วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สมศักดิ์เจียมโชว์ตรรกะโง่ ๆ เรื่องป๋าเปรมและมาตรา 112






เมื่อพลเอกประยุทธ์เดินทางไปอวยพรปีใหม่ป๋าเปรมที่บ้านพัก ป๋าเปรมออกมาชื่นชมการรัฐประหารของพลเอกประยุทธ์ว่า

"ในวันที่ 22 พฤษภาคม ถือเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ เป็นการตอบแทนบุญคุณชาติบ้านเมือง แสดงความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่มาก คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่เขาจะเห็นด้วย และพอใจ ภูมิใจในการกระทำของนายกฯ ลุงตู่"

"โอกาสนี้เป็นโอกาสที่เสี่ยงที่สุด และสำคัญที่สุดที่พวกเราแสดงให้เห็ว่าเมื่อใดบ้านเมืองเกิดวิกฤต เมื่อนั้นทหารจะเข้าไปดูแลชาติบ้านเมือง และเราจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้เพื่อความสงบของชาติบ้านเมือง ตอนนี้นายกฯ ลุงตู่ ที่เป็นทั้งรัฐบาล และ คสช. กำลังทำอยู่ ตนอยากให้คนไทยมองเรื่องนี้ว่าเป็นหน้าที่ของเราและให้ความร่วมมือกับนายกฯ"

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์หงอกล้มเจ้า จากภาควิชาระยำศึกษา คณะตะกวดศาสตร์ มหาลัยเลวสถุล (สาขาต่างแดน) ก็ออกมาโจมตีสถาบันฯ โดยโหนคำพูดของพลเอกเปรมที่มีต่อนายกฯ ตู่ ทันที



พวกตะกวดแดงล้มเจ้ามักมีปัญหาเรื่องการแยกแยะบทบาท หน้าที่ ในฐานะต่าง ๆ เฮ่อ.. หงอกเจียมยังโง่ขนาดนี้ ไม่แปลกใจพวกตะกวดแดงจะโง่ขนาดไหน

ถามว่า แล้วที่พลเอกเปรมได้ไปใช้สิทธิไปเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา ท่านไปโดยสถานะอะไร หงอกเจียมตอบมา ป๋าเปรมไปเลือกตั้งในฐานะองคมนตรี หรือฐานะประชาชนคนไทย ?

อย่างกรณีที่พลเอกเปรมพูดกับนายกฯ ประยุทธ์ พลเอกเปรมพูดในฐานะรุ่นพี่ในกองทัพ พูดในฐานะเจ้านายเก่าในกองทัพ ท่านไม่ได้พูดในฐานะองคมนตรี

แม้ป๋าเปรมจะเป็นองคมนตรี หากท่านพูดหรือกระทำสิ่งใดไม่เหมาะสม ก็วิจารณ์ที่ตัวท่านได้ เพราะถือเป็นบุคคลสาธารณะคนหนึ่งแล้ว ก็เหมือนที่ทักษิณ หรือพวกเสื้อแดง ด่าป๋าเปรมนั่นแหละ

ถ้าหงอกเจียมจะด่าพลเอกเปรมเรื่องสนับสนุนรัฐประหาร ก็ด่าเฉพาะที่ตัวพลเอกเปรมไป แต่อย่างว่า หงอกเจียมมันเลว มันย่อมพยายามจะดึงสถาบัน ฯ มาเกี่ยวด้วย

ส่วนคุณผู้อ่าน แนะนำว่าควรไปอ่านหน้าที่องคมนตรีในทุก ๆ รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา คุณก็จะเข้าใจว่า องคมนตรีมีหน้าที่อย่างจำกัดตามรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้นสิ่งใดที่ผู้มีตำแหน่งองคมนตรีกระทำหรือพูดอะไรที่นอกเหนือหน้าที่องคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ย่อมถือว่า ท่านพูดและกระทำเป็นการส่วนตัว

คลิกอ่าน รัฐประหาร คสช. ไม่ใช่การรัฐประหารที่แท้จริง

---------------------------

สมศักดิ์ เจียม จมปลักโชว์โง่เรื่องมาตรา 112 ซ้ำซาก



แค่อ่านในกรอบสีแดง ก็เห็นชัดแล้ว ไอ้หงอกเจียมใช้ตรรกะเห่ยมาก เพราะถ้าบังคับให้รักได้ หงอกเจียมมันต้องรักเจ้าแล้วสิ หงอกเจียมนี่โง่นะ

มาตรา 112 ก็คือกฎหมายหมิ่นประมาทประเภทหนึ่ง แต่มีความสำคัญตรงที่เป็นกฎหมายที่มีไว้ปกป้องเฉพาะองค์พระประมุข พระราชินี และองค์รัชทายาท

รัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับแรกของไทย ก็ได้เขียนไว้ว่า องค์พระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ถามว่า ไอ้พวกล้มเจ้ามึงเคยเคารพรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์หรือไม่ ? 

ส่วนมาตรา 112 เป็นแค่กฎหมายอาญาเพื่อประกอบใช้กับรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีบทลงโทษผู้ที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญเท่านั้น

คนไทยเราทุกคนก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทไว้ปกป้องคุ้มครองเช่นกัน โดยกฎหมายมีการแบ่งความสำคัญของระดับกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของบุคคลต่าง ๆ เช่น การดูหมิ่นเจ้าพนักงานก็โทษหนักขึ้น หรือการหมิ่นศาล ก็โทษหนักขึ้นไปกว่าการหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป

แต่ตรรกะของสมศักดิ์ เจียม มันจะไม่ให้องค์พระมหากษัตริย์มีกฎหมายปกป้องคุ้มครอง นี่หรือความเท่าเทียมกันของมึง ไอ้หงอกเจียม

แล้วไอ้หงอกเจียมมันก็คงอ้างว่า ไม่ใช่ว่าไม่ให้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ต้องการให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนคนทั่วไป

เหอะ ๆ โถไอ้หงอกเจียม ตรรกะมึงเพี้ยนจริง ๆ

ประเทศอื่น ๆ เขาก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของชาติ แยกออกมาจากกฎหมายหมิ่นประมาทของคนทั่วไปเป็นการเฉพาะทั้งนั้น เพราะประมุขของรัฐถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญของประเทศ

แต่ไอ้หงอกมันจะให้ประมุขของชาติ ให้มีฐานะเหมือนนักการเมืองเหมือนทักษิณ เหมือนที่ใครไม่รักก็ออกมาด่าทักษิณได้ ตรรกะของไอ้หงอกแม่งเพี้ยนจริง ๆ

แต่ละประเทศก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จะให้กฎหมายเหมือนกันทุกประเทศไม่ได้หรอก

ที่จริงเรื่องมาตรา 112 ผมอธิบายไว้อย่างสะใจในบทความเรื่อง มาตรา 112 ที่รัก

คลิกอ่าน มาตรา 112 ที่รัก


มีกระทู้นึงในพันทิพได้ถกเรื่องกฎหมายคุ้มครองประมุขรัฐ ผมว่า เขาถกกันได้ดีมาก แนะนำลองไปอ่านดูตามนี้ครับ คลิกอ่านกระทู้พันทิพ


คลิกอ่าน ความปอดแหกของพวกล้มเจ้า



วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อัยการสูงสุดแกล้งโง่คดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์






จากกรณีอัยการสูงสุดเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่สั่งฟ้องคดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ โดยอ้างต้องสอบพยานหลักฐานทุจริตข้าวจีทูจีเพิ่ม



อัยการสูงสุดเตะถ่วงเรื่องนี้อย่างแถ ๆ เพราะประเด็นหลักทื่ ป.ป.ช. ต้องการเอาผิดยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ประเด็นทุจริตข้าวจีทูจี 

แต่ที่ ป.ป.ช. ต้องการเอาผิดยิ่งลักษณ์ คือ ประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมาตรา 157 ที่ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนสร้างความเสียหายให้แก่ชาติไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ทั้ง ๆ ที่ทั้ง สตง. ทั้ง ป.ป.ช. เคยมีหนังสือเตือนให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยุติโครงการรับจำนำข้าวแล้วตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินโครงการ เพราะจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมาก แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่ยอมยกเลิกโครงการนี้ ยังดื้อดึงที่จะทำโครงการนี้ต่อไปจนเกิดความเสียหายมหาศาล

โดยเฉพาะ สตง. เคยทำหนังสือเตือนปัญหาและความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียหายในในโครงการจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ถึง 5 ฉบับ เริ่มตั้งแต่ปี 2554

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


คลิกอ่านรายละเอียดหนังสือเตือนจาก สตง. เรื่องโครงการจำนำข้าวทั้ง 5 ฉบับ


หนังสือเตือนของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือเลขที่ ปช. 0003/0198 เรื่องข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตกรณีการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก




ตามหลักของผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ต้องระงับยับยั้งสิ่งที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ชาติบ้านเมือง

แต่ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี กลับไม่ยอมระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จึงถือเป็นความผิดในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ในฐานะเป็นประธานนโยบายข้าวแห่งชาติโดยตำแหน่ง

อีกทั้งยิ่งลักษณ์เป็นผู้ที่แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภา จึงถือว่า ยิ่งลักษณ์เป็นผู้รับผิดชอบนโยบายโครงการจำนำข้าวโดยตรง ซึ่งสามารถออกคำสั่งระงับยับยั้งโครงการนี้ได้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่การเอาผิดเรื่องทุจริตกับยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด

เพราะคดีทุจริตต่าง ๆ เช่นคดีทุจริตข้าวจีทูจี ในโครงการนี้เป็นคดีอาญาที่จะไปเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องอีกต่างหาก เป็นคนละกรณี เป็นคนละคดีกับการเอาผิดยิ่งลักษณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157

ซึ่งตอนนี้คดีทุจริตข้าวจีทูจี ป.ป.ช. ก็กำลังสอบสวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ฯ

---------------------

อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน


นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด

หากอัยการสูงสุดยังแกล้งโง่ ยังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากต่อไป ก็เท่ากับไม่ซื่อสัตน์ต่อหน้าที่ของตัวเอง ที่เป็น "ทนายแผ่นดิน "

ถ้าอัยการสูงสุดคิดว่าจะไม่ฟ้องยิ่งลักษณ์ ก็หลักทางให้ ป.ป.ช. ดำเนินฟ้องยิ่งลักษณ์เองต่อไป

อัยการสูงสุดไม่ควรทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง 

"อัยการสูงสุดยังแกล้งโง่ หรือ ยิ่งลักษณ์แกล้งฉลาด ?
ความเสียหายของประเทศหลายแสนล้านบาทจะต้องมีผู้รับผิดชอบ"


สกู๊ปข่าว ข้าวในโกดังรัฐมีมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กดให้ราคาข้าวในตลาดโลกและในประเทศตกต่ำต่อไป


-------------------

อัพเดทข่าว 25 ธันวาคม 2557

คณะทำงานร่วม ป.ป.ช.-อสส. เห็นตรงกัน ตั้งผู้แทนสอบพยานเพิ่ม 2 ปาก ปมจีทูจี ให้สำนวนจำนำข้าวชัดเจนมากขึ้น ก่อนส่งอัยการสูงสูดพิจารณาส่งฟ้องอาญา "ยิ่งลักษณ์" หรือไม่

วันที่ 25 ธ.ค. นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ในสำนวนคดีอาญาของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าวนัดที่ 4 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.

โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ตั้งผู้แทนเพื่อสอบพยาน จำนวน 2 ปาก กรณีการระบายข้าว ว่า เป็นรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี หรือไม่ เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากกว่าเดิม เนื่องจากพยานให้ข้อมูลที่ขัดกัน รวมไปถึงการรวบรวมเอกสารหลักฐานบางส่วนด้วย โดยการสอบพยานเพิ่มเติม จะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน ซึ่งเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มแล้วเสร็จ จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่า จะส่งฟ้องหรือไม่ หากอัยการสูงสุดไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.ก็จะดำเนินการเอง ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่าย เห็นตรงกันในเบื้องต้น

ไทยรัฐออนไลน์

คลิกอ่าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ?


วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ไอ้ควายแดงตั้ง อาชีวะ มันไม่รู้ตัวว่าโดนสลิ่มหลอก






คือ ไอ้ตั้ง อาชีวะ หรือนายเอกภพ เหลือรา ผู้ต้องหาคดี ม. 112 ที่ตอนนี้มันหนีไปอยู่เมืองนอก มันโง่หลงดีใจแล้วยังโง่มาเยาะเย้ยว่า มันหลอกสลิ่มได้ว่ามันหนีไปอยู่ฟิลิปปินส์ แต่ที่จริงมันไปอยู่นิวซีแลนด์

สมแล้วที่ไอ้ตั้ง อาชีวะ เป็นควายแดง เพราะสมองหมาปัญญาควายแดงจริง ๆ

ไอ้ตั้ง มันคงนึกว่า คนไทยอยากจะจับมาลงโทษเข้าคุกใช่ไหม ?

