วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

เหตุผล ทำไมประเทศไทยถึงได้เป็นประธาน G77







การที่ไทยได้เป็นประธานกลุ่มประเทศ G77 ผมก็ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางหรอกว่า ทำไมไทยถึงได้เป็น

แต่การจะได้เป็นประธานกลุ่มประเทศต่าง ๆ หรือเป็นประธานองค์กรต่าง ๆ ในสหประชาชาติ ยังไง ๆ มันต้องมีการวิ่งเต้นหรือล็อบบี้ยิสต์กันแบบสุด ๆ แน่นอน

แต่ถึงขนาดวิ่งเต้นจนได้คะแนนเสียงท่วมท้นจากทุกชาติเนี่ย ต้องถือว่า ไม่ธรรมดา อะฮ่า ไม่ธรรมดา

ประเทศเล็ก ๆ แถมยังปกครองด้วยเผด็จการรัฐประหาร ถูกมหาอำนาจตะวันตกหาเรื่อง แถมมีปัญหาหมักหมมรุมเร้าภายในประเทศมากมายที่รอการแก้ปัญหา ทั้งมีศึกนอกศึกในที่จ้องหาเรื่องรัฐบาล คสช. รวมถึงคนไทยหนักแผ่นดินพยายามหาเรื่องรัฐบาล คสช.ให้อยู่ไม่สุข

จึงไม่มีทางที่รัฐบาล คสช. จะวิ่งเต้นจนได้คะแนนเสียงท่วมท้นขนาดนี้ได้ จนถึงขั้นไม่ค่อยมีเวลาจะไปวิ่งเต้นด้วยซ้ำ

ดังนั้น ผมว่า การที่ประเทศไทยได้เป็นคะนนเสียงท่วมท้น มันต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง รวม ๆ  กัน เช่น

1. ประเทศส่วนใหญ่ในโลก เขาคงเบื่อมหาอำนาจเสือกไปทุกเรื่องอย่างสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเบื่ออียูที่คอยเป็นลูกคู่สหรัฐฯ ตลอด มหาอำนาจที่ชอบแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศอื่น ๆ ไปซะทุกเรื่อง จนเกิดปัญหาวุ่นวายไม่รู้จบในโลกใบนี้

จนเขาเชื่อกันว่า ปัญหาความวุ่นวายขัดแย้งในโลกนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมีสหรัฐอเมริกาชักใยอยู่ทั้งสิ้น

ประเทศกลุ่ม G77 ก็เลยช่วยกันโหวตให้ประเทศไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. เป็นประธาน G77 ไปซะเลย เอาสะใจ เป็นเสมือนขอเป็นขบถกับมหาอำนาจแบบอ้อม ๆ


2. ยักษ์ใหญ่ อย่าง จีน อินเดีย ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่ม G77 ด้วย รวมถึง รัสเซีย ญี่ปุ่น ที่ตอนนี้เป็นมิตรที่ดีของไทยในตอนนี้ อาจช่วยวิ่งเต้นหาคะแนนให้ไทยด้วย


3. ประเทศในอาฟริกาหลายประเทศแทบทุกประเทศ รู้จักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะมีผู้นำประเทศ และนักวิชาการจากอาฟริกาเดินทางมาดูการเกษตรแบบพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และมาดูงานทดลองเกษตรในพระตำหนักสวนจิตรลดา ตลอดทั้งปี


4. คล้าย ๆ กับว่า รัฐบาล คสช. กล้ายืนหยัดไม่เป็นเบี้ยล่างให้สหรัฐอเมริกา และอียู ง่าย ๆ ก็เลยถูกใจประเทศต่าง ๆ ไปด้วย

และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เราไม่รู้

แต่ที่แน่ ๆ ผมว่า สหรัฐอเมริกาติดตามกระแสรัฐบาล คสช. มาโดยตลอด แล้วคงรู้ตัวว่า กระแสรัฐบาล คสช. ในประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่เขายอมรับรัฐบาล คสช. เป็นอย่างดี ทำให้สหรัฐอเมริกาก็เลยต้องลดท่าทีที่เคยแข็งกร้าวต่อรัฐบาล คสช. ลง


แต่อย่างไรก็ตาม การที่ไทยได้เป็นประธาน จี77 ในคราวนี้ ถือว่า ช่วยบอกอะไรได้หลายอย่าง ก็คือ ประเทศ 133 ประเทศ รวมถึงบางประเทศที่อยู่นอก จี77 เช่น รัสเซีย ญี่ปุ่น ทุกประเทศเหล่านี้ไม่ต่อต้านรัฐบาล คสช. แถมยังยอมรับรัฐบาล คสช. เป็นอย่างดี

ประเทศในโลกมี 193 ประเทศ แต่มีอย่างน้อย 133 ประเทศที่สนับสนุนไทย นั่นแสดงว่า เสียงส่วนใหญ่ในโลก เขายอมรับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

-------------

พวกเสื้อแดง ต่างหากที่คิดคดชอบแบ่งชนชั้น รวย จน 

พอประเทศไทยได้เป็นประธาน G77 บรรดาพวกเสื้อแดง นปช. จากทั่วโลกที่มีจำนวนกระจิดริด ก็แก้ขายหน้า แก้เก้อ แก้หน้าแหก ที่หวังจะเห็นพลเอกประยุทธ์ กลายเป็นตัวตลกในสหประชาชาติ แต่กลับต้องผิดหวัง !!

พวกเสื้อแดงก็เลยออกมาแก้หน้าแหก ด้วยการดูถูกประเทศในกลุ่ม G77 ว่า ประเทศไทยได้เป็นประธานกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา เป็นประธานประเทศยากจน มันภูมิใจนักเหรอ ?? 

เฮ่อ... ไหนว่า เสื้อแดงรักความเท่าเทียมกัน ไม่ดูถูกแบ่งแยกชนชั้น ไม่ดูถูกผู้ที่ด้อยกว่า ยากจนกว่าไง ?

