วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

คริสตจักรล่าแม่มด กับ ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า







ในอดีตโบราณ พวกศาสนจักรในยุโรป ไม่รู้ว่า ฟ้าผ่าคือ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ

ครั้งไหนที่ฟ้าผ่าทำลายหมู่บ้านเสียหายและผู้คนล้มตาย ก็จะโทษว่า ในหมู่บ้านนั้น มีแม่มดสาวกซาตาน พระเจ้าจึงต้องลงโทษให้เกิดฟ้าผ่า

ศาสนจักรจึงทำให้เกิดการล่าแม่มดมาลงโทษ

ซึ่งที่จริงไม่ใช่มีเฉพาะเหตุผลเรื่องฟ้าผ่าเท่านั้น ที่จะก่อให้เกิดการล่าแม่มด เพื่อมาลงโทษ ซึ่งในทางสังคมจิตวิทยา ก็คล้าย ๆ ในอีสานของไทยเราที่มีการจับผีปอบนั่นแหละ

ทำไมการจับผีปอบจึงมีแต่ในอีสาน ใครสนใจก็ไปสืบค้นหาเอาเองเถอะ ว่าเหตุผลที่ต้องมีพิธีกรรมล่าผีปอบในอีสานมาจนปัจจุบัน เป็นเพราะเหตุผลอะไร

การล่าแม่มดในยุโรปดำเนินมาหลายร้อยปี จนกระทั่งในศตรรรษที่ 17 วิทยาศาสตร์เริ่มมีบทบาทมากขึ้น การล่าแม่มดในยุโรปก็ค่อย ๆ น้อยลงไปเช่นกัน

แต่ก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในประเด็นฟ้าผ่าทำลายหมู่บ้าน คนและสัตว์ ก็ยังเป็นเหตุให้คริสตจักรในชนบทมักจะใช้เป็นข้ออ้างในการล่าแม่มด หรือกาลกิณีมาลงโทษ

แต่พอนักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐ นายเบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้ค้นพบไฟฟ้าในอากาศขึ้นใน พ.ศ. 2280 (ค.ศ. 1747) โดยเขาได้ทำการทดลองนำว่าวซึ่งมีกุญแจผูกติดอยู่กับสายป่านขึ้นในอากาศขณะที่เกิดพายุฝน

เขาพบว่าเมื่อเอามือไปใกล้กุญแจ ก็ปรากฏประกายไฟฟ้ามายังมือของเขาจากการทดลองนี้ทำให้เขาค้นพบพายุฝน เขาพบว่าเมื่อเอามือไปใกล้กุญแจก็ปรากฏประกายไฟฟ้ามายังมือของเขาจากการทดลองนี้ทำให้เขาค้นพบเกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า ซึ่งเกิดจากประจุไฟฟ้าในอากาศ

นับตั้งแต่นั้นมาแฟรงคลินก็สามารถประดิษฐ์สายล่อฟ้าได้เป็นคนแรก โดยเอาโลหะต่อไว้กับยอดหอคอยที่สูงๆแล้วต่อสายลวดลงมายังดิน ซึ่งเป็นการป้องกันฟ้าผ่าได้ กล่าวคือไฟฟ้าจากอากาศจะไหลเข้าสู่โลหะที่ต่ออยู่กับยอดหอคอยแล้วไหลลงมาตามสายลวดที่ต่อเอาไว้ลงสู่ดินหมดโดยไม่เป็นอันตรายต่อคนหรืออาคารบ้านเรือน

เมื่อค้นพบว่า ฟ้าผ่าไม่ใช่การลงโทษของพระเจ้า แต่เป็นปรากฏการณ์ไฟฟ้าในธรรมชาติ ที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ตั้งแตนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีการนำเรื่องฟ้าผ่ามาโยงในการตามล่าแม่มดมาลงโทษเพื่อเซ่นพระเจ้าอีกเลย

แต่เราจะไม่เคยเห็นเรื่องฟ้าผ่าเป็นเรื่องประหลาดแต่อย่างใด เราชาวพุทธรู้กันมานานแล้วว่า ฟ้าผ่าเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติ

เพราะศาสนาพุทธได้บอกไว้แล้ว และมีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก

แต่ก็นั่นแหละ ในความเชื่อที่นอกเหนือธรรมชาติกว่านั้นก็ยังมีอยู่

บางครั้งคนไทยก็มักเชื่อว่า ฟ้าผ่าลงในที่ใด ๆ แสดงว่า ที่นั้น ๆ อาจเคยมีใครกระทำไม่ดีเอาไว้ จึงมีเหตุอาเพศให้ฟ้าผ่าลงมาทำโทษ

ฟ้าผ่าในความเชื่อของชาวเอเซียในหลายที่ก็คล้าย ๆ เช่นฟ้าผ่าคนตาย ก็มักจะเชื่อว่าที่คือการลงโทษจากสวรรค์ต่อคนที่กระทำความผิดมหันต์ เป็นต้น


วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กับพระแก้วมรกต








วันนี้มีการเลือกตั้งสว. ทั่วประเทศ ซึ่งผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นที่ 1 ก็คือ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และอดีต คตส. ผู้ที่เคยมีปัญหากับระบอบทักษิณ ตั้งแต่สมัยที่ทักษิณยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่

แน่นอนสำหรับสายตาของทักษิณ คุณหญิงจารุวรรณ นั้นเป็นเสมือนหอกข้างแคร่ที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อให้ทักษิณทำงานได้อย่างราบรื่นหวานหมู

ผมคงไม่กล่าวย้อนไปถึงเหตุการณ์เด้งคุณหญิงจารุวรรณในตอนนั้น

แม้วันนี้การเลือกตั้ง สว. คุณหญิงจารุวรรณจะมีคะแนนนำโด่ง จนเป็นว่าที่ สว. กทม. แล้วก็ตาม

แต่ก็ยังมีปัญหาอุปสสรรคขัดขวางคุณหญิงเป็น สว. ที่ยังต้องค้างคากันอีกนิด ก็คือ อดีต สส.เพื่อไทย คนนึงได้ไปร้องเรียนว่าคุณหญิงเคยไปขึ้นเวที กปปส. เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา

และในวันเดียวกันนั้น ก็มี สว.ไพบูลย์ นิติตะวัน ขึ้นเวที กปปส. แล้วพูดจูงใจให้ผู้ชุมนุม กปปส. ช่วยกันเลือกคุณหญิงจารุวรรณ

ซึ่ง อดีตสส.เพื่อไทย อ้างว่า คุณหญิงจารุวรรณกลับไม่ห้ามปราม สว.ไพบูลย์ ซึ่งเท่ากับคุณหญิงจารุวรรณรู้เห็นเป็นใจและได้ประโยชน์จากคำพูดของ สว.ไพบูลย์ด้วย

แต่นั่นคือ ข้อกล่าวหาของคนของพรรคเพื่อไทยที่มีต่อคุณหญิงจารุวรรณ ว่าที่ สว.กทม. คนใหม่น่ะครับ

ส่วน กกต. จะว่ายังไงกับคำร้องนี้ก็รอดูกันไป

---------------------

คุณหญิงจารุวรรณ อธิษฐานจิตต่อพระแก้วมรกต

เมื่อครั้งที่คุณหญิงจารุวรรณ ได้เคยไปออกรายการเจาะใจ ทางช่อง 5 เมื่อหลายปีก่อน

คุณหญิงจารุวรรณได้เล่าว่า เมื่อกว่า 40 ปิที่แล้ว ตอนนั้น สตง.ยังใช้สถานที่ในพระบรมมหาราชวังเป็นที่ตั้งสำนักงาน

ทันทีที่คุณหญิงรับรู้ว่าได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการที่ สตง. ทั้งที่คุณหญิงเป็นชาวคริสต์ตัง แต่คุณหญิงก็หันหน้าไปทางพระอุโบสถวัดพระแก้ว เพื่อตั้งจิตอธิษฐานว่า

"จะขอทำงานในหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต จะไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ไปตลอดชีวิต"

-----------------

การที่คนกรุงเทพ เลือกคุณหญิงจารุวรรณ ที่เป็นเสมือนศัตรูของระบอบทักษิณอย่างชัดเจนนั้น ก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่เอาระบอบทักษิณแน่นอน

ส่วนผมเองนั้นไม่ได้เลือกคุณหญิงจารุวรรณหรอกครับ เพราะผมเลือก หมายเลข 2 ซึ่งเป็นนายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน

แต่ผมก็ไม่เอาระบอบทักษิณเหมือนกัน จึงดีใจถ้าคุณหญิงจารุวรรณ จะได้เป็นสว.กรุงเทพ คนใหม่ครับ


วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิกฤติแยกดินแดนไครเมีย เราควรเข้าข้างใคร






หลังจากประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของยูเครน นายวิกตอร์ ยานูโควิช ลี้ภัยไปอยู่รัสเซีย สาเหตุเพราะเขาตระบัตย์สัตย์ต่อประชาชน โดยล้มแผนนำยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่กลับไปอิงซบรัสเซียแทน ทำให้เกิดการชุมนุมของประชาชนประท้วงขับไล่เขาลงจากอำนาจ

ในที่สุดเขาก็หนีไปอยู่รัสเซีย จนก่อให้เกิดวิกฤติในแคว้นไครเมีย ต้องการแยกดินแดนออกจากยูเครน เพื่อไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแทน สาเหตุเพราะประชากรส่วนใหญ่ในแคว้นไครเมีย มีเชื้อสายรัสเซีย และพูดภาษารัสเซียเป็นส่วนใหญ่

และจากที่สหรัฐอเมริกา ชอบให้การสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาโดยตลอด เช่นสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์

พอเกิดวิกฤติในยูเครน ประธานาธิบดียูเครนที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่เข้าข้างสหรัฐ แต่กลับไปอิงซบรัสเซีย ได้ประกาศว่า ประธานาธิบดียูเครนคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภายูเครนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะประธานาธิบดียูเครนตัวจริงของเขายังไม่ได้ลาออก

ก็ทำให้ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ นายจอห์น เคอร์รี ต้องออกมาพูดว่า

"ประชาธิปไตยไม่ได้ถูกจำกัดความเฉพาะการเลือกตั้งอย่างเดียว...เมื่อไม่มีการปฏิรูป ย่อมมาพร้อมกับการทุจริตใหญ่โต การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และบิดเบือนกระบวนการประชาธิปไตยขนานใหญ่"

ประโยคนี้ของนายจอห์น เคอร์รี นี่เอง ที่ทำให้ฝ่ายเชียร์ กปปส. นำไปใช้สอนควายแดง และทำให้หลายคนหลงเข้าใจผิดคิดไปเองว่า สหรัฐอเมริกาเลิกเชียร์ยิ่งลักษณ์แล้วหรือ ?

ไม่ใช่นะครับ นายเคอร์รี่ เขาพูดในกรณีวิกฤติยูเครนเท่านั้น เขาไม่ได้หมายถึงวิกฤติของไทยแต่อย่างใด

ดูเหมือนนายจอห์น เคอร์รี จะบังเอิญได้รู้ว่า คำพูดของเขานั้น โดนฝ่าย กปปส. นำมาใช้ประโยชน์ ก็เลยทำให้นายจอห์น เคอร์รี่ ต้องออกมาแสดงจุดยืนต่อวิกฤติในไทยว่า

"วอชิงตันไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดให้เป็นหน้าที่ของคนไทยเองที่จะต้องแก้ไข"

การออกมาพูดถึงไทยของนายจอห์น เคอร์รี่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่า เอียงเข้าข้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ดี

-----------------

บทบาทจีน ใน วิกฤตืไครเมีย

ปกติจีนจะเข้าข้างรัสเซียมาโดยตลอด เพราะจีนต้องการช่วยรัสเซียในการถ่วงดุลอำนาจสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

แต่ในวิกฤติไครเมีย จีนกลับไม่เข้าข้างรัสเซีย แต่ก็ไม่ถึงกับหักหาญน้ำใจรัสเซียเพื่อนเกลอ ด้วยการแสดงจุดยืนเป็นกลางในวิกฤตินี้

สาเหตุก็เพราะ ถ้าจีนเข้าข้างรัสเซีย ก็จะทำให้ไปกระทบกรณีไต้หวัน กรณีทิเบต และกรณีแคว้นซินเจียงของชาวอุยกู ไปด้วย

เพราะถ้าจีนสนับสนุนการการที่แคว้นไครเมียทำประชามติขอแยกดินแดนออกจากยูเครน แล้วถ้าเกิดไต้หวันขอทำประชามติแยกประเทศออกจากจีนบ้าง จีนก็จะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ส่วนสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประกาศไม่ยอมรับประชามติของชาวไครเมีย โดยอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญยูเครน

------------------

แล้วไทยควรเข้าข้างไหน

ที่จริงกรณีไครเมีย ประเทศไทยเราก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรอก

แต่ถ้าถามว่า คนไทยเราควรเข้าข้างฝ่ายไหน

ต้องตอบว่า ต้องเข้าข้างยูเครนครับ เพราะไทยเราก็มีปัญหาแบ่งแยกดินแดนเหมือนกัน โดยเฉพาะในปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้