จะบอกให้มึงหายโง่นะไอ้ตั้ง ไม่มีใครเขาสนใจมึงหรอก มึงมันแค่หมาจรจัดที่มีคนเลี้ยงมึงไว้ดูเล่นเท่านั้น เพราะไอ้คนนั้นมันคิดว่า จะใช้มึงยั่วโมโหคนไทยได้

แต่ความจริงกลับไม่มีใครสนใจมึงหรอก มึงจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมึง

ที่ตำรวจไทยเขาไม่ดำเนินการจับมึงกลับมาไทย มึงคงนึกว่า มึงเก่งล่ะสิ

เปล่าเลย กูจะเฉลยให้มึงหายโง่นะไอ้ตั้ง

ที่คนไทยเขาไม่อยากให้จับมึงกลับมาไทย เพราะกลับมาก็ต้องเปลืองภาษีเลี้ยงข้าวมึงวันละ 3 มื้อในคุกอีก เปลืองเปล่า ๆ ว่ะ

คนอย่างมึงเขาเรียกว่า เลี้ยงไว้ก็เปลืองข้าวสุก แถมถ้าเอามึงกลับมาก็มาเป็นเสนียดแผ่นดินอีก (คนนิวซีแลนด์ก็ระวังเกิดอาเพศ ดันเอาคนชั่วไปอยู่ให้หนักแผ่นดิน ระวังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกแล้วกัน)

ส่วนไอ้คนที่เลี้ยงดูมึงอยู่ตอนนี้น่ะ แม่งคงยังไม่เลิกโง่ ที่ยังเลี้ยงมึงต่อไปอีก

ดีแล้วให้ไอ้คนนั้นมันเลี้ยงมึงไปตลอดชีวิตนั่นแหละดี

คนที่การเรียนไม่เอาไหน ความรู้ก็ไม่มีอย่างมึงน่ะ ถ้าไม่เป็นมือปืนรับจ้าง ไม่เป็นกุ๊ย ก็ต้องเป็นขอทานนั่นแหละ

ไม่มีใครสนใจมึงหรอก มึงมันแค่ควายแดงกระจอก ๆ ตัวนึงเท่านั้นว่ะขอบอก 5555

ส่วนรูปด้านล่าง คือความพยายามโกหกเพื่ออวดเก่ง กลบเกลื่อนปมด้อยของมัน คือทำอวดว่าไม่มีใครเลี้ยง ทำอวดว่าเก่งหาเงินได้เป็นล้าน




ถุย !!! อ่านจากลักษณะการเขียนของมัน เมื่อใช้หลักจิตวิทยาวิเคราะห์แล้ว นี่คือความพยายามจะสร้างกระแสให้ตัวเองสำคัญเพื่อความอยู่รอดนั่นแหละ

ไม่มีใครเขาริษยามึงเลยไอ้ตั้ง มึงพลาดตรงที่เขียนคำนี้นี่แหละ ก็เลยรู้เลยว่า มึงน่ะกระจอกแท้ ๆ 555

ขนาดเพื่อนมันในเฟสบุ๊ค มีอยู่ 2 คนแสดงความเห็นว่า "มาจนถึงวันนี้แล้วจะแคร์ไปทำไมว้า"

อีกคนแสดงความเห็นว่า "จะแคร์ทำไมไม่ได้ขอใครกิน"

ก็นั่นแหละครับ เพราะไอ้ตั้งมันไม่ได้มีดีจริงอย่างที่มันโม้ ก็เลยพยายามจะโอ้อวดตัวเอง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วสลิ่มไม่ได้สนใจเลยว่า มันจะทำมาหาแดกอะไร 555

ถามว่า ทำไมผมถึงเขียนถึงมันอีก ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมชอบถากถางควายแดงโง่ ๆ น่ะ 5555555

แต่ขอร้องสื่อหลักทั้ง หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือแม้กระทั่งทีวี กรุณาเลิกลงข่าวไอ้นี่เถอะครับ ปล่อยมันไป แค่มันไม่อยู่บนแผนดินไทยก็พอแล้ว จบได้แล้ว

คนที่ไม่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มันไปตายนอกแผ่นดินไทยน่ะดีแล้ว ไม่ต้องให้มันกลับมาอีก


วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฮา เมื่อเกาหลีเหนือสั่งสอนสหรัฐอเมริกา






ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มีข่าวบริษัทโซนีพิคเจอร์เอนเตอร์เทนเมนท์ ได้ถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท จนมีหนังหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เข้าโรงฉายถูกเผยแพร่ออกมาไปในโลกออนไลน์จนสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านดอลล่าห์

ซึ่งต่อมาทางการสหรัฐอเมริกาสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ เพราะมีรูปแบบโจมตีคล้ายกับที่เกาหลีเหนือเคยทำ

แน่นอนเกาหลีเหนือ ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ

แต่ที่แน่ ๆ มีการข่มขู่จากแฮกเกอร์กลุ่มนี้ว่า หากบริษัทโคลัมเบียพิคเจอร์ ผู้สร้างหนัง The Interview นำหนังที่ล้อเลียนท่านผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบันออกฉายในโรงใด ก็จะโจมตีโรงหนังนั้นด้วย


ตัวอย่างหนัง The Interview

ซึ่งล่าสุดบริษัทโซนี่พิคเจอร์เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโคลัมเบียพิคเจอร์ ผู้ผลิตหนังเรื่อง The Interview ก็ได้ประกาศงดการฉายหนังเรื่องนี้ไปแล้ว

รวมทั้งงดฉายหนังที่ถูกแฮกไปด้วยเช่นกัน

รายละเอียดเรื่องนี้ผมขี้เกียจเล่า แต่ให้ดูจากคลิปข่าวสั้น ทั้ง 2 ข่าวนี้ก็จะกระจ่างในเรื่องนี้เลยครับ

ข่าวสหรัฐฯ ขอจีนช่วยกรณีถูกเแฮกเกอร์โจมตี



สหรัฐฯ เตรียมขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนือเรื่องสนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง


----------------------

เกาหลีเหนือเสนอร่วมกับสหรัฐสอบสวนเหตุแฮกเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของโซนีพิกเจอร์โดยอ้างว่ามีวิธีพิสูจน์ว่าเกาหลีเหนือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนืออ้างคำกล่าวโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือว่า ในขณะที่สหรัฐกำลังแพร่กระจายคำกล่าวหาเกาหลีเหนืออย่างไร้มูล เกาหลีเหนือขอเสนอให้เปิดการสอบสวนร่วมโดยจะไม่ใช้การทรมานเหมือนที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ใช้ เพราะเกาหลีเหนือมีวิธีที่จะพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ

โฆษกเกาหลีเหนือเตือนสหรัฐว่า จะเกิดผลร้ายแรงติดตามมาหากสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอนี้และยังคงพร่ำพูดแต่เรื่องจะแก้แค้นเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือจะไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นผู้นำสูงสุด และในกรณีที่จะต้องตอบโต้เกาหลีเหนือจะไม่ทำร้ายผู้ชมภาพยนตร์ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่จะโจมตีโดยตรงกับผู้รับผิดชอบต่อการเคลื่อนไหวต่อต้านเกาหลีเหนือและสำนักงานใหญ่ของบุคคลเหล่านั้น.

-สำนักข่าวไทย

---------------------------

แหล่งข่าวแห่งหนึ่งได้รายงานว่า แม้เกาหลีเหนือจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ใช้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลบริษัทโซนีพิคเจอร์ตามที่สหรัฐอเมรืกากล่าวหา

แต่เกาหลีเหนือก็ขอยกย่องแฮกเกอร์กลุ่มนี้ที่ได้กระทำการเรื่องดังกล่าวว่า สุดยอด !! 555



ประเทศที่ถือว่า เป็นเจ้าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างสหรัฐอเมริกา เจอประเทศเกาหลีเหนือสอนมวยซะแล้ว 5555




---------------

แต่ล่าสุด 23 ธ.ค. 57 โซนีพิคเจอร์ กลับลำ ประกาศจะฉายหนัง The Interview ต่อไป แต่เป็นการจำกัดโรงฉาย หรือซื้อดูที่บ้านจะได้ลดครึ่งราคา

ส่วน ปธน.โอบามา ได้ชื่นชมการตัดสินใจนี้ของโซนี่ พิคเจอร์ เอนเตอร์เทนเมนท์



การประกาศกลับลำของบริษัทโซนี พิคเจอร์ส มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.2557) ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มทั้งระบบ ส่งผลให้เว็บไซต์หลักของทางการ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์โรดอง ชินมุน (Rodong Sinmun) และเว็บไซต์ของบริษัทขนาดใหญ่ๆ ที่ติดต่อกับต่างประเทศอีกหลายบริษัทไม่สามารถใช้การได้ ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มอยู่นานหลายชั่วโมงก่อนจะแก้ไขให้กลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง มีรายงานว่าเครือข่ายออนไลน์ทั้ง 4 เครือข่ายของเกาหลีเหนือ มีบริษัทยูนิคอม (Unicom) ของจีนเป็นผู้ให้บริการ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่กำลังมีการเผชิญหน้ากันระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ กรณีการแฮคข้อมูลของบริษัทโซนี พิคเจอร์ส โดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีการแฮคข้อมูลของโซนี พิคเจอร์ส ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนกับการโจมตีระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือ หลังจากมีรายงานว่าสาเหตุที่ทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มอาจมาจากระบบขัดข้องหรือถูกโจมตีจากแฮคเกอร์

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีใต้ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ อาจทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่ม

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าสหรัฐฯอยู่เบื้องหลังการล่มของระบบอินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือหรือไม่



ผ่านไปวันเดียวของการฉายหนังเรื่อง The Interview ทั้งแบบจำกัดโรงและแบบโหลดดูออนไลน์ ทำรายได้ไป 1 ล้านเหรียญ

หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ดีอะไร ที่มันกลายเป็นหนังที่คนอเมริกันหลายคนออกไปดู เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการคุกคามจากการก่อการร้าย


วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ดอกบัวเกิดจากโคลนตม ประชาธิปไตยเกิดจากเผด็จการ






ได้ฟังอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ได้เปรียบเทียบว่า "ดอกบัวเกิดจากโคลนตมฉันใด การปฏิรูปก็เกิดจากกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ฉันนั้น"

หรือแปลให้ง่ายขึ้นก็คือ ประชาธิปไตยย่อมเกิดจากเผด็จการ ก็ได้



สมัยตอนคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ใช้การปฏิวัติ ไม่รู้ว่า การปฏิวัติสมัยคณะราษฎรนับเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการหว่า ?

เอาเป็นว่า คำพูดของอาจารย์บวรซักดิ์ ทำให้ผมนึกถึงอดีตนายพล ปาร์คจองฮี หรือ ปักจุงฮี ที่เคยเป็นอดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ที่มาจากการรัฐประหารขึ้นมา

ประธานาธิบดี ปักจุงฮี ผู้นำเผด็จการทหารของเกาหลีใต้ ถ้าคนบ้าประชาธิปไตยในยุคนั้น ก็ต้องเกลียดเขากันทุกคน เพราะเขาประกาศกฎอัยการศึกเป็นว่าเล่น ประกาศเคอร์ฟิวส์ ก็นับไม่ถ้วน เพื่อกำจัดผู้ต่อต้าน

แต่สุดท้าย เมือเขาตายไปแล้ว คนเกาหลีใต้ยุคหลังต่างยกย่องเขาว่า เป็นผู้นำที่วางรากฐานชาติเกาหลีใต้ที่ดีที่สุด จนเกาหลีใต้เจริญมากที่สุดเทียบเท่าญี่ปุ่นแล้ว

แล้วในวันนี้ ลูกสาวของเขา "ปาร์คกึนเฮ" ก็เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของเกาหลีใต้


ปาร์คกึนเฮ กับพ่อของเธอ ปาร์คจุงฮี

"ดอกบัวย่อมเกิดจากโคลนตมได้ฉันใด ผู้นำประชาธิปไตยก็เกิดจากผู้นำเผด็จการได้ฉันนั้น" จริงไหม ?

ก็ประธานาธิบดีปาร์คกึนเฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต่ ผู้นำประชาธิปไตยเกาหลีใต้คนปัจจุบัน ก็เกิดจากประธานาธิบดีเผด็จการของเกาหลีใต้ ปาร์คจุงฮี ไงครับ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย




ครอบครัวของนายพลปาร์คจุงฮี กับครอบครัวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จิมมี คาร์เตอร์ เพราะรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิดีปาร์คจุงฮี เพื่อไว้ต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ







วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สาเหตุที่ อิมเมจ ไม่ชนะเลิศเดอะวอยซ์







ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นอิมเมจร้องเพลงครั้งแรกในรอบไบลด์ ผมชอบเสียงเธอมาก ๆ ดูเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์จริง ๆ

พอดูอิมเมจร้องในรอบแรกจบ ผมก็รีบโพสลงเฟสบุ๊คทันทีว่า ผมชอบสาวน้อยคนนี้ เพราะเธอหน้าตาเหมือนคริส หอวัง ในอดีต ผมมองทะลุแว่นตากรอบใหญ่ของเธอ แล้วก็ฟันธงไปเลยว่า เธอน่ารักเหมือนคริส หอวัง

แม้อิมเมจจะใส่แว่นตากรอบโต ๆ แต่ใบหน้าหมวย ๆ ของเธอไม่อาจปิดบังความหมวยน่ารักไว้ได้



แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ดูอิมเมจร้องในรอบต่อมาอีก เพราะผมไม่ค่อยได้ดูรายการนี้เท่าไหร่แล้ว

แม้แต่รอบชิง ผมก็ไม่ได้ดูเหมือนเดิม แต่ได้ดูช่วงประกาศผลพอดีว่า อิมเมจ ได้ที่ 2

ผมเสียดายครับที่เธอแพ้ แม้จะไม่ได้ดูเธอร้องก็ตาม แต่ผมก็เชียร์เธอ

จนกระทั่งผมลองไปย้อนดูหลังว่า อิมเมจร้องเพลงอะไร ร้องเป็นยังไง?

ผมสามารถสรุปเหตุผลได้เลยว่า ทำไมอิมเมจถึงแพ้ ??

คำตอบในเหตุผลแรกที่ผมคิด คือ เพราะอิมเมจร้องเพลงฝรั่งครับ เธอถึงแพ้

เพราะถ้าคิดจะร้องเพื่อให้คนดูกดโหวตให้ สิ่งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันต้องทำคือ ต้องร้องเพลงที่คนดูเข้าถึงได้ง่าย มีอารมณ์ร่วมได้ง่าย ซึ่งการร้องเพลงฝรั่งให้คนไทยทั้งประเทศฟังนั้นย่อมยากที่จะดึงอารมณ์ร่วมจากคนดูได้มากเท่าร้องเพลงไทย

เพราะคนไทยส่วนใหญ่ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าอิมเมจร้องเพลงสากลได้ดี ร้องได้เพราะ แต่ก็นั่นแหละเพลงฝรั่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเข้าถึงยากสำหรับคนไทยทั่วไปอยู่ดี

ยิ่งพอผมมาดูรายการเรื่องเล่าเช้านี้ช่วงบันเทิงในวันรุ่งขึ้น

ผมไม่รู้จักผู้เข้าแข่งขันคนใดเลย นอกจากอิมเมจคนเดียว แต่ถ้าให้ผมตัดสินเฉพาะที่มาร้องในรายการเรื่องเล่าเช้านี้-บันเทิง นั้น

ผมขอตัดสินให้คนที่ร้องเพลงของวงพอส ชนะเลิศครับ

ส่วนอิมเมจ ก็ยังแพ้หนุ่ม แชมป์เดอะวอยซ์ 3 อยู่ดี เพราะการร้องเพลงไทยทำให้คนฟังที่เป็นคนไทยอย่างผมเข้าถึงอารมณ์ร่วมของเพลงได้มากกว่า

เรื่องเล่าเช้านี้ แชมป์เดอะวอยซ์ 3


----------------

ผมขอสรุปสาเหตุที่ อิมเมจ แพ้ ไว้สัก 4 เหตุผลคือ

1. เพราะอิมเมจรวยครับ คนไทยที่โหวตชอบเชียร์คนที่ฐานะจนกว่าครับ เพราะน่าสงสารดี คนไทยจะชอบแนวนี้ หรือที่เรียกว่า ดราม่าเรียกความสงสารได้

2. เพราะอิมเมจเป็นผู้หญิงครับ ซึ่งคนดูและร่วมโหวตส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ดังนั้นเมื่อคนโหวตส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ก็ต้องเลือกโหวตให้ผู้ชายมากกว่า เราจึงเห็นว่า ทุกเวทีการประกวดผู้ชายมักจะเป็นผู้ชนะเลิศแทบทั้งสิ้น นาน ๆ จะมีผู้หญิงชนะเลิศจากคะแนนโหวตสักคน

3. เพราะอิมเมจร้องเพลงฝรั่งไงครับ ร้องเพลงฝรั่งจึงยากที่จะหวังคะแนนโหวตจากคนดูที่เป็นคนไทยได้ หมายถึง ถ้าอิมเมจเลือกเพลงไทยดี ๆ สักเพลง น่าจะได้คะแนนโหวตมากกว่านี้

4. ที่ผู้ชายเชียร์อิมเมจ ด้วยเหตุผลเรียงลำดับตามนี้คือ น่ารัก สวย และร้องเพลงเพราะ แต่ผู้ชายมักไม่ค่อยชอบโหวตครับ เพราะผู้ชายเป็นประเภท ถึงชอบ ถึงเชียร์แต่ก็ไม่ค่อยโหวต นี่แหละสันดานผู้ชายจำนวนมากเป็นแบบนี้


---------------------

แต่เมื่อผมไปไล่ดูย้อนการร้องของ หนุ่ม แชมป์เดอะวอยซ์ปีนี้แล้ว ผมเองก็ยอมรับว่า เขาเป็นม้ามืดที่ค่อย ๆ มาแรงตีนปลายเรื่อย ๆ

ดูแล้ว ก็คิดว่า สมควรครับที่หนุ่มจะเป็นผู้ชนะ เพราะเขามีความเป็นคนน่ารักแบบชนบทสูง ดูฮา ๆ แบบลูกทุ่ง ๆ แถมดูน่ารักปนน่าสงสา่ร ซึ่งแบบนี้แหละที่สามารถเข้าถึงคนดูทั่วประเทศได้มากกว่า


อิมเมจตอนถอดแว่น น่ารักเหมือนคริส หอวัง ไหม ?




