน

----------------------

บทความนี้ผมไม่อยากลงรายละเอียดทางกฎหมาย เพราะอยากอธิบายแบบง่าย ๆ
แต่ถ้าใครอยากรู้กฎหมาย เชื่อว่า คงหาอ่านเองไม่ยาก ลองถามอากู๋ ดูสิ

-----------------------

ปีนี้ถ้าจะจัดลานเบียร์ อย่างไรไม่ผิด กฎหมาย

ทางที่ดี อย่าจัดในที่สาธารณะโล่งแจ้ง เพราะคนทั่วไปผ่านไปมาอาจเห็นได้

ควรจัดในที่ไม่สาธารณะ เพราะจะได้ลดคำครหาว่า หวังโฆษณา

แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ถ้าจะจัดในที่สาธารณะ ก็ควรทำเป็นเต๊นท์ปิดให้เป็นสัดเป็นส่วนไปเลย แล้วเขียนว่า ลานเบียร์ ไม่ต้องบอกยี่ห้อ ไม่ต้องโฆษณาไว้หน้าเต็นท์ เพราะ ลานเบียร์ เป็นแค่ชื่อร้านค้าเท่านั้น

เมื่อใช้ยี่ห้อเบียร์มาแปะหน้าลานเบียร์ไม่ได้ ก็อาจใช้สีสัญลักษณ์ของเบียร์ยี่ห้อนั้น ๆ แทน หรือจะนำป้ายโฆษณาน้ำดื่มสิงห์ น้ำดื่มช้าง ไปแปะไว้ใกล้ ๆ หน้าเต๊นท์ลานเบียร์ ก็พอ ถือว่าเป็นทริกอย่างหนึ่ง

ส่วนคอเบียร์แท้ ๆ  เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่า ลานเบียร์ของยี่ห้ออะไร ขายที่ไหน

ซึ่ง บ.เบียร์ดังทั้งสองยี่ห้อ ก็รู้ทริกนี่ดีมานานแล้ว จึงมีน้ำดื่มภายใต้โลโก้เหมือนยี่ห้อเบียร์ เพื่อใช้ในการโฆษณา

จริงไหม ?

กรณีลานเบียร์ ต้องดูทีละจุด ทีละจุด ว่ามีผิดกฎหมายหรือไม่
แปลง่าย ๆ ว่า ต้องดูเป็นราย ๆ ไป

ซึ่งแตกต่างจากกรณีดาราโพสรูปเบียร์ ความผิดมันสำเร็จไปแล้ว
แค่ทำเรื่องสอบปากคำเท่านี้ หมออยากดัง ที่ตอนแรกผมก็คิดว่าแกดีนะ

แต่พอผ่านเกิน 1 อาทิตย์ ยังไม่จบ ผมชักเบื่อหมอสมาน อยากดัง ซะแล้ว


คลิกอ่าน ดาราโพสรูปเบียร์ไร้สปิริต หมอสมานอยากดัง !!!


วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไทยพีบีเอส คือ สถานีโทรทัศน์ที่ดีที่สุดสำหรับผม






ผมเป็นแฟนประจำของช่องไทยพีบีเอสมานานหลายปี หากให้ผมสรุปว่า สถานีไทยพีบีเอสดีอย่างไร

ขอบอกเลยว่า ไทยพีบีเอสเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีรายการสารคดีที่มีสาระประโยชน์ รวมถึงมีรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวที่สนุกสนาน และมีสารคดีจากต่างประเทศที่ดีที่สุดออกอากาศให้ผู้ชมฟรีทีวีได้ชมอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดในประเทศไทย

แม้แต่รายการข่าวการเมือง ข่าวเกษตร ข่าวเศรษฐกิจ ก็ดีเด่นไม่แพ่ช่องใด ๆ

ยิ่งถ้าเป็นข่าวศิลปะบันเทิง คุณจะหาข่าวศิลปบันเทิงที่ดีและมีสาระที่แตกต่างกว่าจากช่องอื่น ๆ ไม่ได้เลย นอกจากไทยพีบีเอสที่เดียว เพราะเขาจะนำเสนอข่าวศิลปวัฒนธรรมจริง ๆ ซึ่งช่องอื่น ๆ จะเน้นแต่ข่าวดาราเลิกกัน หรือดาราไปมีแฟนใหม่ เรียกว่า นำเสนอแต่ข่าวน้ำเน่าในวงการบันเทิงมากกว่า เน้นพวกดารา

ในขณะที่ไทยพีบีเอสนำเสนอข่าว งานแสดงศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก และนำเสนอข่าวครอบคลุมศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าจะดนตรี เพลง ประติมากรรม จิตกรรม ประเพณีศิลปะพื้นบ้าน ไปจนถึงศิลปะระดับโลก ฯลฯ

บ่อยครั้งที่ผมนั่งดูรายการไทยพีบีเอสดี ๆ หรือดูสารคดีดี ๆ หรือดูซีรีย์ญี่ปุ่นดี ๆ จากไทยพีบีเอส

ผมมักจะนึกในใจเล่น ๆ เสมอว่า ถ้าคนไทยส่วนใหญ่หันมาดูช่องไทยพีบีเอส ประเทศชาติคงจะพัฒนาไปอีกไกล

หรือถ้าเด็กและเยาวชน ดูรายการจากช่องไทยพีบีเอสส่วนใหญ่เป็นประจำ เด็กและเยาวชนไทยจะฉลาดขึ้น เรียนดีขึ้น แถมนิสัยก็จะดีขึ้นด้วย

แล้วปัญหาสังคม เช่น ปัญหาพวกเด็กอาชีวะตีกัน นักเรียนหญิงตบกันเพื่อแย่งผู้ชาย ก็น่าจะลดลงไปด้วย หากครอบครัวไทยสอนให้เด็กและเยาวชนไทยดูช่องไทยพีบีเอส

เพราะการได้เสพรายการดี ๆ มีสาระประโยชน์ จะทำให้คนเราคิดในสิ่งที่ถูกต้องได้มากขึ้น เมื่อคนเราในสมองคิดในทางที่ดีมากขึ้น ก็จะใช้อารมณ์ดิบ ๆ เถื่อน ๆ น้อยลง