คือ มีแนวโน้มว่ารัฐบาลไทยมีแนวคิดอยากจะให้เกิดเขตปกครองพิเศษปัตตานีขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะช่วยลดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดใต้ลงได้

แต่นั่นก็จะกลายเป็นดาบ 2 คม ที่อาจทำให้ต่อไปเขตปกครองพิเศษปัตตานีจะขอทำประชามติแบ่งแยกดินแดนเลียนแบบไครเมียบ้างเช่นกัน โดยจะขอไปรวมเป็นประเทศเดียวกับมาเลเซีย

เหมือนที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความ เรื่อง แผนชั่วของมาเลเซียใน 3 จังหวัดภาคใต้

แม้ดูเหมือนจะยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะความรุนแรงใน 3 จังหวัดใต้ ที่พวกโจรก่อการร้ายกระทำการป่าเถือน โหดร้ายมาหลายปีนั้น

ผมรับรองได้เลยว่า พวกมันไม่ได้หวังแค่ปกครองตนเองแล้วยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทยต่อไป


คลิกอ่าน รัฐบาลตระบัดสัตว์ยูเครน vs รัฐบาลตอแหลยิ่งลักษณ์


วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปาฏิหาริย์เจดีย์ตรัสรู้ ที่พุทธคยา กึ่งพุทธกาล






ถ้าใครที่ได้มีโอกาสไปสักการะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งที่อินเดียและเนปาล ผมถือว่า เขามีบุญมาก เพราะต้องถึงพร้อมด้วยทรัพย์ทั้ง 3 คือ เงินทอง สุขภาพ และศรัทธา มิเช่นนั้นคงยากที่จะไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 ได้ครบถ้วน

ก่อนอื่นอยากให้รู้จักคำว่า "สังเวชนียสถาน" ก่อน

สังเวชนียสถาน หมายถึง สถานที่อันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช

คำว่า สังเวช มาจากศัพท์นามว่า สังเวค สิ่งที่เมื่อมอง เมื่อระลึกทำให้เกิดกำลังพรั่งพร้อม (สัง - พร้อม + เวค - ทำให้เกิดกำลัง)

แต่ในทางภาษาไทย มาใช้คำว่า สังเวช กลายเป็นเรื่องการสลดใจ หดหู่ใจ ซึ่งผิดจากความหมายเดิม

--------------------

เจตนาของพระพุทธเจ้า 

สังเวชนียสถานพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก่อนปรินิพพานว่า ผู้ใดที่ระลึกถึงพระองค์ก็ให้ระลึกถึงสถานที่สำคัญทั้ง 4 คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา ปรินิพพาน ซึ่งการที่ไประลึกถึงสถานที่เหล่านั้น ...

พระองค์ย่อมไม่ทรงให้ระลึกถึง ด้วยความหดหู่แน่นอน แบบนั้นจะกลายเป็นกิเลส เป็นความเศร้าหมองไป

จุดประสงค์ที่แท้ ในการเดินทางไปสู่สังเวชนียสถาน ก็เพื่อการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ว่า พระองค์ทรงประสูติที่นี่ ตรัสรู้ที่นี่ แสดงปฐมเทศนาที่นี่ ปรินิพพานที่นี่ เพื่อให้ได้ระลึกรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสังขารธรรม นับตั้งแต่สังขารธรรมอุบัติขึ้น จนถึงการดับ ( ประสูติ - ปรินิพพาน )

นอกจากนั้นก็เพื่อระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระองค์และเจริญรอยตามพระพุทธยุคลบาทของพระพุทธเจ้า คือ พระธรรมของพระองค์ตราบจนสิ้นอายุขัย

(ที่มาความหมายสังเวชนียสถานจาก gotoknow)

--------------------

ปาฏิหาริย์เจดีย์พุทธคยาสมัยกึ่งพุทธกาล

(เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ)

ผมลองเสิร์ชคำว่า ปาฏิหาริย์เจดีย์พุทธคยา ก็มีเรื่องราวของเจดีย์ตรัสรู้ได้แสดงปาฏิหาริย์ ให้ได้อ่านอยู่หลายเรื่อง แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนเหมือนเรื่องที่ผมจะเล่าในบทความนี้

เรื่องเจดีย์ตรัสรู้แสดงปาฏิหาริย์นี้ ผมได้อ่านจากหนังสือเก่า ๆ เล่มหนึ่ง ที่ผมพบในบ้านเก่าของผมเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว ตอนนั้นผมช่วยพ่อรื้อของเก่า หนังสือเก่า ๆ ออกมา

ตอนนั้นผมยังค่อนข้างเด็กมาก ๆ แต่ก็ยังพอจดจำเรื่องนี้ได้ดี หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะครับ

เรื่องปาฏิหาริย์เจดีย์ตรัสรู้เมื่อปี 2500 กึ่งพุทธกาลนั้น เป็นหนังสือเล่มบาง ๆ มีไม่ถึง 30 หน้าด้วยซ้ำ ซึ่งเขียนโดยคุณ ท.เรียงพิบูลย์ เจ้าของวรรณกรรมเรื่องกฏแห่งกรรมอันโด่งดังในอดีต

คุณ ท.เลียงพิบูลย์ ได้เล่าไว้ว่า ได้เดินทางไปที่พุทธคยา ในช่วงกึ่งพุทธกาล เมื่อพ.ศ. 2500 และเป็นช่วงวันวิสาขบูชาในวโรกาสกึ่งพุทธกาลพอดี

ซึ่งผมไม่แน่ใจในเรื่องปี พ.ศ. นะครับ เพราะการนับกึ่งพุทธกาลของไทยและของอินเดียจะแตกต่างกัน 1 ปี อินเดียจะนับเร็วกว่าไทย

ผมรู้แต่ว่า วัดไทยที่พุทธคยาสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2500 พอดี จึงไม่แน่ใจว่า คุณท.เลียงพิบูลย์ เดินทางไปในปีไหนกันแน่

และในคืนวันวิสาขบูชา ณ. เวลาเที่ยงคืนพอดี คืนนั้นเจดีย์พุทธคยาได้เกิดปาฏิหาริย์มีแสงสว่างพุ่งออกจากเจดีย์ ลักษณะคล้ายแสงรัศมี ซึ่งมองด้วยตาเปล่าเห็นชัดเจน ดุจดั่งแสงสว่างจากตะเกียงดวงใหญ่ (ไม่ใช่เป็นลำแสงที่พุ่งเป็นเส้น ๆ นะครับ)

แล้วเจดีย์พุทธคยาก็ลอยขึ้นจากพื้นดินให้พอเห็นว่าลอยขึ้นอย่างชัดเจน ลอยและเปล่งแสงออกมาเป็นเวลาสักพักหนึ่ง แล้วก็ดับมืดลงอย่างเดิม

ชาวอินเดียในบริเวณนั้น และชาวพุทธที่เดินทางมาพุทธคยา ต่างก็เห็นเหมือนกันหมด ซึ่งในยุคเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ยังไม่มีแสงจากหลอดไฟส่องสว่างไปที่พุทธเจดีย์

ที่จริงหน้าปกหนังสือเล่มนั้นที่ผมเห็น ก็มีรูปเจดีย์พุทธคยามีแสงรอบองค์เจดีย์เหมือนกัน แต่เป็นรูปขาวดำนะครับ

หนังสือเล่มนั้นก็เป็นหนังสือเล่มที่บาง ๆ ไม่หนาสักเท่าไหร่

หนังสือเล่มนั้นได้หายไปนานแล้ว แต่ผมยังจำเรื่องนี้ได้และอยากนำมาเล่าต่อเพื่อให้ทุกคนที่อ่านได้มีโอกาสรับรู้เรื่องนี้ด้วย


รูปประกอบจากอินเตอร์เนต ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ตามที่เล่า

-------------

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเป็นองค์ประธานการสมโภชน์ทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา 23 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา

ซึ่งในหลวงก็ได้ทรงอธิฐานจิตกับทองคำที่จะนำไปหุ้มยอดฉัตรทองคำ ที่เจดีย์พุทธคยาแล้ว

รูป 1 การยกฉัตรมหาเจดีย์พุทธคยา ที่หุ้มทองแล้วขึ้นประดิษฐานบนยอดมหาเจดีย์พุทธคยา


รูปจากเพจโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา-ประเทศอินเดีย

รูป 2 เมื่อมองยอดฉัตรเจดีย์หุ้มทองแล้วในระยะไกล จะเห็นยอดฉัตรทองคำงดงามอร่ามตา


รูปจากเพจโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา-ประเทศอินเดีย


วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

ร้านผัดไทยทุกร้าน ระวังจะกลายเป็นร้านผัดไทยเฮงซวย







ผัดไทย ได้ถือกำเนิดในสมัยจอมพล ป. ที่สนับสนุนให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจประเทศหมุนเวียนในหลายอาชีพ และยังได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน

ตั้งแต่จำความได้ เวลามีใครถามผมว่า อาหารอะไรที่คุณชอบที่สุด ผมจะตอบเสมอว่า ผัดไทย

แต่มาช่วงสัก 10 ปีมานี้ ผมไม่ได้ให้ผัดไทยเป็นอาหารอันดับ 1 ในใจผมอีกแล้วล่ะ เพราะจากเหตุผลเรื่องผัดไทยยุคนี้มันไม่อร่อยเหมือนดั้งเดิม

คือผัดไทยดั้งเดิม จะต้องใส่พริกใส่ถั่วลิสงป่นใส่น้ำตาลลงไปผัดพร้อมกับเส้นเลย แต่ผัดไทยยุคนี้กลับไม่ทำอย่างนั้น คือมักจะนำพริก น้ำตาล และถั่วลิสงแยกไว้ต่างหาก

อีกทั้งถั่วงอกยุคนี้ก็ขาวจั๊วะเกินไป จนไม่อยากจะกินสด ๆ แกล้ม เพราะคงเสี่ยงได้รับสารเคมีไปเต็ม ๆ แถมยังจะมีเรื่องสารอัลฟาท๊อกซินในพริกป่นกับถั่วลิสงคั่วอีก นี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยอยากจะเสี่ยงกินผัดไทยบ่อยนัก ถ้าไม่อยากจริง ๆ

ที่สำคัญที่สุด คนรุ่นเก่า ๆ ที่ผัดไทยได้อย่างดั้งเดิมหายากขึ้นทุกวัน

ทุกวันนี้ผมก็เลยกินผัดไทยในคราวที่นึกอยากจะกินเท่านั้น (แต่ผมก็ยังชอบกินผัดไทยอยู่นะ)

-------------------

ผัดไทยเฮงซวย ??

หัวใจของการเป็นผัดไทยแท้ ๆ อยู่ที่อะไร ?

คำตอบก็คือ ผักกุ้ยช่าย คือหัวใจหลักที่ทำให้ก๋วยเตี๋ยวผัดชนิดนี้ คือ ผัดไทย

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ผมเคยอยู่ย่านดอนเมือง ถ้าวันไหนกลับบ้านดึก ผมมักจะแวะซื้อผัดไทยเจ้าเดียวที่มีอยู่หน้าปากซอยกินเป็นประจำ

ร้านนี้มันก็ไม่ได้อร่อยอะไรหรอก รสชาติก็ไม่เหมือนผัดไทยดั้งเดิมที่ผมชอบด้วย เพราะร้านนี้ใช้ซอสพริกมาผัดเส้นไว้ก่อน ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีการผัดของผัดไทยแท้

แต่เอาเถอะ ผมชอบกินผัดไทยและมันก็มีแค่เจ้าเดียว ผมก็จำใจต้องซื้อกิน

แต่แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ผมก็สั่งผัดไทยเหมือนที่เคยสั่ง

แต่พอผัดไทยผัดเสร็จแล้วนำมาวางบนโต๊ะที่ผมนั่ง ปรากฏว่า ผัดไทยจานนี้มันไม่มีผักกุ้ยช่าย !!

เพราะตอนนั้นผมถือว่า ผัดไทยคืออาหารประจำชาติไทย และเป็นอาหารโปรดของผม แต่เมื่อผัดไทยไม่มีผักกุ้ยช่าย มันก็ต้องไม่ใช่ผัดไทย

เพราะรสชาติเอกลักษณ์ของผัดไทยมันอยู่ ใส่ผักกุ้ยช่ายเท่านั้น

ผมโมโหมาก ผมเดินไปจ่ายเงินให้เจ้าของร้านซึ่งก็คือคนผัดนั่นแหละ เพราะผมไม่ต้องการเบียดเบียนใคร

ผมจ่ายเงิน โดยที่ผมไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวผัดจานนั้นเลยสักคำเดียว และเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว ผมก็บอกเจ้าของร้านผัดไทยว่า

"ทีหลังถ้าผักกุ้ยช่ายหมดแล้ว ช่วยบอกด้วยผมจะได้ไม่กิน เพราะถ้าผัดไทยไม่มีผักกุ้ยช่าย มันไม่ใช่ผัดไทย"

ผมพูดจบ ผมก็เดินออกจากร้านไปทันทีด้วยความเสียอารมณ์อย่างยิ่ง และก็ไม่เคยซื้อผัดไทยเจ้านี้กินอีกเลย

เพราะหลังจากนั้นไม่ถึง 2 เดือน ร้านมันก็ย้ายไปขายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้

------------------------

เจอผัดไทยเฮงซวยอีกครั้งในรอบ 10 ปี

เมื่อไม่นานมานี้ผมก็ไปซื้อผัดไทย ร้านที่เป็นเส้นทางผ่านบ้าน ย่านลาดปลาเค้า ก็ซื้อเป็นครั้งคราวเมื่อรู้สึกอยากกิน

ซึ่งร้านนี้ผัดไทยรสชาติใช้ได้ ผมก็สั่งซื้อผัดไทยกุ้งสดจะไปให้แม่ผมกิน 1 ห่อ เหมือนที่เคยสั่ง

พอคนขายนำผัดไทยมาส่งให้ผม ผมก็จ่ายเงินไป 50 บาท แต่คนขายบอกว่า 60 บาท ขึ้นราคาแล้ว

ก็ไม่เป็นไร ผมก็จ่ายเพิ่มไป แต่นึกในใจ..ขึ้นที 10 บาทเลยนะยุคอีปูเนี่ย

และพอแกะห่อผัดไทยเทใส่จานให้แม่ผม ผมก็ต้องเกิดโมโหทันที เพราะผัดไทยห่อนี้ไม่ใส่ผักกุ้ยช่าย !!