อ้อ พอดูเรื่องเล่าเช้านี้ บันเทิง ที่นำผู้เข้าแข่งขันเดอะวอยซ์ รอบ 4 คนสุดท้ายมาออก

ผมจับประเด็นบางอย่างได้จากโค้ชคิ้มได้อย่างนึง คือ ถ้าใครเชื่อฟังโค้ชในตอนโค้ชสอน ไม่ถือตัวว่าเก่ง เชื่อฟังโค้ชสอนโดยดี ย่อมมีโอกาสที่โค้ชจะเลือกให้ชนะในรอบแบทเทิล เพื่อให้เข้ารอบต่อไปได้มากกว่า

ดังนั้น ที่เห็นคนนึงร้องสู้อีกคนนึงไม่ได้ แต่โค้ชกลับให้คนที่ร้องแย่กว่าชนะ อาจเป็นเพราะโค้ชไม่อึดอัดที่จะสอนคนนี้ต่อในรอบต่อไปไงครับ


วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตั๊ก บงกช โชคดีได้เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส






ตั๊ก บงกช คงมาลัย ดาราสาวที่เคยประกาศตัวอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดงเต็มอัตราศึก อีกทั้งพวกเสื้อแดงก็เคยโชว์ถ่อยขับรถไล่รถของตั๊กมาแล้ว ถ้ายังจำกันได้

แต่ตั๊ก บงกช ก็กลับโชคดีสุด ๆ เมื่อได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไทย คือ เจ้าสัวบุญชับ เบญจรงคกุล

ทีนี้เรื่องล่าสุดที่เกิดเป็นประเด็นก็คือ ตั๊ก บงกช ได้โพสอินสตาแกรมว่า "เคยรู้สึกไหม เหมือนเป็นเมียน้อย ทั้ง ๆ ที่มีทะเบียนสมรส"



แน่นอนลองโพสแบบนี้ก็เป็นอันให้เกิดข่าวลือและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาตามมา

ถ้าคนเกลียดตั๊ก ก็จะตีความว่า สมน้ำหน้า ซึ่งผมคงไม่อยากไปช่วยพวกมันตีความ

แต่ถ้าคนรัก ก็ต้องบอกว่า ตั๊กช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส

ทำไมผมถึงอยากตีความว่า เธอโชคดีที่เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส ?

งั้นเรามีตีความในเชิงสร้างสรรค์มองโลกในแง่ดี ดีกว่า

ก็เพราะตามหลักแล้ว ผู้ชายมักเบื่อเมียหลวงแล้วออกไปแสวงหาเมียน้อยให้มาคอยเอาอกเอาใจ ใช่ไหม ?

แถมผัวมักมีความสุขที่ได้อยู่กับเมียน้อยมากกว่าอยู่กับเมียหลวง จริงไหม ?

เมียหลวง ผัวมักเรียกว่า อีแก่ จริงไหม ?

ส่วนเมียน้อย ผัวมักเรียกว่า กิ๊ก หรือ เด็ก!

ดังนั้น การที่ตั๊กรู้สึกว่าตัวเองเป็นเมียน้อย นั่นแสดงว่า ผัวยังรักผัวยังหลงตั๊กมากแบบหัวปักหัวปำ ถึงได้เกิดบรรยากาศผัวหลงเมียน้อยเกิดขึ้นกับตั๊ก

แต่ตั๊กดันเป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรสนี่สิ ผมถึงว่าโชคดีสุด ๆ ไงล่ะ

ในเมื่อเจ้าสัวมีเมียหลวงคือตั๊ก แต่ดันได้เมียที่เอาใจเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ ยอดเยี่ยมทั้งรุกและรับ แบบนี้จะไม่ให้ผัวรักผัวหลงได้ไงจริงไหม 555

หน้าตาตั๊กก็สวยระดับนางเอกอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

บอกตรง ผู้ชายไทยต่างอิจฉาเจ้าสัวบุญชัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง ที่ได้นางเอกแสนสวยแถมยังทรวดทรงสะบึมอึ๋มสะบัดอีกด้วย

โอวโนว...... จบแค่นี้ดีกว่านะ 555555



ประโยคที่ว่า ผู้ชายอิจฉาเจ้าสัวทั้งประเทศ หมายถึง มีผู้ชายที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ อิจฉาเจ้าสัว (ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่า ผู้ชายทุกคนอิจฉาเจ้าสัว)

ถ้าเป็นสมัยตั๊ก ยังรุ่น ๆ ยังแสดงหนังช่วงแรก ๆ ผมเชื่อว่า มีคนอิจฉาแน่นอน

แต่ไม่ใช่ตอนที่เล่นเรื่อง จันดารา แล้วนะ ตอนนั้นเริ่มย้วยแล้ว 


ความห่วยกรมขนส่งทางบกกับกรณีรถตู้เถียงผู้โดยสาร








จากคลิปที่แชร์จนเป็นข่าวดัง คนขับรถตู้เถียงผู้โดยสาร แถมขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด คือขับเร็วถึง 140 กม./ชม. แถมเขายังนำสติ๊กเกอร์ไปปิดทับเครื่องตัวจับสัญญาณความเร็วของรถตู้อีกด้วย เพื่อป้องกันการถูกตรวจสอบความเร็ว

ที่สำคัญที่สุดจากรายงานข่าว 7 สี คนขับรถตู้คันนี้ไม่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธาณะอีกด้วย

แต่กรมขนส่งทางบก กลับทำโทษเพียงปรับ 4 พันบาทและให้หยุดขับรถนาน 7 วันโทษฐานขับรถโดยประมาทเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดคือต้องไม่เกิน 90 กม./ชม. และปรับอีก 1 พันบาทโทษฐานที่แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร โดยกรมขนส่งอ้างว่า เพราะนี่ถือเป็นความผิดครั้งแรก จึงทำโทษเพียงเท่านี้  (ซึ่งถ้าปล่อยให้เกิดความผิดครั้งที่สองอีก ก็อาจต้องไปเผาศพผู้โดยสารแล้วก็ได้)

ผมจึงว่า บทลงโทษนี้เบาเกินไป เพื่อเทียบกับความผิดของเขา เพราะเขาไม่ได้ทำผิดครั้งแรกแน่นอน แต่ได้ทำผิดเป็นประจำ เพราะเขาอวดเองในคลิปว่า ขนาดเคยมีเจ้าหน้าที่นั่งรถของเขา เจ้าหน้าที่ยังไม่สนใจเอาเรื่องเลย

เพียงแต่ว่า นี่เป็นครั้งแรกของคนขับรถตู้คนนี้ที่โดนผู้โดยสารถ่ายคลิปมาประจานต่างหาก ซึ่งเชื่อว่า คงทำผิดอย่างนี้ชาชินมานานแล้ว ถึงได้กร่างได้ขนาดนี้

แถมคนขับรถตู้คันนี้ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารเลย เพราะยังถามอย่างหน้าด้าน ๆ ว่า "แล้วเคยมีคนตายไหม แล้วเคยมีคนตายหรือยัง"

คนที่ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องดูแลปกป้องชีวิตผู้โดยสาร ก็เท่ากับเขาได้ทรยศต่อวิชาชีพ จึงไม่ควรให้คน ๆ นี้ได้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะอีกต่อไป

อธิบดีกรมขนส่ง ควรพิจารณาบทลงโทษกรณีนี้เสียใหม่ เพราะคนขับรถตู้คนนี้ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะอีกด้วย โดยควรห้ามขับรถโดยสารสาธารณะไปเลย แถมต้องขึ้นบัญชีดำด้วยว่า คนแบบนี้ไม่ควรให้มาขับรถโดยสารสาธารณะอีก คนดี ๆ ที่เขาทำอาชีพนี้อยู่เขาจะได้ไม่เสียหายไปด้วย

(โทษจากการไม่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

เลิกเสียทีเถิด ไอ้เรื่องเอากุ๊ยมาขับรถโดยสารสาธารณะ หากไม่เข้มงวดในการเลือกคนดีมาขับรถโดยสารสาธารณะ ประเทศไทยก็จะมีปัญหาคนขับรถห่วย ๆ แบบนี้ไม่รู้จบ

ถ้าผู้มีอำนาจในเรื่องนี้คิดว่าปัญหานี้มันแก้ยากนัก ก็ออกกฎหมายไปเลยว่า ถ้าใครใช้บริการรถตู้สาธาณะก็ขอให้ทำใจไว้ก่อนเลยว่า "ถ้าต้องตายเพราะการโดยสารรถตู้สาธารณะ คนขับรถตู้ย่อมไม่มีความผิดเสมอ" 5555


วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เนติวิทย์โชว์โง่ กรณีนักเรียนหญิงไม่ยืนเคารพเพลงชาติ








คือจริง ๆ แล้ว คลิปนักเรียนหญิง 2 คนที่บอกว่าไม่ยืนเคารพเพลงชาติ เพราะเป็นคนเกาหลีนั้น

ผมได้นำคลิปนี้มาโพสในเพจ ก่อนที่เว็บดังอย่าง youlike จะนำมาแชร์จนเป็นกระแสดังเสียอีก (แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะนำเสนอ)




แล้วประเด็นเรื่องนี้อยู่ตรงไหน ?

ประเด็นคือ นักเรียนหญิง 2 คนนี้ยังอยู่ในโรงเรียน อีกคนยังอยู่ในชุดนักเรียน การไม่ยืนเคารพธงชาตินั้น หากใครมีเหตุจำเป็นก็ไม่ต้องยืนเคารพก็ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร 

แต่สิ่งที่นักเรียนหญิงสองคนนี้พูดต่อ คือ เพราะฉันเป็นคนเกาหลี จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาติไทย นี่แหละคือประเด็น

เพราะทั้งสองคนเป็นคนไทย การบอกเป็นคนเกาหลี นี่คือแถ หรือที่เรียกว่า ตอแหล นั่นแหละ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มารยาท เพราะคำพูดนี้เหมือนเป็นการลบหลู่ประเทศชาติที่ตนเองกำเนิด และลบหลู่เพลงชาติที่คนทั้งโลกเขาต้องให้เกียรติในเพลงชาติของตน

เพราะการให้เกียรติเคารพเพลงชาติ ถือเป็นมารยาทที่ดีในสังคมโลก ย้ำว่า มารยาทของโลก 

แม้แต่ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หากเพลงชาติของชาติใดดังขึ้น ไม่ว่าเราจะเป็นคนชาติไหนก็ตาม เราก็ต้องยืนให้เกียรติเพลงชาตินั้น ๆ ด้วย

การไม่ยืนเคารพเพลงชาติน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าอยู่ในที่สาธารณะ ถ้าคนอื่นเขายืนเคารพกัน เราก็ควรยืนเคารพด้วย เพราะนี่คือมารยาทที่ดีในสังคม

แต่ถ้าเราอยู่ที่บ้าน เมื่อเสียงเพลงชาติในทีวีดังขึ้น ก็ไม่มีใครยืนเคารพธงชาติกันหรอกจริงไหม ?

ดังนั้นทั้งหมดมันขึ้นอยู่ที่กาลเทศะ มารยาท และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม 

แต่การที่พูดว่าที่ไม่ยืนเพราะเป็นคนเกาหลี นี่คือการพูดที่ไร้มารยาท และเป็นการพูดที่เสมือนดูถูกชาติกำเนิดตัวเอง คนสันดานแบบนี้แม้แต่เกาหลีใต้เขาก็ไม่อยากเอาไปเป็นขยะสังคมในประเทศเขาหรอกครับ

ยิ่งคนเกาหลีใต้เขาชาตินิยมรุนแรงยิ่งกว่าคนไทยเราเสียอีก ถ้าเคยดูละคร ดูซีรีย์เกาหลีใต้น่ะ หัดดูมารยาทที่เขาสอนไว้แฝงไว้ในซีรีย์ด้วยว่า เขาเข้มข้นเรื่องมารยาท เรื่องกาลเทศะ เรื่องเคารพประเพณีวัฒนธรรมเดิม ๆ เรื่องความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่มากขนาดไหน เรียกว่า เข้มข้นกว่ามารยาทไทยเยอะ

พวกโง่อย่างนักเรียนหญิงพวกนี้ก็สักแต่เห่อเกาหลีแบบไม่มี ล.ลิง ไปวัน ๆ

เพราะคนที่ดูถูกรากเหง้าชาติกำเนิดของตัวเอง ไม่มีชนชาติไหนเขาอยากได้ไปเป็นคนในชาติเขาหรอก

ผมอยากจะบอกว่า ประเด็นนี้คนละเรื่องกับการอยากไปเป็นคนชาติอื่น หรืออยากโอนสัญชาติไปเป็นชาติอื่น คนละประเด็นนะครับ ต้องแยกแยะให้ออกก่อน

ผมขอสรุปในประเด็นนี้ในชั้นแรกว่า การไม่ยืนเคารพธงชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรงอะไร แต่คำพูดที่ลบหลู่รากเหง้าว่า ตนไม่ใช่คนในชาตินั้น ๆ จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาตินี่สิ ??

-----------------------------------

ดังนั้นประเด็นสำคัญเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องการไม่ยืนเคารพเพลงชาติ แต่ประเด็นสำคัญคือ การบอกตัวเองเป็นคนเกาหลี จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาติไทย

ผมกล้าฟันธงเลยว่า ถ้านำคลิปนี้ไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศ แล้วให้คนในประเทศต่าง ๆ ดู เขาจะไม่ตำหนิเรื่องการไม่ยืนเคารพเพลงชาติหรอก แต่เขาจะตำหนิการพูดจาเสมือนไม่ยอมรับชาติกำเนิดของตัวเอง ดูถูกเชื้อชาติของตัวเอง

พ่อแม่ของนักเรียนหญิงทั้งสองคนคงจะภูมิใจที่ลูกสาวของตัวเองไม่อยากเป็นคนไทยเหมือนพ่อแม่ใช่ไหม ??