แต่ก็อย่างว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบเรื่องดี ๆ มีสาระ ที่เน้นพัฒนาสมอง เรตติ้งช่องไทยพีบีเอสก็เลยแพ้เรตติ้งช่องละครน้ำเน่าที่เน้นส่งเสริมคนใช้พฤติกรรมรุนแรง อย่างไม่เห็นฝุ่น 

ขอยกตัวอย่าง สารคดีต่างประเทศที่ผมชอบมากของไทยพีบีเอส ที่เพิ่งได้ดูเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือสารคดี ผู้บุกเบิก ที่นำเสนอการห้ำหั่นต่อสู้กันทางธุรกิจของมหาเศรษฐีหลาย ๆ คนในยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา

เช่น เจ้าของบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์

เจ้าของเส้นทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา แอนดรูว์ คาร์เนกี้ และเป็นผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของสหรัฐอเมริกา

เจ้าของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เจ พี มอร์แกน

ทั้งสามคนนี้ห้ำหั่นต่อสู้กันทางธุรกิจอย่างสนุกมาก ๆ

ส่วนรายการสารคดีของคนไทย ที่มีคนชื่นชอบอย่างมาก ก็เช่น ดูให้รู้ , สามัญชนคนไทย , หนังพาไป , ทั่วถิ่นแดนไทย , ฯลฯ

ถ้าใครเคยมีโอกาสได้ดูรายการที่ผมเอ่ยชื่อมาข้างต้น แล้วบอกว่า ดูแล้วไม่ชอบ แสดงว่า คน ๆ นั้นมีปัญหาด้านสติปัญหาและจิตสำนึกต่อสังคมแล้วครับ

-----------------------

งบประมาณของไทยพีบีเอสที่หลายคนยังเข้าใจผิด

ผู้คนจำนวนมากเข้าใจว่า รัฐบาลหักจากภาษีบาป เหล้า บุหรี่ แบ่งมาส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณในแต่ละปีให้ไทยพีบีเอส

แต่ความจริง ไทยพีบีเอส และ สสส. เป็น 2 องค์กรอิสระที่ได้งบพิเศษเก็บจากบริษัทเหล้า แต่ไม่ใช่ภาษีเหล้า!

โดยแต่ละปีไทยพีบีเอสจะได้งบปีละประมาณ 2 พันล้านบาท จากเงินที่เรียกเก็บพิเศษจากบริษัทเหล้าแยกต่างหาก นอกเหนือจากภาษีปกติที่บริษัทเหล้าต้องจ่ายให้รัฐในแต่ละปี

เช่น ถ้า บ.เหล้าจ่ายภาษีให้รัฐปีละ 1.5 แสนล้านบาท แต่ บ.เหล้ายังต้องจ่ายเงินพิเศษอีก 1.5% ของฐานภาษีที่จ่ายไป 1.5 แสนล้านบาท ให้ไทยพีบีเอสต่างหาก

ส่วน สสส. จะได้ 1.7 % จากฐานภาษีที่จ่าย 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้งไทยพีบีเอส และ สสส. มีกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ

หากรัฐบาลยุบหรือเลิกสถานีไทยพีบีเอสไป เงิน 2 พันล้านบาทส่วนนี้ก็จะกลับเข้ากระเป๋าบริษัทเหล้าไป เงินส่วนนี้จะไม่เข้ารัฐแต่อย่างใด

เห็นหลายคนบอกว่า ยุบไทยพีบีเอสไปก็ดี จะได้ประหยัดเงินได้ 2 พันล้านบาทเอาไปทำอย่างอื่น นั่นจึงเป็นความเชื่อที่ผิด

-----------------------

กรณีเลิกจ้าง ผอ.ไทยบีเอส

ผมไม่ค่อยสนใจคน ๆ นี้เท่าไหร่นัก รู้ว่า เคยทำงานที่บีบีซีไทย ประเทศอังกฤษ

ถ้าจำไม่ผิด ในช่วงที่ ผอ.คนนี้เป็น ผอ.ไทยบีพีเอส ก็มักจะเห็นมีรายการบางรายการที่เชิญพวกที่เข้าข่ายเป็นพวกล้มเจ้ามาออกรายการอยู่บ่อย ๆ เพื่อแสดงความเห็น

(แต่ไม่ได้หมายความว่า ผอ.คนนี้จะเป็นพวกล้มเจ้านะ)

เพราะเขาใช้คำว่า สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นจากผู้คนที่หลากหลาย

สำหรับผม ผมว่า สถานีไทยพีบีเอสเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ดีมานานแล้ว ดีก่อนจะมี ผอ. คนนี้มาบริหารเสียอีก

ผมไม่รู้ว่า ผอ. คนล่าสุดนี้ เขาโดนเลิกจ้างจากสาเหตุอะไร เพราะผมขี้เกียจอ่านข่าว และเพราะผมไม่ให้ความสำคัญอะไร

แต่ที่แน่ ๆ สถานีไทยพีบีเอส ถือเป็นองค์กรที่จะต้องคงอยู่ต่อไป ส่วนเรื่องทุจริตในองค์กรจะมีหรือไม่ มันคนละประเด็นกับคำว่า เป็นสถานนีโทรทัศน์ที่ดีที่สุด ในความเห็นของผม

ใครมีหน้าที่ตรวจสอบทุจริต ก็ตรวจสอบกันไป ตามหน้าที่

ถ้าความผิดมันอยู่ที่บุคคลากร ก็ต้องแก้ทีบุคคลากร ใครทำไม่ดี ก็เลิกจ้างไป ก็แค่นั้นไม่เห็นจะยาก

ส่วนองค์กรก็ต้องปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น


มีคนถามผมว่า ในเมื่อมีช่อง 11 แล้ว จะมีไทยพีบีเอสอีกทำไม

ขอตอบว่า ช่อง 11 เป็นสถานีที่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลโดยตรง ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็จะใช้ช่อง 11 เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลนั้น ๆ ทันที

เช่น สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ใช้ช่อง 11 จนกลายเป็นสถานีกุข่าวชวนเชื่อไปเลย เพราะเอาพวกเสื้อแดงมานั่งจัดรายการในช่อง 11 แทบทั้งวัน