โอเค ซื้อมาแล้ว แกะใส่จานแล้ว ผมก็นำไปให้แม่กิน

วันต่อมามีโอกาสผ่านไปแถวนั้นอีก เลยแวะเข้าไปถามที่ร้านเพื่อจะต่อว่า

"วานนี้ผัดไทยไม่มีผักกุ้ยช่ายใส่เหรอ"

คนขายก็ตอบว่า "กุ้ยช่ายหมด"

"ทีหลังถ้ากุ้ยช่ายหมด ก็ช่วยบอกก่อนสิ ผมจะได้ไม่ซื้อ เพราะผมถือว่า ผัดไทยถ้าไม่ใส่ผักกุ้ยช่าย มันไม่ใช่ผัดไทย ผมถือว่าโกงลูกค้า ผมกลับไปถึงบ้าน ผมโมโหมาก"

คนขายมันก็เงียบ ไม่ตอบอะไร ไม่มีคำขอโทษสักคำ

ผมเดินออกจากร้าน พร้อมบ่นไปดัง ๆ ว่า "ห่วย" ให้คนขายมันได้ยินอีกที

ถ้ามันขอโทษผมสักคำ ผมคงไม่โมโหมากขึ้นแน่นอน แต่นี่มันเงียบ แบบนี้เลยต้องแสดงท่าทางโกรธให้มันเห็นสักหน่อย

-------------------

ผมอยากฝากเตือนผู้ขายผัดไทยทุกร้านว่า

หัวใจของผัดไทย คือ ผักกุ้ยช่าย

ถ้าที่ร้านผักกุ้ยช่ายหมดแล้ว ก็ช่วยบอกลูกค้าก่อนด้วยว่า เขายังจะพอใจซื้ออีกหรือไม่

อย่าเอาเปรียบลูกค้าคุณด้วยการไม่รักษาเอกลักษณ์ของผัดไทย

เพราะนั่นคือ การไม่ให้เกียรติลูกค้าของคุณ และไม่เคารพในอาชีพขายผัดไทยของคุณ


วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทำไมคนภาคเหนือรักยิ่งลักษณ์มากกว่าใคร ๆ






สาเหตุที่คนเหนือส่วนใหญ่รักยิ่งลักษณ์มากกว่าใคร ๆ

ก็เพราะภาคเหนือมีควันจากการเผาป่าทุกปี จนเป็นมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ไม่เกิน150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร)

อย่างเช่น เมื่อวันก่อน 22 มีนาคม แม่ฮ่องสอนมีค่ามลภาวะทางอากาศเกินค่ามาตรฐานไป 2 เท่า ,คือ 324 มคก./ลบ.ม.

เพราะคนเหนือดมควันพิษเข้าไปมาก ๆ ออกซิเจนเลยไปเลี้ยงในสมองน้อยลง สมองเลยฝ่อลงเรื่อย ๆ จึงโง่เหมือนยิ่งลักษณ์

อ้อ ไม่ได้เหมารวมคนเหนือทุกคนนะ แค่บอกว่า คนเหนือส่วนใหญ่เท่านั้น ยิ่งจังหวัดไหนควันเยอะ เผาป่าเยอะ ก็ยิ่งโง่

เมื่อยิ่งโง่ก็ยิ่งรักยิ่งลักษณ์มากขึ้น เอ้า! เผาป่าแล้วดมควันกันเข้าไปเยอะ ๆ

แต่ที่แน่ ๆ ยิ่งกว่าก็คือ ภาคเหนือมีผู้ป่วยมะเร็งปอดมากที่สุด



วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

ไทยควรมีกฎหมายจัดการหมาที่เสียหมา จัดการคนที่เสียคน







เมื่อ 2 วันก่อน มีรุ่นพี่คนนึงถูกหมาที่ตัวเองเลี้ยงกัดเข้าที่ปากจนเป็นแผลเหวอะ จนต้องนอนโรงพยาบาล แต่เป็นอุบัติเหตุที่รุ่นพี่เขาไปจับหมาผิดวิธี หมาเลยกัดไปตามสัญชาติญาณในขณะจะป้อนยาให้มัน

แต่เหตุการณ์ของรุ่นพี่ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนึงที่อยากจะเล่ามานานแล้ว

ก็คือเมื่อสัก 10 กว่าปีที่แล้วมีหนุ่มไทยคนนึงเดินทางไปเยี่ยมป้าที่สิงคโปร์ แล้วเขาเกิดโดนหมาของป้ากัดเข้าที่ขา หมาก็หมาตัวเล็กไม่ใช่หมาใหญ่

พอหนุ่มไทยไปรักษาแผลที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ ก็นึกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะหมาของป้าฉีดยากันพิษสุนัขบ้าทุกปี แถมแผลของเขาก็เล็กน้อย แผลไม่ได้ใหญ่มากแต่อย่างใด คิดว่าแค่ล้างแผล แค่เย็บแผลทำแผล และฉีดยากันบาดทะยักก็น่าจะกลับได้เลย

แต่ที่ไหนได้ หมอกลับถามว่า ไปโดนหมาที่ไหนกัด จะต้องแจ้งความตำรวจ

แม้หนุ่มไทยบอกว่า เป็นหมาของป้า เขาไม่เอาเรื่อง แค่เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น แต่หมอสิงคโปร์ไม่ยอม จนสุดท้ายต้องเป็นคดี

และต่อมาก็เป็นเหตุให้ป้าต้องเสียค่าปรับโทษฐานไม่ดูแลหมาให้ดี แถมหมาของป้าก็โดนสั่งให้ต้องทำหมันด้วย

เหตุผลก็คือ หมาที่กัดคนแล้ว แปลว่า หมามันเสียหมาแล้ว จะต้องตัดเชื้อพันธุ์หมาของหมาที่เสียหมาไปแล้ว เพื่อไม่ให้หมาที่เคยกัดคนไปแพร่พันธุ์ที่เสียหมานี้ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

เพราะหมาที่ดีและฉลาด จะต้องแยกแยะได้ว่า ใครคือคนดี ใครคือคนร้าย และหมาต้องไม่กัดคนดี

แต่ถ้าหมากัดคนร้าย ก็ถือว่า หมาฉลาดปกป้องเจ้าของได้

---------------------

ในต่างประเทศ หากหมากัดคน ยิ่งถ้ากัดมาก กัดอย่างดุร้ายรุนแรง จนคนบาดเจ็บสาหัส หรืออาจถึงตาย

ในต่างประเทศเขาจะใช้วิธีการุณฆาตกับหมาตัวที่ก่อเหตุนั้น ก็คือ ฆ่าหมาตัวนั้นซะ

นี่คือวิธีกำจัดสายพันธุ์หมาที่เสียหมาไปแล้ว

หมาที่เสียหมา ก็คือ หมาที่กัดคนดี ๆ

อย่างเมื่อหลายวันก่อน มีเด็กน้อยชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ถูกหมาขนาดใหญ่กัดที่นิวซีแลนด์จนบาดเจ็บสาหัส

คิดดู เด็กตัวเล็ก ๆ ถูกหมากัดจนบาดเจ็บสาหัส แถมหน้าตาเด็กอาจต้องมีรอยแผลเป็น และอาจกลัวฝังใจต่อไปตลอดชีวิตก็ได้

ซึ่งหมาตัวนั้นเป็นหมามีเจ้าของ และกฎหมายที่นั่นได้ลงโทษเจ้าของหมา ด้วยการภาคทัณฑ์รอลงอาญาไว้ก่อน แต่ต้องเสียค่าปรับ และต้องจ่ายค่ารักษาให้เด็กน้อยทั้งหมด แล้วหากเจ้าของหมากระทำความผิดแบบเดิมซ้ำอีก ก็มีสิทธิติดคุก!!

แต่ที่สำคัญที่สุด ศาลมีคำสั่งให้เจ้าของหมาที่ก่อเหตุนำหมาของเขาไปรับโทษประหารชีวิต ด้วยวิธีการุณฆาต 


แต่ถ้าเป็นประเทศด้อยพัฒนาที่มีนักการเมืองโกงกินในบางประเทศ ใครโดนหมากัดถือว่าซวยเองไป แทบไปเอาผิดหมา หรือเอาผิดเจ้าของหมาไม่ได้เลย เจ้าของหมาคงโบ้ยง่าย ๆ ว่า ไม่ใช่เจ้าของหมา

อย่างเก่งผู้บาดเจ็บก็ได้แค่ค่ารักษานิดหน่อย แล้วก็จบ !!

ส่วนหมาที่ก่อเหตุก็ยังคงลอยนวลต่อไป   และอาจไปกัดใครอีกก็ได้ เพราะบทลงโทษเจ้าของหมา รวมทั้งบทลงโทษหมาไม่รุนแรงและเอาจริง

เช่น เมืองไทย ถ้าหมากัดคนตาย หมาไม่เคยรับโทษและไม่เคยมีความผิด !!! 

เพราะคนรักหมาในประเทศกำลังพ้ฒนาบางประเทศ สักแต่รักหมาแบบไร้ความรับผิดชอบต่อชีวิตคนอื่น 

ยิ่งถ้าใครหรือลูกหลานใครไปโดนฝูงหมาจรจัดรุมกัดจนบาดเจ็บล่ะก็ ทำใจไปเลยว่าซวยทั้งขึ้นทั้งล่องครับ เพราะไม่มีกฎหมายเอาผิดหมา

แต่ถ้าเป็นที่ประเทศจีนนะครับ หมากัดเด็กบาดเจ็บสาหัส เจ้าของหมาถูกจับติดคุกทันที รายละเอียดข่าวตามลิงค์ข้างล่าง

คลิกอ่าน กรณีหมาพันธุ์ธิเบตในจีนกัดเด็กบาดเจ็บสาหัส 

---------------------------

ล่าสุด ประเทศไทยได้มีกฎหมายปกป้องชีวิตหมา "พ.ร.บ.ทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์" ที่ดูจะปกป้องชีวิตหมามากกว่าปกป้องชีวิตคนเสียอีก 

ตลกนะครับ การออกกฎหมายในประเทศนี้ ผมไม่ได้คัดค้านกฎหมายคุ้มครองสัตว์ฉบับนี้ แต่ผมว่า มันออกกฎหมายแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ คือปกป้องแต่สัตว์ไม่ค่อยปกป้องคนสักเท่าไหร่

มันควรจะออกกฎหมายเหมือนในต่างประเทศตามที่ผมเล่ามา คือ ถ้าเช่นหมาทำร้ายคนแบบไม่มีเหตุผล เช่น คนเดินมาดี ๆ หมาเข้าไปกัดจนบาดเจ็บหรืออาจถึงขั้นตายได้ในกรณีกัดเด็กเล็ก 


กฎหมายของไทยควรกำหนดด้วยว่า หมาตัวก่อเหตุนั้นควรมีโทษอย่างไร

ประเทศไทยนี่ตลกจริง ๆ คนทำร้ายหมา คนติดคุก แต่ถ้าหมากัดคน หมาไม่มีความผิด เพราะไม่มีบทลงโทษหมา

------------------------

ถามง่าย ๆ นะว่า ถ้าลูกของคุณอายุสัก 5 ขวบถูกหมาจรจัดรุมกัดจนบาดเจ็บหรือถึงตาย

ถามว่า ตอนนี้กฎหมายไทยมีบทลงโทษหมาจรจัดที่กัดเด็กหรือไม่ ?