ส่วนไอ้พวกที่ชอบยกตรรกะว่า ที่ฉันไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ใช่ฉันไม่รักชาติ หรือ การรักชาติไม่ได้แปลว่าต้องเคารพเพลงชาติ ต้องร้องเพลงชาติอะไรทำนองนี้ ผมว่า คงมีแต่คนไทยเลว ๆ บางจำพวกเท่านั้น ที่ชอบยกตรรรกะแบบนี้มาอ้าง

เพราะคนชาติอื่น ๆ เขาไม่ยกตรรกะแบบนี้มาพูดหรอก เพราะเขารู้ว่า เรื่องการเคารพเพลงชาตินั้น มันเป็นเรื่องของการให้เกียรติ การแสดงความเคารพชาติตัวเอง และเป็นเรื่องของมารยาทสังคม

ถ้าแค่เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ ไอ้คนที่บอกว่ารักชาติแต่กูไม่เคารพเพลงชาตินั่นน่ะ มันแค่แถบนตรรกะสวยหรูดูดีเท่านั้น เพราะถ้าชาติมีภัยจริง ๆ  ไอ้คนประเภทนี้นี่แหละ แม่งหนีเอาตัวรอดก่อนใครแน่นอน

เพราะแค่กติกาสังคมง่าย ๆ พวกมันยังไม่เคารพเลย แล้วมันจะเสียสละอะไรเพื่อชาติได้ จริงไหม ?

ส่วนคลิปนี้อาจเป็นแค่เรื่องนักเรียนหญิงพูดสนุก ๆ ตลก ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็นั่นแหละ การพูดตลกในบางเรื่องมันก็ไม่สมควรพูด

------------------------

เนติวิทย์ เด็กขบถในเชิงทางทำลาย

ที่จริงบทความนี้ผมไม่คิดว่าต้องเขียน เพราะมันก็แค่เรื่องเด็กกระแดะ 2 คนพูดจาเอาฮาแบบไม่รู้กาละเทศะเท่านั้น

แต่ที่ผมต้องเขียนบทความนี้ก็เพราะมีไอ้เด็กเวรเนติวิทย์ มันโพสเรื่องนี้ขึ้นมา



เหอะ ๆ การเคารพธงชาติ รวมถึงการร้องเพลงชาติไม่เคยมีการบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น ไอ้เด็กเวรเนติวิทย์มันก็โชว์โง่จริง ๆ เพราะถ้ามีการบังคับจริง ๆ ป่านนี้คนไทยติดคุกกันจนล้นไปแล้ว



ในทวีปยุโรป ที่เขามีนักวิทยาศาสตร์มากมายสร้างความเจริญให้กับโลก เพราะเขาจะเป็นผู้คิดขบถในเชิงสร้างสรรค์สังคม

แต่กรณีเนติวิทย์ ไอ้เด็กเวรที่รังเกียจความเป็นชาติไทย รังเกียจวัฒนธรรมประเพณีไทย เกลียดทหาร เพราะมันเขียนถึงทหารบ่อย ๆ

ไอ้เด็กเวรเนติวิทย์จัดเป็นพวกขบถเชิงทำลาย คือแนวคิดสร้างความแตกแยกให้คนในชาติ แนวคิดให้คนลืมรากเหง้าตัวเอง แนวคิดนี้มันมาพร้อมกับการต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศให้เป็นสาธารณรัฐของตัวมันเอง ที่มีอีอั้มเนโกะเป็นคู่กิ๊กของเนติวิทย์ และมีไอ้หงอกเจียมเป็นพ่อบุญธรรม

โดยการนำความเป็นชาตินิยมที่คนในชาติพึงมีร่วมกัน นำมาสร้างวาทกรรมเชิงทำลายว่า "คลั่งชาติ" โดยที่ตัวมันเองนั่นแหละคือ พวกคิดทำลายความเป็นชาติ ที่พวกเราจะเรียกคนประเภทนี้ว่า "พวกหนักแผ่นดิน"

อย่างล่าสุดไอ้เด็กเวรเนติวิทย์ มันเพิ่งโพสเฟสล่าสุดว่า "หนักแผ่นดิน เป็นวาทกรรมล้าหลัง"



นั่นเพราะไอ้เนติวิทย์ มันมีเป้าหมายเหมือนอีอั้มเนโกะ มีอุดมการณ์เหมือนไอ้หงอกเจียม มันจึงเจ็บปวดกับวาทกรรม พวกหนักแผ่นดิน มันจึงต้องพยายามสรรหาคำมาทำลายวาทกรรมหนักแผ่นดินลงเพื่อปกป้องตัวมันเอง

---------------------------

ถ้าใครจำวันที่สมรักษ์ คำสิงห์ ได้เหรียญทองโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยได้ ก็คงเข้าใจว่า คนที่เขาทำเพื่อชาตินั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ได้ทำให้คนไทยมีความรู้สึกร่วมในความภาคภูมิใจขนาดไหน

นักกีฬาทุกคนในทุกชาติ ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ จนได้ยินเสียงเพลงชาติดังขึ้น เขาจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ดีที่สุด



คลิกอ่านนายปรีดี คือผู้ลงนามกฎหมายเคารพเพลงชาติ


วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิวข้าวไข่เจียวกุ้งสับ เซเว่น ปรับขึ้นราคาอีก 2 บาท







คือ ก็ไม่ได้อยากอุดหนุนเซเว่นหรอกนะ แต่มันไม่มีทางเลือกนี่หว่า

เพราะผมเจอพวกร้านอาหารตามสั่งเอาเปรียบผู้บริโภคพอควร คุณผู้อ่านคิดดูว่า ถ้าคุณผู้อ่านไปซื้อข้าวไข่เจียวหมูสับจากร้านอาหารตามสั่งแถวบ้าน จะราคาเท่าไหร่ ?

แถวบ้านผมน่ะเหรอ ไข่ใบเล็กระจิดริด กับข้าวเปล่าอีกหน่อยนึง ตอนนี้ปาเข้าไป 35 บาทแล้ว และที่ขาย ๆ น่ะ บางทีร้านอาหารตามสั่งก็เอาเปรียบลูกค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ  (ซึ่งผมไม่อยากจะเอ่ยถึง)

แต่เอาเถอะ ถ้าเรายึดตรรกะที่ว่า ร้านอาหารตามสั่งมีเยอะแยะไม่พอใจร้านนี้ก็ไปซื้อร้านอื่นสิ

โอเค ผมเลยไปจบที่เซเว่นดีกว่า สบายใจดี พราะผมยอมถูกเซเว่นเอาเปรียบแบบมีมาตรฐาน ยังดีกว่าโดนร้านอาหารตามสั่งเอาเปรียบ

เพราะอะไรผมถึงว่าเช่นนั้น ?

คือ พวกอาหารตามสั่งน่ะ เอากำไรเกินควร คือก็อยากอุดหนุนร้านอาหารตามสั่งนะ แต่พอโดนเอาเปรียบจากคนไทยด้วยกัน แม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม ผมว่า ผมไปซื้อเซเว่นสบายใจกว่าเยอะ

มันก็คงคล้ายร้านโชว์ห่วยที่ตายจากเมืองไทย เพราะคนไทยขอซื้อไปความสบายใจดีกว่าไปง้อร้านโชว์ห่วยที่หยิ่งยโสล่ะมั้ง ?

พูดถึงอาหารสำเร็จที่เซเว่น ผมมีกินบ่อยสุด ๆ อยู่ 3 ชนิดหลัก ๆ คือ ข้าวผัดกุ้งแบบแช่แข็ง ข้าวผัดปูแบบแช่แข็ง และข้าวไข่เจียวกุ้งสับแบบถาดแดงที่มีอายุไม่เกิน 3 วัน

ผมกินข้าวไข่เจียวกุ้งสับเซเว่นตกอาทิตย์ละประมาณ 3-4 กล่อง ซึ่งผมว่าอร่อยดี ในราคาถาดแดงละ 35 บาท พร้อมซอสพริกและช้อนพลาสติก



แน่นอน แค่ภาชนะจานแดงสำหรับเข้าไมโครเวฟได้ ก็มีต้นทุนสูงกว่ากล่องโฟมที่แสนอันตรายเพราะสารปนเปื้อนที่ซื้อจากร้านอาหารตามสั่งแล้ว

แถมผมว่า คุณภาพความสะอาดและคุณภาพวัตถุดิบของข้าวไข่เจียวกุ้งสับเซเว่น ก็มีคุณภาพมากกว่าซื้อข้าวไข่เจียวหมูสับจากร้านอาหารตามสั่งแน่นอน

ผมมาคิด ๆ ว่า ไข่เจียวกุ้ง ถ้าไปซื้อที่ร้านอาหารตามสั่งในราคา 35 บาท ไม่มีหาซื้อได้แน่นอน จริงไหม ?

งั้นผมขอซื้อข้าวไข่เจียวกุ้งสับของเซเว่นกินดีกว่า แน่นอนมันไม่อิ่มหรอก แต่ถึงซื้อร้านอาหารตามสั่งมันก็ไม่อิ่มเหมือนกันนั่นแหละ เพราะงกกันเหลือเกิน

---------------

แต่วันนี้ข้าวไข่เจียวกุ้งสับของเซเว่น ได้ปรับราคาขึ้นอีก 2 บาท เป็นถาดแดงละ 37 บาทแล้ว

โดยมีเขียนแปะไว้ที่หน้าถาดว่า สูตรใหม่อร่อยกว่าเดิม !! 
แล้วก็เพิ่มปริมาณข้าวสวยมากขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ผมกินแล้ว ผมว่า แบบเก่าสูตรเก่าอร่อยกว่า แล้วเขาก็เพิ่มปริมาณข้าวสวยขึ้นมาหน่อยนึงเลยทำให้ข้าวสวยแข็งกว่าเดิม คงเพราะข้าวเบียดกันไปหน่อยมั้ง

แต่ก็เอาเถอะ ถ้าผมชอบกินผมก็ซื้อ แม้จะแพงขึ้นก็ตาม

แต่ขอบ่นหน่อยเถอะว่า ในขณะที่รัฐบาล คสช. พยายามจะขอร้องเอกชนและผู้ผลิตว่า อย่าขึ้นราคาสินค้าและอาหารช่วงนี้ ช่วย ๆ ประชาชนกันหน่อย

แต่เจ้าสัวซีพี เสี่ยธนินทร์ กับนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารเซเว่นก็ไม่เคยนำพา อยากจะรวยมาก ๆ ทวงคืนบัลลังก์แชมป์มหาเศรษฐีอันดับของไทยคืนจากตระกูลเซ็นทรัลหรือไง ??

เจ้าของเซว่นอีเลฟเว่น คงคิดว่า กูอยากขึ้นเมื่อไหร่กูก็จะขึ้น เพราะกูคือเจ้าตลาดที่ผู้บริโกคต้องง้อกูไงล่ะ ใช่ไหม ?

เหอะ ๆ ตอนนี้แฟมิลี่มาร์ทยุคใหม่ที่พัฒนาแล้วเริ่มดีขึ้นมาใกล้เคียงเทียบชั้นเซเว่นแล้วล่ะนะ  เพราะมีอาหารกล่อง และอาหารแช่เย็นพร้อมเวฟหลากหลาย มาขายแข่งกับเซเว่น แม้อาหารของแฟมิลี่มาร์ทบางอย่างจะยังเป็นรองในเรื่องรสชาติอาหารของเซเว่นอยู่บ้างก็ตาม

แต่ถ้าวันใดแฟมิลี่มาร์ทมาเปิดใกล้บ้านผมเมื่อไหร่ ผมจะไม่ยอมซื้อเซเว่นเจ้าเดียวแน่นอน ก็แบ่ง ๆ กันรวยบ้างสิ

น้ำมันโลกราคาถูกลง น้ำมันในบ้านเราก็ถูกลง แต่เซเว่นแม่งขึ้นราคาอาหาร !!

คลิกอ่าน สปาเก็ตตี้ซีพี อร่อยไหม ?


วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์โจรก่อการร้ายใต้ต่อต้านรัฐประหาร วันบิ๊กตู่ไปมาเลย์






ในวันที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาล คสช. รัฐบาลเผด็จการ นั่นแหละ

ย้ำว่า รัฐบาลเผด็จการ นะโว้ย

ทาง 3 จังหวัดใต้ โดยในจังหวัดยะลา ก็เกิดป้ายของพวกโจรก่อการร้ายใต้ ออกมาติดป้ายประท้วงการเจรจาระหว่างไทย-มาเลเซียทันที



คลิกที่รูปเพื่อขยาย



ตอนสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่งคนไปเจรจาปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่มาเลย์ ก็เคยไม่มีป้ายประท้วงลักษณะแบบนี้นะ เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาจากประชาธิปไตยเหรอ ??

แต่ตรรกะบนป้ายก็เพี้ยนอยู่ดี ตรงที่เขียนว่า "เพราะไม่มีสิ่งใดที่เป็นหลักประกันให้เชื่อว่าจริง"

เหอะ ๆ ตลกดีไหม โจรแม่งเสือกเรื่องการเจรจาเพื่อหาทางแก้ไขความไม่สงบ ทั้ง ๆ ที่ตัวมันเองนั่นแหละคือตัวปัญหาที่สำคัญที่สุด

เรื่องหลักประกันที่ว่าน่ะ ไม่มีในรัฐบาลไหนหรอก ไม่ว่าจะรัฐบาลรัฐประหารหรือรัฐบาลประชาธิปไตยสามารถให้ได้ทั้งนั้น เพราะตัวการหลักตัวปัญหามันคือ ไอ้พวกโจรใต้ที่ไม่ยอมมาเจรจาให้ครบทุกกลุ่มนั่นแหละ ดังนั้นความวุ่นวายไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลรัฐประหารหรือไม่

แล้วพวกโจรใต้ พวกมึงมีสิทธิอะไรมาเสร่อถามเรื่องหลักประกัน เพราะพวกมึงไม่มีค่าอะไรนอกจากสัตว์นรกในคราบคนเลวเท่านั้น หรือว่ามึงถามแทนมาเลเซีย เจ้านายของมึง ??

ไอ้พวกโจรใต้พวกมึงเลวยิ่งกว่าสัตว์นรก พวกมึงต่างหากที่ไม่มีหลักประกันอะไรว่า พวกมึงคือโจรที่มีอุดมการ์จริง ๆ เพราะมึงมันขี้ขลาดตาขาว หัดไปดูกลุ่มไอเอสเขาบ้าง ที่ดูว่าเขาโหด เขาเลว แต่เขากล้าเปิดเผยตัวตน เขาไม่ขี้ขลาดหน้าตัวเมียหลบในรูแม่เหมือนพวกมึงไอ้โจร 3 จังหวัดใต้


แต่ทีนี้ผมว่า บางทีป้ายนี้อาจไม่ใช่ป้ายของโจรใต้ตัวจริงทำน่ะสิ แม้จะมีการซ่อนระเบิดไว้ดักทหารด้วยก็ตาม

ปัญหาโจรภาคใต้ มันไม่ใช่แค่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเท่านั้นแล้ว มันมีกลุ่มโจรค้าของเถื่อน กลุ่มโจรค้ายาเสพติด ผสมปนเปกันไปหลายกลุ่ม ที่ช่วย ๆ กันสร้างสถานการณ์ให้ไทยปั่นป่วน แต่ทั้งหมดก็ถือเป็นแนวร่วมเดียวกันคือ ทำเพื่อมาเลเซียทั้งสิ้น

รวมทั้งกลุ่มโจรที่รับใช้นักการเมืองในพื้นที่ ที่รับใช้นักการเมืองระดับชาติอีกทอดนึงด้วย

ปัญหาความสงบของภาคใต้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐบาลมาจากรัฐประหารหรือรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งเลย พวกโจรปลอมเสือกมาเสร่อมากกว่า

---------------------

ตรรกะท้ายบทความ 

ถ้า โจรใต้ ต่อต้านรัฐประหาร และอยากแบ่งแยกดินแดน ?