แต่ไทยพีบีเอส ตั้งขึ้นมาด้วยหลักการที่ว่า ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาล จึงไม่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาล ไม่มีโฆษณาเพื่อจะได้ไม่ลำเอียงเข้าข้างเอกชน

ย้ำอีกครั้งว่า ในฐานะที่ผมชอบเสพรายการดี ๆ มีสาระอย่างมีความสุข ผมยังมีความเห็นว่า สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีสาระดีที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้

แล้วถ้าใครที่ชอบเลี้ยงลูกด้วยทีวี แนะนำว่า เปิดไทยพีบีเอสให้ลูกดูทั้งวันไปเลย เพราะลูกคุณจะได้รับผลเสียจากการดูทีวีน้อยที่สุด เผลอ ๆ อาจฉลาดไปเลยก็ได้ ดีกว่าไปเปิดทีวีช่องอื่น ๆ ให้ลูกดู เพราะอาจทำให้ลูกคุณโง่กว่าปกติหลายเท่า



วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ถึง ไอ้พวกสักแต่ด่าเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯแบบโง่ๆ







กูคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด กูเกลียดผู้ว่าฯ กทม. มาหลายคน แต่กูไม่เคยโทษผู้ว่า ฯ กทม. สักคนเดียวเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เพราะกูเข้าใจสภาพพื้นที่บ้านเกิดกู บ้านกูน้ำท่วม กูลุยน้ำท่วมมาตั้งแต่เด็ก

แล้วไอ้พวกสักแต่ด่า มึงรู้เรื่องระบบการระบายน้ำแค่ไหน ? ส่วนใหญ่ที่พยายามด่ามาก ๆ ไอ้พวกนี้ด่าหวังผลการเมือง

เช่น จุดรัชดา-ศาลอาญา แถวบ้านกู คือจุดอ่อนที่สุดของเขตจตุจักร เป็นจุดต่ำสุดของเขตนี้ ถ้าฝนตก น้ำจากจุดนี้จะระบายช้าที่สุดเพราะต่ำกว่าที่อื่น เมื่อก่อนแค่ตกไม่เกิน 80 มม. ก็ท่วมเกินเมตรแล้ว ตรงจุดกลับรถ ใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว-รัชดา

แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นตั้งเยอะ แล้วต่อไปจะดีขึ้นอีก เพราะรออุโมงค์ยักษ์บางซื่อสร้างให้เสร็จก่อน ซึ่งกำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2559 แล้วจุดอ่อนหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จะไม่เป็นปัญหาท่วมหนักอีกต่อไป (ล่าสุดการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด คาดว่าจะเสร็จในปี 2560)

ไอ้พวกสักแต่ด่า มึงเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มาตลอดชีวิต รึเปล่าวะ เสือกรู้ดีนัก

เมื่อตอน 5 โมงเย็นวานนี้ ดูข่าวช่อง 3 ข่าว เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำฯ ต้องลงไปในคลอง ไปเอาเศษขยะที่ติดตะแกรงออก

มีไอ้พวกเหี้ยที่ไหนไม่รู้ แม่งทิ้งได้ กระทั่งทิ้งถังแก๊สลงคลอง มีพวกเหี้ยแบบนี้เยอะ ๆ กรุงเทพฯ ถึงได้น้ำท่วมระบายช้ามากขึ้น


ขยะในคลองแสนแสบในวันที่ 4 ต.ค. 2558







แล้วฝนที่ตกอยู่ในช่วงนี้ ไม่ใช่ฝนธรรมดาจากความกดอากาศทั่วไป แต่มันเป็นอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นมูจีแก

เห็นไหม ฝนตกหนักสลับเบา สลับหยุด ตก ๆ หยุด ๆ ทั้งวันทั่วทั้งกรุงเทพ ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

ส่วนไอ้พวกสักแต่ด่า มึงไปอ่านบทความนี้ให้หายโง่ซะ สัส !!!

แนะนำอ่าน "ทำไม กรุงเทพฯ น้ำท่วมง่ายจังวะ"


--------------------

ปี 2526 น้ำท่วมใหญ่ ม.รามคำแหง น้ำท่วมถึงคอ แล้วกว่าจะลดลงเป็นปกตินานเป็นเดือน

ส่วนบ้านผมอยู่ปากทางลาดพร้าว น้ำท่วมประมาณเข่า โรงเรียนปิดไป เกือบ 2 อาทิตย์

ถามว่า ปัจจุบันนี้ในกรุงเทพฯ มีท่วมยาวนานแบบนั้นไหม ? (ถ้าไม่ใช่เหตุอุทกภัยปี 54)

ทุกวันนี้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ลดลงไวกว่าเดิมมาโดยตลอด

ส่วนไอ้พวกด่าอุโมงค์ยักษ์ มึงนั้นโง่หารู้อะไรไม่ 

อุโมงค์ยักษ์ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 7 แห่ง ความยาว 19 กม. รองรับพื้นที่ กทม. ฝั่งตะวันออกได้แค่ 25 % เท่านั้น แปลง่าย ๆ ว่า มันยังไม่พอที่จะรองรับน้ำท่วมกรุงเทพทั้งหมด



แผนที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก กับอุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง

ซึ่งอุโมงค์ระบายน้ำของกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร จะต้องมีอย่างน้อย 10 อุโมงค์ตามแผนเดิม ถึงจะพอจะรับมือน้ำท่วมได้ดีกว่านี้ (ซึ่งที่กำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จคือ อุโมงค์บางซื่อ) แต่ยังติดที่งบประมาณต้องใช้จำนวนมหาศาล แล้วยังรอการอนุมัติงบอีก 2 อุโมงค์ในฝั่งพระนคร

ซึ่งถ้าฝนตกหนักยังไง ๆ กรุงเทพฯ น้ำก็ต้องท่วม เพราะท่อระบายน้ำยังเป็นระบบเก่า 50 ปีที่แล้ว คือเล็กมาก แถมใช้ร่วมกับทางระบายน้ำเสียจากบ้านเรือน แถมมีพวกขยะไขมันจากร้านอาหารมากมายอุดตันทางระบายน้ำ

ถ้าอยากให้กรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วมเลย ต้องทำท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมดให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไม่ต่ำกว่า 3 เท่า แยกท่อน้ำทิ้งจากบ้านเรือนออกจากท่อระบายน้ำ ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน จนถึง 1 แสนล้านบาท (ไอ้พวกขี้ข้าทักษิณไม่ชอบจ่ายภาษี เสือกบ่น)