คุณผู้อ่านพอมองภาพรวมออกรึยังครับ กฎหมายไทยมักเพี้ยนและออกมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วทิ้งให้เป็นปัญหาสังคมต่อไป  ผมขอฝากไว้ให้คิด

ย้ำว่า ผมเน้นเฉพาะหมาที่กัดคนดีเท่านั้น ซึ่งอาจเข้าข่าย "เสียหมา" (ยกเว้นกรณีคนไปแกล้งหมาหรือทำร้ายหมา แล้วถูกหมากัด)

บทความไม่ได้ให้กำจัดหมาจรจัดนะครับ แต่ให้จัดการเฉพาะหมาที่ดุร้ายและกัดคน เพราะหมาที่เคยกัดคน หรือทำร้ายคน (โดยที่คนไม่ได้ไปรังแกมันก่อน) หมาพวกนี้ก็อาจเข้าข่ายสัตว์อันตราย และอาจกัดคนได้อีก ซึ่งในต่างประเทศเขากลัวเรื่องพวกนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องโรคระบาดที่เกิดจากสัตว์จรจัดต่าง ๆ อาจแพร่มาสู่คนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น

สัตว์ทุกชนิดในโลก ก็มีทั้งสัตว์ที่นิสัยดีและนิสัยไม่ดี มันก็เหมือนคนเรานั่นแหละ ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี

หมาก็เหมือนกัน หมาไม่ได้นิสัยดีทุกตัว หมาที่นิสัยไม่ดี หรือที่มีสายพันธุ์ที่โหดร้าย หากไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีพอ ก็สามารถเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นได้ จึงควรมีกฎหมายที่ควบคุมดูแลที่ดีพอ

--------------------

จัดการคนที่เสียคน เหมือนจัดการหมาที่เสียหมาในต่างประเทศ

ผมเคยคิดเล่น ๆ นะว่า ไอ้พวกฆาตกรฆ่าคนโดยเจตนาอย่างโหดร้ายทารุณ หรือการฆ่าแบบเลือดเย็นทั้งหลาย นอกจากจะได้รับโทษตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว

พวกนี้มันควรโดนจับทำหมันให้หมด เพราะถึงขนาดฆ่าคนตายได้ ก็ถือว่า มันเสียคนไปแล้ว (การฆาตกรรมมีหลายประเภทต้องพิจารณาเป็นคดี ๆ ไป) ไม่ควรให้มันได้มีโอกาสแพร่พันธุ์ชั่วไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานอีก

เช่น กรณีนักศึกษาฆ่าพ่อแม่และน้อง ผมว่า ฆาตกรคนนี้ควรโดนจับทำหมันซะ เพราะถ้าออกจากคุกมา เดี๋ยวมันไปแพร่พันธุ์ชั่วอีก แย่เลย!!

หรือไอ้พวกโจรข่มขืน ไอ้พวกนี้ก็ควรโดนทำหมันและควรจับตัดจู๋ทิ้งก่อนจะพ้นโทษด้วย

อ้อ ไอ้พวกนักการเมืองชั่ว ๆ ก็เหมือนกัน ถ้าจับได้ว่าโกง ถ้ารอดจากโทษประหาร ก็ต้องจับมันมาทำหมันให้หมด 5555

เอ... แต่ส่วนใหญ่พวกนักการเมืองโกง ๆ มันก็มีลูกไปก่อนแล้วนี่ ทำไงดี ?

ไปจับลูกของมันมาทำหมันด้วยดีไหม เริ่มทำที่โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง ก่อนเลยดีไหม 5555555


คลิกอ่าน หมาเห่าโง่ ๆ คือหมาจัญไรเป็นกาลกิณีต่อเจ้าของ


วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ใครต้องรับผิดชอบงบเลือกตั้ง 3,800 ล้านบาทที่สูญไป







เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้พิพากษาว่า การเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. เป็นโมฆะ เพราะการเลือกตั้งทั่วไปไม่ได้จัดในวันเดียวทั่วราชอาณาจักร เพราะขัดเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108

ศาลก็ตัดสินตามหลักกฏหมายเป๊ะ ๆ แต่พวกเสื้อแดงมันไม่เข้าใจ

กกต. ก็ได้เคยเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก่อนแล้วว่า ถ้ายังฝืนจัดเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 ให้ได้ก็อาจโดนฟ้องร้องว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขัด รธน.ตามมาตรา 108

แม้แต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็เคยเตือนเรื่องนี้เช่นกันว่าจะเสียเงิน 3,800 ล้านบาทไปเปล่า ๆ

(แนะนำอ่านบทความที่ผมเขียนตั้งแต่ 12 มกราคม 2557 เรื่อง ความโง่เสื้อแดงกับการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่จะเป็นโมฆะ)


แล้วต่อมา กกต. จึงไปถามศาล รธน. ว่า สามารถเลื่อนเลือกตั้งได้ไหม

ศาล รธน. ก็วินิจฉัยว่า สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยให้นายกรัฐมนตรี กับ กกต.ไปปรึกษาหารือกัน เพราะทั้งสองฝ่ายคือ ผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งครั้งนี้ร่วมกัน ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556



แต่ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีกลับดื้อดึง ไม่ยอมเลื่อนเอง ยังดื้อด้านสั่งให้ กกต. จัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ต่อไป 

ฉะนั้นใครเสือกดื้อด้านไม่ยอมเลื่อนเลือกตั้งล่ะ ??

ก็คน ๆ นั้นนั่นแหละ ที่ต้องรับผิดชอบงบเลือกตั้ง 3,800 ล้านบาทที่สูญเสียไป

ดังนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายค่าเลือกตั้งโมฆะ จึงควรเป็นอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ กกต.

ไม่ใช่ กปปส.


รูปโดยก้างปลา

ผมเขียนบทความ เรื่อง การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 จะเป็นโมฆะ ตั้งแต่เดือน มกราคม 2557 (ก่อนจะมีการเลือกตั้ง)
http://akecity3.blogspot.com/2014/01/2.html
.
จริง ๆ แล้ว มีกปปส. บางคน ย้ำ ว่าบางคน บางกลุ่มย่อยเท่านั้นที่เดินทางไปต่อต้านการเลือกตั้งที่จุดเลือกตั้ง นั่นถือเป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะถึงไม่ต่อต้าน การเลือกตั้งมันก็ต้องเป็นโมฆะอยู่ดี

แต่เท่าที่ติดตามข่าว แกนนำ กปปส.หลัก อย่างกำนันสุเทพ ไม่เคยสั่งให้ใครไปขัดขวางการลงคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งต่าง ๆ นะ

แล้วภาพที่มีผู้หญิงถือไฟฉาย หรือ ภาพที่มีคนขัดขวางหนุ่มคนนึง นั่นคึอ การจัดฉาก ณ สถานที่จริงของพวกร่าน เพื่อต้องการถ่ายรูปหวังเอามาลงโซเชียลให้เป็นข่าวเท่านั้น
.
ถ้า กกต. จะเอาผิดเรื่อง ค่าเสียหายเรื่องเงินจัดเลือกตั้ง 2 พันล้านบาทน่ะ คนที่ผิดมากที่สุดคือ ยิ่งลักษณ์ และ กกต. เองนั่นแหละ ที่มีอำนาจจัดการโดยตรง รู้ทั้งรู้ว่า มันผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถเลือกพร้อมกันทั่วประเทศได้ ก็ยังเสือกจะจัดการเลือกตั้ง

ถามว่า ถ้าไม่จัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ซะตั้งแต่แรก จะมีอะไร ให้ กปปส. บางคน บางกลุ่มไปขัดขวางการเลือกตั้งได้ ??


คลิกอ่าน เหตุผลที่ กปปส. ต่อต้านการเลือกตั้ง 2 ก.พ 


วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

หมาเห่าโง่ ๆ คือหมาจัญไรเป็นกาลกิณีต่อเจ้าของ







สิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงหมาต้องควรระวังก็คือ หมาของคุณได้เห่ารบกวนหนวกหูเพื่อนบ้านหรือไม่ ?

ถ้าหมาดี หมาฉลาด จะไม่เห่าส่งเดช ไม่เห่าแบบไร้กาละเทศะ ซึ่งเรื่องพวกนี้เจ้าของที่ดีจะฝึกหมาให้เป็นหมาฉลาดแบบนั้นได้

ย้ำว่า หมาแทบทุกตัวสามารถฝึกให้เป็นหมาที่ดีได้ แต่เจ้าของต้องรู้วิธีเอาชนะหมา เพราะเคยมี รายการทีวีแชมป์เปี้ยนของญี่ปุ่น เคยพาไปดูแชมป์ฝึกหมาที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น มาสอนวิธีกำราบหมาให้เชื่องและเชื่อฟังเจ้าของ

เขาสามารถสอนวิธีดัดสันดานหมาที่นิสัยไม่ดีจนมาเป็นหมาที่นิสัยดีได้ในเวลาไม่นาน แต่เจ้าของหมาต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้อง และที่สำคัญเจ้าของหมาจะต้องใจแข็ง อย่าสงสารหมาในช่วงของการฝึกหมา

ซึ่งถ้าเจ้าของหมาทำตามคำแนะนำของครูฝึกหมาแล้ว อย่างช้าไม่เกิน 1 อาทิตย์ หมาที่ว่าเคยมีนิสัยห่วยแตก เห่าหนวกหู ดื้อ ไม่เชื่อเจ้าของ จะสามารถกลับมาเป็นหมาที่นิสัยดีและเชื่อฟังเจ้าของได้


แต่ก็มีหมาฉลาด ๆ ที่แม้เจ้าของไม่ต้องสอน ไม่ต้องฝึก หมาฉลาดมันจะรู้ได้เองว่า เมื่อใดควรเห่า เมื่อใดควรเงียบ

อย่างเช่น เวลาเจ้าของพาคนแปลกหน้าเช่น ช่างประเภทต่าง ๆ หรือเพื่อนเจ้าของบ้านเข้ามาในบ้าน หมาดีหมาฉลาดจะเห่าแค่พอเป็นพิธี พอให้รู้ว่า ข้าคือหมาเฝ้าบ้าน ข้าเป็นเจ้าถิ่นแห่งนี้

แต่พอมันเห็นว่าเจ้าของรู้จักคุ้นเคยกับผู้ที่มาด้วย เจ้าของมีอาการเป็นมิตรกับผู้ที่มาด้วย หมาดีหมาฉลาดก็จะหยุดเห่าอย่างเร็ว และจะไม่เห่าคน ๆ นั้นอีก หากคน ๆ นั้นเดินตามลำพังในบ้าน

แต่ถ้าเป็นหมาโง่ หมาจัญไร แม้เห็นว่าเจ้าของพาคนเข้ามาในบ้าน หมาโง่มันก็จะเห่าแบบไม่ยอมหยุดง่าย ๆ หรือหากคน ๆ นั้นเป็นช่างเดินออกมาลำพังในบ้าน หมาโง่ก็จะยิ่งเห่าหนักเข้าไปอีก




ผมอยากจะบอกคนรักหมาทั้งหลายว่า การที่หมามันรักคุณ เชื่อฟังคุณ ซื่อสัตย์ต่อคุณ เพราะหมาเห็นคุณเป็นจ่าฝูงของมัน หรือเจ้านายของมัน มันก็จะจงรักภักดีกับคุณยิ่งกว่าชีวิตของมันเสียอีก

ที่เขาว่าหมาซื่อสัตย์ คือซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมันหรือคนที่เลี้ยงดูมันเท่านั้น หมาไม่ได้ซื่อสัตย์กับคนทุกคน อันนี้คุณควรต้องเข้าใจไว้ก่อน

และหมาไม่ได้มองเจ้าของว่า เจ้าของคือพ่อแม่พี่น้องหรือญาติของมันเลยนะครับ อันนี้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาและสัญชาติญาณของหมาอ่านดูได้ (คลิกอ่านจิตวิทยาหมา)

ส่วนหมาที่ดื้อ ไม่เชื่อฟังเจ้าของ เหตุเพราะเจ้าของหมาเลี้ยงอย่างตามใจมันมากเกินไป หมามันก็จะดื้อ เพราะมันจะไม่เห็นว่าคุณคือจ่าฝูงของมันหรือเจ้านายของมัน แต่หมามันมองคือลูกฝูงของมันนั่นเอง

ดังนั้นการเลี้ยงหมาที่ถูกต้อง ก็คือ ต้องทำตัวให้เป็นเจ้านายของหมา ไม่ใช่เป็นขี้ข้าของหมา

------------

ผู้ใหญ่รุ่นโบราณเคยสอนผมว่า หมาที่เห่าไม่รู้จักเวลาร่ำเวลา มักแสดงถึงเจ้าของหมานั้น ก็จะเป็นคนปากไม่ดี ชอบซุบซิบนินทาผู้อื่น

จะจริงหรือไม่ ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล


แต่ที่แน่ ๆ เจ้าของหมาที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม และมีความเกรงอกเกรงใจเพื่อนบ้าน เขาจะไม่ปล่อยให้หมาเห่าหนวกหูเพื่อนบ้านแน่นอน

แม้เพื่อนบ้านบางคนจะนิสัยดี จะเกรงใจไม่กล่าบ่นว่าความหนวกหูของหมาของเพื่อนบ้านก็ตาม แต่โดยมารยาท ผู้ที่เลี้ยงหมาควรจะรู้เองว่า หมาเรามีนิสัยสันดานเป็นอย่างไร

หมาของเรามันเห่าเสียงดังหนวกหูหรือไม่ ?