เสื้อแดง ต่อต้านรัฐประหาร และอยากแยกประเทศเป็น ประเทศล้านา ย้ำ ล้านา เขียนไม่ผิดหรอก

พวกล้มเจ้าก็ต่อต้านรัฐประหาร มันอยากเปลี่ยนแปลงระบอบเลยไอ้พวกขั่วนี่ เปลี่ยนแปลงระบอบก็คือ ก็เหมือนเปลี่ยนประเทศใหม่

สรุป โจรใต้ = โจรเสื้อแดง = โจรล้มเจ้า พวกมันมีแนวคิดไม่ต่างกัน

แม่งเลวสัสเดียวกันทั้งนั้น

คลิกอ่าน แผนชั่วของมาเลเซียใน 3 จังหวัดใต้ไทย







วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความปอดแหกของพวกล้มเจ้ากับพวกต่อต้านรัฐประหาร






"ถ้าคิดทำการใหญ่ ต้องไม่กลัวตาย" เรื่องแบบนี้นั้นไม่มีแน่ในหมู่พวกล้มเจ้า และพวกแอบอ้างประชาธิปไตยบังหน้า (ซึ่งไอ้พวกนี้คนละพวกกับพวกเสื้อแดง เพียงแต่ทำตัวเป็นเห็บหมัดของทักษิณ เกาะกระแสเสื้อแดงบังหน้าเท่านั้น)

เพราะอะไรผมถึงว่าเช่นนั้น ?

คือพวกล้มเจ้า อยากด่าเจ้า แต่ดันกลัวมาตรา 112 ก็ออกมาโชว์ความปอดแหก ออกมาเรียกร้องว่าให้ยกเลิกมาตรา 112 ลงเสีย เพื่อพวกมันจะได้ด่าเจ้า ใส่ร้ายเจ้าได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่มีความผิด

ทั้ง ๆ กฎหมายปกป้ององค์พระประมุขแบบมาตรา 112 มีอยู่ในทุกประเทศ เพียงแต่ว่า ประเทศไทยพวกล้มเจ้ามันเหี้ยและปอดแหกกว่าชาติใดในโลก พวกมันเลยแกล้งทำโง่หลอกควายแดงที่โง่กว่าว่า ประเทศอื่นเขาไม่มีกฎหมายแบบนี้ แล้วพวกควายแดงก็เชื่อโดยง่าย (ก็เพราะมันควายไง)

คนเราถ้าคิดจะต่อต้านอะไร ก็ต้องกล้าชนกับสิ่งนั้น ๆ ไม่ใช่บอกว่า เฮ้ยพวกกูอยากล้มเจ้า แต่พวกมึงช่วยล้มกฎหมายปกป้องเจ้าให้กูหน่อยสิ กูจะได้ไม่กล้ว กูจะได้ไม่ปอดแหก

ถุย !!! พวกล้มเจ้านี่แม่งสวะ แม่งปอดแหกจริง ๆ โดยเฉพาะไอ้พวกแกนนำ มีหน้าที่มโน แต่งนิยายหลอกควาย ส่วนตัวมันเองกลับหนีหางจุกตูดไปเมืองนอก แล้วส่งเรื่องมาหลอกให้พวกตะกวดที่ยังอยู่ในไทยออกไปสู้แทน

แต่ก็ยังดีอย่างคือ พวกตะกวดล้มเจ้าในไทยส่วนใหญ่มันก็ปอดแหกเหมือนแกนนำล้มเจ้านั่นแหละ มันเลยทำได้แค่เฮฮาในกะลา 555

----------------

หรืออย่างตอนนี้เป็นยุคเผด็จการ คสช. ชื่อก็บอกว่า นี่คือยุคเผด็จการ แต่ไอ้พวกคลั่งประชาธิปไตย อยากจะต่อต้านรัฐประหาร อยากจะต่อต้านเผด็จการ แต่ดันปอดแหก ไปขอร้องเผด็จการว่า นี่พวกเผด็จการช่วยยกเลิกกฎอัยการศึกให้พวกกูหน่อยสิ พวกกูอยากออกมาประท้วงขับไล่เผด็จการ 

(พอไม่มีกฎอัยการศึก ตอนนี้เรียกร้องให้เลิก ม.44 แทน)

ถุย !! ไอ้พวกนี้แม่งสวะประชาธิปไตยจริง ๆ

ผมจะยกตัวอย่างให้ไอ้พวกชั่วและโง่ได้เห็นตัวอย่าง

ที่อียิปต์ ประชาชนอียิปต์รุกฮือขับไล่อดีตประธานาธิบดีฮุสนี มูบารัค ที่ปกครองประเทศมา 30 กว่าปี

ต่อมากองทัพอียิปต์เข้าปกครองบ้านเมืองหลังหลังล้มอดีตประธานาธิบดี ฮุสนี มูบารัค ลงแล้ว รัฐบาลทหารก็ปกครองแบบแกล้งทำลืมว่า ต้องรีบคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็ว จนผ่านไปปีกว่า ก็ยังไม่เห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จสักที

จนประชาชนอียิปต์เริ่มทนไม่ไหว เลยออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลทหารออกไป รัฐบาลทหารก็ปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงเต็มที่ รัฐบาลทหารอียิปต์ประกาศเคอร์ฟิวส์ แต่ประชาชนอียิปต์ก็บ่ยั่น ไม่ถอย จนมีประชาชนบาดเจ็บล้มตายไปพอควร

จนในที่สุด รัฐบาลทหารก็ยอมถอยให้ประชาชนอียิปต์ ประกาศวันเลือกตั้งในเวลาต่อมา นั่นเพราะประชาชนอียืปต์เขาคือของจริง เขาไม่ปอดแหกเหมือนคนไทยที่คลั่งประชาธิปไตยแต่ปอดแหก

และที่น่ายกย่องอยู่อย่างคือ คนอียิปต์เขาไม่จองเวรทหาร พอทหารคืนอำนาจให้ก็ถือว่า จบกันไป

แต่พวกควายธิปไตยไทยแลนด์กลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะมีอย่างที่ไหน พวกมึงอยากจะต่อต้านรัฐประหาร ดันบอกให้ทหารเก็บปืนก่อน ช่วยยกเลิกกฎอัยการศึกก่อน

กูว่า พวกมึงโง่แน่นอน แต่พวกมึงนี่โง่ขั้นแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส คือ โง่ถึงขั้นอีเดียตเลยว่ะ 55555555

ถ้าพวกมึงเจ๋งจริงออกมาต่อต้าน ออกมาประท้วงเยอะ ๆ เลยสิวะ ถ้าพวกมึงแน่จริง !!

จำไว้ ถ้าพวกมึงอยากจะล้มอะไร ก็ต้องออกมากันเยอะ ๆ ออกมาเป็นหลายล้านคนยิ่งดี

เช่น ถ้าอยากล้ม ม.112 พวกมึงก็ต้องออกมาให้เป็นล้านคน ถึงจะมีโอกาสชนะ (เห็นหลายครั้งแล้วที่พวกล้มเจ้ามันโอ้อวดว่า พวกมันมีหลายล้านคนแน่นอน )

แล้วถ้าจะโดนจับ ก็ยอมให้จับไปเลยหลายล้านคน ให้คุกแตกไปเลย ดูซิจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ไหม

ไม่ใช่พวกมึงเอาแต่เห่าหน้าคอมฯ แล้วหวังจะให้ยกเลิก ม. 112  แถมอวดโง่คุยโอ้อวดกันแต่ในกะลาว่า พวกล้มเจ้าในไทยมีหลายล้านคน ถุยส์ !!

-----------------

พวกล้มเจ้า ไม่มีโอกาสกลับมาบอกว่า ผมผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว

คือพวกล้มเจ้ามันก็เฮฮาในหมู่พวกชั่วด้วยกัน โดยไม่รู้ตัวว่า วันใดที่ความตายแบบพิสดารจะมาถึงพวกมัน

พวกมันกลับไม่มีโอกาสได้กลับมาบอกพวกเดียวกันว่า เฮ้ย พวกมึงเลิกเลวได้แล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวตายแบบกูนะโว้ย

เช่น พวกล้มเจ้าอาจเบลอเหยียบคันเร่งจนขับรถตกลานจอดรถห้างลงมาตายเป็นต้น

หรือพวกล้มเจ้า เดินข้ามทางรถไฟ พอผัวตะโกนห้าม บอกว่า รถไฟกำลังมา แต่พวกล้มเจ้าดันมองไม่เห็นรถไฟ แถมไม่ได้ยินเสียงผัวตะโกนเตือน ก็ข้ามทางรถไฟจนโดนรถไฟทับตาย เป็นต้น

หรือบางครั้งพวกล้มเจ้า ก็ขับรถตกทางด่วนลงมาตายก็มี หรือบางทีพวกล้มเจ้าดันโดนหมาที่บ้านตัวเองกัดตายก็มี

หรือบางทีไปท่องเที่ยวพักผ่อน นั่งทานอาหารในรีสอร์ทกับครอบครัว ดันอยู่ ๆ ต้นไม้ใหญ่ในรีสอร์ทดันล้มมาทับตายก็มีมาแล้ว

หรืออยู่ดี ๆ ดันขี่มอไซค์แล้วขี่ไปชนเสาหลักกิโลจนตายห่าเองก็มี

หรือเดินห้างอยู่ดี ๆ แผ่นกระเบื้องดันหล่นลงมาใส่หัวตายก็มี

มีอีกมากมายที่พวกล้มเจ้าตายแบบพิสดาร แล้วพวกนี้ก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาเตือนพวกชั่วด้วยกันว่า เฮ้ยพวกมึงหยุดเลวเถอะ ไม่งั้นพวกมึงจะตายประหลาดแบบกูนะโว้ย

เข้าใจนะ 5555



----------------

ขันขำ ประควายธิปไตย

ตัวแทนหมาไรเที่ยงคืน "ผมขอเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก"

นักข่าว "ทำไมต้องยกเลิกล่ะคะ คุณเดือดร้อนตรงไหนที่มีกฎอัยการศึก"

ตัวแทนหมาไรเที่ยงคืน "กฎอัยการศึกมันตั้งอยู่บนหัวพ่อแม่บังเกิดเกล้าผมครับ ผมเลยต้องออกมาคัดค้าน"

555555/@akecity


ที่บ้านมึงน่ะ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ โอบามา

คลิกอ่าน เมื่อ akecity ถามพระเจ้าว่า พวกล้มเจ้าได้ไปเกิดที่ไหนต่อ


วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ต้องยึดทรัพย์ครอบครัวตำรวจในขบวนการส่วยหมื่นล้านด้วย







จากคดีส่วยหมื่นล้านของขบวนการตำรวจเลว ที่มี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นหัวโจก ที่มีตำรวจ 1 ในขบวนการได้กระโดดตึกหนีความผิดไปแล้ว

เมื่อ 2 วันก่อนผมได้ไปโพสที่คอลัมภ์เปลว สีเงิน ไว้ดังนี้




สมัยเมื่อสัก 15 ปีที่แล้ว ผมขี่จักรยานในซอยบ้าน จะมีบ้าน พล.ต.ต. นายหนึ่ง บ้านใหญ่มาก และมีรถยุโรปหรู ๆ จอดในบ้านประมาณ 5 คัน ส่วนใหญ่เมอร์ซิเดสเบนซ์ ทั้งนั้น

ผมยังนึกว่า ตำรวจนี่รวยดีจัง ?? แต่ผมเชื่อว่า ไม่ได้รวยเพราะเงินเดือนหรอก

แต่ประเทศไทยไม่เคยมีระบบตรวจสอบทุจริตเหมือนที่สิงคโปร์ ที่ว่า ข้าราชการมีเงินเดือนเท่านี้ ทำไมซื้อรถราคาแพง ๆ ได้ ?

สิงคโปร์เขาจะตรวจสอบที่มาของเงินว่า คุณไปรวยจากไหน ถึงได้เงินมาซื้อรถราคาแพงแบบนี้ได้อย่างไร ?

รายได้ที่คุณได้มา มีการเสียภาษีประจำปีถูกต้องหรือไม่ ?

แต่ประเทศไทยไม่มีระบบตรวจสอบในเรื่องนี้ แค่อ้างว่า เมียขายที่ดินมรดกได้ ก็จบแล้ว ไม่มีใครตามตรวจสอบว่า ขายได้จริงหรือมั่วนิ่ม ?

ซึ่งถ้าเมียขายที่ดินได้จริง ก็ต้องตรวจสอบต่อไปให้ลึกกว่านั้นอีกว่า ที่ดินของเมียที่ขายได้นั้นได้มาจากไหน เป็นที่ดินมรดกจริงหรือ ?

หรือว่า เป็นการได้รับมาจากคนจ่ายส่วยอีกทอด ซึ่งพวกนายตำรวจที่กินส่วย มันก็ฉลาดนะ มันให้คนจ่ายส่วยเป็นที่ดิน ให้โอนที่ดินไปที่พ่อตาแม่ยายของนายตำรวจก่อน แล้วอีกสัก 2 ปี ค่อยโอนกลับมาให้เมียตำรวจ หรือไม่ก็ขายที่ในชื่อพ่อตาแม่ยาย ญาติพี่น้องไปเลยก็มี แล้วค่อยเอาทรัพย์ที่ผ่านการฟอกแล้วมาคืนอีกที

วิธีการฟอกเงินในไทยทำง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยนี่แหละ คือแหล่งฟอกเงินที่ปลอดภัยที่สุด เพราะไม่มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินที่ซื้อหุ้น และไม่ต้องเสียภาษีจากการซื้อขายหุ้น.ในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย จึงปลอดภัยสุด ๆ ทำให้พวกนักฟอกเงินในคราบนักการเมือง หรือพวกโจรที่ต้องการฟอกเงิน จึงพยายามคัดค้านการเก็บภาษีจากการขายหุ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบนี่แหละ

------------------

จากคดีส่วยหมื่นล้านคดีนี้ ผมไม่รู้ว่า ทาง คสช . และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปจนถึง ปปง. จะมีการสาวลึกไปจนถึงทรัพย์สมบัติลูกเมีย พ่อแม่ พี่น้องของผู้ต้องหาหรือไม่ ?