ส่วนไอ้พวกโง่อย่างไอ้ บก.ลายจุด มันด่าอุโมงค์ยักษ์แบบตรรกะควายแดงแท้ ๆ



หลายคนขอด่าไว้ก่อน เผลอ ๆ หลายคนไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ

แต่อาศัยโลกโซเชียลเข้ามาผสมด่า เพราะหวังผลทางการเมืองสมัยหน้า เพราะผู้ว่า ฯ กทม. คนนี้ไม่ใช่คนของพรรคที่กูชอบ

คลิกอ่าน "ทำไมกรุงเทพฯ ฝนตกน้ำท่วมง่ายจังวะ


วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

เหตุผล ทำไมประเทศไทยถึงได้เป็นประธาน G77







การที่ไทยได้เป็นประธานกลุ่มประเทศ G77 ผมก็ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางหรอกว่า ทำไมไทยถึงได้เป็น

แต่การจะได้เป็นประธานกลุ่มประเทศต่าง ๆ หรือเป็นประธานองค์กรต่าง ๆ ในสหประชาชาติ ยังไง ๆ มันต้องมีการวิ่งเต้นหรือล็อบบี้ยิสต์กันแบบสุด ๆ แน่นอน

แต่ถึงขนาดวิ่งเต้นจนได้คะแนนเสียงท่วมท้นจากทุกชาติเนี่ย ต้องถือว่า ไม่ธรรมดา อะฮ่า ไม่ธรรมดา

ประเทศเล็ก ๆ แถมยังปกครองด้วยเผด็จการรัฐประหาร ถูกมหาอำนาจตะวันตกหาเรื่อง แถมมีปัญหาหมักหมมรุมเร้าภายในประเทศมากมายที่รอการแก้ปัญหา ทั้งมีศึกนอกศึกในที่จ้องหาเรื่องรัฐบาล คสช. รวมถึงคนไทยหนักแผ่นดินพยายามหาเรื่องรัฐบาล คสช.ให้อยู่ไม่สุข

จึงไม่มีทางที่รัฐบาล คสช. จะวิ่งเต้นจนได้คะแนนเสียงท่วมท้นขนาดนี้ได้ จนถึงขั้นไม่ค่อยมีเวลาจะไปวิ่งเต้นด้วยซ้ำ

ดังนั้น ผมว่า การที่ประเทศไทยได้เป็นคะนนเสียงท่วมท้น มันต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง รวม ๆ  กัน เช่น

1. ประเทศส่วนใหญ่ในโลก เขาคงเบื่อมหาอำนาจเสือกไปทุกเรื่องอย่างสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเบื่ออียูที่คอยเป็นลูกคู่สหรัฐฯ ตลอด มหาอำนาจที่ชอบแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศอื่น ๆ ไปซะทุกเรื่อง จนเกิดปัญหาวุ่นวายไม่รู้จบในโลกใบนี้

จนเขาเชื่อกันว่า ปัญหาความวุ่นวายขัดแย้งในโลกนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมีสหรัฐอเมริกาชักใยอยู่ทั้งสิ้น

ประเทศกลุ่ม G77 ก็เลยช่วยกันโหวตให้ประเทศไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. เป็นประธาน G77 ไปซะเลย เอาสะใจ เป็นเสมือนขอเป็นขบถกับมหาอำนาจแบบอ้อม ๆ


2. ยักษ์ใหญ่ อย่าง จีน อินเดีย ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่ม G77 ด้วย รวมถึง รัสเซีย ญี่ปุ่น ที่ตอนนี้เป็นมิตรที่ดีของไทยในตอนนี้ อาจช่วยวิ่งเต้นหาคะแนนให้ไทยด้วย


3. ประเทศในอาฟริกาหลายประเทศแทบทุกประเทศ รู้จักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะมีผู้นำประเทศ และนักวิชาการจากอาฟริกาเดินทางมาดูการเกษตรแบบพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และมาดูงานทดลองเกษตรในพระตำหนักสวนจิตรลดา ตลอดทั้งปี


4. คล้าย ๆ กับว่า รัฐบาล คสช. กล้ายืนหยัดไม่เป็นเบี้ยล่างให้สหรัฐอเมริกา และอียู ง่าย ๆ ก็เลยถูกใจประเทศต่าง ๆ ไปด้วย

และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เราไม่รู้

แต่ที่แน่ ๆ ผมว่า สหรัฐอเมริกาติดตามกระแสรัฐบาล คสช. มาโดยตลอด แล้วคงรู้ตัวว่า กระแสรัฐบาล คสช. ในประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่เขายอมรับรัฐบาล คสช. เป็นอย่างดี ทำให้สหรัฐอเมริกาก็เลยต้องลดท่าทีที่เคยแข็งกร้าวต่อรัฐบาล คสช. ลง


แต่อย่างไรก็ตาม การที่ไทยได้เป็นประธาน จี77 ในคราวนี้ ถือว่า ช่วยบอกอะไรได้หลายอย่าง ก็คือ ประเทศ 133 ประเทศ รวมถึงบางประเทศที่อยู่นอก จี77 เช่น รัสเซีย ญี่ปุ่น ทุกประเทศเหล่านี้ไม่ต่อต้านรัฐบาล คสช. แถมยังยอมรับรัฐบาล คสช. เป็นอย่างดี

ประเทศในโลกมี 193 ประเทศ แต่มีอย่างน้อย 133 ประเทศที่สนับสนุนไทย นั่นแสดงว่า เสียงส่วนใหญ่ในโลก เขายอมรับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

-------------

พวกเสื้อแดง ต่างหากที่คิดคดชอบแบ่งชนชั้น รวย จน 

พอประเทศไทยได้เป็นประธาน G77 บรรดาพวกเสื้อแดง นปช. จากทั่วโลกที่มีจำนวนกระจิดริด ก็แก้ขายหน้า แก้เก้อ แก้หน้าแหก ที่หวังจะเห็นพลเอกประยุทธ์ กลายเป็นตัวตลกในสหประชาชาติ แต่กลับต้องผิดหวัง !!