เพราะในสังคมคนกรุงเทพ มักอยู่ในบ้านจัดสรรที่ปลูกติด ๆ กัน เสียงเห่าของหมาขนาดใหญ่จะดังและหนวกหูมาก ยิ่งหากเห่าไม่หยุดหย่อน เห่าแบบโง่ ๆ ในตอนที่เพื่อนบ้านจะนอนหลับพักผ่อน ก็จะเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านอย่างมาก

หรืออย่างตามคอนโดบางแห่ง ห้ามเลี้ยงหมา แต่ดันมีคนแอบเลี้ยง แล้วตอนเจ้าของไม่อยู่บ้าน หมามันก็เห่าทั้งวันประหนึ่งเห่าหาพ่อมันให้รีบกลับบ้านเร็ว ๆ

แต่คนข้างห้องกลับมานอนหลังออกกะ ต้องนอนไม่หลับ เพราะมีหมาข้างห้องเห่ารบกวน

"การนอนไม่พอ เป็นทุกข์อย่างมากของคนทุกคน"

ยิ่งยุุคนี้ ผู้คนทำงานเป็นกะ บางครั้งต้องมานอนกลางวัน บางครั้งก็ต้องมานอนตอนเย็น หากมีหมาข้างบ้านที่โง่ เห่าไม่รู้เวร่ำเวลา เห่าไม่บันยะบันยัง เห่าหอนหาพ่อมันได้ทั้งวันแบบไร้เหตุผล

แบบนี้ก็อาจทำให้เพื่อนบ้านกลายเป็นศัตรูกันก็เป็นไปได้


ผู้เลี้ยงหมามักชอบคิดไปเองว่า เรารักหมา หมาเห่าไม่เห็นจะหนวกหูเลย นั่นคือความคิดเข้าข้างตนเอง เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว ที่คิดไปเองว่า เพื่อนบ้านเขาไม่หนวกหูหรอก เขาคงรักหมาเราเหมือนกันนั่นแหละ

ผมจำได้ว่า เมื่อไม่นานมานี้เอง เคยมีข่าวเพื่อนบ้านกันฆ่ากันตายเพราะหมาเห่าหนวกหูมาแล้ว


ยิ่งบ้านใดมีเด็กเล็กที่ต้องนอนมาก ๆ เสียงหมาเห่าก็จะทำให้เด็กเล็กตกใจตื่นร้องไห้งอแงได้ ทำให้เด็กพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เด็กป่วยง่าย ต่อไปจะกลายเป็นเด็กชอบงอแง และจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงยากมากขึ้นเพราะสิ่งแวดล้่อมจากมลภาวะทางเสียงกระทำให้เด็กกลายเป็นแบบนั้น


หรือถ้าบ้านใดมีคนแก่ คนป่วย ซึ่งควรได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ หากได้พบมลภาวะทางเสียงก็อาจทำให้ล้มป่วยลง หรืออาการโรคเป็นมากขึ้น

โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ หากข้างบ้านมีหมาเห่าเสียงดัง ก็จะทำให้กระทบต่ออาการของผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างมาก เพราะผู้ป่วยโรคหัวใจจะตกใจง่าย  ยิ่งเมื่อตกใจแล้วจะหัวใจเต้นเร็วและแรง และไม่หายง่าย ๆ และจะทำให้นอนหลับต่ออีกยาก หรืออาจหลับอีกไม่ได้เลย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยพักผ่อนน้อย ย่อมจะเป็นอันตรายต่ออาการโรคหัวใจ ซึ่งจะทำให้อาการโรคกำเริบได้งายขึ้น


หมาที่เห่าหนวกหูรำคาญแก่เพื่อนบ้าน ย่อมทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจ จนอาจกร่นด่าไปถึงเจ้าของหมา ซึ่งจะไปเป็นมงคลต่อเจ้าของหมาแน่นอน

เช่น หลายคนพอโมโหเสียงหมาเห่าหนวกหู อาจสบถว่า "พ่อมึงตายห่ารึไง (หมายถึงเจ้าของหมา) เห่าหาพ่อมึงอยู่ได้"

ซึ่งการที่มีคนด่า แม้จะไม่ด่าให้ได้ยินตรง ๆ ก็ตาม ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเจ้าของหมาแน่ ๆ เพราะการถูกคนอื่นด่า ย่อมไม่ใช่สิ่งเป็นมงคลเลย


ฉะนั้น จงนำหลักใจเขามาใส่ใจเรา อย่าเห็นแก่ตัวรักหมาจนไปทำความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ๆ เพราะมันเป็นการสร้างบาปกรรม

ผลแห่งบาปกรรมที่ไปสร้างความรบกวนให้คนอื่น ก็จะตกแก่เจ้าของหมาเอง อาจทำให้ไปตัดรอนความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ หรืออาจซวยติดขัดในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตได้ เป็นต้น

การเลี้ยงหมา รักหมา แม้จะได้บุญจากการเลี้ยงสัตว์ แต่ก็เทียบไม่ได้กับการทำบาปกรรมสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ๆ เพราะการทำบาปแก่คน เป็นบาปกรรมที่หนักกว่าได้บุญจากการเลี้ยงหมา

ฉะนั้น คนรักหมาต้องรู้จักสั่งสอนหมาครับ อย่าตามใจหมาจนหมาเสียนิสัย แต่ถ้าไม่รู้วิธีสอนที่ถูกต้อง ก็ควรส่งไปให้คนที่เขารู้ฝีกสอนให้ ไม่ใช่เลี้ยงแบบไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมครับ


คลิกอ่าน คนเลี้ยงหมาระวังได้บาป



วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทำไมคนไทยรู้ว่าหวยรัฐบาลล็อคได้ แต่ก็ชอบเล่นเหมือนเดิม







เคยมีนักวิชาการได้ไปสำรวจกันว่า คนไทยเชื่อว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ หวยรัฐบาล ล็อคได้หรือไม่ ?

คำตอบก็คือ คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า หวยรัฐบาลสามารถล็อคเลขรางวัลได้จริง ๆ

แล้วพอถามต่อไปว่า เมื่อเชื่อว่าหวยรัฐบาลสามารถล็อคได้ ซึ่งหมายถึงมีการโกง แล้วทำไมถึงยังชอบเล่นหวยทั้งบนดิน และหวยใต้ดินอีก

คำตอบที่ได้คืออะไรรู้ไหมครับ ?

คนเล่นหวยที่เชื่อว่า หวยรัฐบาลสามารถล็อคได้ ตอบว่า ก็ชอบที่จะทาย ชอบเก็งตัวเลข และลุ้นว่า งวดนี้ไอ้คนล็อคหวย มันจะเลือกล็อคเลขอะไรน่ะสิ

อ้าวเป็นงั้นไป !!

ดังนั้นช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีอำนาจ จึงมีคนเล่นหวยจำนวนมาก เชื่อว่า รัฐบาลชั่วชอบล็อคหวยที่เลขทะเบียนรถยิ่งลักษณ์ เพื่อสร้างกระแสนิยมให้ยิ่งลักษณ์ทางอ้อมว่า เป็นผู้หญิงที่โชคดี เป็นตัวเงินตัวทองนำโชคให้ประชาชนรวยตาม ๆ กัน

แต่พอเลขทะเบียนรถยิ่งลักษณ์ออกบ่อยมาหลายงวด ก็เลยเริ่มจะไม่ออก เพราะเกรงว่า กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะขนาดความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ดังนั้น ช่วงหลัง ๆ ก็เลยไม่ค่อยมีคนสนใจจ้องจดเลขทะเบียนรถยิ่งลักษณ์สักเท่าไหร่นัก

จนเมื่อยิ่งลักษณ์ได้รับคะแนนนิยมตกลง เพราะปัญหาทางการเมืองรุมเร้า โดยเฉพาะปัญหาโกงชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว

ทีมงานชั่ว ๆ ของรัฐบาลก็เลยต้องหาทางเรียกเรตติ้งคืนให้ยิ่งลักษณ์สักหน่อย ด้วยลูกไม้ควาย ๆ เช่นเดิมคือ หวยยิ่งลักษณ์แม่น ๆ

จึงสร้างสถานการณ์ให้ยิ่งลักษณ์แกล้งหกล้มหลังลงจากรถตู้ เพื่อเรียกร้องความสนใจของผู้คน

และให้นักข่าวในเครือระบอบชินวัตร ซึ่งรู้กัน ๆ อยูว่าเครือไหน ปล่อยข่าวทันทีว่า ให้จับจ้องจดทะเบียนรถยิ่งลักษณ์ให้ดี ๆ เพราะอาจมีเซอร์ไพร์สอีกงวด

ซึ่งก็ผลเป็นจริงตามคาด หวยล็อคทั้งบน ทั้งล่าง ตรงกับทะเบียนรถยิ่งลักษณ์ช่วงเดินทางไปเชียงใหม่ถึง 2 คัน (แต่เจ้ามือหวยก็ประมาทเจ๊งขาดทุนกันไปตามกัน)




คลิกอ่าน หวยรัฐบาล ล็อคได้จริงเหรอ ?


วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างจิตสำนึกผู้นำ ประธานสโมสรบาเยิร์น vs ทักษิณ







ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่เจริญแล้ว การหนีภาษี หลีกเลี่ยงภาษี ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก ๆ และไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

ทั้ง ๆ ที่ภาษีรายได้ที่เก็บในหลายประเทศเช่น ประเทศในสหภาพยุโรป จะมีอัตราภาษีที่สูงมาก ๆ ก็ตาม

แต่หน้าที่ประชาชนก็ต้องจ่ายภาษี เพราะถ้าไม่จ่ายภาษีด้วยการหลีกเลี่ยงภาษี จะกลายเป็นคนที่สังคมประณามในความฉ้อโกงและไม่รับผิดชอบในหน้าที่ แถมยังต้องรับโทษจำคุกอีกด้วย

อย่างกรณีประธานสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค ก็เจอคดีเลี่ยงภาษี จนเป็นข่าวมาหลายเดือน ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมัน ยังเคยเอ่ยปากว่า รู้สึกผิดหวังในตัวประธานสโมสรบาเยิร์นมิวนิค อย่างมาก

ตอนนี้คดีได้สิ้นสุดลงแล้วครับ และสิ้นสุดลงด้วยสปิริตและจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม

เพราะหากแถ ไม่ยอมสำนึกเร็ว ๆ เขาก็จะยิ่งมีภาพลักษณ์ที่แย่ในสายตาคนเยอรมันมากขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในสังคมได้ยากต่อไป

ทำให้ที่สุดแล้ว นายอูลี เฮอร์เนสส์ ประธานสโมสรบาเยิร์นมิวนิค ได้ประกาศขอรับผิดและไม่ต้องการอุทธรณ์คดีต่อไป ตามข่าวนี้จากไทยรัฐ



กล้าทำกล้ารับ!! 

"อูลี เฮอร์เนสส์" ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารทีม บาเยิร์น มิวนิก หลังจากถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปีครึ่งในคดีเลี่ยงภาษี และยืนยันจะไม่ขออุทธรณ์ลดโทษให้ตัวเอง...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 14 มี.ค.ว่า อูลี เฮอร์เนสส์ เปิดเผยว่า เขายอมรับโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน จากคดีหลีกเลี่ยงภาษี 27 ล้านยูโร (ราว 1,215 ล้านบาท) พร้อมขอลาออกจากตำแหน่งประธาน และ ผู้อำนวยการด้านธุรกิจของ สโมสร บาเยิร์น มิวนิก ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีกา ด้วย

อดีตตำนานนักเตะทีมชาติเยอรมนี กล่าวว่า "หลังจากได้ปรึกษากับครอบครัว ผมตัดสินใจยอมรับคำตัดสินของศาลมิวนิก ในคดีหนีภาษี นี่เป็นสิ่งที่ผมสมควรได้รับ เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว คดีหนีภาษี เป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม"

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เฮอร์เนสส์ วัย 62 ปี ยอมรับว่า ได้เลี่ยงจ่ายภาษีจริง ด้วยการเปิดบัญชีลับ ๆ กับธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการซื้อขายเก็งกำไรในตลาดทุน 

ซึ่งศาลได้ตัดสินให้จำคุกเขาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง แม้จะให้โอกาสอุทธรณ์ภายใน 7 วัน แต่ล่าสุด เฮอร์เนสส์ ก็เลือกไม่ขอต่อสู้คดีแต่อย่างใด.

