วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

ฟังประวิทย์ มาลีนนท์ แถทำไมช่อง3ไม่ออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล







ในงานเสวนา "อยู่รอดอย่างรับผิดชอบในยุคทีวีดิจิตอล" ผู้บริหาร บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนท์ (ช่อง 3) กล่าวว่า มีข้อจำกัดหลายด้านที่ไม่สามารถออกอากาศคู่ขนานทั้งระบบดิจิตอลและแอนะล็อก แต่ก็พร้อมเจรจาในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ช่อง 3 ถูกบีบให้เข้าร่วมในระบบดิจิตอล แต่กลับไม่มีจำนวนผู้ชมรองรับ เพราะยังไม่มีการจำหน่ายกล่องดิจิตอล จึงเสนอให้มีการปรับระบบของกล่องให้รับสัญญาณทั้งดิจิตอลและอนาล็อกได้ด้วย พร้อมยืนยัน จะออกอากาศในระบบแอนะล็อก จนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานปี 2563

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการ กสทช.แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า ถือเป็นสัญญาณดีที่ช่อง 3 ยินดีจะออกอากาศคู่ขนานในระบบดิจิตอล เพียงแต่ยังติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่หากไม่สามารถออกอากาศคู่ขนาน กสทช.ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ โดยการระงับการถ่ายทอด และถือว่าไม่เป็นการลิดรอนสิทธิ์ เพราะช่อง 3 เลือกที่จะไม่ดำเนินการตามนโยบายของ กสทช.

ไทยพีบีเอส รายงาน

-------------

ฟังนายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 ได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมช่อง 3 ออริจินอล ไม่อยากมาออกอากาศคู่ขนานบนทีวีดิจิตอล



รายงาน คำต่อคำ ของนายประวิทย์ มาลีนนท์ กับเหตุผลที่ช่อง 3 ไม่ออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล

"ผมขออนุญาตออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในฐานะส่วนตัว ผมอยากเริ่มแบบนี้ว่า ไม่แน่ใจว่าพวกเราทั้งหมดในวงการนี้ เราหลงทางหรือเปล่า เพราะตอนนี้โฟกัสมาอยู่ที่ กสท.กับช่อง 3 เป็นวิวาทะกัน ความจริงมันมีข้อขัดแย้งกันอยู่ เป็นประเด็นกฎหมาย ที่ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะฉะนั้นขออนุญาตไปที่ศาล ผมขออนุญาตว่าไม่ให้ความเห็นอะไร แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันมีความขัดแย้งด้านแนวคิดเหมือนกัน ผมขออนุญาตยกแนวคิดของ ผอ.สมชัย (สมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ที่เปรียบเทียบบอกว่า เราขึ้นไปชกมวย ขึ้นเวทีก็ลุยกันเลย ก็หมดแรง แต่จริงๆ คืออะไรรู้มั้ยครับ คนดูยังไม่เข้ามาเลย เราก็ชกกันก่อนหมดแรงกันก่อนไปแล้ว ผมเลยคิดว่าเรื่องแนวคิดนี่สำคัญ

"ขอพูดเป็นส่วนตัวว่า เราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เริ่มต้นในฐานะที่ กสทช.เป็นผู้กำหนดแนวทางของโทรทัศน์ในเมืองไทย เริ่มต้นเลย กสท.กำหนดเทคโนโลยีก่อน เอาเป็นว่า การส่งในระดับพื้นดิน คำถามผม คือ ทำไมต้อง ดีทีที ทำไมไม่เป็นแบบดาวเทียมล่ะ ออนไลน์ล่ะ เทคโนฯ มีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องไปอันใดอันหนึ่ง คุณพัชระ (พัชระ สารพิมพา ผู้บริหารสปริงนิวส์) ได้พูดเรื่องโครงข่ายล่ม อันนี้จะเป็นปัญหาว่า หากเรามีระบบเดียว อันนั้น 2 สถานีเอง แต่ลองคิดดูว่าถ้าล่มทั้งประเทศ อะไรจะเกิดขึ้น ทำไมไม่ทำให้หลากหลายขึ้นมา