พวกเสื้อแดงก็เลยออกมาแก้หน้าแหก ด้วยการดูถูกประเทศในกลุ่ม G77 ว่า ประเทศไทยได้เป็นประธานกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา เป็นประธานประเทศยากจน มันภูมิใจนักเหรอ ?? 

เฮ่อ... ไหนว่า เสื้อแดงรักความเท่าเทียมกัน ไม่ดูถูกแบ่งแยกชนชั้น ไม่ดูถูกผู้ที่ด้อยกว่า ยากจนกว่าไง ?

แต่ที่แสดงความเห็นมานั้น กลับเป็นพวกเสื้อแดงเองนั่นแหละ ที่ดูถูกคนอื่น ดูถูกประเทศอื่น ๆ แถมเยาะเย้ยถากถางว่า เขาด้อยพัฒนา

ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ถึงสภาวะจิตใจที่ต่ำของเสื้อแดงอีก

ก็คงปล่อยให้โง่ในกะลาแดงต่อไป ถ้าไม่ยอมออกจากกะลาแดงไปศึกษาหาความรู้ว่า ที่จริงแล้วประเทศกลุ่ม G77 คืออะไรกันแน่ ??





คลิกอ่าน ที่มาที่ไป กว่าจะไทยได้เป็นประธานจี 77


วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

พลเอกประยุทธ์ ระวังสหรัฐอเมริกามันอาจเลวกว่าที่คิด






คือ อยู่ ๆ ผมก็เสือกคิดเรื่องที่ไม่ควรคิด ผมถึงใช้คำว่า เสือก

สิ่งที่ผมคิดก็คือ ผมกลัวสหรัฐอเมริกามันจะใช้แผนการเลว ๆ แบบที่เราคาดไม่ถึง

นั่นคือ หลอกให้พลเอกประยุทธ์ไปพูดที่สหประชาชาติ แถมมีรางวัล ผู้นำดิจิตอล มาล่ออีกด้วย

แล้วพอพลเอกประยุทธ์ ไปถึงสหรัฐอเมริกาจริง ๆ ตำรวจUSA มันก็เข้าจับกุมท่านนายกฯ ประยุทธ์ทันที โดยอ้างว่า นี่คือการจับคุกผู้นำเผด็จการ ที่ทำลายประชาธิปไตยในประเทศไทย

เพราะการไปเยือนสหรัฐอเมริกาคราวนี้ของพลเอกประยุทธ์ เป็นการเรียนเชิญของสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นผู้เชิญ 

โหย !! พอผมคิดไปไกลขนาดนี้ ผมรู้สึกหนาวขึ้นมาทันทีเลยครับ

สมมุติว่า สหรัฐอเมริกามันใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วจับกุมพลเอกประยุทธ์จริง ๆ ขึ้นมาล่ะ รัฐบาล คสช.จะทำอย่างไร ??

ในเมื่อผมคิดแบบหนังฮอลลีวู้ดไปแล้ว ผมก็เลยต้องคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน

เช่น กองทัพไทยต้องบุกล้อม หรือ ติดตามคนในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยไว้ทุกคน ไม่ให้รอดสายตา

อย่างเช่น วันที่นายกฯ ประยุทธ์ เดินทาง ทหารไทยควรไปอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยโดยรอบสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยทันที

แล้วเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ทหารต้องติดตามคุ้มกันตลอดเวลาที่ท่านเดินทางเข้า-ออกสถานทูต

คือ ถ้าท่านนายกฯ ลุงตู่ โดนสหรัฐอเมริกาจับกุมจริง ๆ เราก็จับกุมคนในสถานทูตสหรัฐอเมริกาในไทยทุกคนเช่นกัน

ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่ปล่อยตัวท่านนายกฯ ของไทยเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ทางไทยเราก็จะให้คนของสถานทูตสหรัฐอเมริกาทุกคน อดข้าว อดน้ำ จนกว่านายกฯ ประยุทธ์ จะเดินทางมาถึงไทยอย่างปลอดภัย

เฮ้ย.. ผมนี่คิดมากฟุ้งซ่านไปไกลเลย หวังว่า มันคงเป็นแค่ความฟุ้งซ่านเท่านั้น อย่าเป็นเรื่องจริงล่ะ ไม่ง้้น เรื่องใหญ่



มันแปลกอยู่อย่าง คือ คนไทยในสหรัฐอเมริกา ที่เกลียดระบอบทักษิณนั้นมีมากมายจริง ๆ

ไอ้พวกเสื้อแดง นปช. ยูเอสเอ น่ะเหรอ มีปริมาณแค่ขี้เล็บตีนเท่านั้น

ข่าวล่าสุดจากสายข่าวคนไทย USA รักนายกฯ ประยุทธ์ ได้รายงานมาว่า

หลายวันมานี่ ระหว่างที่ อีปวิน รอประท้วงท่านนายกฯ อยู่ในอเมริกานานหลายวัน ว่ากันว่า ตอนนี้อีปวินตูดบาน จนแทบนั่งเก้าอี้ไม่ได้เลยครับ 555


ภาพถ่ายเมื่ออีปวิน พบ ตั้วเฮีย ที่เยอรมัน เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน


คลิกอ่าน ปวิน ยืนยัน ทักษิณไม่ได้วางระเบิดราชประสงค์


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

"อุยกูร์" ประยุทธ์ กะ สมยศ พูดคนละเรื่องเดียวกัน






เมื่อพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ออกมายอมรับว่่า เหตุระบิดที่ราชประสงค์ เหตุจากความโกรธแค้นที่ไทยส่งชาวอุยกูร์ไปให้ทางการจีน 109 คน

โดยพลตำรวจเอกสมยศ กล่าวว่า "เหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ เกิดจากที่ทางการประเทศไทยไปทำลายธุรกิจการค้ามนุษย์ของขบวนการ จนไม่สามารถทำการได้ต่อ พูดง่ายๆเป็นการพังธุรกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เป็นเหตุของการโกรธเคือง เหตุที่เกิดแยกราชประสงค์กับที่สถานทูตไทย ประจำประเทศตุรกี เป็นเรื่องเดียวกัน

ขบวนการเคลื่อนย้ายมนุษย์มีต้นทางที่ประเทศไทยปลายทางที่ประเทศตุรกี จึงมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อต้นทางถูกทำลายปลายทางต้องโกรธแค้น 