ทั้ง ๆ ที่ความจริง ควรยึดทรัพย์ลูกเมียของผู้ต้องหาคดีนี้ให้หมด ไม่งั้น ทรัพย์ที่พวกผู้ต้องหาโอนไปให้ลูกให้เมียก็ยังมีกินมีใช้อย่างสบาย

รวมทั้งการสอบบัญชีทรัพย์สินไปถึงพ่อแม่ พ่อตาแม่ยาย พี่น้องของผู้ต้องหาทุกคนให้หมดด้วย เพราะพวกนี้คงโอนทรัพย์เพื่อการฟอกเงินไปให้ญาติพี่น้องไม่น้อยเช่นกัน

ถ้าคดีนี้ไม่ยึดทรัพย์ครอบครัวแล้วล่ะก็ ลูกเมียคนชั่วก็ยังสบายร่ำรวยเหมือนเดิม

การยึดทรัพย์ครอบครัวจนสิ้นไร้ไม้ตอกนี่แหละ เจ็บและทรมานยิ่งกว่าผู้ต้องหาถูกประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตเสียอีก

โดยเฉพาะ พล.ต.อ.สมยศ ผบ.ตร.  เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ผมเกรงเหลือเกินว่า อาจเมตตาเพื่อนร่วมรุ่น จนปล่อยทรัพย์ลูกเมียของผู้ต้องหาให้ลอยนวลน่ะสิ

--------------------------------

คุณผู้อ่าน จำคดีเมื่อเดือนกันยายน ที่ทหารบุกจับบ้านพักตากอากาศของนายตำรวจระดับนายพลหลายนายที่ปากช่องได้รึเปล่า ?

ไม่รู้ว่า ใช่ขบวนการเดียวกันหรือไม่ เพราะจนวันนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อนายตำรวจเจ้าของบ้านพักตากอากาศเลย




ถ้ายังถอดยศ นักโทษชายทักษิณไม่ได้ ไม่ควรรีบโม้นะสมยศ !!


คลิกอ่าน ปฏิรูปตำรวจ คือสิ่งที่ตำรวจชั่วกลัว


วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความห่วยกระทรวงสาธารณสุข กับการป้องกันอีโบลา







จากกรณีชายชาวเซียร์ลาลีโอน ที่เป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้ออีโบลาหายตัวไปนั้น

ตำรวจและกระทรวงสาธารณสุขห่วยมาก ถึงกับปล่อยผู้ต้องสงสัยจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้อย่างหนัก กลับโรงแรมไปอย่างสบาย ๆ โดยนัดให้มารายงานตัววันรุ่งขึ้น

แต่พอกลับไปถึงโรงแรม ผู้ต้องสงสัยคนนี้ก็รีบเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมทันที แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ ไปตั้งแต่วันที่ 15 พศจิกายน

กระทรวงสาธารณสุข รีบออกมาแถลงข่าวแก้ตัวพัลวัน แต่ก็ฟังไม่ขึ้น กระทรวงสาธารณสุข พยายามจะยืนยันว่า ชายชาวเซียร์ร่าลีโอน ไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ

แต่ที่ต้องตามล่าตัวกลับมาเพราะ กระทำผิดกฎหมายควบคุมโรค ภายใน 21 วัน

พอมองออกไหมครับ ?

คือ ก.สาธารณสุข พยายามบอกความจริงด้านเดียวคือ ยืนยันว่า ชายคนนี้ยังไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ แต่ไม่ยอมบอกตรง ๆ กับประชาชนว่า ระยะฟักตัวของเชื้ออีโบลา มีระยะเวลา 2 - 21 วัน

ซึ่งหมายถึงว่า ตั้งแต่ที่ชายคนนี้เข้าประเทศไทยมาในวันที่ 13 แม้จะยังไม่มีไข้ ไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความ เขาจะไม่ได้ปลอดเชื้ออีโบล่า 100 % เพราะมันยังไม่ครบกำหนดดูอาการ 21 วัน

ดังนั้นนี่คือความห่วยแตกของมาตรการป้องกันโรคของไทย ที่อ้างว่านี่คือมาตรการควบคุมสูงสุด แต่ดันให้ผู้ต้องสงสัยกลับไปโรงแรมได้อย่างสบาย ๆ จนหนีไปได้

คือถ้ามาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคของไทยมีเท่านี้ ผมว่า เลียนแบบบางประเทศที่เขาห้ามคนจากประเทศที่มีการระบาดเข้าประเทศเลยดีกว่า

คือจากเหตุการณ์นี้ มาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขไม่มีความน่าเชือถือแล้วล่ะ



ล่าสุดตำรวจจับชายชาวเซียร์ลาลีโอน ได้แล้ว และปรับเงินจำนวน 1 พันบาท

“ทั้งนี้ นายซีเซ ถือว่าทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2523 มีโทษปรับ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม จะเร่งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งตัวนายซีเซ่ออกนอกประเทศไทยไปยังประเทศแถบยุโรปตามที่เจ้าตัวต้องการ ส่วนการป้องกันการหลบหลีกการสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลานั้น กรมควบคุมโรคจะต้องเพิ่มการสร้างความเข้าใจกับผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา คือ กินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการป้องกันควบคุม พัฒนาระบบและซักซ้อมการรับสถานการณ์ให้เข้มข้นขึ้น” นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าว


วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

นักศึกษาดาวดินย้ายหนีแล้ว มโนว่า โดนทหารตำรวจคุกคาม






ผมล่ะขำจริง ๆ พวกอยากดังอย่าง นักศึกษากลุ่มดาวดิน ชู 3 นิ้วแบบโง่ ๆ คือในหนังเขาชู 3 นิ้วเพื่อแสดงความรักต่อพวกเดียวกัน แต่พวกคนไทยโง่ ๆ ดันเอามาใช้ผิดๆ

ตัวอย่างคนเสื้อแดงไปงานศพอภิวันท์ ชู 3 นิ้วให้ยิ่งลักษณ์




วันนี้กลุ่มดาวดินได้ประกาศหน้าเพจด้วยการโพสข้อความพร้อมรูปว่า "ไม่มีคนอยู่บ้านเแล้ว"





นี่แหละหนา ความคิดของพวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมน้องมันแกว คงคิดว่า ติดป้ายว่า ไม่มีคนอยู่ แล้วก็เปิดไฟสว่างจ้า เพื่อหวังให้คนมองเห็นว่า ไม่มีคนอยู่จริง ๆ

แล้วทหารเขาจะเชื่อ !!

พวกดาวดินทำอย่างกับติดป้ายท้ายรถว่า รถคันนี้สีขาว ทั้ง ๆ ที่ความจริงรถมันสีดำ 5555

แล้วก็มโนไปเองว่า มีทหาร ตำรวจ นอกเครื่องแบบมาด้อม ๆ มอง ๆ เลยประกาศว่า พวกเราขอหลบไปอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัย

โอย ขำ ถามว่า ทหารไทย ตำรวจไทยกระจอกขนาดนั้นเลยเหรอ ??

ถ้าเขาจะเล่นงานจริง ๆ หรือเขาจะจับตากลุ่มดาวดินจริง ๆ คิดว่า ทหาร ตำรวจไทย เขาจะตามหาไม่เจอเหรอ โถ ๆ ความคิดละอ่อนมากเลยกลุ่มดาวดินเอ๋ย

ผมจะบอกให้นะ คนที่มาด้อม ๆ มอง ๆ นะ เป็นใครก็ได้ ที่ไม่ใช่ตำรวจ ทหาร อาจเป็นขี้ข้าทักษิณมาสวมรวยรอกระทืบไลค์พวกน้อง ๆ ดาวดินก็ได้ 555

และจะบอกให้ด้วยว่า ไม่ต้องหนีไปไหนให้ลำบากหรอก นึกว่าสร้างกระแส สร้างข่าวว่า หนีแล้วจะเท่เหรอไอ้น้อง ?

อยู่ที่บ้านเดิมน่ะดีแล้ว เพราะถ้าทหาร ตำรวจเขาจะเล่นงานจริง ๆ ยังไง ๆ ก็หนีเขาไม่พ้นหรอก

ไม่ต้องทำเป็นอวดเก่ง อวดรู้ว่า พวกผมหนีไปอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัย

จะบอกให้นะ ที่ ๆ อันตรายที่สุดน่ะคือที่ ๆ ปลอดภัยที่สุด เพราะเกิดมีคนร้ายหรือมือที่ 3 อยากมาทำอะไรพวกดาวดินจริง ๆ ที่บ้านนี้นี่แหละจะเป็นหลักฐานช่วยตามสืบหาคนร้ายได้ง่ายที่สุด

แต่ดันอวดฉลาดหนีไปที่อื่น แล้วถ้าไปโดนมือที่ 3 กระทืบไลค์พวกน้องดาวดินจนน่วม อย่ามาโทษทหาร ตำรวจเชียวล่ะ

เพราะทหาร ตำรวจเขาไม่อยากเสียชื่อหรอก เขาอุตส่าห์ส่งคนมาตรวจตราความปลอดภัยให้ที่บ้าน เพื่อป้องกันมือที่3 จะมาทำร้ายพวกดาวดินเพื่อหวังใช้ป้ายสีทหาร (แต่คนที่มาด้อม ๆ มอง ๆ ไม่ใช่ทหาร ตำรวจหรอก งานกระจอกแบบนี้ ทหารเขาวานภารโรงแถวนั้นมาทำแทนก็ได้)

แต่น้อง ๆ ดาวดินดันอวดฉลาด หนีออกจากบ้านซะ โง่นะ พวกดาวดิน !!
อย่ามโนว่า ตัวเองสำคัญมากขนาดนั้น !!


ไอ้น้องวางถุงกาวลงซะ จะได้ไม่หลอน แล้วกลับไปตั้งใจเรียนซะ 555


คลิกอ่าน เจนนิเฟอร์ชูนิ้วกลาง ให้คนไทยที่ชู 3 นิ้ว


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เจนนิเฟอร์ ชูนิ้วกลางให้นักศึกษาไทยที่ชู 3 นิ้ว







คือ การเกาะแสหนังเดอะฮังเกอร์เกม ด้วยการไปชู 3 นิ้ว ต่อต้านรัฐประหาร แต่ความหมาย 3 นิ้วในหนังความหมายคนละเรื่องกับที่ปลิงไทยบางพวกเอาไปเกาะ

ก็อยากจะเกาะกระแสหนังที่กำลังดัง แต่ไม่คำนึงถึงบ้างว่า คนอื่นที่เขาอยากจะดูหนังและโรงหนังจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย นี่คือสิทธิเสรีภาพที่ถูกต้องรึ ?

ทำโรงหนังเขาต้องเสียรายได้ เพราะเขาไม่อยากเสี่ยงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายซ้ำรอยปี 53 ที่โรงหนังสยามโดนเผา สกาล่าอยู่รอดมาจนวันนี้ได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว

ผมไม่อยากจะด่าอะไรมาก เพราะคิดว่า คนที่อยากให้บ้านเมืองสงบสุขคงไปช่วยกันด่ามากอยู่แล้ว

แต่ผมยังถือว่า นักศึกษาที่ไปชูนิ้วหน้าโรงหนัง หรือต่อหน้านายกฯ ก็ยังมีความกล้าหาญอยู่ แต่กล้าหาญแบบโง่ ๆ นะ คือ ต่อต้านรัฐประหาร แต่ไม่ต่อต้านคนโกงชาติ แบบนี้ผมขอเรียกว่า พวกประควายธิปไตย

ส่วนไอ้คนหนักแผ่นดินบางคน แอบอ้างประชาธิปไตยแต่กลับให้ร้ายสถาบันสูงสุดของชาติ แล้วมันก็หนีออกนอกประเทศไปแล้ว พวกนี้แหละน่าจะเรียกว่า เกิดมาหนักแผ่นดิน พ่อแม่ไม่สั่งสอน

ใครเป็นพ่อเป็นพ่อแม่อีอั้มเนโกะ สงสัยหน้าตาและจิตใจก็คงอุบาทว์เหมือนลูกมันนั่นแหละ

ส่วนวิธีปราบพวกชู 3 นิ้วเจตนาเพื่อก่อกวนรัฐบาล ผมเขียนอยู่ท้ายบทความ

--------------------

(ขอยืมหนูเจนมาเอาฮาหน่อยนะ)

เจนนิเฟอร์ชูนิ้วกลาง !!







ผมขอย้ำในบทความนี้อีกครั้งว่า

ถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับทำเลว โกงกิน หาผลประโยชน์เข้าพวกพ้อง เราเรียกว่า ต้นดีปลายร้าย

ถ้ารัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่กลับทำดีเพื่อชาติและประชาชน เราเรียกว่า ต้นร้ายปลายดี

ฉะนั้น อย่ายึดติดแค่ที่มา แต่ให้ยึดติดที่ผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ไม่มีใครชอบรัฐประหารหรอก แต่ที่ต้องเกิดรัฐประหารในวันนี้ เพราะพวกที่มาจากการเลือกตั้ง มันคือคนที่ทำให้ประชาธิปไตยเสื่อมต่างหาก

อย่าคลั่งประชาธิปไตย อย่าเรียกร้องเสรีภาพมากเกินไปจนกลายเป็นความร่าน

นะพวก ลิเบอร์ร่าน !!

------------------

แถมท้าย ขอฝากถึง คสช.