แต่ที่แสดงความเห็นมานั้น กลับเป็นพวกเสื้อแดงเองนั่นแหละ ที่ดูถูกคนอื่น ดูถูกประเทศอื่น ๆ แถมเยาะเย้ยถากถางว่า เขาด้อยพัฒนา

ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ถึงสภาวะจิตใจที่ต่ำของเสื้อแดงอีก

ก็คงปล่อยให้โง่ในกะลาแดงต่อไป ถ้าไม่ยอมออกจากกะลาแดงไปศึกษาหาความรู้ว่า ที่จริงแล้วประเทศกลุ่ม G77 คืออะไรกันแน่ ??





คลิกอ่าน ที่มาที่ไป กว่าจะไทยได้เป็นประธานจี 77


วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

พลเอกประยุทธ์ ระวังสหรัฐอเมริกามันอาจเลวกว่าที่คิด






คือ อยู่ ๆ ผมก็เสือกคิดเรื่องที่ไม่ควรคิด ผมถึงใช้คำว่า เสือก

สิ่งที่ผมคิดก็คือ ผมกลัวสหรัฐอเมริกามันจะใช้แผนการเลว ๆ แบบที่เราคาดไม่ถึง

นั่นคือ หลอกให้พลเอกประยุทธ์ไปพูดที่สหประชาชาติ แถมมีรางวัล ผู้นำดิจิตอล มาล่ออีกด้วย

แล้วพอพลเอกประยุทธ์ ไปถึงสหรัฐอเมริกาจริง ๆ ตำรวจUSA มันก็เข้าจับกุมท่านนายกฯ ประยุทธ์ทันที โดยอ้างว่า นี่คือการจับคุกผู้นำเผด็จการ ที่ทำลายประชาธิปไตยในประเทศไทย

เพราะการไปเยือนสหรัฐอเมริกาคราวนี้ของพลเอกประยุทธ์ เป็นการเรียนเชิญของสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นผู้เชิญ 

โหย !! พอผมคิดไปไกลขนาดนี้ ผมรู้สึกหนาวขึ้นมาทันทีเลยครับ

สมมุติว่า สหรัฐอเมริกามันใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วจับกุมพลเอกประยุทธ์จริง ๆ ขึ้นมาล่ะ รัฐบาล คสช.จะทำอย่างไร ??

ในเมื่อผมคิดแบบหนังฮอลลีวู้ดไปแล้ว ผมก็เลยต้องคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน

เช่น กองทัพไทยต้องบุกล้อม หรือ ติดตามคนในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยไว้ทุกคน ไม่ให้รอดสายตา

อย่างเช่น วันที่นายกฯ ประยุทธ์ เดินทาง ทหารไทยควรไปอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยโดยรอบสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยทันที

แล้วเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ทหารต้องติดตามคุ้มกันตลอดเวลาที่ท่านเดินทางเข้า-ออกสถานทูต

คือ ถ้าท่านนายกฯ ลุงตู่ โดนสหรัฐอเมริกาจับกุมจริง ๆ เราก็จับกุมคนในสถานทูตสหรัฐอเมริกาในไทยทุกคนเช่นกัน

ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่ปล่อยตัวท่านนายกฯ ของไทยเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ทางไทยเราก็จะให้คนของสถานทูตสหรัฐอเมริกาทุกคน อดข้าว อดน้ำ จนกว่านายกฯ ประยุทธ์ จะเดินทางมาถึงไทยอย่างปลอดภัย

เฮ้ย.. ผมนี่คิดมากฟุ้งซ่านไปไกลเลย หวังว่า มันคงเป็นแค่ความฟุ้งซ่านเท่านั้น อย่าเป็นเรื่องจริงล่ะ ไม่ง้้น เรื่องใหญ่



มันแปลกอยู่อย่าง คือ คนไทยในสหรัฐอเมริกา ที่เกลียดระบอบทักษิณนั้นมีมากมายจริง ๆ

ไอ้พวกเสื้อแดง นปช. ยูเอสเอ น่ะเหรอ มีปริมาณแค่ขี้เล็บตีนเท่านั้น

ข่าวล่าสุดจากสายข่าวคนไทย USA รักนายกฯ ประยุทธ์ ได้รายงานมาว่า

หลายวันมานี่ ระหว่างที่ อีปวิน รอประท้วงท่านนายกฯ อยู่ในอเมริกานานหลายวัน ว่ากันว่า ตอนนี้อีปวินตูดบาน จนแทบนั่งเก้าอี้ไม่ได้เลยครับ 555


ภาพถ่ายเมื่ออีปวิน พบ ตั้วเฮีย ที่เยอรมัน เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน


คลิกอ่าน ปวิน ยืนยัน ทักษิณไม่ได้วางระเบิดราชประสงค์


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

"อุยกูร์" ประยุทธ์ กะ สมยศ พูดคนละเรื่องเดียวกัน






เมื่อพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ออกมายอมรับว่่า เหตุระบิดที่ราชประสงค์ เหตุจากความโกรธแค้นที่ไทยส่งชาวอุยกูร์ไปให้ทางการจีน 109 คน

โดยพลตำรวจเอกสมยศ กล่าวว่า "เหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ เกิดจากที่ทางการประเทศไทยไปทำลายธุรกิจการค้ามนุษย์ของขบวนการ จนไม่สามารถทำการได้ต่อ พูดง่ายๆเป็นการพังธุรกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เป็นเหตุของการโกรธเคือง เหตุที่เกิดแยกราชประสงค์กับที่สถานทูตไทย ประจำประเทศตุรกี เป็นเรื่องเดียวกัน

ขบวนการเคลื่อนย้ายมนุษย์มีต้นทางที่ประเทศไทยปลายทางที่ประเทศตุรกี จึงมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อต้นทางถูกทำลายปลายทางต้องโกรธแค้น 