"อีกอย่างที่เริ่มต้นก็ผิด คือ เราเริ่มประมูล และเร่งที่ผู้ประกอบการ คือเร่งคนที่จะทำงานมาแล้วก็ลุยกันเลย คนดูยังไม่มายังไม่เข้าเวทีเลย เพราะว่าโครงข่ายยังไม่ได้ทำ กล่องก็ยังไม่ได้แจกถึงบ้าน แต่ว่าเราทำงานไปก่อนแล้ว ปรากฏว่าเราทำงานไปฟรีแล้วครับ เงินทองเราก็ลงไปเยอะแยะแล้วสูญเปล่าเลย ทีนี้ผมขออนุญาตคิดบวกอย่างนี้ว่า หากเราลองเอาคนดูเป็นตัวตั้ง เอ๊ะทำไมคนดูยังไม่มา ความจริงผมยืนยันว่าวันนี้คนดู หรือพวกเราที่แข่งขันกันอยู่ จะเป็นอนาล็อก ช่อง 3 หรือ ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกันแล้วทั้งดาวเทียม และเคเบิล คนดูก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว อันนี้ไม่ทราบว่าจะมีใครโต้แย้งมั้ยครับ

"แต่ปัญหาจะเกิด ก็คือว่า กสท.พยายามจะบังคับช่อง 3 ให้ออกจากทีวีดาวเทียม และเคเบิลฯ ให้ผมไปออกคู่ขนาน ถ้าผลที่จะได้ตอนนี้ทันที คือผมกลับไปอยู่ที่เดิม เพียงแต่ว่าไปอยู่ที่ช่อง 43 ในโครงข่ายของดาวเทียมและเคเบิลฯ แต่มันไม่ได้จบอยู่ตรงนั้น ที่จะให้ผมไป คือ บังคับให้ผมอยู่ในกล่องที่ กสท.จะแจกน่ะ เพราะหากผมไม่ไปอยู่ตรงนั้น แจกกล่องไม่ออก นั่นเป็นข้อเท็จจริง มีคนแนะนำผมบอกให้คิดบวกว่า หากจะขจัดปัญหาเรื่องการแจกกล่อง ให้รับอนาล็อกได้ แต่ว่าตอนนี้ กสท.ไปบอกว่า คูปองที่แจก เอามาเป็นส่วนลดซื้อกล่องเฉพาะกล่องที่กำหนด ที่ไม่มีอนาล็อค นี่เป็นปัญหาของกสท. เค้าบอกว่าไปเติมตรงนั้น 20-30 บาทเท่านั้นเอง

"ประเด็นตอนนี้ กลายเป็นว่า ทุกคนจะมารุมผม แต่ว่าเราลืมสภาพข้อเท็จจริงไปหมด ผมว่าคิดบวกหน่อยได้มั้ยครับ ปัญหาที่เกิดมันมีวิธีแก้เยอะแยะ อย่างเรื่องกล่องที่จะแจกไม่ต้องมาบังคับผม มันมีขั้นตอนเยอะแย บอกได้มั้ยว่า คูปองฯ นำไปแลกกล่องอะไรก็ได้ แล้วให้ผู้ประกอบการเติมอนาล็อกลงไป อันนี้เป็นแนวคิดนะครับ พอได้มั้ยครับ

"ขออนุญาตตอบคำถามว่า ทำไมเราไม่เลิกอนาล็อก ต้องขอตอบอย่างเห็นแก่ตัวเลยครับว่า เป็นสิทธิ์ของเรา แต่หมอบอกว่าผมจะอยู่ได้อีก 6 ปีอย่างสูง กำลังจะตายเพราะเทคโนฯ เก่า นั่นอย่างมาก แต่ผมจะตายวันตายพรุ่ง ผมไม่รู้ อาจตายก่อนนั้นก็ได้ อย่าไปสนใจอนาล็อกเลยครับ มันค่อยๆ ตายไปเอง จะดูทำยังไงให้คนดูไปอยู่ในแพลทฟอร์มเดียวกับทีวีดิจิตอลได้ และผมยืนยันว่านาทีนี้เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ผมเรียนกว่า ถ้าทีวีดิจิตอล ไม่มีอนาคต ไม่ทิ้งคนดู ผมถามว่าเดือนมิถุนายนกับกรกฏาคมที่ผ่านมา อาร์เอสจะเป็นที่หนึ่งได้อย่างไร ก็เป็นที่หนึ่งได้ครับ เพราะมีคนดู เพราะว่ามีฟุตบอลโลก เรื่องนี้ใครเถียงผมครับ และรายการฟุตบอลโลกเค้าอยู่หลังเที่ยงคืนเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป หากฟุตบอลโลกมาอยู่ช่วง 2 ทุ่ม ผมตายเลย มาตีละครยับ ฉะนั้นไม่ใช่ช่อง 3 ที่เป็นปัญหาครับ พวกเราต้องทำคอนเทนท์ให้ดี