แนะวิธีปราบ พวกชู 3 นิ้วที่มีเจตนาก่อกวน ง่ายนิดเดียว จับปรับเงินให้หมดทุกรายครับ ปรับ 3 พันบาท ถ้าใครไม่มีเงินจ่ายก็ขังแทนค่าปรับวันละ 500 บาท

พวกคลั่งประชาธิปไตยพวกนี้ มันงกครับ ถ้าชู 3 นิ้ว ลองเจอเสียค่าปรับสัก 3 พันบาท รับรองเข็ดทุกราย ถ้าทำผิดซ้ำอีก ก็ปรับเพิ่มขึ้นอีกครับ

ที่จริงทหารก็เคยใช้วิธีจับปรับมาแล้ว ในตอนที่ทำรัฐประหารใหม่ ๆ แล้วมีพวกชู 3 นิ้วมาต่อต้าน อยู่ ๆ ทหารกลับลืมวิธีนี้กันไปหมด

"ปรับทัศนคติพวกนี้ไปก็เท่านั้น ปรับเป็นเงินเข้าหลวงดีกว่า รับรองเข็ดแน่"

ผมก็เคยเขียนะแนะนำไว้ แล้วทหารก็นำไปใช้จนได้ผลในบทความนี้ จำได้ไหม

คลิกอ่าน วิธีจัดการพวกต่อต้านรัฐบาล คสช. ไม่ยากหรอก


วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทำไม ปรส.ไม่แยกหนี้ดีหนี้เสีย และความโง่ของโอ๊ค






พวกโง่ ๆ ทั้งหลายที่มีโอ๊ค พานทองแท้ เป็นแกนนำพยายามจะโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เรื่อง ปรส. ตามนี้



อยากจะโจมตีประชาธิปัตย์ ก็ทำไปครับ ผมไม่ติดใจอะไร แต่ถ้าบิดเบือนเพื่อใส่ร้ายนี่สิ ลูกผู้ชายมีคุณธรรมไม่พึงกระทำ

แต่เผอิญโอ๊ค มันไม่ใช่ลูกผู้ชายแถมไร้คุณธรรมด้วยไง มันเลยชอบสร้างเรื่องเท็จเพื่อโจมตีใส่ร้ายคนอื่น

บทความนี้ผมจะไม่อธิบายอะไรให้ยาวนะครับ ผมเอาเฉพาะประเด็นหลัก ๆ 2 ประเด็นเท่านั้นคือ

เรื่องแรกคือ เรื่องที่รัฐบาลชวน แต่งตั้งนายอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นประธาน ปรส. คนที่ 2 แทนนายธวัชชัย ยงกิตติกุล ประธาน ปรส. คนแรกที่แต่งตั้งจากรัฐบาลชวลิต ก่อนที่รัฐบาลชวลิตจะลาออก

ประเด็นนี้ โอ๊ค พยายามใช้สันดานเลวเหมือนคนที่คุณรู้ว่าใคร เขียนใส่ร้ายให้คนอ่านตีความไปทำนองว่า รัฐบาลชวนปลดนายธวัชชัน ยงกิตติกุล ประธาน ปรส. คนแรกออกไป เพื่อรัฐบาลชวนจะได้แต่งตั้งนายอมเรศ ศิลาอ่อน เข้ามาแทน

นี่คือ การบิดเบือนใส่ร้ายอย่างหน้าด้าน ๆ สมกับการเป็นโอ๊ค พานทองแท้ จริง ๆ เพราะความจริงที่ถูกต้องคือ นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ประธาน ปรส. คนแรก ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเอง

ในเมื่อประธาน ปรส. ลาออกเอง มันก็จำเป็นต้องแต่งตั้งประธาน ปรส. คนใหม่ขึ้นมาแทน ถ้าจะโทษก็ต้องโทษรัฐบาลชวลิตนั่นแหละ ดันแต่งตั้งคนที่เขาไม่อยากทำงานให้มาทำงานเอง

แล้วการที่รัฐบาลชวน แต่งตั้งนายอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นประธาน ปรส. นั้น หากนายอมเรศ กระทำผิดใด ๆ เช่นเอื้อประโยชน์ต่างชาติ หรือช่วยไม่ให้ต่างชาติเลี่ยงภาษี ก็ต้องฟ้องร้องเอาผิดที่นายอมเรศ และคณะกรรมการ ปรส. ที่เกี่ยวข้อง 

เพราะ ปรส. เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลและนักการเมืองไม่มีอำนาจแทรกแซงการทำงานได้ เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่ ซึ่งรัฐบาลชวลิตก็เป็นคนออก พรก.ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน 2540 เอง เรื่องนี้เป็นไปตามที่ไอเอ็มเอฟกำหนดมา เพราะกลัวนักการเมือง(แบบชวลิต ทักษิณ) จะแทรกแซง ปรส. จนทำให้ไทยพังซ้ำอีกรอบ

ส่วนเรื่องการเกิดขึ้นของคณะกรรมการ ปรส. ชุด 2 นั้น อันนี้ผมไม่มีรายละเอียดว่า ทำไมจึงเกิดชุด  2 ขึันมาแทน แต่ถ้าหากคณะกรรมการ ปรส. ชุดแรก เกิดลาออกเอง ก็ช่วยไม่ได้

เพราะแม้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังจะมีอำนาจปลดคณะกรรมการ ปรส. ได้แต่ก็ต้องมีเหตุผลที่สมควรเช่น บกพร่องต่อหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งกำหนดอำนาจนี้ไว้ในมาตรา 14 พรก.ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน 2540

ซึ่งถ้านายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ รมว.คลังในตอนนั้น เคยปลดคณะกรรมการปรส.ชุดแรก โอ๊คก็ควรเอาหลักฐานมาเปิดเผยด้วย ไม่ควรพูดลอย ๆ ให้คนเข้าใจไปว่า รัฐบาลชวนปลดคณะกรรมการ ปรส. ชุดแรก เพื่อจะแต่งตั้งชุดที่ 2 แทน เช่น โอ๊คควรยกตัวอย่างว่าคณะกรรมการชุดแรกมีใครบ้าง และคณะกรรมการชุด 2 มีใครบ้าง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนตัวนายอมเรศ ศิลาอ่อนคนเดียว ก็เลยเหมาว่า นี่คือคณะกรรมการ ปรส.ชุด 2  (ถ้าโอ๊คแน่จริงเอาออกข้อมูลแฉมา

ส่วนการแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาใหม่นั้น ก็มีกำหนดไว้ใน พรก.ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน 2540 มาตรา 11 และมาตรา 12 ไม่ใช่นึกอยากแต่งตั้งใครก็ทำได้โดยไม่มีขื่อมีแป

ดูมาตรา 11 12 13 14 พรก.ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน 2540 เรื่องการแต่งตั้ง และการพ้นวาระของคณะกรรมการ ปรส.

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


-----------------

ประเด็นเรื่อง ไม่แยกหนี้ดี ออกจากหนี้เสีย

มีวาทกรรมที่ใช้กันมานานของพวกขี้ข้าทักษิณ โดยเฉพาะนายสมัคร สุนทรเวชชอบยกมาอ้างประจำ คือ เรื่อง ปรส. ไม่แยกหนี้ดีออกจากหนี้เสีย ทำให้ขายทรัพย์สมบัติชาติขาดทุน 8 แสนล้าน ตอนหลังพวกนี้เริ่มหายโง่กลับมาที่ตัวเลข 6 แสนล้านแทน

เรื่องนี้อธิบายง่าย ๆ ได้เลยครับว่า มันยากที่จะแยกออกจากกัน

ขอตัวอย่างเช่น การปล่อยกู้ 5ล้านบาท ให้กับที่ดินค้ำประกันเงินกู้ที่มีมูลค่าแค่ 5 แสนบาท 

กรณีการปล่อยกู้ให้ที่ดินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงหรือถูกปั่นจนราคาสูงเกินความเป็นจริงจากกระแสการเก็งกำไรแบบนี้ เราจะแยกได้เป็นหนี้ดีมูลค่าไม่เกิน 5 แสนบาท แต่จะมีหนี้เสียมูลค่าอย่างน้อย 4.5 ล้านบาท เพราะต้องบวกดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย มันจึงมีทั้งหนี้ดีและหนี้เสียในที่ดินแปลงเดียวกัน

พอจะมองภาพออกไหมครับว่า การแยกหนี้ดีกับหนี้เสีย มันยากที่จะแยกออกจากกัน เพราะสินทรัพย์จำนวนมากมันเป็นสินทรัพย์ตัวเดียวกัน เป็นต้น

ซึ่งมีทรัพย์สินทำนองเดียวกันกับที่ผมยกตัวอย่างมากมายนับหมื่นนับแสนรายการ ในสถาบันการเงินทั้ง 56 แห่ง

การที่ขายทรัพย์สินที่รวมทั้งหนี้ดีและหนี้เสีย จึงเป็นเรื่องเหมาะสมกว่ามานั่งแยกหนี้ดีกับหนี้เสีย เพราะการแยกหนี้หนี้เสียจะทำให้เสียงบประมาณ เสียเวลา และใช้บุคลากรจำนวนมาก แถมเวลาขายอาจทำให้ขายยากและเสี่ยงที่จะได้ทรัพย์สินต่ำกว่าการไม่แยกหนี้ดีกับหนี้เสียอีกด้วย ซึ่งคณะกรรมการ ปรส.พิจารณาแล้วว่า มันไม่คุ้ม

ที่สำคัญทรัพย์สินของสถาบันการเงินทั้ง 56 แห่ง เป็นหนี้เสียที่เกิดจากการปั่นราคาในการปล่อยกู้แบบชุ่ย ๆ มากกว่า 75 %

ดังนั้น การที่ขายสินทรัพย์ที่มีทั้งหนี้เน่าและหนี้ดีมูลค่า 8 แสนล้าน ได้มา 1.9 แสนล้านบาทนั้น สำหรับผม ผมมองว่า ก็ดูเหมาะสมแล้ว

การสร้างวาทะกรรมเท็จว่า ทำชาติเสียหาย 6 แสนล้านที่โอ๊คโพสในตอนหลังนี้ จึงเป็นวาทะกรรมโง่ ๆ ไว้หลอกคนที่ไม่รู้เรื่องอย่างหน้าด้าน ๆ สมกับความเป็นโอ๊ค

การขายหนี้เน่าส่วนใหญ่ แต่จะให้ได้ราคาเท่าเดิม คือวาทะกรรมเท็จที่ไว้หลอกคนโง่อย่างเสื้อแดงเท่านั้น

ส่วนคนที่ยังถูกดำเนินคดีว่ามีความผิดอาญาในคดี ปรส. นี้ ตอนนี้เท่าที่ทราบเหลือคนเดียวคือ นายมนตรี เจนวิทย์การ เลขา ปรส. เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคิน ซึ่งเป็นบริษัทของภรรยาพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์

----------------

ขอฝากข้อเขียนของคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่เขียนถึงโอ๊คในท้ายบทความว่า

"ผมไม่รู้ว่า โอ๊ค ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ หรือคนที่พิมพ์ข้อความให้"โอ๊ค"ตั้งใจให้"โอ๊ค"หน้าแตก เพราะปปช.เขาแถลงตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2557 แล้วว่าคดี ปรส.ไม่เหลือติดค้าง ป.ป.ช.แล้ว 

ป.ป.ช.เขาแถลงว่า คดีที่ร้องป.ป.ช.มี6 คดี ยกคำร้องเพราะไม่มีมูล 3 คดี อีก 1 คดีต้องยุติเพราะอยู่ในการพิจารณาคดีของศาล และอีก 2 คดีส่งต่ออัยการและร้องต่อศาลแล้ว"


คลิกอ่าน โอ๊คโชว์โง่คดี ปรส. และอวยจำนำข้าวอย่างหน้าด้าน


กระแสเหนียวไก่น้องล่า กับความเห่ยของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่






คือกระแสน้องล่า ทำเหนียวไก่หาย พร้อมวลีเด็ด "เหย็ดแหม่" ที่ได้สร้างความฮือฮาในกระแสสังคมจนเป็นข่าวในทุกสื่อ ในทุกช่องทีวี แม้แต่พิธีกรเล่าข่าวอันดับ 1 ก็ยังติดตามข่าวเหนียวไก่น้องล่าติดต่อกันหลายวันนั้น

ผมไม่แปลกใจที่กระแสน้องล่าจะมาแรง และดังสุด ๆ ขนาดนี้ และขอยินดีกับน้องล่าด้วย ที่ได้รับสิ่งดี ๆ มากมายหลังจากได้เป็นข่าว

แต่ผมว่า มันเกิดความเห่ยของข้าราชการไทยระดับสูง 2 คน คนแรกคือ  ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสตูล ที่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ไปขอกล้องวงจรปิดจากร้านเซเว่นอีเลเว่น บริเวณสี่แยกเจ๊ะบิลัง

ลองดูเหตุผลของ ผู้บังคับการฯ สตูล ดูครับ

พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ภ.จว.สตูล กล่าวว่า กรณีขโมยข้าวเหนียวไก่ทอด สามารถดำเนินคดีได้ แต่เจ้าตัวยังไม่แจ้งความ แต่ตามที่โลกออนไลน์ส่งต่อข้อมูลกันไป ก็ถือว่าพบมีการกระทำผิดแล้วในเบื้องต้น แต่จะต้องให้ได้การยืนยันชัดเจน เกี่ยวกับทรัพย์สินที่หายไปหรือข้าวเหนียวไก่นั้น ที่อ้างว่าหายไปนั้นจริงหรือเท็จอย่างไร จะต้องมีเจ้าทุกข์ที่มาแจ้งความดำเนินการกับร้อยเวรสอบสวน และร้อยเวรสอบสวนได้สอบปากคำเป็นที่น่าเชื่อว่าผู้กล่าวหาหรือผู้เสียหายนั้นได้ยืนยันว่าของหายจริง ไก่ทอดใส่ตะกร้าหน้ารถที่จอดไว้หายไปจริง

แม้จะเป็นทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความผิดในคดีอาญา ฐานข้อหาลักทรัพย์ ตอนนี้หลักๆ จากโลกโซเซียลได้ออกสื่อต่างๆ ไป ตนก็ได้แจ้งให้ทางผู้กำกับฯ ตำรวจภูธรเมืองสตูลกับร้อยเวรสอบสวนและชุดสืบสวนให้ไปดูกล้องซีซีทีวี ภาพวงจรปิดที่เซ่เว่นอีเลฟเว่น สี่แยกเจ๊ะบิลัง และจุดใกล้เคียงว่าพบเห็นอย่างไร ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการรายงานผลว่าเป็นคนขโมยจริงหรือไม่



เอาเถอะครับ ถ้าจะอ้างว่า เพื่อจะได้ปกป้องกันและปรามไม่ให้เกิดเหตุของหายจากหน้ารถมอไซค์อีก มันก็อ้างได้ครับ เพียงแต่ว่า เรื่องระดับนี้ต้องถึงขนาดผู้บังคับการตำรวจภูธรสตูลต้องลงมาเล่นเรื่องนี้เองเหรอครับ

หรือว่า แค่อยากเกาะกระสน้องล่า คือ อยากดังเท่านั้น

เพราะทีชาวบ้านรถมอไซค์หายแทบทุกวัน ไม่เคยเห็นแข็งขันลงมาสั่งการใส่ใจมากขนาดนี้เลย

ที่สำคัญน้องล่า ไม่ได้แจ้งความ เพียงแค่ไปลงบันทุกประจำวันที่สถานีตำรวจ ตามคำแนะนำจากตำรวจใหญ่นั่นแหละ เพื่อจะได้หาเหตุอ้างมาทำคดีมาเกาะกระแสน้องล่า ขอดังด้วยคน

ส่วนข้าราชการระดับสูงอีกคน ที่โหนกระแสเรื่องนี้กับเขาด้วย ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ผู้ว่าสตูลถึงขนาดปั่นจักรยานอ้างออกกำลังกาบมาซื้อไก่ร้านที่น้องล่าซื้อประจำ แถมบอกว่า น้องล่าสร้างชื่อเสียงให้ไก่ยางสตูล และผู้ว่าจะช่วยหางานให้น้องล่าทำ เพื่อเสริมรายได้อีกด้วย

นี่ผมเห็นว่า กระแสโซเชียลส่วนใหญ่ก็ออกมาติติงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้วว่า อยากดังเกินงาม เรื่องสำคัญ ๆ กว่านี้ที่ควรให้ความสำคัญเสือกไม่ไปทำ แต่ดันมาเกาะกระแสเหนียวไก่น้องล่าหายกันยกใหญ่

สมน้ำหน้า โดนด่าซะ หายหัวไปเลย

นี่ล่าสุด ตำรวจได้สรุปคดีเหนียวไก่น้องล่าหายแล้วว่า น่าจะเป็นหมาจรจัดแถวนั้นคาบเหนียวไก่น้องล่าไปกิน หรือที่เรียกในภาษาบ้าน ๆ ว่า หมาคาบไปแดก

ส่วนพฤติกรรมข้าราขการระดับสูงของสตูลทั้งสองคนที่โหนกระแสน้องล่า ก็คงต้องเรียกว่า งานนี้คงต้องอายหมา ล่ะมั้ง 5555555

