วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สมศักดิ์เจียมโชว์ตรรกะโง่ ๆ เรื่องป๋าเปรมและมาตรา 112






เมื่อพลเอกประยุทธ์เดินทางไปอวยพรปีใหม่ป๋าเปรมที่บ้านพัก ป๋าเปรมออกมาชื่นชมการรัฐประหารของพลเอกประยุทธ์ว่า

"ในวันที่ 22 พฤษภาคม ถือเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ เป็นการตอบแทนบุญคุณชาติบ้านเมือง แสดงความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่มาก คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่เขาจะเห็นด้วย และพอใจ ภูมิใจในการกระทำของนายกฯ ลุงตู่"

"โอกาสนี้เป็นโอกาสที่เสี่ยงที่สุด และสำคัญที่สุดที่พวกเราแสดงให้เห็ว่าเมื่อใดบ้านเมืองเกิดวิกฤต เมื่อนั้นทหารจะเข้าไปดูแลชาติบ้านเมือง และเราจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้เพื่อความสงบของชาติบ้านเมือง ตอนนี้นายกฯ ลุงตู่ ที่เป็นทั้งรัฐบาล และ คสช. กำลังทำอยู่ ตนอยากให้คนไทยมองเรื่องนี้ว่าเป็นหน้าที่ของเราและให้ความร่วมมือกับนายกฯ"

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์หงอกล้มเจ้า จากภาควิชาระยำศึกษา คณะตะกวดศาสตร์ มหาลัยเลวสถุล (สาขาต่างแดน) ก็ออกมาโจมตีสถาบันฯ โดยโหนคำพูดของพลเอกเปรมที่มีต่อนายกฯ ตู่ ทันที



พวกตะกวดแดงล้มเจ้ามักมีปัญหาเรื่องการแยกแยะบทบาท หน้าที่ ในฐานะต่าง ๆ เฮ่อ.. หงอกเจียมยังโง่ขนาดนี้ ไม่แปลกใจพวกตะกวดแดงจะโง่ขนาดไหน

ถามว่า แล้วที่พลเอกเปรมได้ไปใช้สิทธิไปเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา ท่านไปโดยสถานะอะไร หงอกเจียมตอบมา ป๋าเปรมไปเลือกตั้งในฐานะองคมนตรี หรือฐานะประชาชนคนไทย ?

อย่างกรณีที่พลเอกเปรมพูดกับนายกฯ ประยุทธ์ พลเอกเปรมพูดในฐานะรุ่นพี่ในกองทัพ พูดในฐานะเจ้านายเก่าในกองทัพ ท่านไม่ได้พูดในฐานะองคมนตรี

แม้ป๋าเปรมจะเป็นองคมนตรี หากท่านพูดหรือกระทำสิ่งใดไม่เหมาะสม ก็วิจารณ์ที่ตัวท่านได้ เพราะถือเป็นบุคคลสาธารณะคนหนึ่งแล้ว ก็เหมือนที่ทักษิณ หรือพวกเสื้อแดง ด่าป๋าเปรมนั่นแหละ

ถ้าหงอกเจียมจะด่าพลเอกเปรมเรื่องสนับสนุนรัฐประหาร ก็ด่าเฉพาะที่ตัวพลเอกเปรมไป แต่อย่างว่า หงอกเจียมมันเลว มันย่อมพยายามจะดึงสถาบัน ฯ มาเกี่ยวด้วย

ส่วนคุณผู้อ่าน แนะนำว่าควรไปอ่านหน้าที่องคมนตรีในทุก ๆ รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา คุณก็จะเข้าใจว่า องคมนตรีมีหน้าที่อย่างจำกัดตามรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้นสิ่งใดที่ผู้มีตำแหน่งองคมนตรีกระทำหรือพูดอะไรที่นอกเหนือหน้าที่องคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ย่อมถือว่า ท่านพูดและกระทำเป็นการส่วนตัว

คลิกอ่าน รัฐประหาร คสช. ไม่ใช่การรัฐประหารที่แท้จริง

---------------------------

สมศักดิ์ เจียม จมปลักโชว์โง่เรื่องมาตรา 112 ซ้ำซาก



แค่อ่านในกรอบสีแดง ก็เห็นชัดแล้ว ไอ้หงอกเจียมใช้ตรรกะเห่ยมาก เพราะถ้าบังคับให้รักได้ หงอกเจียมมันต้องรักเจ้าแล้วสิ หงอกเจียมนี่โง่นะ