"ผมเรียนว่า ช่อง 3 พัฒนามา ปีนี้เข้าปีที่ 45 แล้ว เรามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปีหนึ่งกว่าหมื่นล้านบาท ผมถามว่าทีวีดิจิตล 24 ช่อง มีช่องไหนที่ลงทุนเกินหมื่นล้านบาทบ้าง ถ้าลงทุนไม่ถึง คุณภาพรายการก็ไม่ถึง ก็เป็นปัญหาอีกว่าลงทุนไปแล้วไม่มีใครซื้อ มันเป็นลักษณะไก่กับไข่ ของผมก็เจอแบบนี้มาเหมือนกัน แรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ตอนนี้ก็แข็งแรงขึ้น เรื่องปัญหาอนาล็อก จบนะครับ"

"ผมขอตอบปัญหาอีก 2 ข้อว่า ทำไมเราไม่ขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวี ผมเกิดมาเป็นฟรีทีวีตลอดครับ ถึงวันที่ กสท.จะออกกฏไม่ให้ผมเป็นทีวีเพื่อการทั่วไป ผมก็ยังเป็นฟรีทีวีอยู่ โทษทีผมเกิดมาเป็นผู้ชายนะครับ นาทีนี้ กสท.บอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ชายแล้ว ให้ผมไปขอเปลี่ยนเป็นผู้หญิง และไปทำศัลยกรรมด้วย ถึงจะขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ ถามว่า ผมไปขอใบอนุญาตเพย์ทีวีแล้ว ถามว่า ผมเป็นเพย์ทีวีจริงหรือเปล่า เพราะผมไม่ได้เก็บตังค์คนดูนะครับ และกสท.มีอำนาจอะไรที่จะให้ผมไปเปลี่ยนเพศ ไปแปลงเพศซะด้วยซ้ำไป

"การที่จะขออนุญาตเป็นเพย์ทีวี จะเป็นธุรกิจใหม่ทันทีเลย ผมมีปัญหาที่ตามคือ ลิขสิทธิ์รายการทั้งหมดที่จะไปออกรายการ ต้องเสียใหม่ บางรายการที่เค้าขายให้เฉพาะเพย์ทีวีที่ช่อง 3 อาจมาออกที่เพย์ไม่ได้ เพราะเพย์ทีวีเค้าขายให้เจ้าอื่นไปแล้ว ผมต้องไปตั้งสถานที่ จัดคนเพื่อดำเนินงานช่องใหม่นี้ เพราะเป็นช่องใหม่เลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องตามมามหาศาล

"อีกคำถามที่ต้องตอบคือ ทำไมเราไม่เปิดคู่ขนาน ขอตอบแบบทุบโต๊ะเลยครับว่า ผิด ผิดกฎเกณฑ์ของ กสท. เพราะกสท.บอกว่า คนที่ประมูลช่องดิจิตอลทีวีมา ต้องประกอบการเอง วันที่ กสท.อนุญาตให้ช่อง 7 และช่อง 9 ขึ้นไปออกอากาศคู่ขนาน ทาง กสท.ให้สัมภาษณ์เองว่า ช่อง 3 ไม่มีสิทธิ และไม่มีสิทธิ์อะไรเหมือนที่ช่อง 7 และช่อง 9 ทำ เพราะช่อง 3 กับบริษัทที่ไปประมูลดิจิตอลทีวี คนละนิติบุคคลกัน นาทีนี้ อยากให้ช่อง 3 ขึ้นไปคู่ขนานก็บอกว่าทำไมไม่มา ผมไม่เคยคิดว่าจะขึ้นไปคู่ขนานเลยตั้งแต่ต้นนี่เป็นแผนธุรกิจของเรา ช่อง 3 มีแผนธุรกิจของตัวเองที่จะทำอนาล็อกจนหมดอายุสัมปทาน ขณะที่ช่อง 33 คนที่ประมูลมาก็ต้องการพัฒนารายการของเขา

"แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปคู่ขนาน แต่ว่ามีขั้นตอนเยอะแยะ เราต้องไปตกลงกันก่อนระหว่างช่อง 3 กับ ช่อง 33 และต้องไปตกลงกับ กสท.ก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อกันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอยากให้ดูด้านค่าใช้จ่ายผม ผมโดน 2 เด้งนะครับถ้าขึ้นคู่ขนาน เพราะต้องจ่ายสัมปทานให้ช่อง 9 ขณะเดียวกันผมต้องจ่ายสัมปทานของช่อง 33 ผมสองเด้ง ขึ้นไปผมก็เสียเปรียบท่านที่เป็นทีวีดิจิตอลแล้ว ที่บ่นว่าผมได้เปรียบ แต่ผมเสียเปรียบ รวมทั้งโครงข่าย (มักซ์) ที่ผมเช่ามา ผมไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยถ้าออกคู่ขนาน จะดูแลผมตรงนี้อย่างไร

"ช่อง 33 ผมไม่มีแผนธุรกิจเหมือนช่องอื่น เช่น ช่อง 7 เขาคู่ขนาน ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องลงทุนสถานที่ ไม่ต้องสร้างรายการ แต่ผมมีสถานที่ ผมต้องจ้างคนมา ผมต้องไปผลิตรายการ ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งนั้น ผมยกตัวอย่าง ช่อง 33 มีรายการของกาละแมร์อยู่ เราจ้างเขาทำ ทันทีที่เอาสัญญาณของช่อง 3 มาทับ รายการนี้ก็หายไป ผมมีโอาสถูกฟ้องร้องนะครับ เพราะจ้างเขามาแล้ว เสร็จแล้วดึงเขาออกไปทิ้งไว้ไหนครับ เค้าเสียหายเพราะลงทุน เช่าห้องส่งทำรายการ และมีข้อผูกพันกับเอเยนซี่โฆษณาด้วย พวกนี้เราไม่ผิด ผมบอกว่า เป็นไปได้ แต่ต้องกรุณาเคารพสิทธิ์ของเราด้วย และดูว่าเรามีปัญหาอะไรต่อๆ ไป ไม่ใช่ปิดทางนะครับ เราสามารถพูดคุยกันขอเปลี่ยนแผนงานธุรกิจได้ แต่ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร อยู่กับว่า กสท.จะรับเรื่องนี้ไปอย่างไร

"ผมไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมจอดำ คิดดูแล้วกัน คนดูสะสมมา 40 กว่าปี อยู่ดีๆ จะเอาเขาเป็นตัวประกันไปทำร้ายหรือครับ ขอฝากกว่าอะไรก็เป็นไปได้ แต่อย่ามาพูดกันด้านกฎหมาย ถ้าด้านกฎหมายให้เป็นเรื่องของศาล แต่ว่าการต่อรองหรืออะไรกัน เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสได้คุยกัน.."

------------------------

ตอบประเด็นแถของนายประวิทย์



ประเด็น 1 นายประวิทย์ บอกไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในนามส่วนตัว

ขอตอบว่า แค่นี้ก็พูดขัดแย้งในตัวเองแล้วล่ะ เพราะเนื้อหาที่ตามมาทั้งหมด ก็พูดในฐานะเป็นเจ้าของช่อง 3 ทั้งนั้น

ประเด็น 2 นายประวิทย์ ถาม ทำไมไม่สนับสนุนเป็นดาวเทียม ทำไมต้องสนับสนุนแบบภาคพื้นดิน

ขอตอบว่า ตรงนี้ตอบได้ง่ายมาก เพราะระบบดิจิตอลถ้าครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว จะเป็นระบบที่ติดตั้งง่ายกว่า สัญญาณภาพชัดกว่า ต่อไปแม้ทีวีเครื่องเล็ก ๆ แบบทีวีมือถือก็แค่ชักเสาออกมาก็ดูทีวีดิจิตอลได้ทันที ไม่ต้องใช้จานดาวเทียมที่ยุ่งยากมากกว่า