ส่วนการส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คน กลับไปยังประเทศจีน เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้มีส่งไปที่ประเทศจีนประเทศเดียว บางส่วนส่งไปประเทศตุรกี ส่วนทำไมต้องส่งไปประเทศจีนและประเทศตุรกี เพราะคนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวตุรกีต้องส่งไปประเทศตุรกี ส่วนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวจีนต้องส่งกลับประเทศจีน ตามหลักกฎหมายสากลเรื่องนี้รัฐบาลไทยปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอน"


มขอสรุปที่ ผบ.ตร. พูดถึงก็คือ ขบวนการค้ามนุษย์ หรือ ธุรกิจค้ามนุษย์ ที่มีต้นทางอยู่ในไทยและมีปลายทางในตรุกี  พวกมันโกรธแค้นทางการไทยที่ไปตัดช่องทางทำมาหากินของพวกมัน มูลเหตุจากกรณีไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปให้ทางการจีน

--------------------

ส่วนพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กลับบอกว่า "เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันต้องมีคนออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง เป็นได้ทั้ง 3 เรื่อง ทั้งอาชญากรรมธรรมดา ขบวนการค้ามนุษย์ และถ้าเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้จีน ต้องมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไร เพราะจะมาบังคับรัฐแบบนี้ไม่ได้ เราดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแล้วส่งกลับประเทศบ้านเกิด ต่อไปใครมาบ้านเราแล้วให้ส่งไปที่อยากไป วันนั้นบ้านเราจะกลายเป็นชุมทางการค้ามนุษย์ จะผิดจะถูกไปสอบที่ต้นทาง มาตำหนิตนอย่างเดียวไม่ถูก"


รุปคือ ขบวนการที่วางระเบิดราชประสงค์ ที่พลเอกประยุทธ์ พูด จะคนละความหมายกับที่ ผบ.ตร. พูด

เพราะ ผบ.ตร. ท่านหมายถึง เหตุระเบิดราชประสงค์เกิดจากขบวนการค้ามนุษย์ในไทยและในตรุกี พวกมันโกรธแค้นที่ทางการไทยไปตัดช่องทางทำมาหากินของพวกมัน เพราะชาวอุยกูร์ 109 คนที่ทางการไทยส่งตัวกลับจีนไปนั้น จะต้องมีบางส่วนเป็นลูกค้าของพวกมัน

ส่วนพลเอกประยุทธ์ เข้าใจไปอีกทางว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คนกลับให้ทางการจีน อาจเป็นเหตุให้เกิดการวางระเบิดราชประสงค์จากความไม่พอใจของขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ เพราะถ้าเป็นผลงานของขบวนการแบ่งแยกดินแดงซินเจียง อุยกูร์ ก็น่าจะมีคนออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบไปแล้ว


คือ พลเอกประยุทธ์ จึงพูดคำว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีน คนละความหมายกับ พล.ต.อ. สมยศ

นั่นคือ ผบ.ตร. พูดในความหมาย ขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ในไทยและในตรุกี ไม่พอใจที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีน จึงเท่ากับตัดทางทำมาหากินของพวกมัน

ส่วน นายกฯ ลุงตู่ พูดถึงในบริบท ขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ อาจไม่พอใจ

ซึ่งความจริงในตอนนี้ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ ยังไม่เคยแถลงการณ์ว่า ไม่พอใจรัฐบาลไทยเลย

------------------

ส่วนขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ เขาไม่เคยประกาศตัวเป็นขบวนการผู้ก่อการร้าย เพราะเขายังต้องการเป็นขบวนการที่มีนานาชาติให้สนับสนุน เพื่อต่อต้านรัฐบาลจีน

หากขบวนการแบ่งแยกซินเจียงอุยกูร์ กลายเป็นขบวนการผู้ก่อการร้ายเต็มตัวเมื่อไหร่ ก็เท่ากับไปเปิดทางให้ทางการจีนมีเหตุผลอันชอบธรรมในการกวาดล้างขบวนการแบ่งแยกดินแดงได้ง่ายขึ้น

----------------------

ที่จริงผมเคยเขียนในหลายบทความแล้วว่า ตัวการวางแผนระเบิดแยกราชประสงค์จริง ๆ เป็นคนไทยหน้าเหลี่ยมจรจัดคนหนึ่งคือ จอมบงการ

ไอ้หน้าเหลี่ยมมันได้อาศัยจังหวะที่ทางการไทยมีปัญหาเรื่อง อุยกูร์ อยู่กับหลายชาติ ก่อการวางระเบิดในใจกลางย่านธุรกิจไทย เพื่อทำลายเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวไทย

แล้วมันก็เลยติดต่อขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ที่กำลังสูญเสียผลประโยชน์จากธุรกิจค้ามนุษย์ในไทย ให้กระทำการก่อเหตุรุนแรงในไทยขึ้น

ไอ้คนไทยหน้าเหลี่ยม ได้ประโยชน์จากทำลายความสุขคนไทย หลังวันกิจกรรมไบค์ฟอร์มัม เพียง 1 วัน

ส่วนขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ได้ประโยชน์จากการแก้แค้นทางการไทยที่ทำลายช่องทางหากินของพวกมัน แถมได้เงินค่าจ้างจากไอ้หน้าเหลี่ยมอีก

ส่วนพวกมือวางระเบิดพวกนี้ ซึ่งอาจเป็นชาวตรุกีอุยกูร์ หรือไม่ก็ตาม พวกมันก็ได้มารับจ๊อบวางระเบิดในไทย  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ แต่อย่างใด

แต่ก็นั่นแหละ การที่ว่าจ้างขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ ไปจนถึงมือระเบิดที่อาจเป็นชาวตรุกี หรือ ชาวอุยกูร์ เอง