มาตรา 112 ก็คือกฎหมายหมิ่นประมาทประเภทหนึ่ง แต่มีความสำคัญตรงที่เป็นกฎหมายที่มีไว้ปกป้องเฉพาะองค์พระประมุข พระราชินี และองค์รัชทายาท

รัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับแรกของไทย ก็ได้เขียนไว้ว่า องค์พระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ถามว่า ไอ้พวกล้มเจ้ามึงเคยเคารพรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์หรือไม่ ? 

ส่วนมาตรา 112 เป็นแค่กฎหมายอาญาเพื่อประกอบใช้กับรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีบทลงโทษผู้ที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญเท่านั้น

คนไทยเราทุกคนก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทไว้ปกป้องคุ้มครองเช่นกัน โดยกฎหมายมีการแบ่งความสำคัญของระดับกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของบุคคลต่าง ๆ เช่น การดูหมิ่นเจ้าพนักงานก็โทษหนักขึ้น หรือการหมิ่นศาล ก็โทษหนักขึ้นไปกว่าการหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป

แต่ตรรกะของสมศักดิ์ เจียม มันจะไม่ให้องค์พระมหากษัตริย์มีกฎหมายปกป้องคุ้มครอง นี่หรือความเท่าเทียมกันของมึง ไอ้หงอกเจียม

แล้วไอ้หงอกเจียมมันก็คงอ้างว่า ไม่ใช่ว่าไม่ให้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ต้องการให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนคนทั่วไป

เหอะ ๆ โถไอ้หงอกเจียม ตรรกะมึงเพี้ยนจริง ๆ

ประเทศอื่น ๆ เขาก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของชาติ แยกออกมาจากกฎหมายหมิ่นประมาทของคนทั่วไปเป็นการเฉพาะทั้งนั้น เพราะประมุขของรัฐถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญของประเทศ

แต่ไอ้หงอกมันจะให้ประมุขของชาติ ให้มีฐานะเหมือนนักการเมืองเหมือนทักษิณ เหมือนที่ใครไม่รักก็ออกมาด่าทักษิณได้ ตรรกะของไอ้หงอกแม่งเพี้ยนจริง ๆ

แต่ละประเทศก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จะให้กฎหมายเหมือนกันทุกประเทศไม่ได้หรอก

ที่จริงเรื่องมาตรา 112 ผมอธิบายไว้อย่างสะใจในบทความเรื่อง มาตรา 112 ที่รัก

คลิกอ่าน มาตรา 112 ที่รัก


มีกระทู้นึงในพันทิพได้ถกเรื่องกฎหมายคุ้มครองประมุขรัฐ ผมว่า เขาถกกันได้ดีมาก แนะนำลองไปอ่านดูตามนี้ครับ คลิกอ่านกระทู้พันทิพ


คลิกอ่าน ความปอดแหกของพวกล้มเจ้า



วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อัยการสูงสุดแกล้งโง่คดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์






จากกรณีอัยการสูงสุดเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่สั่งฟ้องคดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ โดยอ้างต้องสอบพยานหลักฐานทุจริตข้าวจีทูจีเพิ่ม



อัยการสูงสุดเตะถ่วงเรื่องนี้อย่างแถ ๆ เพราะประเด็นหลักทื่ ป.ป.ช. ต้องการเอาผิดยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ประเด็นทุจริตข้าวจีทูจี 

แต่ที่ ป.ป.ช. ต้องการเอาผิดยิ่งลักษณ์ คือ ประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมาตรา 157 ที่ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนสร้างความเสียหายให้แก่ชาติไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ทั้ง ๆ ที่ทั้ง สตง. ทั้ง ป.ป.ช. เคยมีหนังสือเตือนให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยุติโครงการรับจำนำข้าวแล้วตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินโครงการ เพราะจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมาก แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่ยอมยกเลิกโครงการนี้ ยังดื้อดึงที่จะทำโครงการนี้ต่อไปจนเกิดความเสียหายมหาศาล