ประเทศไหน ๆ ก็เขาก็สนับสนุนระบบทีวีดิจิตอลทั้งสิ้น ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อังกฤษ และอื่น ๆ มากมาย รัฐบาลเขาสนับสนุนระบบทีวีดิจิตอลทั้งสิ้น

ประเด็น 3 นายประวิทย์ บอกว่า กสทช. บอกว่า ช่อง 3 ไปออกคู่ขนานทันทีไม่ได้ เพราะผู้ประมูลทีวีดิจิตอล คนละบริษัทกับช่อง 3 ออริจินอล

ขอตอบว่า แล้วทำไมต้องไปแยกบริษัทล่ะ ?? นั่นเพราะช่อง 3 ออริจินอลโดยนายประวิทย์ มีเจตนาไม่อยากออกคู่ขนานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นายประวิทย์ก็พูดเอง

และแม้จะมีสัญญาสัมปทานเดิมที่มีระเบียบห้ามใด ๆ ไว้ ทาง อสมท. เองก็เคยบอกว่า ยินดีแก้ระเบียบบางข้อในสัมปทานของช่อง 3 เพื่อสนับสนุนการออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล

ประเด็นที่ 4 นายประวิทย์ บอกเสียเปรียบเพราะโดนจ่ายค่าสัมปทาน 2 เด้ง

ขอตอบว่า อ้าวไหนว่าคนละบริษัทไง แล้วไหนบอกไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่พูดไปพูดมา นายประวิทย์ก็คือช่อง 3 เพราะบอกเองว่า ผมจ่าย 2 เด้ง

แล้วช่อง 7 เขาก็จ่าย 2 เด้งเหมือนกัน ทำไมช่อง 7 เขาไม่บ่นว่าเสียเปรียบบ้างล่ะ?

ประเด็นที่ 5 นายประวิทย์ บอกว่า เสียค่าใช้จ่ายปีละหมื่นล้าน

ขอตอบว่า แล้วทำไมไม่พูดด้วยล่ะว่า ช่อง 3 กำไรปีละเท่าไหร่ ?  กำไรเสียจนตระกูลมาลีนนท์ รวยติดอันดับ 1ใน10 ของไทยเลยนะ

ประเด็นที่ 6 บอกว่า นายประวิทย์บอกว่า จ้างกาละแมร์ทำรายการ

ขอตอบว่า ในเมื่อจ้างทำรายการ ก็แสดงว่าเป็นรายการของนายประวิทย์ที่จ้างกาละแมร์ทำ ในเมื่อกาละแมร์เป็นลูกจ้าง แถมความสัมพันธ์กันมายาวนาน สามารถตกลงกันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ก็ย้ายรายการไปออกช่อง sd ช่อง family ก็น่าจะได้ หรือเปลี่ยนเวลาก็ได้


ประเด็นที่ 7 นายประวิทย์อ้างเรื่องข้อผูกพันกับเอเยนซี่

ขอตอบว่า ก็สามารถไปเจรจาเพื่อลดแลกแจกแถมได้ ก็เหมือนที่ช่อง 3 อนาล็อกวางแผนว่า จะคืนเงิน 70% ให้เอเยนซี่ หากต้องจอดำไง

ประเด็นที่ 8 นายประวิทย์ อ้างถึง ช่อง 3 อยู่มานาน 40 กว่าปีแล้ว

ขอตอบว่า ก็นั่นน่ะสินะ นายประวิทย์ ก็ลองย้อนกลับไปนึกถึงเมื่อ 45 ปีที่แล้ว ปีที่ช่อง 3 ถือกำเนิดขึ้นสิ ในตอนนั้นน่ะยากจะตาย คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีโทรทัศน์ดูกัน เพราะโทรทัศน์เป็นของแพงมากในยุคนั้น แต่ช่อง 3 ก็ยังรอดมาได้จนวันนี้

ฉะนั้น ยุคปัจจุบันนี้ มันไม่ได้ยากเท่าเมื่อ 45 ปีที่แล้วแน่นอน จริงไหม ?