ส่วนการส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คน กลับไปยังประเทศจีน เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้มีส่งไปที่ประเทศจีนประเทศเดียว บางส่วนส่งไปประเทศตุรกี ส่วนทำไมต้องส่งไปประเทศจีนและประเทศตุรกี เพราะคนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวตุรกีต้องส่งไปประเทศตุรกี ส่วนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวจีนต้องส่งกลับประเทศจีน ตามหลักกฎหมายสากลเรื่องนี้รัฐบาลไทยปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอน"


มขอสรุปที่ ผบ.ตร. พูดถึงก็คือ ขบวนการค้ามนุษย์ หรือ ธุรกิจค้ามนุษย์ ที่มีต้นทางอยู่ในไทยและมีปลายทางในตรุกี  พวกมันโกรธแค้นทางการไทยที่ไปตัดช่องทางทำมาหากินของพวกมัน มูลเหตุจากกรณีไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปให้ทางการจีน

--------------------

ส่วนพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กลับบอกว่า "เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันต้องมีคนออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง เป็นได้ทั้ง 3 เรื่อง ทั้งอาชญากรรมธรรมดา ขบวนการค้ามนุษย์ และถ้าเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้จีน ต้องมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไร เพราะจะมาบังคับรัฐแบบนี้ไม่ได้ เราดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแล้วส่งกลับประเทศบ้านเกิด ต่อไปใครมาบ้านเราแล้วให้ส่งไปที่อยากไป วันนั้นบ้านเราจะกลายเป็นชุมทางการค้ามนุษย์ จะผิดจะถูกไปสอบที่ต้นทาง มาตำหนิตนอย่างเดียวไม่ถูก"


รุปคือ ขบวนการที่วางระเบิดราชประสงค์ ที่พลเอกประยุทธ์ พูด จะคนละความหมายกับที่ ผบ.ตร. พูด

เพราะ ผบ.ตร. ท่านหมายถึง เหตุระเบิดราชประสงค์เกิดจากขบวนการค้ามนุษย์ในไทยและในตรุกี พวกมันโกรธแค้นที่ทางการไทยไปตัดช่องทางทำมาหากินของพวกมัน เพราะชาวอุยกูร์ 109 คนที่ทางการไทยส่งตัวกลับจีนไปนั้น จะต้องมีบางส่วนเป็นลูกค้าของพวกมัน

ส่วนพลเอกประยุทธ์ เข้าใจไปอีกทางว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คนกลับให้ทางการจีน อาจเป็นเหตุให้เกิดการวางระเบิดราชประสงค์จากความไม่พอใจของขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ เพราะถ้าเป็นผลงานของขบวนการแบ่งแยกดินแดงซินเจียง อุยกูร์ ก็น่าจะมีคนออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบไปแล้ว


คือ พลเอกประยุทธ์ จึงพูดคำว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีน คนละความหมายกับ พล.ต.อ. สมยศ

นั่นคือ ผบ.ตร. พูดในความหมาย ขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ในไทยและในตรุกี ไม่พอใจที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีน จึงเท่ากับตัดทางทำมาหากินของพวกมัน

ส่วน นายกฯ ลุงตู่ พูดถึงในบริบท ขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ อาจไม่พอใจ

ซึ่งความจริงในตอนนี้ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ ยังไม่เคยแถลงการณ์ว่า ไม่พอใจรัฐบาลไทยเลย

------------------

ส่วนขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ เขาไม่เคยประกาศตัวเป็นขบวนการผู้ก่อการร้าย เพราะเขายังต้องการเป็นขบวนการที่มีนานาชาติให้สนับสนุน เพื่อต่อต้านรัฐบาลจีน

หากขบวนการแบ่งแยกซินเจียงอุยกูร์ กลายเป็นขบวนการผู้ก่อการร้ายเต็มตัวเมื่อไหร่ ก็เท่ากับไปเปิดทางให้ทางการจีนมีเหตุผลอันชอบธรรมในการกวาดล้างขบวนการแบ่งแยกดินแดงได้ง่ายขึ้น

----------------------

ที่จริงผมเคยเขียนในหลายบทความแล้วว่า ตัวการวางแผนระเบิดแยกราชประสงค์จริง ๆ เป็นคนไทยหน้าเหลี่ยมจรจัดคนหนึ่งคือ จอมบงการ

ไอ้หน้าเหลี่ยมมันได้อาศัยจังหวะที่ทางการไทยมีปัญหาเรื่อง อุยกูร์ อยู่กับหลายชาติ ก่อการวางระเบิดในใจกลางย่านธุรกิจไทย เพื่อทำลายเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวไทย

แล้วมันก็เลยติดต่อขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ที่กำลังสูญเสียผลประโยชน์จากธุรกิจค้ามนุษย์ในไทย ให้กระทำการก่อเหตุรุนแรงในไทยขึ้น

ไอ้คนไทยหน้าเหลี่ยม ได้ประโยชน์จากทำลายความสุขคนไทย หลังวันกิจกรรมไบค์ฟอร์มัม เพียง 1 วัน

ส่วนขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ได้ประโยชน์จากการแก้แค้นทางการไทยที่ทำลายช่องทางหากินของพวกมัน แถมได้เงินค่าจ้างจากไอ้หน้าเหลี่ยมอีก

ส่วนพวกมือวางระเบิดพวกนี้ ซึ่งอาจเป็นชาวตรุกีอุยกูร์ หรือไม่ก็ตาม พวกมันก็ได้มารับจ๊อบวางระเบิดในไทย  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ แต่อย่างใด

แต่ก็นั่นแหละ การที่ว่าจ้างขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ไปจนถึงมือระเบิดที่อาจเป็นชาวตรุกี หรือ ชาวอุยกูร์ เอง

เหตุทั้งหมด มันยากที่จะสาวไปถึงจอมบงการไอ้หน้าเหลี่ยม คนนั้น

ขนาดทางการไทย แถลงการณ์ว่า จับกุมพวกขบวนการวางระเบิดราชประสงค์มาได้หลายวันแล้ว ลูกชายไอ้จอมบงการตัวจริง ที่ว่าจะให้รางวัลนำจับ 7 ล้านบาทแก่เจ้าหน้าที่ไทย ก็ยังทำโง่งกต่อไป