-----------------------

ตัวอย่างพิธีกรอันดับชื่อดังของเกาหลีใต้ ประกาศพักงาน โทษฐานเลี่ยงภาษี

เมื่อ 2 ปีก่อน คังโฮดง พิธีกรรายการ Starking พิธีกรชื่อดังของเกาหลีใต้ ประกาศพักงานเพื่อลงโทษตัวเอง โทษฐานเลี่ยงภาษี


คังโฮดง พิธีกรรายการสตาร์คิง แถลงข่าวทั้งน้ำตา

คังโฮดง พิธีกรอารมณ์ดีวัย 41 ปี ซึ่งถูกกรมศุลกากรตรวจสอบบัญชีและสั่งให้เขาต้องเสียค่าปรับหลายร้อยล้านวอน เพราะไม่ได้ยื่นเอกสารรายได้ที่ต้องเสียภาษีให้ครบถ้วน

คังโฮดง แถลงข่าวขออภัยที่ทำให้หลายคนไม่สบายใจและผิดหวังต่อข่าวอื้อฉาวเรื่องภาษี 

เขากล่าวต่อไปว่า คนบันเทิงควรจะเป็นผู้ให้ความบันเทิงและความสุขแก่ผู้ชม แต่เมื่อผู้ชมดูแล้วไม่มีความสุข เขาก็จะพักงานวงการบันเทิงไปก่อน แต่ไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไร (สุดท้ายเขาหยุดงานไปประมาณปีกว่าๆ)

ที่ผ่านมามีชาวเกาหลีที่ใช้ชื่อว่า จุน ยื่นฟ้องคัง โฮ ดง ให้อัยการรัฐลงโทษตามข้อกล่าวหาที่เขาเลี่ยงภาษี

ส่วนรายการสตาร์คิง ที่คังโฮดง เป็นพิธีกร ตอนนี้ก็ยังฉายทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ทุกวันอังคาร เวลา 22.30 น. ใครไม่เคยดูลองดูครับ สนุกและฮาดี

-------------------------------

จิตสำนึกที่คนเป็นผู้นำ หรือคนเป็นบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม ที่ต้องมีคือ ทำผิดแล้วต้องกล้ายอมรับผิด สังคมจึงจะยอมให้อภัย

แต่นักการเมืองไทยส่วนใหญ่หายากมากที่จะกล้าออกมายอมรับผิดที่ตัวเองได้กระทำ

ยิ่งทักษิณ ชินวัตร คน ๆ นี้ทำผิดชัดเจนแต่ก็พยายามจะแถ และยุยงให้สังคมแตกแยกเพื่อปกป้องความผิดของตนเอง

การที่ทักษิณนำทรัพย์สินไปซุกในต่างประเทศ ในรูปนอมินี ก็เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอย่างหนึ่ง

โดยเฉพาะการขายหุ้นกลุ่มชินวัตร ก็อาศัยอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองใช้ผีช่วยโม่แป้ง ทำผิดให้เป็นถูกเพื่อจะเลี่ยงภาษีขายหุ้นชิน


คลิกอ่าน การโกงระดับพื้นฐานของทักษิณ

คลิกอ่าน รัฐบาลหน้าด้านยิ่งลักษณ์ vs นักการเมืองญี่ปุ่นหน้าบาง


วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประวัติ รองเท้านันยาง รองเท้าไทยแท้จริงเหรอ






ประวัติรองเท้านันยาง 

นันยาง คือ ผู้ผลิตรองเท้าคุณภาพ โดยแรกเริ่มเราสั่งผลิตภัณฑ์นี้จากประเทศสิงค์โปร์เข้ามาจำหน่าย เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2489 ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี..

จากนั้นนายห้างวิชัย ซอโสตถิกุล จึงขอซื้อกรรมวิธีการผลิตจากสิงคโปร์ และก่อตั้งบริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2496 โดยใช้ชื่อ นันยาง “ตราช้างดาว”

สำหรับที่มาของคำว่า “นันยาง” นั้นมาจาก “หนำเอี๊ย” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งในภาษาจีนกลางจะออกเสียงว่า “หนันหยาง” แปลว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อมาถึงในบ้านเรา บริษัทฯ จึงเรียกทับศัพท์ภาษาจีนเป็น “นันยาง” ให้เรียกชื่อสินค้าได้ง่าย ดูเป็นคำไทยยิ่งขึ้น และมีคำที่มีความหมายอยู่ด้วย คือ "ยาง" เพราะเป็นรองเท้าเจ้าแรกและเจ้าเดียวในทวีปเอเซียที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติแท้ 100% ทำให้มีคุณภาพดี ทนทานต่อการใช้งาน และสามารถใส่เดินได้มากกว่า 1,000,000 ก้าว

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


ประวัตินันยาง ผมลอกมาจากเว็บนันยาง

---------------------

แต่จากประวัตินันยาง ผมว่ามีแทม่ง ๆ นิดหน่อยคือ เมื่อทางนายห้างนันยางได้ซื้อกรรมวิธีผลิตจากสิงคโปร์ แล้วทำไมถึงอ้างว่าเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในอาเซียนที่ผลิตรองเท้าจากยางพาราแท้ 100 %

เจ้าแรกที่ทำได้มันควรเป็นสิงคโปร์ทำก่อนไม่ใช่เหรอ แสดงว่า นายห้างวิชัยได้ซื้อลิขสิทธิ์ยี่ห้อนันยางจากสิงคโปร์มาด้วยน่ะสิ ถึงได้กล้าอ้างว่าเป็นเจ้าแรกในอาเซียน

แต่เอาเถอะ ประเด็นนั้นชั่งมัน แต่ที่แน่ๆ ถิ่นกำเนิดรองเท้านันยางไม่ใช่ไทยแน่นอน แต่มาจากสิงคโปร์ชัดเจน เพราะบริษัทนันยางยังบอกเอง

ฉะนั้นสรุปว่า รองเท้านันยางกำเนิดที่สิงคโปร์ แต่มาดำรงชีวิตต่อในไทย

การเกิดที่ใด ก็แสดงว่า เป็นคนชาตินั้น แต่มาเปลี่ยนสัญชาติเป็นไทยภายหลัง

แปลความง่าย ๆ ว่า นันยางไม่ใช่รองเท้าไทยแท้ครับ แต่เป็นลูกครึ่งสิงคโปร์


แต่รองเท้า PAN รองเท้าดังอีกยี่ห้อแต่อยู่ในเครือสหพัฒน์ ตอนนี้มีอันเจ๊งไปแล้ว ด้วยสาเหตุจากพิษค่าแรง 300 บาทครับ


วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

เมื่อ อบจ.อ่างทอง ช่วยให้ชาวนาอ่างทองฉลาดขึ้น








ข่าวหรือสารคดีอะไร ที่ผมดูแล้ว รู้สึกดีใจที่สุด

ทุกครั้งที่ได้ดูข่าวหรือสารคดี หรือสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับชาวนาที่หันมาทำเกษตรพอเพียง เกษตรอินทรีย์ เกษตรสวนผสม ตามแนวทฤษฎีใหม่ แล้วมีฐานะดีขึ้น

ผมจะรู้สึกปลื้มใจ จนหลายครั้งผมน้ำตาไหลเพราะความตื้นตันใจ

หลายสารคดี หลายข่าวที่เห็นชาวนาร่ำรวยเพราะเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ผมดีใจแทนชาวนา ดีใจแทนในหลวง ที่ชาวนาไทยรู้ทันต้นเหตุแห่งความยากจนแล้ว

อย่างวันนี้ก็ได้ดูสกู๊ปข่าวทางไทยพีบีเอส ที่ อบจ.อ่างทอง ได้ช่วยให้ชาวนาอ่างทองรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ตามที่ อบจ.อ่างทอง ได้นำโครงการโรงเรียนชาวนามาสอนชาวนาทำนาแบบลดต้นทุน



เชื่อไหม เดี๋ยวนี้ชาวนาอ่างทองรู้ถึงขนาดบอกว่า ต่อไปจะเข้า AEC ถ้าต้นทุนข้าวไทยยังสูง ก็จะสู้ข้าวจากชาติอื่นไม่ได้

ชาวนายังบอกอีกว่า ข้าวไทยโดน EU ตรวจพบสารพิษเกินค่าถึง 50 ครั้ง ส่วนเวียดนามเขาโดนตรวจเจอแค่ 2 ครั้ง ซึ่งต่อไปถ้ายังเป็นแบบนี้ ข้าวไทยจะขายไม่ออกในตลาดโลก

ผมดีใจจริง ๆ ที่ชาวนาไทยทำตามแนวทางที่ในหลวงทรงสอน

ดีใจจริง ๆ

เชิญดูคลิป ความยาว 7 นาทีกว่า ๆ นี้ แล้วคุณจะดีใจเหมือนผม ที่ชาวนาไทยฉลาดขึ้น เพราะมีผู้นำองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนำพาชาวนาให้ฉลาดขึ้น




ถ้าชาวนาไทยเชื่อที่ในหลวงทรงสอน ชาวนาไทยเลิกเชื่อนักการเมืองที่ฮั้วกับพวกนายทุนเมื่อไหร่ ชาวนาไทยเลิกจนเมื่อนั้นครับ

ครูจากโรงเรียนชาวนา บอกว่า ที่ทุกวันนี้ชาวนาส่วนใหญ่ยากจนเพราะ ทำนาด้วยโทรศัพท์ ?? (นึกออกไหมหมายถึงอะไร?)

ทำให้ผมนึกถึงบทความเก่าบทความนึงเมื่อปี 52 ที่มีตัวอย่างของวงจรชีวิตชาวนาซ้ำซาก มีแต่หนี้ ในบทความเรื่อง "ทุนนิยมบริโภคหลอกใช้ชาวนาไทย" ตามลิงค์ด้านล่าง 

http://akelovekae.blogspot.com/2009/02/blog-post_4394.html

วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557

อุทาหรณ์เตือนใจ คดีนักศึกษาฆ่าพ่อแม่และน้อง







"ถ้าไม่มีแม่สักคนบนโลกนี้ ชีวิตกูคงมีความสุข" ฆาตกรฆ่าพ่อแม่น้องคงคิดแบบนี้

อาจเพราะแม่เข้มงวดเรื่องเรียน แถมแม่ยังขวางไม่ให้พ่อซื้อรถนิสสันเทียน่าให้ทั้ง ๆ ที่เอนติดมหาลัยแล้ว เพราะแม่กลัวลูกจะติดผู้หญิงจนละเลยการเรียน

หรือลูกอาจเคยพาผู้หญิงมาค้างที่คอนโด แม่เลยติดกล้องวงจรปิดที่คอนโดเพื่อตรวจดูพฤติกรรมลูกชาย

(หรือบางทีแม่อาจจะคิดระแวงไปเองก็ได้ และความไม่ไว้ใจลูกของแม่ คือเรื่องที่น่าเสียใจที่สุดของลูก)

พอมีแฟน ค่าใช้จ่ายเยอะ ขอเงินเดือนแม่เพิ่ม แต่แม่ไม่ให้ เลยรู้สึกโกรธ

ค่านิยมวัตถุนิยม มีรถขับเท่ มีสาวเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ความฝันแบบวัยรุ่นอเมริกันนิยม ที่เด็กไทยอยากเลียนแบบ

แต่เด็กไทยลิมไปอย่างว่า พระเอกในหนังวัยรุ่นอเมริกัน พระเอกจะทำงานหาเงินเอง ซื้อรถเอง และพระเอกต้องขับรถเก่า ๆ ส่วนตัวร้ายต่างหากที่ขับรถสปอร์ตหรู และไม่ทำงาน

วัยรุ่นไทยยังไม่มีงานทำ แต่อยากมีรถ ไว้อวดสาว

นี่แหละความผิดพลาดของสังคมบริโภคนิยมวัตถุในวันนี้

--------------------

ข้อคิดถึงบรรดาพ่อแม่ทั้งหลาย

หวังให้ลูกเป็นคนดี ดีกว่าหวังให้ลูกเป็นคนเรียนเก่ง การกดดันลูกให้เป็นอย่างที่เราต้องการ คือการทำร้ายจิตใจลูกที่รุนแรงมาก

เมื่อลูกเป็นคนดีแล้ว ลูกจะเรียนเก่งเอง เพราะคนดีย่อมมีความรับผิดชอบในหน้าที่

แค่ลูกเราเป็นคนดี นั่นแหละดีที่สุดแล้ว

ขอให้จำไว้ว่า

ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการที่พ่อแม่ลูกได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกแล้วล่ะครับ

-------------------

การฆ่าพ่อแม่ คือ การกระทำปิตุฆาตและมาตุฆาต ซึ่งมีนรกอเวจีรออยู่แล้วแน่นอน !!



วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

อาถรรพ์ที่ทำให้เครื่องบินมาเลย์สูญหายไร้ร่องรอย







คำเตือน โปรดใชิวิจารณหย่อน ในการเสพข้อมูลนี้ 555

คือถ้าไม่เจอเครื่องบินมาเลเซียที่สูญหายไปจริง ๆ มีกรณีเดียวที่ผมเดาไว้นะ คือหลุดเข้าประตูมิติอื่นไปแล้ว

ที่เรียกว่า ช่องว่างแห่งกาลเวลา




สภาพก็คือ เครื่องบินและผู้โดยสารลำนั้น จะเดินทางในอีกมิติหนึงที่ไม่รู้วันจบสิ้น คือเวลาหยุดตลอดกาล เครื่องบินจะบินแบบนั้นไปตลอดกาล ผู้โดยสารก็จะไม่รู้ตัวว่า ตัวเองอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ที่เดินทางไม่สื้นสุด เพราะเวลาจะหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่หิว ไม่แก่ เชื่อเพลิงก็ไม่หมด ผู้โดยสารก็จะกระทำกิริยาเดิม ๆ ซ้ำอยู่อย่างนั้นไปตลอดกาล

คาดว่า อายุขัยของผู้โดยสารจะจบลงในเวลาเดียวกัน การเดินทางที่เหมือนไม่จบสิ้นก็จะจบลงในที่สุด

คล้ายกับคนโดดตึกฆ่าตัวตาย ก็จะเป็นวิญญาณที่กระโดดตึกฆ่าตัวตายซ้ำ ๆ แบบนั้นไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัยจริง

หรือบางที อาจอีก 10 ปี 20 ปี ข้างหน้าหรืออาจนานกว่านั้น เครื่องบินลำนี้อาจจะโผล่ออกมาจากช่องว่างแห่งกาลเวลา แล้วบินไปลงจีนเหมือนเดิม โดยที่คนบนเครื่องไม่รู้ตัวเลยว่า พวกเขาหายไปนานหลายสิบปี

----------------

รายงานจากหน่วยสืบราชการลับ ๆ ล่อ ๆ รายงานว่า

เครื่องบินของมาเลเซียที่สูญหายอย่างไร้ร่องรอยนั้น คาดว่า เพราะหลงเข้าสู่สามเหลี่ยมอีโง่ ในอ่าวไทยช่วงรอยต่อน่านน้ำไทยเขมร

เหตุเพราะพลังลึกลับที่เคยอยู่ที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ได้เคลื่อนที่มาที่อ่าวไทยแทนเพราะแกนโลกเอียงเพิ่มขึ้น และจากสภาวะโลกร้อน

เราเรียกสามเหลี่ยมอาถรรพ์ที่เกิดใหม่นี้ว่า สามเหลี่ยมอีโง่ หรือ หลุมดำยิ่งลักษณ์ ครับ

555/@akecity


--------------------

พอผมเขียนบทความนี้จบ ก็มีเพื่อนทางเฟสบุ้คส่งรูปนี้มาให้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

ขอบคุณรูปจากคุณ Bom Bom

เหลือเชื่อ!! ข่าวตั้งแต่ปี 2536 เคยมีพูดถึงเรื่องนี้แล้ว


แต่ถ้าผมเป็นหน่วยงานราชการลับไทยที่รักชาตินะ ผมจะแกล้งเขียนใบปลิวไปปล่อยที่มาเลเซียให้ทั่วว่า

"ถ้าพวกมึงไม่หยุดสนับสนุนโจรแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ไทย พวกมึงจะเจอกรณีเครื่องบินสูญหายอีกแน่นอน"

รับรองไอ้มาเลเซียชั่ว มันจะหนาวแน่นอน


คลิกอ่าน รวมบทความแฉตัวการใหญ่ปัญหาโจรใต้


วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

โอ๊ค ฝากเงินกองทุนช่วยชาวนาตั้ง10ล้านบาทแบบเอาเงินคืน








ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ธกส. ได้เปิดกองทุนช่วยเหลือชาวนาเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าใบประทวนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีปัญญาจะจ่าย ทั้ง ๆ ที่เอาข้าวชาวนาไปหลายเดือนแล้ว

กองทุนช่วยเหลือชาวนามี 3 แบบคือ

1. บริจาคเงินให้กองทุน แบบให้เปล่าไม่รับเงินคืน

2. แบบฝากเข้าบัญชีชื่อตัวเอง แต่ไม่รับดอกเบี้ย และจะได้รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดโครงการ

3. แบบฝากเข้าบัญชีชื่อตัวเอง แต่รับดอกเบี้ยเท่าฝากออมทรัพย์ และจะได้รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดโครงการ

และแล้วโอ๊ค พานทองแท้ ก็ได้โอกาสนำเงินไปฝากเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาในกองทุนแบบที่ 2 คือ ฝากเงินแต่ไม่รับดอกเบี้ย แต่รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดโครงการ

โดยโอ๊คไปฝากเงิน 10 ล้านบาท ที่ ธกส. สาขาจตุจักร ซึ่งได้โพสข้อความและรูปตามนี้

"ต้องการช่วยเหลือชาวนา "ได้บุญเยอะจัง สตังค์อยู่ครบ" แถมได้ดอกเบี้ย
ต้องนำเงินไปสมทบทุนกับ "กองทุนช่วยเหลือชาวนา" ของ ธกส. ครับ"

คลิกที่รูปเพื่อขยาย



คลิกที่รูปเพื่อขยาย


เอ้า เสื้อแดงจงกราบองค์ชายอีโอ๊ค โอรสของเจ้ามูลเมืองแห่งอาณาจักรล้านาด่วน (ล้านาที่ไม่ใช่ล้านนา) ที่โคตรใจบุญฝากเงินแบบเอาเงินคืน อ้างเพื่อช่วยชาวนา

แต่ที่โครงการที่พ่อมันคิด ได้ทำลายตลาดข้าวไทย และโกงค่าใบประทวนชาวนามาหลายเดือน จนชาวนาผูกคอตายไปหลายคนนั้น

โอ๊ค มันก็ทำได้แค่ฝากเงิน10ล้านบาทเข้ากองทุนแบบที่ 2 เท่านั้น

สุดยอดเลยโอ๊ค โกงแสนล้านแต่ไม่บริจาคเงินให้ชาวนาเลยสักบาท 555

แต่โอ๊ค ไม่ต้องห่วงไปว่าจะไม่ได้บริจาค เพราะพระพุทธะอิสระไอ้ช่วยบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยชาวนาในนาม โรงแรมเอสซี ปาร์ค โรงแรมของโอ๊ค ให้แล้วล่ะนะ

----------------

พระพุทธะอิสระ บริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยชาวนา

ที่เพจหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสรูปใบฝากเงินเข้า กองทุนช่วยชาวนา (แบบบริจาค) ตามข้อความและรูปตามนี้

"อนุโมทนา

หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำเงินจำนวน 105,000 บาท บริจาคเข้าบัญชี "กองทุนช่วยเหลือชาวนา" กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในนามของ โรงแรม เอส ซี ปาร์ค โดย พระพุทธะอิสระ

ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่เคยได้รับจากโรงแรม เอส ซี ปาร์ค เป็นค่าชดเชยในการยกเลิกการเข้าพักของพี่น้องชาวนา ตามที่เคยเป็นข่าวเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 120,000 บาท โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ให้แก่พี่น้องชาวนามามาโดยตลอด

สาธุ อนุโมทนา กับ โรงแรม เอส ซี ปาร์ค... คุณได้ทำบุญใหญ่แล้วล่ะ เงินของคุณไม่เคยสูญเปล่า"

หลวงปู่พุทธะอิสระ
7 มีนาคม 2557

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


สาธุ !!


คลิกอ่าน ผู้ฝากเงินเข้ากองทุนช่วยชาวนา กลายเป็นคนทำบาป ?

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

ที่แท้ กองทุนช่วยชาวนา ธกส. คือ กองทุนช่วยรัฐบาลขี้โกง








กองทุนช่วยรัฐบาลขี้โกง ของ ธกส. 

กองทุนช่วยเหลือชาวนาของ ธกส. เอาเข้าจริงมีคนบริจาคให้ชาวนาจริง ๆ แค่ 1 ล้านกว่าบาท ตามรูป




กองทุนที่บริจาคให้ชาวนาแบบไม่ขอรับเงินคืนเลย ในแบบที่ 1 ที่มียอด 11 ล้านกว่าบาท (เป็นเงิน ธกส. บริจาคตั้งต้นให้ 10 ล้านบาท)

อีก 1 ล้านกว่าบาท เป็นคนใจบุญบริจาคแบบให้เปล่าไปเลย ซึ่งผู้ใจบุญเหล่านั้นก็ไม่ใช่พวกเสื้อแดง เพราะเขาแอบมาบุญแบบเงียบ ๆ 

เพราะถ้าเป็นไอ้พวกเสื้อแดงมันต้องทำบุญเอาหน้า!! ตามสันดานของพวกฟายแดง
(ส่วนที่เห็นแบบไม่มีผลตอบแทน 100 กว่าล้านบาทนั้น เป็นเงิน ธกส.ตั้งต้นให้ 100 ล้านบาท)

เสื้อแดงทั้งแผ่นดินมันหายหัวไปไหนหมด แค่บริจาคเงินช่วยชาวนายังไม่มีปัญญาเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการทำลายชาติของรัฐบาลของพวกมึงแท้ ๆ


แม้แต่ไอ้ บก.ลายจุด ก็แค่ไปฝากเงิน 5 แสนบาท แบบไม่เอาดอกเบี้ย แต่ครบกำหนดก็เอาเงินคืน เหอะ ๆ มันอ้างว่า เอาทุนการศึกษาลูกมาฝาก เลยบริจาคแบบให้เปล่าไม่ได้ ถุย !!

เห็นรึยังครับ เอาเข้าจริงพวกเสื้อแดงที่ถือว่ามีส่วนในการเลือกรัฐบาลที่มีโครงการชั่ว ๆ ทำลายชาติหลายแสนล้านบาท มันก็ไม่ยอมควักเนื้อของมันจริง ๆ อยู่ดี

แต่ทำเป็นไปฝากเงินเพื่อเอาหน้านั่นแหละ

ส่วนไอ้ตระกูลเหี้ยจนชิน ล่ะ?

กำนันสุเทพเดินหาเงินช่วยชาวนาวันเดียวยังได้เงินมากกว่าเลย หรือโจ นูโว เล่นคอนเสิร์ตแป๊บเดียวได้ไป 4 ล้านบาท ให้ชาวนาไปทุกบาทแบบไม่ขอรับเงินคืน เพียงแต่พวกเราไม่สนับสนุนให้เอาเงินประชาชนไปช่วยรัฐบาลที่โกงค่าจำนำข้าวชาวนา

ใครก่อหนี้ ใครโกง ก็ต้องชดใช้เองสิวะ พวกชั่วมัยชอบอ้างชาวนาบังหน้าอีกแล้ว

แต่มายาคติตอนนี้ได้หลอกคนโง่ว่าคือ กองทุนช่วยชาวนา แต่ความจริงมันคือ กองทุนช่วยรัฐบาลขี้โกง หาเงินไปจ่ายค่าใบประทวนต่างหาก ไม่งั้นไอ้ บก.ลายจุด ไม่เสร่อออกไปสร้างภาพหรอก

ดีนะ ไอ้พวกรัฐบาลชั่วแม่งโกงกินกันจนอิ่มแปร้ แล้วมาหลอกให้ประชาชนไปออกเงินจ่ายค่าใบประทวนแทนพวกมัน

อย่างเศรษฐา ศิระฉายา , อำพล ลำพูน ก็หลงเชื่อในกองทุนมายาคติลวงตา หลงเป็นเหยื่อไปฝากเงินแบบไม่เอาดอกเบี้ย เพราะคิดว่าได้ช่วยเหลือชาวนา

ไอ้พวกตระกูลชินวัตร มันยังไม่โง่ไปบริจาคเงินเลย

----------------

อนาถพวกโกงไม่ออกหน้า ธกส.ต้องขอบริจาคเอง

คลิกที่รูปด้านล่างเพื่ออ่านข่าว อนาถ! รัฐค้างจ่ายจำนำข้าว ธกส.ต้องถือกล่องบริจาคระดมทุนช่วยชาวนา



ทุเรศจริง ๆ พวกชั่วมันโกงจำนำข้าวไป สุดท้าย ธกส. ต้องไปเดินขอเงินบริจาคช่วยชาวนาเอง

ทำไมไม่ให้อีปู ไอ้เต้น ไอ้ยรรยง ไอ้บุญทรง ไอ้นิวัฒน์ธำรง ไอ้โต้ง ไปเดินถือกล่องเรี่ยไรล่ะ ไอ้ตัวการตัวโกงไม่ไปเดินเอง ทุเรศว่ะ


คลิกอ่าน บก.ลายจุด ไปบอกโอ๊ค ตั้งกองทุนชินวัตรรับซื้อใบประทวนสิวะ


วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

ข้าวค้างโกดังจำนำของรัฐบาลคืองูเห่าแว้งกัดชาวนา







ตอนนี้ชาวนาที่ไปขายข้าวนาปรัง ต้องขายในราคาตันละ 6 พันบาทเท่านั้น

สาเหตุก็เพราะโครงการจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ที่ยังเหลือค้างหลายล้านตันในโกดัง ก็คือ สาเหตุหนึ่งที่ฉุดให้ราคาข้าวรุ่นใหม่ที่ชาวนานำไปขายต้องถูกกดราคาตามไปด้วย

เพราะผู้ค้าข้าวเขาถือว่า ประเทศไทยตอนนี้มีปริมาณข้าวล้นประเทศ ถ้าพ่อค้าข้าวหรือโรงสีรับซื้อข้าวจากชาวนาราคาดีเกินไป หากข้าวในโกดังรัฐถูกปล่อยขายออกมา ราคาข้าวในตลาดก็จะต้องตกอยู่ดี ตามหลักสินค้ามีมากเกินความต้องการ ราคาสินค้าย่อมตกลง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

พูดง่าย ๆ ก็คือ ข้าวที่เหลือในโกดังรัฐ คือคู่แข่งที่ออกมาตัดราคาข้าวรุ่นใหม่ที่ชาวนาจะนำไปขายในปีนี้นั่นเอง

โครงการจำนำข้าวตันละหมื่นห้าของยิ่งลักษณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ต้นทุนทุกอย่างในการปลูกข้าวสูงขึ้นตามไปหมดทุกตัว ทั้งค่าแรงงาน ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ทั้งค่ายา ทั้งค่าปุ๋ย ทั้งค่าเช่าที่ดิน รวมทั้งค่าเกี่ยวข้าว