----------------

แต่ถ้าเรามองโลกในแง่ดี จังหวัดสตูลถือเป็นจังหวัดที่สงบสุขมาก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และไม่มีปัญหาความรุนแรงเหมือนใน 3 จังหวัดภาคใต้

แน่นอนน้องล่าก็เป็นมุสลิม

จริง ๆ มุสลิมจะไม่ชอบสุนัข แต่กลับเป็นว่า สุนัขจรจัดก็ยังอยู่ในจังหวัดสตูลได้อย่างสบาย แม้จะอดอยากไปหน่อย เพราะมุสลิมอาจไม่ค่อยให้อาหารสุนัขจรจัด

ทีนี้พอมีข่าวน้องล่าดังขึ้นมา ก็เป็นอะไรที่โด่งดังมาก ๆ กับเมืองที่เงียบสงบอย่างสตูล แน่นอนเมื่อดังมากก็ย่อมเป็นเรื่องใหญ่

ทั้งผู้ว่า และผู้การ ก็เลยพลอยคึกคักกับกระแสเหนียวไก่น้องล่าไปด้วย ซึ่งต่อไปจะทำให้เหนียวได่สตูลกลายเป็นสินค้าโอทอประดับประเทศไปเลยก็ได้ ว่าไปนั่น 55


ขอบคุณเจ้าของรูป ที่ไม่รู้ว่าใครทำไว้


วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กรณีนักร้องญี่ปุ่นแต่งพระควรจบ สำนักพุทธฯไม่ต้องดราม่าต่อ






จากกรณีนักร้องญี่ปุ่นวงหนึ่ง แต่งกายเลียนแบบพระ ซึ่งหลายคนบอกว่า คล้ายพระไทยนั้น

ตอนนี้นักร้องวงนี้ได้โพสขอโทษคนไทยแล้วนะครับ ตามข่าวนี้ กรุณาดูคลิปให้จบ



ถ้าได้ดูคลิปที่สรยุทธ กับน้องไบรท์ อธิบายที่มาที่ไปของเรื่องนี้จนจบคลิป ผมว่า เมื่อเขาขอโทษ พร้อมเขียนว่า "ถึงพวกคุณคนไทย ผมขอโทษครับ พวกรักประเทศไทย" คนไทยเราเรื่องแค่นี้ให้อภัยกันได้ครับ

เพราะว่า เราอย่าลืมว่า บริบททางศาสนาพุทธของญี่ปุ่น แม้กระทั่งจีน เขาแตกต่างกับพุทธเถรวาทแบบไทยนะครับ

คนที่เขาชินกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่ง บางทีเขาก็นึกในบริบทของเขาว่า แค่แต่งกายคล้าย ๆ พระ แล้วร้องเพลงไม่เห็นจะผิดตรงไหน ??

ซึ่งผมก็ว่า เขาไม่ผิดเพียงแต่อาจดูไม่เหมาะสมในสายตาคนไทยบ้างนิดหน่อยเท่านั้น

เพราะหลวงจีนวัดเส้าหลิน ก็รำมวยจีน โชว์ศิลปะการต่อสู้ ซึ่งถ้าเราเอาบริบทความคิดเถรวาทแบบไทยเราไปตัดสิน เราก็คงว่า ถ้าพระไทยไปทำแบบนั้นก็ไม่เหมาะเช่นกัน

หรือเคยมีพระญี่ปุ่นวัดหนึ่ง (หรือหลวงจีนไม่แน่ใจ) เขายังร้องเพลงแร๊พ จนเป็นข่าวดังมาแล้ว เพราะเขาถือว่า การร้องเพลงไม่ใช่เรื่องผิดของพระมหายาน

และแม้แต่เถรวาทอย่างไทย ก็มีพระแหล่ เช่นกัน อีกทั้งการสวดมนต์ของพระให้เป็นทำนอง ก็คือ การร้องเพลงอย่างหนึ่งในสมัยพุทธกาล

ดังนั้น เมื่อนักร้องญี่ปุ่นเขาขอโทษแล้ว เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนไทยเราก็ควรให้อภัย

โดยเฉพาะสำนักพุทธศาสนาไทยที่ว่าจะตามไปเอาเรื่องเขาอีก ถ้าตรวจพบว่า เขาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ไทยจริง ก็ควรจบได้แล้วอย่าดราม่าต่ออีก

เพราะพวกแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ในไทย ทำเลว ทำชั่วมากกว่านี้ เสือกไม่ค่อยสนใจทำดราม่าเอาจริงเอาจัง จนมีพระปลอมเต็มบ้านเต็มเมือง พระที่ไม่ปฏิบัติกิจที่ถูกต้องของสงฆ์ก็เต็มบ้านเต็มเมือง

หรือแม้แต่คนที่บวชเป็นพระแล้ว แต่ดันปาราชิกแล้ว ก็ยังหากินในผ้าเหลืองต่อไปได้ เช่น เจ้าสำนักลัทธิจานบินย่านรังสิต สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติก็เสือกไม่ไปดราม่าเอาผิดมันสักที ทั้ง ๆ ทั้งมันปาราชิกมาหลายปีแล้ว


วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ใช้เหตุผลของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก อธิบายเรื่องชุดนักเรียนไทย






คือพวกลิเบอร์ร่าน รุ่นใหม่ หรือพวกชอบแหกกฎและไม่เห็นด้วยกับกฎระเบียบในสังคมเดิม ๆ นำโดย เนติวิทย์ กับเมียของเนติวิทย์ ที่ชื่อนายศรัณย์ ฉุยฉาย

ทั้งสองคนนี้ คือพวกที่ต่อต้านขนบระเบียบเดิม ๆ หรือกฎระเบียบในสังคมเดิม ๆ ด้วยข้ออ้างว่า กฎระเบียบของสังคมไทยมีแต่การบังคับ ทำให้พวกลิเบอร์ร่านรุ่นใหม่อย่างเนติวิทย์ และเมียมันที่ชื่อ อั้มเนโกะ รับไม่ได้ แล้วก็ยกเรื่องสิทธิเสรีภาพเห่ย ๆ ออกมาอ้าง

อย่างเช่นทั้งสองคนนี้ไม่ชอบเรื่องการใส่เครื่องแบบนักเรียน หรือ นักศึกษา เป็นต้น

โดยเฉพาะเนติวิทย์ ก็รู้เหตุผลนะว่า ทำไมโรงเรียนไทยถึงให้นักเรียนต้องใส่ชุดนักเรียนไปเรียนหนังสือ เพราะเนติวิทย์ เคยพูดเองว่า "เขาอ้างเหตุผลว่า เพื่อไม่ให้นักเรียนแตกต่างกัน เป็นการลดปัญหาฐานะทางสังคมของนักเรียนแต่ละคน จะได้ไม่มีนักเรียนคนไหนมาอวดเสื้อผ้ากัน และจะได้ดูน่ารักมีระเบียบ"

ใช่ครับ เหตุผลของชุดนักเรียนจริง ๆ ก็มีสาเหตุหลักจากการลดความแตกต่างของฐานะของนักเรียน ไม่ว่าจะรวย หรือ จน ก็ต้องใส่ชุดนักเรียนเหมือน ๆ กัน ไม่แบ่งแยกฐานะ

ที่จริงแล้ว เรื่องชุดนักเรียนไทยนั้น ก็ได้อิทธิพลมาจากอังกฤษนั่นแหละ เพราะผู้นำในสังคมไทยในอดีต ตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ ลูกท่านหลานเธอ ลูกเศรษฐี ก็มักจะได้ไปร่ำเรียนจากอังกฤษมากที่สุด เพราะในอดีตอังกฤษถือเป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นเอง

ดังนั้น พอมีการวางระบบการศึกษาของประเทศไทยยุคใหม่ขึ้นมา  ก็เลยเลียนแบบระบบการศึกษาจากอังกฤษมามากที่สุด ซึ่งโรงเรียนในอังกฤษ นักเรียนจะต้องใส่ชุดนักเรียนทุกคน

ทำให้ระบบการศึกษาไทยก็เลยกำหนดให้นักเรียนใส่ชุดนักเรียนตามอังกฤษเช่นกัน

สังเกตได้ง่าย ๆ อย่างเรื่อง พ่อมดน้อย แฮรีพอตเตอร์ นักเรียนที่ฮอกวอตส์ก็ยังต้องใส่ชุดนักเรียนเวลาเรียน

แต่เหตุผลที่ผมชอบมากที่สุดว่า ทำไมนักเรียนถึงต้องใส่ชุดนักเรียน ก็คือเหตุผลที่ว่า ในตอนเช้านักเรียนจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาคิดว่าจะต้องแต่งตัวชุดอะไรไปโรงเรียน ไม่ต้องมาแข่งขันประกวดประชันกันกับเรื่องเสื้อผ้าและชุดแต่งกาย เพราะมันยังไม่ใช่วัยที่เด็ก ๆ จะมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากเกินเหตุ

อย่างในสหรัฐอเมริกา แม้โรงเรียนในสหรัฐอเมริกา จะไม่บังคับให้ใส่ชุดนักเรียนก็ตาม เด็ก ๆ จะใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ ขอเพียงให้มันเรียบร้อยเท่านั้น

แต่เด็กนักเรียนในสหรัฐอเมริกา ก็มักจะมีแพทเทิร์นเฉพาะตนของตัวเอง คือใส่ชุดรูปแบบเดิม ๆ ทุกวันเพื่อไปโรงเรียน นักเรียนแต่ละคนก็ใส่ชุดในสไตล์เดิม ๆ จนเป็นเสมือนเครื่องแบบของตัวเองนั่นแหละ

แต่ถ้าเราสังเกตดี ๆ มนต์ขลังของความเป็นโรงเรียน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความภูมิใจในสถาบันเดียวกัน การมีชุดนักเรียนแบบอังกฤษจะดูมีขลังและดูเป็นตำนานมากกว่า (แต่ต้องภูมิใจในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่ภูมิใจแบบพวกเกรียนนรกแตกเหมือนพวกเด็กช่างกลบางแห่ง)

---------------------

ขอใช้เหตุผลของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มาใช้อธิบายข้อดีของการใส่ชุดซ้ำ ๆ แล้วกัน

จริง ๆ แล้ว อัจฉริยะด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ก็มักจะเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น คือ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงแฟชันเสื้อผ้าของตัวเองให้ทันสมัย เขาพอใจที่จะใส่ชุดรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันได้อย่างไม่อายใคร 

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ก็เป็นแบบนี้เช่นกัน

ข่าว ฟัง"มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก"ไขปริศนา ทำไมชอบใส่เสื้อ"เหมือนกัน"ทุกวัน คำตอบ"สุดคม"-ถึงกับ"สะอึก"

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง"เฟซบุ๊ค"เครือข่ายชุมชนออนไลน์ยอดนิยมของโลก ได้เปิดเผยข้อสงสัยของผู้คนทั่วโลกว่า เพราะเหตุใดเขาจึงชอบใส่เสื้อยืดสีเดียวกันในทุก ๆ วัน


โดยเจ้าพ่อเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีที่เขาชอบใส่เสื้่อยืดสีเทา ว่า ทำไมคนเราต้องมาเสียเวลากับหน้ากระจกว่าจะ "แต่งตัว" อย่างไรในทุก ๆ วัน หรือแม้แต่การที่เราต้องมานั่ง "เสียเวลา" กับการตัดสินใจในเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อย เช่น การแต่งตัว การกินอาหารเช้า และอื่นๆ

ซึ่งสำหรับเขาไม่ชอบที่จะมานั่งเสียเวลาหรือเสียพลังงานไปกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ เพราะในแต่ละวัน เรามีเรื่องสำคัญให้คิดมากกว่ามานั่งใส่ใจใน"สิ่งที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย"ของกิจวัตรประจำวัน

"ผมอยู่ในสถานะที่โชคดี ที่ผมได้ตื่นขึ้นในแต่ละวัน และได้ทำงานรับใช้ผู้คนนับพันล้านคน และคิดว่า ผมคงไม่ได้ทำงานเช่นนี้ หากต้องมา"เปลืองแรง"กับเรื่องหยุมหยิมไร้สาระที่เข้ามาในชีวิต และว่า ผมต้องการเคลียร์ชีวิตตัวเองให้ชัดเจนเพื่อสามารถตัดสินสิ่งต่าง ๆ ได้น้อยลงมากเท่าที่จะทำได้ ไม่นับเรื่องการทำงานรับใช้ผู้คน และผมไม่ใช่แค่ชอบใส่เสื้อสีเหมือนกันทุกวัน แต่ผมยังมีเสื้อแบบนี้อีกเยอะแยะมาก"



------------------

ไทยเรารับวัฒนธรรมการแต่งชุดนักเรียนมาจากอังกฤษ ใครอยากรู้ว่า ทำไมต้องใส่ชุดนักเรียน สงสัยต้องไปถามที่รากเหง้าของชุดนักเรียนคือ ที่ประเทศอังกฤษครับ

แต่นักเรียนอังกฤษ เขาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องชุดนักเรียนเหมือนนักเรียนไทย แล้วพอโตขึ้นมา เขาก็เข้าใจประชาธิปไตยแบบรัฐธรรมนูญที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรได้อย่างลึกซึ้ง ไม่มีพวกนักการเมืองศรีธนญชัยที่คอยแต่จะหาช่องโหว่ใน รธน. เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง

ไม่แน่นะ เรื่องความเข้าใจประชาธิปไตยแบบฉลาด ๆ ของคนอังกฤษ อาจเกี่ยวข้องกับการที่นักเรียนอังกฤษเขาไม่บ้าเสรีภาพจนเกินไปแบบนักเรียนไทยในยุคนี้ก็ได้

คือนักเรียนอังกฤษเขาเอาเวลาไปสนใจการเรียนและพัฒนาสมองดีกว่ามาสนใจว่า กูอยากแต่งชุดอะไรดีมาโรงเรียน หรือมัวแต่หาตรรกะไปเถียงกับอาจารย์ว่า ทำไมผมต้องใส่ชุดนักเรียน

ริง ๆ แล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีการบังคับว่า ทุกโรงเรียนจะต้องมีเครื่องแบบนักเรียน ถ้าโรงเรียนไหนอยากจะไม่มีเครื่องแบบนักเรียนก็ทำได้ เป็นสิทธิของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะกำหนดเอง

เพียงแต่ว่า ทุกโรงเรียนในไทยดันบังคับให้นักเรียนของตนเองต้องใส่เครื่องแบบที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น

คือ ถ้าใครไม่อยากใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน ก็ควรหาโรงเรียนที่เขาไม่บังคับให้ใส่ชุดนักเรียน แล้วไปสมัครเรียนที่นั่นซะ

แต่ถ้าหาโรงเรียนในไทยที่ไม่บังคับให้นักเรียนต้องใส่ชุดนักเรียนได้แล้วล่ะก็ แนะนำให้คุณไปตั้งโรงเรียนใหม่ขึ้นมาเองซะ แล้วโรงเรียนของคุณก็ไม่ต้องบังคับให้นักเรียนใส่ชุดนักเรียน

นี่แหละการใช้สิทธิเสรีภาพที่ถูกต้องที่สุด

คลิกอ่าน จิตวิเคราะห์ กรณีกระเทยจิตเสื่อม อั้ม เนโกะ