เหตุทั้งหมด มันยากที่จะสาวไปถึงจอมบงการไอ้หน้าเหลี่ยม คนนั้น

ขนาดทางการไทย แถลงการณ์ว่า จับกุมพวกขบวนการวางระเบิดราชประสงค์มาได้หลายวันแล้ว ลูกชายไอ้จอมบงการตัวจริง ที่ว่าจะให้รางวัลนำจับ 7 ล้านบาทแก่เจ้าหน้าที่ไทย ก็ยังทำโง่งกต่อไป


คลิกอ่าน ระเบิดแยกราชประสงค์เหมือนกับระเบิดที่เกาะสมุยตรงไหน

คลิกอ่าน ผบ.ตร.สมยศ บอกใบ้ ใครอยู่เบื้องหลังวางแผนระเบิดราชประสงค์


วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

นายกฯจากรัฐประหารโง่ vs นายกฯจากการเลือกตั้งโง่







มันคงเป็นความเก็บกดของเหล่าบรรดาคนรักยิ่งลักษณ์ที่เก็บกดมานาน เพราะในยุคที่ยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทยนั้น เธอได้โชว์โง่หลายเรื่องแบบจะจะ ชัดเจนไปทั่วโลก

เช่น การอ่านตัวเลขสลับระหว่างหลักหมื่นกับหลักแสน หรือจะเป็นประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ และพฤติกรรมโชว์โง่ อื่น ๆ อีกมากมาย จนประชาชนจำแทบไม่หวัดไม่ไหว

ด้วยเหตุนี้บรรดาเสื้อแดง และบรรดาคนรักยิ่งลักษณ์ทั้งหลาย ก็เลยเก็บความแค้นเรื่องโชว์โง่ของยิ่งลักษณ์ไว้ในใจหลายเรื่อง

แล้วเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล มาเป็นรัฐบาล คสช. รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร หรือ รัฐบาลเผด็จการทหาร นั้น

คราวนี้บรรดาเสื้อแดง และคนรักยิ่งลักษณ์ ก็เลยได้โอกาสระบายความแค้นที่เก็บกดมานานในเรื่องความโง่ของยิ่งลักษณ์ เอามาแก้แค้นที่นายกฯ ประยุทธ์ ทันที

คือ เท่าที่ผมดูหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาของ นายกฯ ประยุทธ์

ผมว่า นายกฯ ประยุทธ์ แค่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ และการพูดจาแบบนายทหารที่ใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาจนเคยชิน แล้วนายกฯ ประยุทธ์ก็นำการพูดแบบนั้นมาใช้การการตอบโต้ผู้สื่อข่าวด้วย

แน่นอน การพูดจาแบบไม่ควบคุมอารมณ์ย่อมมีเหตุให้ถูกจับผิดได้ง่าย หรือบางทีแกลังพูดเล่น ๆ ไอ้พวกที่จ้องจะจับผิด ก็จะเอามาเล่นมาล้อ หรือเอามาด่านายกฯ ประยุทธ์ว่า ผู้นำเผด็จการคนนี้โง่ เจตนาก็เพื่อจะแก้แค้นแทนยิ่งลักษณ์ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามด่าว่า โง่ มานานร่วม 3 ปี


อย่างเช่นเรื่อง เอายางพาราไปขายดาวอังคาร ซึ่งนายกฯ ประยุทธ์ก็พูดประชดในทำนองที่ว่า ยางพาราราคาแพงตามที่เรียกร้องนั้น มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเอาไปขายดาวอังคาร ซึ่งใครฟังก็รู้ว่านายกฯ ประยุทธ์พูดประชด และหวังเอาฮาด้วย

แต่แค่เรื่อง เอายางไปขายดาวอังคาร ก็ทำให้พวกเสื้อแดงก็กระดี๊กระด๊าเอามาประชดมาล้อ มาด่า มาโยงอีกในหลาย ๆ เรื่อง เพื่อจะด่าว่า นายกฯ ประยุทธ์ โง่

ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว นายกฯ ประยุทธ์ไม่ได้โง่อย่างที่พวกเสื้อแดงหรือพวกคนรักยิ่งลักษณ์ พยายามยัดเยียดให้เป็น

เรื่องที่พวกเสื้อแดงฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด เพื่อจะหาทางด่าประชดนายกฯ ประยุทธ์ว่า โง่ นั้นยังมีอีกหลายเรื่อง พวกนี้มักเป็นประเภท อ่านแต่พาดหัวข่าว แล้วก็รีบด่าแบบโง่ ๆ โดยไม่ได้อ่านเนื้อหาข่าวเลย

ซึ่งผมเองก็เคยเขียนบทความด่าพวกเสื้อแดงที่โง่ ๆ แบบนี้ไว้ในหลายบทความ


รุปง่าย ๆ ก็คือ การที่นายกฯ ประยุทธ์โง่ มันเป็นแค่เปลือก  ที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามหยิบยกมาโจมตี แบบเอาฮากันเองในกะลาแดงนั่นแหละ 

ส่วนกรณียิ่งลักษณ์โง่ มันเป็นความโง่แบบลึกถึงเนื้อใน DNA ของยิ่งลักษณ์เลย ที่ไม่ว่าจะยกเรื่องไหนมาเล่า ก็ยังฮากระจาย จนพวกเสื้อแดงยังเถียงไม่ออกทั้งสิ้น

พูดง่าย ๆ ว่า กรณีประยุทธ์แค่โง่หลอก ๆ  แต่กรณียิ่งลักษณ์คือโง่แท้ 100 %


ส่วนนักวิชาการที่ชอบด่านายกฯ ประยุทธ์ว่า โง่ เห็นมีขาประจำหลัก ๆ อยู่ 2 คนคือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กับ ปวิน ชัชวาลพงษ์พันธ์ 