คลิกอ่าน ระเบิดแยกราชประสงค์เหมือนกับระเบิดที่เกาะสมุยตรงไหน

คลิกอ่าน ผบ.ตร.สมยศ บอกใบ้ ใครอยู่เบื้องหลังวางแผนระเบิดราชประสงค์


วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

นายกฯจากรัฐประหารโง่ vs นายกฯจากการเลือกตั้งโง่







มันคงเป็นความเก็บกดของเหล่าบรรดาคนรักยิ่งลักษณ์ที่เก็บกดมานาน เพราะในยุคที่ยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทยนั้น เธอได้โชว์โง่หลายเรื่องแบบจะจะ ชัดเจนไปทั่วโลก

เช่น การอ่านตัวเลขสลับระหว่างหลักหมื่นกับหลักแสน หรือจะเป็นประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ และพฤติกรรมโชว์โง่ อื่น ๆ อีกมากมาย จนประชาชนจำแทบไม่หวัดไม่ไหว

ด้วยเหตุนี้บรรดาเสื้อแดง และบรรดาคนรักยิ่งลักษณ์ทั้งหลาย ก็เลยเก็บความแค้นเรื่องโชว์โง่ของยิ่งลักษณ์ไว้ในใจหลายเรื่อง

แล้วเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล มาเป็นรัฐบาล คสช. รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร หรือ รัฐบาลเผด็จการทหาร นั้น

คราวนี้บรรดาเสื้อแดง และคนรักยิ่งลักษณ์ ก็เลยได้โอกาสระบายความแค้นที่เก็บกดมานานในเรื่องความโง่ของยิ่งลักษณ์ เอามาแก้แค้นที่นายกฯ ประยุทธ์ ทันที

คือ เท่าที่ผมดูหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาของ นายกฯ ประยุทธ์

ผมว่า นายกฯ ประยุทธ์ แค่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ และการพูดจาแบบนายทหารที่ใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาจนเคยชิน แล้วนายกฯ ประยุทธ์ก็นำการพูดแบบนั้นมาใช้การการตอบโต้ผู้สื่อข่าวด้วย

แน่นอน การพูดจาแบบไม่ควบคุมอารมณ์ย่อมมีเหตุให้ถูกจับผิดได้ง่าย หรือบางทีแกลังพูดเล่น ๆ ไอ้พวกที่จ้องจะจับผิด ก็จะเอามาเล่นมาล้อ หรือเอามาด่านายกฯ ประยุทธ์ว่า ผู้นำเผด็จการคนนี้โง่ เจตนาก็เพื่อจะแก้แค้นแทนยิ่งลักษณ์ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามด่าว่า โง่ มานานร่วม 3 ปี


อย่างเช่นเรื่อง เอายางพาราไปขายดาวอังคาร ซึ่งนายกฯ ประยุทธ์ก็พูดประชดในทำนองที่ว่า ยางพาราราคาแพงตามที่เรียกร้องนั้น มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเอาไปขายดาวอังคาร ซึ่งใครฟังก็รู้ว่านายกฯ ประยุทธ์พูดประชด และหวังเอาฮาด้วย

แต่แค่เรื่อง เอายางไปขายดาวอังคาร ก็ทำให้พวกเสื้อแดงก็กระดี๊กระด๊าเอามาประชดมาล้อ มาด่า มาโยงอีกในหลาย ๆ เรื่อง เพื่อจะด่าว่า นายกฯ ประยุทธ์ โง่

ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว นายกฯ ประยุทธ์ไม่ได้โง่อย่างที่พวกเสื้อแดงหรือพวกคนรักยิ่งลักษณ์ พยายามยัดเยียดให้เป็น

เรื่องที่พวกเสื้อแดงฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด เพื่อจะหาทางด่าประชดนายกฯ ประยุทธ์ว่า โง่ นั้นยังมีอีกหลายเรื่อง พวกนี้มักเป็นประเภท อ่านแต่พาดหัวข่าว แล้วก็รีบด่าแบบโง่ ๆ โดยไม่ได้อ่านเนื้อหาข่าวเลย

ซึ่งผมเองก็เคยเขียนบทความด่าพวกเสื้อแดงที่โง่ ๆ แบบนี้ไว้ในหลายบทความ


รุปง่าย ๆ ก็คือ การที่นายกฯ ประยุทธ์โง่ มันเป็นแค่เปลือก  ที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามหยิบยกมาโจมตี แบบเอาฮากันเองในกะลาแดงนั่นแหละ 

ส่วนกรณียิ่งลักษณ์โง่ มันเป็นความโง่แบบลึกถึงเนื้อใน DNA ของยิ่งลักษณ์เลย ที่ไม่ว่าจะยกเรื่องไหนมาเล่า ก็ยังฮากระจาย จนพวกเสื้อแดงยังเถียงไม่ออกทั้งสิ้น

พูดง่าย ๆ ว่า กรณีประยุทธ์แค่โง่หลอก ๆ  แต่กรณียิ่งลักษณ์คือโง่แท้ 100 %


ส่วนนักวิชาการที่ชอบด่านายกฯ ประยุทธ์ว่า โง่ เห็นมีขาประจำหลัก ๆ อยู่ 2 คนคือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กับ ปวิน ชัชวาลพงษ์พันธ์ 

แน่นอน พวกนี้ย่อมหาทางจับผิดแม้เรื่องขี้ประติ๋วมาด่านายกฯ อยู่แล้ว ซึ่งพอผมอ่านแล้ว ผมกลับมองว่า สองคนนี้กลายเป็นโชว์โง่เองซะมากกว่า

แต่ก็นั่นแหละ ทั้งหงอกเจียมและปวิน จะพยายามด่านายกฯ เผด็จการคนนี้โง่มากสักเพียงใดก็ตาม ก็ด่าไปเถอะ อยู่เมืองนอกจะปากดียังไงก็คงไม่มีใครไปห้าม


ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า นายกฯ จากรัฐประหาร แปลว่า ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลย ตรงตามที่พวกนักวิชาการฝ่ายแดงบางคนชอบอ้างนั่นแหละ

ในเมื่อนายกฯ ที่มาจากรัฐประหาร จะโง่ ก็ไม่แปลก เพราะประชาชนไม่ได้เลือกให้มาเป็นนายกฯ นี่หว่า