โดยเฉพาะ สตง. เคยทำหนังสือเตือนปัญหาและความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียหายในในโครงการจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ถึง 5 ฉบับ เริ่มตั้งแต่ปี 2554

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


คลิกอ่านรายละเอียดหนังสือเตือนจาก สตง. เรื่องโครงการจำนำข้าวทั้ง 5 ฉบับ


หนังสือเตือนของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือเลขที่ ปช. 0003/0198 เรื่องข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตกรณีการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก




ตามหลักของผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ต้องระงับยับยั้งสิ่งที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ชาติบ้านเมือง

แต่ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี กลับไม่ยอมระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จึงถือเป็นความผิดในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ในฐานะเป็นประธานนโยบายข้าวแห่งชาติโดยตำแหน่ง

อีกทั้งยิ่งลักษณ์เป็นผู้ที่แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภา จึงถือว่า ยิ่งลักษณ์เป็นผู้รับผิดชอบนโยบายโครงการจำนำข้าวโดยตรง ซึ่งสามารถออกคำสั่งระงับยับยั้งโครงการนี้ได้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่การเอาผิดเรื่องทุจริตกับยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด

เพราะคดีทุจริตต่าง ๆ เช่นคดีทุจริตข้าวจีทูจี ในโครงการนี้เป็นคดีอาญาที่จะไปเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องอีกต่างหาก เป็นคนละกรณี เป็นคนละคดีกับการเอาผิดยิ่งลักษณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157

ซึ่งตอนนี้คดีทุจริตข้าวจีทูจี ป.ป.ช. ก็กำลังสอบสวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ฯ

---------------------

อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน


นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด

หากอัยการสูงสุดยังแกล้งโง่ ยังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากต่อไป ก็เท่ากับไม่ซื่อสัตน์ต่อหน้าที่ของตัวเอง ที่เป็น "ทนายแผ่นดิน "

ถ้าอัยการสูงสุดคิดว่าจะไม่ฟ้องยิ่งลักษณ์ ก็หลักทางให้ ป.ป.ช. ดำเนินฟ้องยิ่งลักษณ์เองต่อไป

อัยการสูงสุดไม่ควรทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง 

"อัยการสูงสุดยังแกล้งโง่ หรือ ยิ่งลักษณ์แกล้งฉลาด ?
ความเสียหายของประเทศหลายแสนล้านบาทจะต้องมีผู้รับผิดชอบ"


สกู๊ปข่าว ข้าวในโกดังรัฐมีมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กดให้ราคาข้าวในตลาดโลกและในประเทศตกต่ำต่อไป


-------------------

อัพเดทข่าว 25 ธันวาคม 2557

คณะทำงานร่วม ป.ป.ช.-อสส. เห็นตรงกัน ตั้งผู้แทนสอบพยานเพิ่ม 2 ปาก ปมจีทูจี ให้สำนวนจำนำข้าวชัดเจนมากขึ้น ก่อนส่งอัยการสูงสูดพิจารณาส่งฟ้องอาญา "ยิ่งลักษณ์" หรือไม่

วันที่ 25 ธ.ค. นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ในสำนวนคดีอาญาของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าวนัดที่ 4 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.

โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ตั้งผู้แทนเพื่อสอบพยาน จำนวน 2 ปาก กรณีการระบายข้าว ว่า เป็นรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี หรือไม่ เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากกว่าเดิม เนื่องจากพยานให้ข้อมูลที่ขัดกัน รวมไปถึงการรวบรวมเอกสารหลักฐานบางส่วนด้วย โดยการสอบพยานเพิ่มเติม จะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน ซึ่งเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มแล้วเสร็จ จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่า จะส่งฟ้องหรือไม่ หากอัยการสูงสุดไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.ก็จะดำเนินการเอง ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่าย เห็นตรงกันในเบื้องต้น

ไทยรัฐออนไลน์

คลิกอ่าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ?


วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ไอ้ควายแดงตั้ง อาชีวะ มันไม่รู้ตัวว่าโดนสลิ่มหลอก






คือ ไอ้ตั้ง อาชีวะ หรือนายเอกภพ เหลือรา ผู้ต้องหาคดี ม. 112 ที่ตอนนี้มันหนีไปอยู่เมืองนอก มันโง่หลงดีใจแล้วยังโง่มาเยาะเย้ยว่า มันหลอกสลิ่มได้ว่ามันหนีไปอยู่ฟิลิปปินส์ แต่ที่จริงมันไปอยู่นิวซีแลนด์

สมแล้วที่ไอ้ตั้ง อาชีวะ เป็นควายแดง เพราะสมองหมาปัญญาควายแดงจริง ๆ

ไอ้ตั้ง มันคงนึกว่า คนไทยอยากจะจับมาลงโทษเข้าคุกใช่ไหม ?

จะบอกให้มึงหายโง่นะไอ้ตั้ง ไม่มีใครเขาสนใจมึงหรอก มึงมันแค่หมาจรจัดที่มีคนเลี้ยงมึงไว้ดูเล่นเท่านั้น เพราะไอ้คนนั้นมันคิดว่า จะใช้มึงยั่วโมโหคนไทยได้

แต่ความจริงกลับไม่มีใครสนใจมึงหรอก มึงจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมึง

ที่ตำรวจไทยเขาไม่ดำเนินการจับมึงกลับมาไทย มึงคงนึกว่า มึงเก่งล่ะสิ

เปล่าเลย กูจะเฉลยให้มึงหายโง่นะไอ้ตั้ง

ที่คนไทยเขาไม่อยากให้จับมึงกลับมาไทย เพราะกลับมาก็ต้องเปลืองภาษีเลี้ยงข้าวมึงวันละ 3 มื้อในคุกอีก เปลืองเปล่า ๆ ว่ะ

คนอย่างมึงเขาเรียกว่า เลี้ยงไว้ก็เปลืองข้าวสุก แถมถ้าเอามึงกลับมาก็มาเป็นเสนียดแผ่นดินอีก (คนนิวซีแลนด์ก็ระวังเกิดอาเพศ ดันเอาคนชั่วไปอยู่ให้หนักแผ่นดิน ระวังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกแล้วกัน)

ส่วนไอ้คนที่เลี้ยงดูมึงอยู่ตอนนี้น่ะ แม่งคงยังไม่เลิกโง่ ที่ยังเลี้ยงมึงต่อไปอีก

ดีแล้วให้ไอ้คนนั้นมันเลี้ยงมึงไปตลอดชีวิตนั่นแหละดี

คนที่การเรียนไม่เอาไหน ความรู้ก็ไม่มีอย่างมึงน่ะ ถ้าไม่เป็นมือปืนรับจ้าง ไม่เป็นกุ๊ย ก็ต้องเป็นขอทานนั่นแหละ

ไม่มีใครสนใจมึงหรอก มึงมันแค่ควายแดงกระจอก ๆ ตัวนึงเท่านั้นว่ะขอบอก 5555

ส่วนรูปด้านล่าง คือความพยายามโกหกเพื่ออวดเก่ง กลบเกลื่อนปมด้อยของมัน คือทำอวดว่าไม่มีใครเลี้ยง ทำอวดว่าเก่งหาเงินได้เป็นล้าน




ถุย !!! อ่านจากลักษณะการเขียนของมัน เมื่อใช้หลักจิตวิทยาวิเคราะห์แล้ว นี่คือความพยายามจะสร้างกระแสให้ตัวเองสำคัญเพื่อความอยู่รอดนั่นแหละ

ไม่มีใครเขาริษยามึงเลยไอ้ตั้ง มึงพลาดตรงที่เขียนคำนี้นี่แหละ ก็เลยรู้เลยว่า มึงน่ะกระจอกแท้ ๆ 555

ขนาดเพื่อนมันในเฟสบุ๊ค มีอยู่ 2 คนแสดงความเห็นว่า "มาจนถึงวันนี้แล้วจะแคร์ไปทำไมว้า"

อีกคนแสดงความเห็นว่า "จะแคร์ทำไมไม่ได้ขอใครกิน"

ก็นั่นแหละครับ เพราะไอ้ตั้งมันไม่ได้มีดีจริงอย่างที่มันโม้ ก็เลยพยายามจะโอ้อวดตัวเอง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วสลิ่มไม่ได้สนใจเลยว่า มันจะทำมาหาแดกอะไร 555