แน่นอน พวกนี้ย่อมหาทางจับผิดแม้เรื่องขี้ประติ๋วมาด่านายกฯ อยู่แล้ว ซึ่งพอผมอ่านแล้ว ผมกลับมองว่า สองคนนี้กลายเป็นโชว์โง่เองซะมากกว่า

แต่ก็นั่นแหละ ทั้งหงอกเจียมและปวิน จะพยายามด่านายกฯ เผด็จการคนนี้โง่มากสักเพียงใดก็ตาม ก็ด่าไปเถอะ อยู่เมืองนอกจะปากดียังไงก็คงไม่มีใครไปห้าม


ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า นายกฯ จากรัฐประหาร แปลว่า ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลย ตรงตามที่พวกนักวิชาการฝ่ายแดงบางคนชอบอ้างนั่นแหละ

ในเมื่อนายกฯ ที่มาจากรัฐประหาร จะโง่ ก็ไม่แปลก เพราะประชาชนไม่ได้เลือกให้มาเป็นนายกฯ นี่หว่า

แต่ไอ้พวกคนที่เคยเลือกยิ่งลักษณ์ มาเป็นนายกฯ นี่สิ ผมว่า คนพวกนี้มันโคตรโง่เลยครับ

ก็ในเมื่อเป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งมันโง้ โง่ ก็แสดงว่า เพราะมีประชาชนโง่ ๆ ที่เลือกนายกฯ โง่ ๆ ให้มาบริหารบ้านเมือง แสดงว่า ประชาชนพวกนี้มันต้องโง่บรมโง่ โง่ยกกำลัง 10 เลยครับจริงไหม ฮ่า ๆๆ

(แต่ในความจริง นายกฯ รัฐประหารกลับฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์จนแทบจะนำมาเทียบกันไม่ได้เลย)

--------------------



สรุปเลยนะ

นายกฯ เผด็จการรัฐประหาร ถ้ามันจะโง่ก็เรื่องของมันสิ เพราะประชาชนไม่ได้เลือกมันให้เข้ามาทำงานนี่หว่า ถ้าโง่นักเดี่ยวก็จบไม่สวยเอง แต่ถ้าเกิดฉลาดก็ถือเป็นโชคดีของประเทศชาติและประชาชน

แต่ไอ้นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งที่กลับโง้ โง่ ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีนายก ฯ นี่สิ ยิ่งแสดงว่า ประชาชนที่เลือกนายก ฯ โง่ เข้ามา แม่ง เป็นประชาชนที่โคตรโง่สุด ๆ  เลย จริงไหม 5555

ฉะนั้น ทั้ง ปวิน และ สมศักดิ์เจียม ล้วนโง่ยิ่งกว่ายิ่งลักษณ์ ทั้งสิ้น 





ที่จริงกรณียิ่งลักษณ์ไปไกลเกินคำว่า โง่ เธอเป็นพวกไม่มีสมองต่างหาก เพราะสมองของเธอถูกสั่งให้หยุดใช้งาน แล้วให้ทำตามคำสั่งชองพี่ชายหน้าเหลี่ยมเท่านั้น


วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

ตำรวจเบ่งกินฟรี vs ทหารเรือเมาแล้วขับ จนเด็กถูกตัดขา







่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวดังที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก ก็คือ ตำรวจ ยศ พ.ต.ท. เบ่งกินอาหารฟรี จนถึงขั้นทำร้ายพนักงานในร้านจนบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาทางผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท. ตำรวจนายนี้ ก็ได้สั่งให้ตำรวจนายนี้ถูกออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายตำรวจคนดังกล่าว

คำว่า ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หมายถึง การสั่งให้ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางวินัยรุนแรงและกระทำผิดคดีอาญา ถูกให้ออกจากตำแหน่งและขาดจากเงินเดือน จนกว่าการสอบสวนและการดำเนินคดี

แปลง่าย ๆ คือ เมื่อถูกออกจากราชการก็จะไม่มีเงินเดือน ในระหว่างถูกสอบสวนและดำเนินคดี

ตำรวจเบ่งกินฟรี ทำร้ายพนักงานเสิร์ฟ ถือว่า ผิดวินัยร้ายแรง และกระทำผิดทางอาญา การถูกออกจากราชการไว้ก่อนนั้นถือว่า ชอบแล้ว

----------------------

ส่วนกรณีทหารเรือนายหนึ่ง เมาแล้วขับซิ่งไปจนคนจนบาดเจ็บสาหัส เช่น

กรณีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 58 จ่าเอก สมเกียรติ อมรมุกดากุล อายุ 29 ปี สังกัดกองเรือยุทธการ ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 6032 ระยอง ชน นางปราณ อายุ 46 ปี ในสภาพแขนและขาข้างขวาหัก และ ด.ญ.ปทิตตา อายุ 4 ปี บุตรสาว จนขาซ้ายต้องถูกตัดขาทิ้ง ขณะขี่จักรยานยนต์

ก่อนที่จ่าเอกสมเกียรตื จะขับรถหลบหนีแล้วลากรถจักรยานยนต์ของแม่ลูกผู้ได้รับบาดเจ็บห่างจากจุดชนกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันสกัด จนต้องยอมจอดรถ

ซึ่งต่อมาตรวจพบว่า จ่าเอก สมเกียรติ อมรมุกดากุล มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 154 มิลลิกรัม




จ่าเอก สมเกียรตื คือ ชายใส่เสื้อยืดสีขาว

(คือ ผมไม่อยากนำรูปเหตุการณ์บาดเจ็บของสองแม่ลูกมาลง เพราะภาพบาดแผลน่ากลัวมาก)


11 ก.ค. 58 ที่ห้องพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร.ต.อ.สายใจ คำจุลลา พงส .สภ.สัตหีบ นำตัวจ.อ.สมเกียรติ มาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขับรถขณะเมาสุราทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทรัพย์สินเสียหาย แล้วหลบหนีไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานใกล้เคียงทันที่ มีโทษจำคุก 2-6ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขับขี่จะโดนพักใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมนำตัวส่งศาลทหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย และโทษทางวินัย โดยมีนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือ ร่วมรับฟัง

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ต้องไปประกันที่ศาลทหารเท่านั้น โดย จ.อ.สมเกียรติ ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา และพร้อมจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น

(แหม หัวหมอซะด้วย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น)

-----------------

ผมสงสัยว่า ทำไมกองทัพเรือไม่ให้จ่าเอกสมเกียรตื อมรมุกดากุล ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ ความผิดชัดเจน ตั้งแต่เมาแล้วขับ  ชนคนแล้วหนี จนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียขาข้างหนึ่งไปตลอดชีวิต !!!