ต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้นหมด แต่ชาวนากลับขายข้าวได้แค่ตันละ 6 พันบาท นั่นก็เท่ากับว่า ทำไปก็เหมือนขาดทุนไม่คุ้มกับที่ลงทุน

แต่จะไปว่าผู้ค้าข้าวก็คงไม่ได้ เพราะราคาข้าวเขมรก็ราคาประมาณ 6 พันกว่าบาทเช่นกัน แต่ต้นทุนการปลูกข้าวของเขมรกลับต่ำกว่าต้นทุนของชาวนาไทยมาก

ถ้าชาวนาคิดจะปลูกข้าวเพื่อขาย ก็ต้องยอมรับกลไกตลาดด้วยว่า ถ้าข้าวไทยแพงกว่าข้าวจากชาติอื่น ๆ มาก ๆ ผู้ค้าข้าว ผู้ส่งออกข้าวของไทยเขาก็จะขายข้าวไม่ออก

ในเมื่อข้าวราคาตกแบบนี้ แล้วจะไปปลูกข้าวเชิงเดี่ยวอยู่ทำไม

ชาวนาไทยต้องกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม กล้าที่จะลองทำเกษตรวิถีธรรมชาติที่ลดการใช้ยาและปุ๋ยเคมีลง จนถึงขั้นเลิกใช้ไปเลย

ตอนนี้ข้าวหอมมะลิไทยกำลังหอมน้อยกว่าข้าวหอมจากต่างชาติ เพราะข้าวไทยใช้ยา และปุ๋ยเคมีมากเกินไป ยิ่งใช้เคมีในนามากเท่าไหร่ ค่าความหอมของข้าวหอมมะลิก็จะลดลง ไม่หอมมากเหมือนแต่ก่อน

รู้ไหม ตอนนี้ในสหรัฐอเมริกา ข้าวหอมเขมรกลายเป็นข้าวหอมที่เริ่มขายดีเป็นที่นิยมมากขึ้นแล้ว เพราะเขาว่าข้าวหอมเขมรตอนนี้อร่อยและหอมกว่าข้าวหอมของไทย


คำถามโง่ ๆ ของ บก.ลายจุด







บก.ลายจุด นี่ดูเหมือนจะฉลาดนะ แต่ความจริงมักโชว์โง่เป็นประจำ

อย่างล่าสุด บก.ลายจุด ชอบที่จะถามว่า ทำไมไม่เลือก สว. กับ สส. ในวันเดียวกัน เสียดายงบจัดเลือกตั้ง

เหอะ ๆ ถามโง่ ๆ นะ บก.ลายจุด ทีโครงการจำนำข้าวเสียหายหลายแสนล้าน เสือกไม่เสียดายนะมึง ไอ้ลายด่าง

แล้วไม่รู้เหรอว่า พวกเสื้อแดงน่ะมันโง่ ฟายแดงส่วนใหญ่มันยังแยกไม่ออกเลยว่า สส. กับ สว. มีหน้าที่ต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร

เอาแค่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ กับ สส.แบบแบ่งเขต พวกฟายแดงมันยังไม่รู้เลยว่า เวลาเลือก สส. ทั้ง 2 แบบ ต้องใส่บัตรเลือกตั้งกล่องไหน?

คุณภาพของประชาธิปไตยไทยมันต่ำมาก ก็ขนาดคนระดับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก นายหญิงของพวกฟายแดง มันยังใส่บัตรเลือกตั้งให้ถูกกล่องไม่ได้เลย แล้วยังจะเสร่อมาบอกว่า จะขอตายคาสนามประชาธิปไตยอีก ตายแบบโง่ ๆ ล่ะสิ

ถามว่า สนามประชาธิปไตย คืออะไร ?

เชื่อไหม เดี๋ยวยิ่งลักษณ์มันคงตอบว่า คือการเลือกตั้งแหง ๆ แบบนี้คงเรียกว่าโง่สมบูรณ์แบบ

แล้วนับประสาอะไรกับพวกฟายแดงทั้งแผ่นดิน จะมีสักกี่ตัวที่รู้ว่า ยิ่งลักษณ์โง่เรื่องอะไรมาบ้าง

ฉะนั้น ถ้าอยากให้เลือก สส. และ สว. วันเดียวกัน ก็ไปบอกให้ยิ่งลักษณ์เลิกโง่ก่อนเถอะ

เอ๊ะ แล้วทำยังไงยิ่งลักษณ์ถึงจะเลิกโง่ได้ล่ะ ?

5555



วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

เสื้อแดงตัดไฟ ร.พ.ที่สิงห์บุรี เหตุไม่ปลดป้ายไปเอารัฐบาลโกง






ป้ายไม่เอารัฐบาลโกงประชาชน  ที่ติดอยู่หน้าสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี คงหนักหัวไอ้พวกฟายแดงมาก มันเลยมาข่มขู่ให้ปลดป้ายนี้ออก



เมื่อเช้า 3 ก.พ. 57 ข่าวมติชนออนไลน์ ได้รายงานว่า เสื้อแดงสั่งให้สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรีปลดป้ายไม่เอารัฐบาลโกงออกไป

ไม่เช่นนั้นเสื้อแดงจะใช้มาตรการตัดน้ำตัดไฟ ตามข่าวนี้



ซึ่งทางสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ยืนยันว่าจะไม่ปลดออก เพราะถือว่าเป็นสิทธิในการแสดงออกในการต่อต้านปัญหาการคอรัปชั่น จึงทำให้พวกเสื้อแดงได้ตัดไฟจริง ๆ ตามรูปและข่าวนี้




แดง ระยำ !! ตัดไฟ รพ. หลังจาก ผอ.ไม่ยอมปลดป้าย !!

ส่วนตำรวจ (ยืนพิงรถสีแดง) คอยคุ้มครองเหี้ยแดงตัดไฟ

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน ข่าวว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. จ.สิงห์บุรี ได้แบ่งกำลังเป็น 2 ทีม เพื่อปิดล้อมสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี และ โรงพยาบาลท่าช้าง ของ จ.สิงห์บุรี โดยเรียกร้องให้ รพ.ปลดป้ายต้านความรุนแรง

ด้าน ผอ.รพ. ไม่ยอมปลดป้าย ล่าสุดแกนนำ นปช. จึงประกาศยกระดับกดดันด้วยการตัดไฟโรงพยาบาล ส่งผลให้ไฟฟ้าในโรงพยาบาลดับลงสนิท ขณะที่โรงพยาบาลใช้เครื่องปันไฟ

เครดิต # พลังประชาชน โค่นล้มระบบทักษิณ

----------------------

นี่หรือประชาธิปไตย ?

อีปูจะอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตยเหี้ย ๆ ของเสื้อแดงแบบนี้เหรอ ?

ตัดไฟโรงพยาบาลเนี่ยนะ เสื้อแดงมันถ่อย สถุล จริง ๆ

พวกมึงควรออกไปจากประเทศไทยที่งดงามซะ ไอ้พวกถ่อยแดง !!

-----------------

ศัพท์แสลงของเสื้อแดง

หมวดเจี๊ยบ แปลว่า ตอแหล
ยิ่งลักษณ์ แปลว่า โง่
ทักษิณ แปลว่า เหี้ย

คิดจะเป็นเสื้อแดงได้ ต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการคือ
1.ต้องหมวดเจี๊ยบ
2.โชว์ยิ่งลักษณ์
3.มีสันดานทักษิณ

ถึงจะเป็นเสื้อแดงได้ 555


วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

เสนอใช้ ปัญญายิ่งลักษณ์ แทนคำว่า ปัญญาอ่อน







จากข่าว

นายภาวิช ทองโรจน์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รณรงค์ให้สังคมไทยเลิกใช้คำว่า "ปัญญาอ่อน" ซึ่งเป็นคำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น ศธ.เลิกใช้คำว่าปัญญาอ่อนมานานแล้ว

ส่วนคำอื่นๆ ที่เสนอให้เปลี่ยนไปใช้คำอื่นนั้น ยังคิดไม่ออกว่าควรใช้คำไหนดี?

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศธ.ได้พยายามทำเรื่องต่างๆ เพื่อคนพิการ ฉะนั้น หากเพิ่มเรื่องการเปลี่ยนคำอื่นมาใช้แทนคำเหล่านั้น เพื่อให้ฟังรื่นหูขึ้น ก็เป็นเรื่องดี ทั้งนี้ คงต้องลองเสนอดูว่าจะใช้ได้หรือไม่ แต่ที่สุดราชบัณฑิตคงต้องเป็นผู้พิจารณาบัญญัติ

-------------------

ใช้ ปัญญายิ่งลักษณ์ รื่นหู ไม่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

งั้นผมขอเสนอให้ใช้คำว่า ปัญญายิ่งลักษณ์ แทนคำว่า ปัญญาอ่อน

เพราะ ยิ่งลักษณ์ มาจากชื่อของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย แต่เป็นนายกฯ ที่มีสติปัญญาเลิศที่สุดในปฐพี 555

การใช้คำว่า ปัญญายิ่งลักษณ์ ถือเป็นการให้เกียรติยิ่งลักษณ์ได้มีชื่อปรากฏเป็นคำในภาษาไทยตลอดไป

แถมยังถือว่า เป็นการให้เกียรติผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา อย่างเช่น อาการดาวน์ซินโดรม ตลอดจน ออทิสติก ได้ภูมิใจว่า ได้ใช้ชื่อนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยมาใช้แทนคำว่า ปัญญาอ่อน ที่มีลักษณะดูถูกดูหมิ่นความเป็นมนุษย์

ถ้าใช้คำว่า ปัญญายิ่งลักษณ์ แทน คงทำให้ความรู้สึกดีกว่าใช้คำว่า ปัญญาอ่อนเป็นแน่แท้ครับ




เด็กออทิสติก "ผม ผม ว่า ถ้าใช้ปัญญายิ่งลักษณ์ ผม ผมว่า ผมขอใช้ปัญญาอ่อนอย่างเดิมดีกว่าครับ

ทำไมล่ะ ?

เด็กออทิสติก "เพราะ เพราะ ผมว่า ยิ่งลักษณ์เธอโง่มาก โง่มาก มากกว่าคนปัญญาอ่อนอีกครับ"

งั้นใช้คำว่า ปัญญา นปช. แทนดีไหม ?

เด็กออทิสติก "ไม่ ไม่ ไม่เอานะครับ ถึงพวกผมจะฉลาดไม่มาก แต่ แต่พวกผมไม่ทั้งเลวและโง่เหมือนพวก นปช. นะครับ"

55555555555



วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

ยิ่งลักษณ์คิดล้มเจ้าแบ่งแยกประเทศก่อนใครๆ







ช่วงนี้เรื่องฮิตที่เป็นกระแสตอนนี้คือ แบ่งแยกประเทศ

แล้วคุณเชื่อหรือไม่ ยิ่งลักษณ์ก็เคยคิดล้มเจ้าและแบ่งแยกประเทศมาแล้วเช่นกัน

ถ้าไม่เชื่อหรือจำไม่ได้ ผมจะเตือนความจำให้



ยิ่งลักษณ์คิดล้มเจ้าของมาเลเซีย ?

เพราะยิ่งลักษณ์เคยเรียกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้เป็นถึง ประธานาธิบดีมาเลเซีย (แสดงว่ายิ่งลักษณ์จะให้มาเลเซียมีประธานาธิบดีแทนกษัตริย์)





ยิ่งลักษณ์เคยคิดแบ่งแยกประเทศออสเตรเลีย ?

เพราะยิ่งลักษณ์เคยยกให้นครซิดนีย์ เมืองใหญ่ในออสเตรเลียให้เป็นประเทศซิดนีย์ 555



-------------------

ขำขัน

หญิงอ้อล้อ "โอ๊ค แม่ถูกคนเป่านกหวีดใส่กลางห้างน่ะลูก"

โอ๊ค "ไม่ต้องห่วงครับแม่ เดี๋ยวผมจะแก้แค้นคืนให้แม่แน่นอน"

หญิงอ้อล้อ "จะแก้แค้นยังไงล่ะ"

โอ๊ค "ผมจะส่งกองกำลังติดอาวุธไปยิงถล่มบ้านแม่ของมันคืนทันทีเลยครับ"

หญิงอ้อล้อ "ดีมากลูกรัก"

หลังจากนั้น ก็มีเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มบ้านพักหญิงศศิมา แต่ว่า

หญิงอ้อล้อ "โอ๊ค แม่ของคนเป่านกหวีดใส่แม่ เขาโทรมาขอโทษแม่แล้วลูก"

โอ๊ค "เห็นไหมครับ แค่โอ๊คสั่งขี้ข้าไปถล่มบ้านมันหน่อยเดียวคงจะกลัวรีบมาขอโทษเลยล่ะสิ"

หญิงอ้อล้อ "แต่แม่ว่าเขาไม่กลัวนะ เพราะเขาโทรมาบอกแม่ว่า ขอโทษ คิดว่าแค่ยิงถล่มบ้านแค่นี้คิดว่าจะกลัวเหรอ"

โอ๊ค ??!!


/@akecity