ถามว่า ทำไมผมถึงเขียนถึงมันอีก ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมชอบถากถางควายแดงโง่ ๆ น่ะ 5555555

แต่ขอร้องสื่อหลักทั้ง หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือแม้กระทั่งทีวี กรุณาเลิกลงข่าวไอ้นี่เถอะครับ ปล่อยมันไป แค่มันไม่อยู่บนแผนดินไทยก็พอแล้ว จบได้แล้ว

คนที่ไม่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มันไปตายนอกแผ่นดินไทยน่ะดีแล้ว ไม่ต้องให้มันกลับมาอีก


วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฮา เมื่อเกาหลีเหนือสั่งสอนสหรัฐอเมริกา






ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มีข่าวบริษัทโซนีพิคเจอร์เอนเตอร์เทนเมนท์ ได้ถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท จนมีหนังหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เข้าโรงฉายถูกเผยแพร่ออกมาไปในโลกออนไลน์จนสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านดอลล่าห์

ซึ่งต่อมาทางการสหรัฐอเมริกาสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ เพราะมีรูปแบบโจมตีคล้ายกับที่เกาหลีเหนือเคยทำ

แน่นอนเกาหลีเหนือ ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ

แต่ที่แน่ ๆ มีการข่มขู่จากแฮกเกอร์กลุ่มนี้ว่า หากบริษัทโคลัมเบียพิคเจอร์ ผู้สร้างหนัง The Interview นำหนังที่ล้อเลียนท่านผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบันออกฉายในโรงใด ก็จะโจมตีโรงหนังนั้นด้วย


ตัวอย่างหนัง The Interview

ซึ่งล่าสุดบริษัทโซนี่พิคเจอร์เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโคลัมเบียพิคเจอร์ ผู้ผลิตหนังเรื่อง The Interview ก็ได้ประกาศงดการฉายหนังเรื่องนี้ไปแล้ว

รวมทั้งงดฉายหนังที่ถูกแฮกไปด้วยเช่นกัน

รายละเอียดเรื่องนี้ผมขี้เกียจเล่า แต่ให้ดูจากคลิปข่าวสั้น ทั้ง 2 ข่าวนี้ก็จะกระจ่างในเรื่องนี้เลยครับ

ข่าวสหรัฐฯ ขอจีนช่วยกรณีถูกเแฮกเกอร์โจมตี



สหรัฐฯ เตรียมขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนือเรื่องสนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง


----------------------

เกาหลีเหนือเสนอร่วมกับสหรัฐสอบสวนเหตุแฮกเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของโซนีพิกเจอร์โดยอ้างว่ามีวิธีพิสูจน์ว่าเกาหลีเหนือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนืออ้างคำกล่าวโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือว่า ในขณะที่สหรัฐกำลังแพร่กระจายคำกล่าวหาเกาหลีเหนืออย่างไร้มูล เกาหลีเหนือขอเสนอให้เปิดการสอบสวนร่วมโดยจะไม่ใช้การทรมานเหมือนที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ใช้ เพราะเกาหลีเหนือมีวิธีที่จะพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ

โฆษกเกาหลีเหนือเตือนสหรัฐว่า จะเกิดผลร้ายแรงติดตามมาหากสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอนี้และยังคงพร่ำพูดแต่เรื่องจะแก้แค้นเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือจะไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นผู้นำสูงสุด และในกรณีที่จะต้องตอบโต้เกาหลีเหนือจะไม่ทำร้ายผู้ชมภาพยนตร์ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่จะโจมตีโดยตรงกับผู้รับผิดชอบต่อการเคลื่อนไหวต่อต้านเกาหลีเหนือและสำนักงานใหญ่ของบุคคลเหล่านั้น.