ทำไมต้นสังกัดของ ตำรวจเบ่งกินฟรี กับ ต้นสังกัดของทหารเรือเมาแล้วขับ ขับชนแล้วหนี ถึงได้ปฏิบัติแตกต่างกัน ?

ทั้ง ๆ ที่ ทหารมี เกียรติ วินัย กล้าหาญ แต่กรณีนี้ บอกตรง ๆ กองทัพเรือไม่ได้ใจประชาชนเลยครับ น่าผิดหวังมาก !!!




วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

คดีระเบิดแยกราชประสงค์เหมือนคดีระเบิดที่เกาะสมุยตรงไหน






บทความนี้ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เรื่อง ผบ.ตร. บอกใบ้ใครอยู่เบื้องหลังระเบิดแยกราชประสงค์

ในคดีระเบิดที่เกาะสมุย ผบ.ตร. บอกว่า มีคนไปว่าจ้างผู้ก่อการร้ายภาคใต้มาวางระเบิด เพื่อสร้างสถานการณ์ทำลายการท่องเที่ยวไทย แต่คนบงการต้องการเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อไม่ให้ตำรวจสาวถึงต้นตอได้ง่าย ๆ ก็เลยต้องไปจ้างผู้ก่อการร้ายภาคใต้มาลงมือ

ผลประโยชน์ที่ผู้ก่อการร้ายภาคใต้ได้ก็คือ ได้วางระเบิดสร้างความปั่นป่วนรัฐไทยนอกพื้นที่เป้าหมาย แถมได้เงินค่าจ้าง

ส่วนคนบงการว่าจ้าง ก็หวังทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเกาะและทะเลไทย ที่ถือว่า โด่งดังเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก หวังให้เศรษฐกิจยุค คสช. ตกต่ำสุด ๆ เพื่อที่เวลาพวกมันกลับมาเลือกตั้งอีกครั้ง จะได้มีเรื่องให้โจมตีรัฐบาลเผด็จการแบบสบายปาก

-----------------------

ส่วนในคดีระเบิดแยกราชประสงค์ นั้น

ช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย และ จีน กระชับแน่นแฟ้นอย่างมากในยุค คสช. เข้ามาบริหารประเทศ

ทั้งสหรัฐอเมริกา และกลุ่มอียู ไม่พอใจที่ประเทศไทยอยู่ในยุคเผด็จการ แถมยังไปสนิทสนมกับจีนมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นไม่ว่าจะเรื่องปัญหา โรฮิงญา เรื่องอุยกูร์ ทั้งสหรัฐอเมริกา และอียู ดูจะแสดงออกนอกหน้า ในการโจมตีหรือประณามรัฐบาลไทย

แล้วที่ชาวอุยกูร์ในตุรกี ออกมาบุกทำลายสถานทูตไทย ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ ต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุน เพราะขนาดตำรวจตุรกีที่ได้ชื่อว่า ปราบผู้ชุมนุมเก่ง ยังแกล้งทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้คนอุยกูร์ตุรกี บุกไปทำลายสถานทูตไทยอย่างหน้าตาเฉย

แถมรัฐบาลตรุกี รัฐบาลสหรัฐ รวมถึงยูเอ็น ยังออกมาแถลงการประณามไทยที่ส่งชาวอุยกูร์กลับไปให้ทางการจีน แทนที่จะประณามการบุกทำลายสถานทูตไทย ทั้ง ๆ ที่ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แต่เมื่อรัฐบาลไทยแถลงการณ์อธิบายถึงข้อกฎหมายของประเทศไทย และข้อกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ว่าไทยเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ทำเอาไอ้พวกชาติฝรั่งที่ประณามไทยไว้ก็ต้องเงียบกันไป เพราะเถียงไม่ออก....


ในระหว่างมีเรื่องความไม่พอใจกรณีไทยส่งชาวอุยกูร์กลับให้ทางการจีน ก็มีชายโฉดหน้าเหลี่ยมหนีคดีคนหนึ่ง อาศัยจังหวะนี้เพื่อหาผลประโยชน์ในความขัดแย้งเรื่องนี้ กำลังนึกอยากทำลายเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวไทยให้ตกต่ำให้สุด ๆ ไปเลย

แน่อน ไอ้ชายโฉดหน้าเหลี่ยมคนนี้ มันคงจะเข้ามาวางระเบิดทำลายภาพลักษณ์ประเทศด้วยตัวมันเอง มันก็คงทำไม่ได้

แล้วจะไปจ้างไอ้พวกขี้ข้ามาทำอีก ก็กลัวจะโดนจับได้ หรือประกอบระเบิดแล้วกลับตายห่าเองอีก

สุดท้ายก็เลยไปว่าจ้างขบวนการค้ามนุษย์ผ่านชายแดนใต้  ที่กำลังเจ็บแค้นที่ถูกทางการไทยกวาดล้าง ทั้งขบวนการค้าโรฮิงญา ทั้งขบวนการส่งชาวอุยกูร์เข้าตุรกี รวมถึงขบวนการค้ายาเสพติดใน 3 จังหวัดใต้อีกด้วย ที่กำลังเสียผลประโยชน์