เหตุผลที่นายประวิทย์อ้างล้วนแต่อยู่บนคำว่า ผลประโยชน์ นั่นคือ ไม่อยากต้องจ่ายสัมปทาน 2 เด้งให้กับ อสมท. และ กสทช.  กับการออกอากาศได้แค่ช่องเดียว หมายถึง ไม่อยากเสียช่อง 3HD หรือช่อง33ดิจิตอล ไปเปล่า ๆ ฟรี ๆ ถ้านำช่อง 3 ออริจินอลมาออกในช่องนี้

ทั้งหมดก็เพราะได้ผลประโยชน์น้อยลง และไม่อยากไปออกทีวีดิจิตอลเพราะคนดูยังน้อย

ช่อง 3 โดยนายประวิทย์นั้น อ้างโน่นอ้างนี้ไปก็เท่านั้น ถามกลับง่าย ๆ นะ ช่อง 3 ประมูลทีวีดิจิตอลได้ตั้ง 3 ช่อง ส่วนช่อง 7 ประมูลทีวีดิจิตอลได้แค่ช่องเดียว  แต่ช่อง 3 ไม่ยอมออกคู่ขนาน แต่ช่อง 7 ยอมออกคู่ขนาน ??

เพียงแค่นี้ก็เห็นชัดแล้วว่า คำว่า เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หรือ ยอมขาดทุน(กำไร) เพื่อกำไร(คือผลประโยชน์ส่วนรวม) ไม่เคยมีอยู่ในหัวของผู้บริหารช่อง 3 เลยใช่ไหม ?

หรือว่า นายประชา มาลีนนท์ แอบสั่งมาว่า ยังต้องการกำไรเยอะ ๆ เพื่อจะได้มีเงินหนีคุกต่อในต่างประเทศนาน ๆ สบาย ๆ กันแน่ ?

-----------------

สรุป ความเอาแต่ได้ของช่อง 3

กติกาสังคมเปลี่ยนไป คนก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม อย่างเช่น กติกาฟุตบอล กติกาเทเบิลเทนนิส กติกาตะกร้อ กติกาวอลเล่ย์บอล ถ้าไปไล่ดูมีการเลปี่ยนแปลงกติการมาโดยตลอด

เช่นตะกร้อ เคยใช้ลูกหวาย ต่อมาก็เปลี่ยนมาใช้ลูกตะกร้อพลาสติก , ฟุตบอล ก็เปลี่ยนแปลงจาก ผู้รักษาประตูเคยใช้มือรับลูกคืนจากกองหลังได้ ต่อมาก็รับคืนอีกไม่ได้ หรืออย่างกติการเทเบิลเทนนิส วอลเลเ่ย์บอล ก็เปลี่ยนแปลงการนับแต้มใหม่ เป็นต้น

ถ้าประเทศไหนไม่ยอมรับกติกาสากลที่เปลี่ยนแปลงก็มาแข่งร่วมกับชาติอื่น ๆ ไม่ได้

เช่นเดียวกัน กติการทีวีได้เปลี่ยนแปลงใหม่ เพื่อสู่ระบบใหม่ คนบริหารทีวีก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม ถ้าข่อง 3 อนาล็อคอยากออกดาวเทียมและเคเบิลทีวี ก็ต้องทำตามกติกาใหม่ของ กสทช.

แต่ถ้าช่อง 3 อนาล็อกไม่อยากเปลี่ยนแปลง ก็ต้องพร้อมจอดำสิ

เรื่องง่าย ๆ แค่นี้อย่าแกล้งโง่ อย่าอ้างคนดูมาเป็นตัวประกัน เพราะช่องอื่น ๆ เขาไม่เห็นมีปัญหาเลย ช่อง 3 ทำตัวมีปัญหาอยู่ช่องเดียว แบบนี้เขาเรียกว่า เห็นแก่ตัว !!

กติกาใหม่ที่ กสทช. กำหนดเขียนไว้ก่อนมีการประมูลทีวีดิจิตอล ช่อง 3 ก็รู้ดี แต่แกล้งโง่เพราะเห็นแก่ตัว !!

คนไทยเราต้องหันกลับมารักษากติกากันให้มาก เพราะบ้านเมืองเราวุ่นวายมากมาย สาเหตุเพราะมีพวกศรีธนญชัยหาทางแหกกฎ หรือพวกไม่ชอบรักษากฎ อยู่เยอะนี่แหละครับ


คลิกอ่าน ย้อนถามประวิทย์ / ยิ่งดูช่อง 3 ก็ยิ่งโง่ !!


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น