วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คุณรู้จักซุปก้อนคนอร์ แค่ไหน






เดี่ยวนี้ความเอาแต่สะดวกจนเกินไป มันลามไปถึงพวกพ่อค้าแม่ค้าขายอาหาร ที่เวลาปรุงอาหารเช่นทำอาหารตามสั่ง

ถ้าต้องใส่น้ำซุปเวลาทำอาหาร แทนที่จะใช้ซุปที่ต้มและเคี่ยวจากกระดูกหมู หรือกระดูกไก่ หลายร้านมักง่ายใช้ซุปไก่หรือซุปหมูก้อนแทน

แม้แต่แม่บ้านจะทำอาหารจำพวกแกงจืด ก็มักใช้ซุปก้อนสำหรับปรุงแกงจืดแทน

เพราะหลงเชื่อโฆษณาว่า ซุปก้อนส่วนใหญ่ทำจากเนื้อไก่แท้ปริมาณมาก หรือทำจากเนื้อหมูแท้ในปริมาณมากต่อก้อน

เพราะโฆษณานั้นล่อหลอกให้ผู้บริโภคหลงคิดเองเออเองไปว่าซุปก้อน 1 ก้อนมีเนื้อสัตว์แท้ ๆ อยู่ในก้อนซุปนั้นมากมาย

แต่ถ้าใครลองอ่านข้างกล่องซุปก้อนพวกนี้แล้ว ก็จะตาสว่างหายโง่ว่า ที่ผ่านมาเราหลงคิดไปเองนี่หว่า ว่า ซุปไก่ก้อนมันต้องมีเนื้อสัตว์กระดูกสัตว์ในก้อนอยู่เยอะแน่เลย

แต่ในความจริงซุปก้อน 1 ก้อน ส่วนผสมเกินครึ่งมีเกลือถึง 49% มีผงชูรสอีก 19% ส่วนเนื้อสัตว์ที่เขาใส่ในซุปก้อนน่ะเหรอประมาณ 0.8% เท่านั้น

นี่ยังดีนะ ถ้าเป็นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ซุปก้อนพวกนี้มีเนื้อสัตว์ผสมเพียง 0.4% ต่อก้อนเท่านั้น

ส่วนผสมที่เหลือนะเหรอ สารปรุงแต่งรสอะไรต่อมิอะไรในชื่อเคมีทั้งนั้น

สรุปง่าย ๆ ว่า ซุปก้อนสำหรับปรุงน้ำซุป 1 ก้อน มีเกลือ+ผงชูรสตั้ง 58% เข้าไปแล้ว

ทั้งเกลือและผงชูรส (ผงชูรสก็คือเกลือเคมีชนิดหนึง) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดโรคความดันสูง และโรคไตได้ หากบริโภคน้ำซุปเข้าไปเยอะ ๆ







แม้ตอนนี้กระแสต่อต้านผงชูรสจะมีมากขึ้น จึงทำให้ซุปก้อนจะออกผลิตภัณฑ์ปราศจากผงชูรสแล้วก็ตาม แต่ถึงยังไงปริมาณเกลือในแต่ละก้อนก็ยังสูงอยู่ดี

อย่างบ้านผมนะ ตั้งแต่ผมเกิดจนโต แม่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ซุปก้อนหรือผงปรุงรสเลย และแม้แต่ผงชูรส บ้านแมก็เลิกใช้มากว่า 30 ปีแล้ว

แต่อย่างว่า เราไม่ได้ทำอาหารกินเองทุกมื้อ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นวัตถุปรุงแต่งรสอาหารพวกนี้อยู่ดี เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่เขาก็ใช้ผลิตภัณฑ์พวกนี้กันทั้งสิ้น

แต่เท่าที่ผมสังเกต ถ้าร้านอาหารที่เป็นของคนอีสาน จะหนักมือในการใส่วัตถุปรุงแต่งรสอาหารอย่างมาก เช่น ร้านส้มตำของคนอีสานหลายร้าน จะใส่ผงชูรสทีนึง 1 ช้อนโต๊ะหรืออาจมากกว่านั้น ต่อสัมตำ 1 ครก

หรือคนอีสานบางคน เขาใช้ผงปรุงรสใช้แทนพริกกะเกลือสำหรับจิ้มผลไม้สดกินก็มี


คลิกอ่าน อุทาหรณ์กินโจ๊กทุกเช้า กินบะหมี่สำเร็จรูปทุกเย็น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น