แต่ไอ้พวกคนที่เคยเลือกยิ่งลักษณ์ มาเป็นนายกฯ นี่สิ ผมว่า คนพวกนี้มันโคตรโง่เลยครับ

ก็ในเมื่อเป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งมันโง้ โง่ ก็แสดงว่า เพราะมีประชาชนโง่ ๆ ที่เลือกนายกฯ โง่ ๆ ให้มาบริหารบ้านเมือง แสดงว่า ประชาชนพวกนี้มันต้องโง่บรมโง่ โง่ยกกำลัง 10 เลยครับจริงไหม ฮ่า ๆๆ

(แต่ในความจริง นายกฯ รัฐประหารกลับฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์จนแทบจะนำมาเทียบกันไม่ได้เลย)

--------------------



สรุปเลยนะ

นายกฯ เผด็จการรัฐประหาร ถ้ามันจะโง่ก็เรื่องของมันสิ เพราะประชาชนไม่ได้เลือกมันให้เข้ามาทำงานนี่หว่า ถ้าโง่นักเดี่ยวก็จบไม่สวยเอง แต่ถ้าเกิดฉลาดก็ถือเป็นโชคดีของประเทศชาติและประชาชน

แต่ไอ้นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งที่กลับโง้ โง่ ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีนายก ฯ นี่สิ ยิ่งแสดงว่า ประชาชนที่เลือกนายก ฯ โง่ เข้ามา แม่ง เป็นประชาชนที่โคตรโง่สุด ๆ  เลย จริงไหม 5555

ฉะนั้น ทั้ง ปวิน และ สมศักดิ์เจียม ล้วนโง่ยิ่งกว่ายิ่งลักษณ์ ทั้งสิ้น 





ที่จริงกรณียิ่งลักษณ์ไปไกลเกินคำว่า โง่ เธอเป็นพวกไม่มีสมองต่างหาก เพราะสมองของเธอถูกสั่งให้หยุดใช้งาน แล้วให้ทำตามคำสั่งชองพี่ชายหน้าเหลี่ยมเท่านั้น


วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

ตำรวจเบ่งกินฟรี vs ทหารเรือเมาแล้วขับ จนเด็กถูกตัดขา







่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวดังที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก ก็คือ ตำรวจ ยศ พ.ต.ท. เบ่งกินอาหารฟรี จนถึงขั้นทำร้ายพนักงานในร้านจนบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาทางผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท. ตำรวจนายนี้ ก็ได้สั่งให้ตำรวจนายนี้ถูกออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายตำรวจคนดังกล่าว

คำว่า ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หมายถึง การสั่งให้ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางวินัยรุนแรงและกระทำผิดคดีอาญา ถูกให้ออกจากตำแหน่งและขาดจากเงินเดือน จนกว่าการสอบสวนและการดำเนินคดี

แปลง่าย ๆ คือ เมื่อถูกออกจากราชการก็จะไม่มีเงินเดือน ในระหว่างถูกสอบสวนและดำเนินคดี

ตำรวจเบ่งกินฟรี ทำร้ายพนักงานเสิร์ฟ ถือว่า ผิดวินัยร้ายแรง และกระทำผิดทางอาญา การถูกออกจากราชการไว้ก่อนนั้นถือว่า ชอบแล้ว

----------------------

ส่วนกรณีทหารเรือนายหนึ่ง เมาแล้วขับซิ่งไปจนคนจนบาดเจ็บสาหัส เช่น

กรณีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 58 จ่าเอก สมเกียรติ อมรมุกดากุล อายุ 29 ปี สังกัดกองเรือยุทธการ ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 6032 ระยอง ชน นางปราณ อายุ 46 ปี ในสภาพแขนและขาข้างขวาหัก และ ด.ญ.ปทิตตา อายุ 4 ปี บุตรสาว จนขาซ้ายต้องถูกตัดขาทิ้ง ขณะขี่จักรยานยนต์

ก่อนที่จ่าเอกสมเกียรตื จะขับรถหลบหนีแล้วลากรถจักรยานยนต์ของแม่ลูกผู้ได้รับบาดเจ็บห่างจากจุดชนกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันสกัด จนต้องยอมจอดรถ

ซึ่งต่อมาตรวจพบว่า จ่าเอก สมเกียรติ อมรมุกดากุล มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 154 มิลลิกรัม




จ่าเอก สมเกียรตื คือ ชายใส่เสื้อยืดสีขาว

(คือ ผมไม่อยากนำรูปเหตุการณ์บาดเจ็บของสองแม่ลูกมาลง เพราะภาพบาดแผลน่ากลัวมาก)


11 ก.ค. 58 ที่ห้องพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร.ต.อ.สายใจ คำจุลลา พงส .สภ.สัตหีบ นำตัวจ.อ.สมเกียรติ มาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขับรถขณะเมาสุราทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทรัพย์สินเสียหาย แล้วหลบหนีไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานใกล้เคียงทันที่ มีโทษจำคุก 2-6ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขับขี่จะโดนพักใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมนำตัวส่งศาลทหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย และโทษทางวินัย โดยมีนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือ ร่วมรับฟัง

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ต้องไปประกันที่ศาลทหารเท่านั้น โดย จ.อ.สมเกียรติ ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา และพร้อมจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น

(แหม หัวหมอซะด้วย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น)

-----------------

ผมสงสัยว่า ทำไมกองทัพเรือไม่ให้จ่าเอกสมเกียรตื อมรมุกดากุล ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ ความผิดชัดเจน ตั้งแต่เมาแล้วขับ  ชนคนแล้วหนี จนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียขาข้างหนึ่งไปตลอดชีวิต !!!

ทำไมต้นสังกัดของ ตำรวจเบ่งกินฟรี กับ ต้นสังกัดของทหารเรือเมาแล้วขับ ขับชนแล้วหนี ถึงได้ปฏิบัติแตกต่างกัน ?

ทั้ง ๆ ที่ ทหารมี เกียรติ วินัย กล้าหาญ แต่กรณีนี้ บอกตรง ๆ กองทัพเรือไม่ได้ใจประชาชนเลยครับ น่าผิดหวังมาก !!!