-สำนักข่าวไทย

---------------------------

แหล่งข่าวแห่งหนึ่งได้รายงานว่า แม้เกาหลีเหนือจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ใช้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลบริษัทโซนีพิคเจอร์ตามที่สหรัฐอเมรืกากล่าวหา

แต่เกาหลีเหนือก็ขอยกย่องแฮกเกอร์กลุ่มนี้ที่ได้กระทำการเรื่องดังกล่าวว่า สุดยอด !! 555



ประเทศที่ถือว่า เป็นเจ้าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างสหรัฐอเมริกา เจอประเทศเกาหลีเหนือสอนมวยซะแล้ว 5555




---------------

แต่ล่าสุด 23 ธ.ค. 57 โซนีพิคเจอร์ กลับลำ ประกาศจะฉายหนัง The Interview ต่อไป แต่เป็นการจำกัดโรงฉาย หรือซื้อดูที่บ้านจะได้ลดครึ่งราคา

ส่วน ปธน.โอบามา ได้ชื่นชมการตัดสินใจนี้ของโซนี่ พิคเจอร์ เอนเตอร์เทนเมนท์



การประกาศกลับลำของบริษัทโซนี พิคเจอร์ส มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.2557) ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มทั้งระบบ ส่งผลให้เว็บไซต์หลักของทางการ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์โรดอง ชินมุน (Rodong Sinmun) และเว็บไซต์ของบริษัทขนาดใหญ่ๆ ที่ติดต่อกับต่างประเทศอีกหลายบริษัทไม่สามารถใช้การได้ ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มอยู่นานหลายชั่วโมงก่อนจะแก้ไขให้กลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง มีรายงานว่าเครือข่ายออนไลน์ทั้ง 4 เครือข่ายของเกาหลีเหนือ มีบริษัทยูนิคอม (Unicom) ของจีนเป็นผู้ให้บริการ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่กำลังมีการเผชิญหน้ากันระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ กรณีการแฮคข้อมูลของบริษัทโซนี พิคเจอร์ส โดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีการแฮคข้อมูลของโซนี พิคเจอร์ส ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนกับการโจมตีระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือ หลังจากมีรายงานว่าสาเหตุที่ทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่มอาจมาจากระบบขัดข้องหรือถูกโจมตีจากแฮคเกอร์

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีใต้ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ อาจทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือล่ม

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าสหรัฐฯอยู่เบื้องหลังการล่มของระบบอินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือหรือไม่



ผ่านไปวันเดียวของการฉายหนังเรื่อง The Interview ทั้งแบบจำกัดโรงและแบบโหลดดูออนไลน์ ทำรายได้ไป 1 ล้านเหรียญ

หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ดีอะไร ที่มันกลายเป็นหนังที่คนอเมริกันหลายคนออกไปดู เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการคุกคามจากการก่อการร้าย


วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ดอกบัวเกิดจากโคลนตม ประชาธิปไตยเกิดจากเผด็จการ






ได้ฟังอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ได้เปรียบเทียบว่า "ดอกบัวเกิดจากโคลนตมฉันใด การปฏิรูปก็เกิดจากกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ฉันนั้น"

หรือแปลให้ง่ายขึ้นก็คือ ประชาธิปไตยย่อมเกิดจากเผด็จการ ก็ได้



สมัยตอนคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ใช้การปฏิวัติ ไม่รู้ว่า การปฏิวัติสมัยคณะราษฎรนับเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการหว่า ?

เอาเป็นว่า คำพูดของอาจารย์บวรซักดิ์ ทำให้ผมนึกถึงอดีตนายพล ปาร์คจองฮี หรือ ปักจุงฮี ที่เคยเป็นอดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ที่มาจากการรัฐประหารขึ้นมา

ประธานาธิบดี ปักจุงฮี ผู้นำเผด็จการทหารของเกาหลีใต้ ถ้าคนบ้าประชาธิปไตยในยุคนั้น ก็ต้องเกลียดเขากันทุกคน เพราะเขาประกาศกฎอัยการศึกเป็นว่าเล่น ประกาศเคอร์ฟิวส์ ก็นับไม่ถ้วน เพื่อกำจัดผู้ต่อต้าน

แต่สุดท้าย เมือเขาตายไปแล้ว คนเกาหลีใต้ยุคหลังต่างยกย่องเขาว่า เป็นผู้นำที่วางรากฐานชาติเกาหลีใต้ที่ดีที่สุด จนเกาหลีใต้เจริญมากที่สุดเทียบเท่าญี่ปุ่นแล้ว

แล้วในวันนี้ ลูกสาวของเขา "ปาร์คกึนเฮ" ก็เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของเกาหลีใต้


ปาร์คกึนเฮ กับพ่อของเธอ ปาร์คจุงฮี

"ดอกบัวย่อมเกิดจากโคลนตมได้ฉันใด ผู้นำประชาธิปไตยก็เกิดจากผู้นำเผด็จการได้ฉันนั้น" จริงไหม ?

