วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผมเห็นด้วยกับสหรัฐฯ กรณีไทยยังมีการใช้แรงงานทาส







คือ มันน่าจะเป็นเรื่องของช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกา เขาต้องจัดอันดับประเทศที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการค้ามนุษย์ และแรงงานทาส ซึ่งพอดีมันมาประจวบเหมาะกับประเทศไทยก็เกิดมีการรัฐประหารพอดีเช่นกัน

ถ้าเรามองในแง่ร้าย ก็จะมองว่า สหรัฐอเมริกาจ้องโจมตี คสช. เพราะสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ความจริงปัญหาแรงงานมันคาราคาซังมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนแล้ว อยู่มา 2 ปีกว่า แต่ไม่ได้เรื่อง

ซึ่งถ้าเรามองอย่างเป็นกลาง ๆ แล้วพิจารณาดูว่า ที่สหรัฐอเมริกาเขาจัดอันดับไทยให้ตกไปอยู่ในประเทศกลุ่ม 3 ซึ่งแย่ที่สุดในเรื่องการค้ามนุษย์ มันเรื่องจริงหรือไม่ ?

สำหรับผม ผมมองว่า สหรัฐอเมริกาเขาไม่ได้ใส่ร้าย เพราะมันคือเรื่องจริง ที่ข้าราชการไทยปล่อยปละละเลย แถมใช้เรื่องนี้ในการเรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานเถื่อน และนายจ้างที่มีแรงงานเถื่อน

โดยเฉพาะรัฐบาลไทยที่ผ่านมาก็ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากพอ


ตัวอย่างเรื่องแรก กรณีโรฮิงญา

ประเทศไทยมีการลักลอบเข้าประเทศจากชาวโรฮิงญาเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งก็มาเป็นแรงงานทาสในไทย แต่ส่วนใหญ่จะไปทำงานในมาเลเซีย ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์จะใช้ไทยเป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวโรฮิงญา ซึ่งมีการทำร้ายและทารุณชาวโรฮิงญาจากพวกขบวนการค้ามนุษย์

เรื่องโรฮิงญานี่เอง ที่ทำให้สหรัฐฯ จัดอันดับให้มาเลเซียตกไปอยู่ในกลุ่มที่ 3 เช่นเดียวกับไทย



ตัวอย่างเรื่องที่สอง ก็คือ กรณีแรงงานเถื่อน

ซึ่งทางสหรัฐฯ เขาถือว่า การที่ไทยมีแรงงานเถื่อนจำนวนมาก ก็คือ การใช้แรงงานทาสอย่างหนึ่ง เพราะแรงงานเถื่อนย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองและได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงานระหว่างประเทศ เพราะแรงงานเถื่อนจะได้ค่าจ้างที่แสนถูกกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของไทย และต้องทำงานหนักและสกปรกที่คนไทยไม่อยากทำ

หลักฐานที่ชัดเจนก็คือ การที่มีแรงงานเถื่อนเขมรอพยพออกนอกประเทศไทยนับแสนคน เพราะได้รับข่าวลือว่า คสช. จะทำการกวาดล้างนั่นแหละ

แค่แรงงานเถื่อนเขมรในไทยก็มีเป็นแสนคนแล้ว นี่แหละคือหลักฐานชัดเจนว่า ไทยเรายังไม่สามารถจัดการปัญหาแรงงานเถื่อนได้จริง ซึ่งเรายังพบข่าวเจ้าหน้าที่จับรถกระบะ หรือรถบรรทุกที่นลักลอบำแรงงานหลบหนีเข้าเมืองซุกซ่อนมาในรถตามแนวชายแดนไทย-พม่าได้บ่อย ๆ



ตัวอย่างเรื่องที่สาม ก็คือเรื่องการทำประมง

คนไทยจำนวนมากอาจไม่ได้รับรู้ว่า การทำประมงของไทยนั้น เป็นงานหนักมาก และมีความโหดร้ายทารุณคนงานจนเป็นข่าว เช่น คนงานต่างด้าวรุมฆ่าไต้ก๋งตายเพราะทนความทรมานและการลงโทษจากไต้ก๋งไม่ไหว หรือ แรงงานต่างด้าวกระโดดหนีลงทะเลเพื่อหนีความทุกข์จากอาชีพทำประมง

เคยมีนิยายเรื่องนึงของไทย ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ ซึ่งตีแผ่ชีวิตคนงานบนเรือประมงไทยว่าโหดร้ายทารุณเพียงใด มีระบบการลงโทษที่โหดเพียงใด

งานประมงเป็นงานหนักมาก จนตอนหลังคนไทยไม่ยอมทำ ก็มีการไปหลอกล่อคนงานไทยให้มาทำงานเยี่ยงทาส แต่นั่นมันคือในอดีต ที่แรงงานพม่ายังไม่ได้มาทำงานในไทยมากเท่านี้

ต่อมาอุตสาหกรรมประมงไทยก็ได้แรงงานต่างด้าวจากพม่าเป็นหลักในการทำอาชีพนี้ แล้วก็มีแรงงานเขมรมาทำประมงมากขึ้นในลำดับต่อมา

แต่ก็นั่นแหละ ระบบความโหดร้าย และการใช้งานแรงงานเยี่ยงทาสในการประมงก็ยังไม่หมดไป โดยเฉพาะการกดขี่แรงงานเถื่อนนี่แหละ



ตัวอย่างเรื่องที่สี่ โสเภณีเด็ก และโสเภณีต่างด้าว

ในไทยทุกวันนี้ อาชีพโสเภณีคืออาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่ประเทศไทยก็ยังมีอาชีพนี้อยู่จริงไหม

แถมมีโสเภณีเด็กจำนวนมาก ที่ตกเป็นข่าว เช่นมีแม่เล้าอายุ 13 เป็นต้น

อีกทั้ง โสเภณีเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจากลาว จากเขมร จากพม่า เลยไปถึงจากเวียดนาม ก็มีมากมายในไทย

นี่แหละ ที่สหรัฐอเมริกาเขายังถือว่า ไทยเรามีปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์และโสเภณีเด็ก


--------------------

ถ้าเราไม่หลอกตัวเอง การที่สหรัฐอเมริกาเขาติงมาแบบนี้ ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่ไทยเราจะปรับปรุงแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้ดีขึ้น

ถามว่า ทำไมแรงงานเถื่อนถึงไม่ไปจดทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องล่ะ

นี่แหละครับ คือปัญหาที่ไทยเราต้องแก้ไขว่า มันมีปัญหาอย่างไร ยุ่งยากตรงไหน แรงงานพวกนี้ถึงไม่ยอมไปจดทะเบียนให้ถูกต้องเพื่อได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย

โดยเฉพาะมาตรการลงโทษนายจ้างที่ใช้แรงงานเถื่อน ไทยเราต้องเอาให้จริงจัง เพราะนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ

ฉะนั้นปัญหาแรงงานเถื่อน ก็คือ แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ ในสายตาสหรัฐฯ นั่นเอง


------------

แต่ตอนนี้ปัญหาแรงงานทาสบางจำพวกของไทยก็ดีขึ้น เพราะการรัฐประหารของ คสช. เหมือนกัน

ก็ แรงงานทาสทักษิณ ไงล่ะ 5555555


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น