แต่ลำพังเสียผลประโยชน์เพียงแค่นี้ ไอ้ขบวนการค้ามนุษย์พวกนี้ มันคงไม่กล้าอาจหาญทำซ่ามาวางระเบิดเพื่อระบายความแค้นรัฐบาลไทยถึงในกรุงเทพฯ หรอกครับ

แต่พอขบวนการค้ามนุษย์ผ่านชายแดน 3 จังหวัดใต้ ได้รับการติดต่อจากชายโฉดหน้าเหลี่ยมคนนั้น ก็เลยเข้าทาง ผลประโยชน์ร่วมกัน

ชายโฉดหน้าเหลี่ยมก็เลยจ้างขบวนการค้ามนุษย์ภาคใต้ แล้วขบวนการค้ามนุษย์ภาคใต้ก็ไปจ้างขบวนการรับจ้างก่อการร้ายต่างชาติเข้ามาวางระเบิดให้อีกทอด

วินวิน !!!

ซึ่งผู้ก่อการร้ายรับจ้างต่างชาติพวกนี้ ก็อาจถูกส่งมาจากความร่วมมือของชายโฉดหน้าเหลี่ยมกับองค์กรใต้ดินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาช่วยส่งมาให้ก็ได้

สมการ = ชายโฉดหน้าเหลี่ยม จ้าง ขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนใต้
แล้ว ขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนใต้ จ้าง ผู้ก่อการร้ายรับจ้างต่างชาติ (ที่ชายโฉดอาจช่วยจัดหามาให้)

แล้วขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนใต้ มีหน้าที่ช่วยจัดหาที่พักที่ปลอดภัย ช่วยพาไปซื้ออุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด ชี้จุดเป้าหมายในการวางระเบิด

-----------

เหอะ ๆ แต่ตอนนี้ทางการไทยรู้ตัวคนบงการแล้วล่ะ เพียงแต่หลักฐานมันยากที่จะสาวไปถึงมัน  ตอนนี้ก็เลยทำได้แค่ระบายแค้นด้วยการ ถอดยศแม่งเลย 5555555555


วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

ผบ.ตร.สมยศ บอกใบ้ใครอยู่เบื้องหลังวางแผนระเบิดแยกราชประสงค์








เผื่อใครไม่ได้ดูรายการตอบโจทย์ ที่เชิญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. มาตอบข้อสงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับคดีวางระเบิดราชประสงค์

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผบ.ตร. คงจะพูดอะไรให้ตรงเป๊ะเลยคงไม่ได้ เพราะการสอบสวนคดีนี้ยังไม่จบ

แต่ท่านสมยศ ก็ยังย้ำอีกหลายครั้งว่า ไม่สามารถตัดประเด็นใดออกไปได้เลย ท่านยังไม่ทิ้งทุกประเด็นที่อาจเป็นสาเหตุของการวางระเบิดครั้งนี้

ทั้งประเด็นการเมืองในประเทศ ทั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวของผู้ต้องหา ประเด็นความขัดแย้งธุรกิจ ประเด็นความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดทำให้ขบวนการนี้หากินยาก หรือกรณีความไม่พอใจที่ไทยส่งชาวอุยกูร์กลับไปให้ทางการจีน ท่านยังไม่ทิ้งประเด็นใด ๆทั้งสิ้น

แต่มีเพียงประเด็นเดียวที่ ผบ.ตร. ค่อนข้างมั่นใจมากว่า ไม่น่าจะใช่สาเหตุของการวางระเบิดครั้งนี้แน่ ๆ ก็คือ การก่อการร้ายข้ามชาติ หรือการก่อการร้ายสากล ท่าน ผบ.ตร. มั่นใจโดยส่วนตัวว่า ไม่น่าจะใช่ประเด็นนี้ (แต่ทางตำรวจก็ยังไม่ตัดประเด็นนี้ออกไป)

แล้วประเด็นไหนในตอนนี้ที่ ผบ.ตร. ให้น้ำหนักมากที่สุด ?

ผบ.ตร. บอกว่า ท่านมั่นใจว่า คดีนี้ยังไง ๆ ก็ต้องมีคนไทยให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาต่างชาติกลุ่มนี้อย่างแน่นอน เพราะดูแล้วขบวนการนี้ไม่มีศักยภาพดีพอที่จะรู้ช่องทาง ลู่ทาง เส้นทางเข้าออกประเทศไทย พวกนี้ไม่รู้หรอกเรื่องจะหาที่พักที่ปลอดภัยได้ที่ไหนถ้าไม่มีคนไทยพาไปหรือช่วยบอก โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด พวกนี้ไม่มีทางรู้หรอกว่า จะไปหาซื้อจากแหล่งไหน ถ้าไม่มีคนไทยคอยช่วยเหลือ

สรุปคือ การระเบิดแยกราชประสงค์ ต้องมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติร่วมมือกันอย่างแน่นอน


แล้ว ผบ.ตร. คิดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหนมากที่สุด ??

ลองอ่านคำพูดของ ผบ.ตร. ดูก่อนครับ

ผบ.ตร. "คือหลาย ๆ อย่างมันเป็นเรื่องของความขัดแย้ง บางครั้งเราต้องมองให้ลึกลงไปอีกว่า เมื่อมีคนขัดแย้ง อาจจะมีบางคนบางกลุ่มอาศัยความขัดแย้ง แล้วตัวเองได้ประโยชน์อันเกิดมาจากความขัดแย้งนั้น

ผมกำลังจะบอกว่า มันไม่น่าจะตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ถ้าเราจะบอกว่า อาจมีคนไทยได้ประโยชน์จากการก่อเหตุหรือไม่ ? ก็อาจจะเป็นได้

อาจจะมีบุคคลบางคนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยอาศัยความขัดแย้งตรงนั้นมาเป็นประเด็น เราจึงทิ้งอะไรไม่ได้เลยครับ จนกว่าจะชัดเจนก่อน

บางครั้งเราอาจมองว่า คนกลุ่มนี้เข้ามาก่อเหตุ เพราะว่าเขาขัดแย้ง ไม่พอใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มันอาจมีคนที่ฉลาดกว่า ใช้ความขัดแย้งสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับตัวเขา ซึ่งเราก็ตัดไม่ได้ เพราะมันเป็นอะไรที่สลับซับซ้อน"

พิธีกร "ปมสื่อสาร ปมคมนาคมที่เขาใช้กัน มันพอจะบอกได้ว่า มันมีการเชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่อาจจะมีวัตถุประสงค์  เป้าหมายคล้าย ๆ กัน แต่อยู่คนละกลุ่มกัน"

ผบ.ตร. "ใช่ คล้าย ๆ กัน ที่ผมพูดนี่เป้าหมายคล้ายๆ กัน  มีเป้าประสงค์ที่จะก่อเหตุสร้างความรุนแรง"

พิธีกร "อยากให้เกิดแต่ไม่มีศักยภาพ แต่กลุ่มโน้นมีศักยภาพ แล้ว 2 กลุ่มนี้มาเจอกัน มีเป้าหมายร่วมกัน แต่ไม่ใช่พวกเดียวกัน คือ อยากจะทำอะไรร้าย ๆ กับประเทศเรา ด้วยแรงจูงใจที่ต่างกันก็ได้"

ผบ.ตร. "ใช่ครับ มีเป้าหมายเดียวกัน แต่เป็นคนละกลุ่มกัน และก็มีที่มาของเหตุผลต่างกัน คือหมายความว่า ร่วมมือกัน เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน แต่เหตุผลที่มาต่างกัน"


แล้วท่าน ผบ.ตร. ก็ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ระเบิดที่เซ็นทรัลเกาะสมุย ว่า คล้าย ๆ กับเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ ตรงที่มีกลุ่มคนไปว่าจ้างผู้ก่อการร้ายภาคใต้ให้มาวางระเบิดที่สมุย เพื่อหวังเบี่ยงประเด็นให้คนคิดว่า ผู้ก่อการร้ายภาคใต้ขยายพื้นที่ก่อการร้าย

ความจริงตามหลักผู้ก่อการร้ายภาคใต้เขาจะไม่ก่อการร้ายนอกพื้นที่เป้าหมายของเขา แต่การระเบิดที่เกาะสมุย มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน คือ ผู้วางระเบิดได้ค่าจ้าง ส่วนเป้าหมายของการระเบิดกลุ่มผู้ว่าจ้างต่างหากที่ได้ประโยชน์


ดูรายละเอียดคำพูดของ ผบ.ตร. ในส่วนที่ผมยกมาลงในบทความตั้งแต่นาทีที่ 18.10


-------------------

สรุปในสิ่งที่ ผบ.ตร. พยายามอธิบายว่า ใครคือจอมบงการตัวจริง

คือเราต้องรู้ไว้ก่อนว่า ผบ.ตร. ยังไม่สามารถพูดอะไรตรง ๆ ได้ในตอนนี้ เพราะทุกอย่างมันยังเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน และการตั้งข้อสงสัย เหตุเพราะคดีมันยังไม่สิ้นสุด และยังต้องสอบสวนหาพยานหลักฐานต่ออีกมาก

แต่ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน

เช่น ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเรามีปัญหาความขัดแย้งระดับนานาชาติ กรณีที่ทางการไทยได้ส่งชาวอุยกูร์กลับไปให้ทางการจีน จนเกิดความไม่พอใจอย่างมากของชาวอุยกูร์ในตรุกี จนถึงขั้นบุกทำลายสถานทูตไทย

แล้วก็มีคนฉลาดกว่า แต่เลวสุด ๆ คนหนึ่ง มองเห็นถึงความขัดแย้งในครั้งนี้ ประกอบกับมันกำลังอยากจะทำลายประเทศไทยอยู่พอดีด้วย

ไอ้คนฉลาดกว่าแต่เลวคนนี้ มันก็เลยไปว่าจ้างชาวต่างชาติที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการส่งชาวอุยกูร์ไปประเทศที่ 3 ซึ่งกำลังไม่พอใจไทยเช่นกันมาก่อความรุนแรงในไทย เจตนาเพื่อเบี่ยงประเด็นให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดไปว่า เหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์คงเป็นเรื่องความไม่พอใจกรณีชาวอุยกูร์ต้องการแก้แค้นไทย

แต่ในความเป็นจริง  ไอ้จอมบงการวางแผนระเบิดตัวจริง มันก็คือ ไอ้คนฉลาดกว่า แต่เลวสุด ๆ คนนั้น นั่นแหละ ที่วางแผนเรื่องนี้ทั้งหมด เพื่อหวังแก้แค้นรัฐบาลไทยและฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรูของมัน ที่มีส่วนทำให้มันอยู่อย่างไม่เป็นสุข 

--------------------

แต่ในความเห็นของผม ใหม่เมืองเอก คิดนะ

ไอ้จอมบงการมันแค่สร้างประเด็นให้คนหลงเชื่อไปเองว่า เป็นปัญหาอุยกูร์ต้องการแก้แค้นไทย

โดยที่ไอ้จอมบงการมันไปจ้างผู้ก่อกาารร้ายจากชาติไหนมาก็ได้ แล้วมาหลอกล่อว่าเป็นชาวตรุกี และชาวอุยกูร์ เข้ามาก่อการ

รายละเอียดผมอธิบายไว้แล้ว ตามบทความนี้

คลิกอ่าน ระวังแผนใช้ตุรกี อุยกูร์ หลอกให้ตำรวจไทยไม่เจอไอ้หน้าเหลี่ยม