ก็ประธานาธิบดีปาร์คกึนเฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต่ ผู้นำประชาธิปไตยเกาหลีใต้คนปัจจุบัน ก็เกิดจากประธานาธิบดีเผด็จการของเกาหลีใต้ ปาร์คจุงฮี ไงครับ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย




ครอบครัวของนายพลปาร์คจุงฮี กับครอบครัวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จิมมี คาร์เตอร์ เพราะรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิดีปาร์คจุงฮี เพื่อไว้ต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ







วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สาเหตุที่ อิมเมจ ไม่ชนะเลิศเดอะวอยซ์







ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นอิมเมจร้องเพลงครั้งแรกในรอบไบลด์ ผมชอบเสียงเธอมาก ๆ ดูเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์จริง ๆ

พอดูอิมเมจร้องในรอบแรกจบ ผมก็รีบโพสลงเฟสบุ๊คทันทีว่า ผมชอบสาวน้อยคนนี้ เพราะเธอหน้าตาเหมือนคริส หอวัง ในอดีต ผมมองทะลุแว่นตากรอบใหญ่ของเธอ แล้วก็ฟันธงไปเลยว่า เธอน่ารักเหมือนคริส หอวัง

แม้อิมเมจจะใส่แว่นตากรอบโต ๆ แต่ใบหน้าหมวย ๆ ของเธอไม่อาจปิดบังความหมวยน่ารักไว้ได้



แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ดูอิมเมจร้องในรอบต่อมาอีก เพราะผมไม่ค่อยได้ดูรายการนี้เท่าไหร่แล้ว

แม้แต่รอบชิง ผมก็ไม่ได้ดูเหมือนเดิม แต่ได้ดูช่วงประกาศผลพอดีว่า อิมเมจ ได้ที่ 2

ผมเสียดายครับที่เธอแพ้ แม้จะไม่ได้ดูเธอร้องก็ตาม แต่ผมก็เชียร์เธอ

จนกระทั่งผมลองไปย้อนดูหลังว่า อิมเมจร้องเพลงอะไร ร้องเป็นยังไง?

ผมสามารถสรุปเหตุผลได้เลยว่า ทำไมอิมเมจถึงแพ้ ??

คำตอบในเหตุผลแรกที่ผมคิด คือ เพราะอิมเมจร้องเพลงฝรั่งครับ เธอถึงแพ้

เพราะถ้าคิดจะร้องเพื่อให้คนดูกดโหวตให้ สิ่งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันต้องทำคือ ต้องร้องเพลงที่คนดูเข้าถึงได้ง่าย มีอารมณ์ร่วมได้ง่าย ซึ่งการร้องเพลงฝรั่งให้คนไทยทั้งประเทศฟังนั้นย่อมยากที่จะดึงอารมณ์ร่วมจากคนดูได้มากเท่าร้องเพลงไทย

เพราะคนไทยส่วนใหญ่ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าอิมเมจร้องเพลงสากลได้ดี ร้องได้เพราะ แต่ก็นั่นแหละเพลงฝรั่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเข้าถึงยากสำหรับคนไทยทั่วไปอยู่ดี

ยิ่งพอผมมาดูรายการเรื่องเล่าเช้านี้ช่วงบันเทิงในวันรุ่งขึ้น

ผมไม่รู้จักผู้เข้าแข่งขันคนใดเลย นอกจากอิมเมจคนเดียว แต่ถ้าให้ผมตัดสินเฉพาะที่มาร้องในรายการเรื่องเล่าเช้านี้-บันเทิง นั้น

ผมขอตัดสินให้คนที่ร้องเพลงของวงพอส ชนะเลิศครับ

ส่วนอิมเมจ ก็ยังแพ้หนุ่ม แชมป์เดอะวอยซ์ 3 อยู่ดี เพราะการร้องเพลงไทยทำให้คนฟังที่เป็นคนไทยอย่างผมเข้าถึงอารมณ์ร่วมของเพลงได้มากกว่า

เรื่องเล่าเช้านี้ แชมป์เดอะวอยซ์ 3


----------------

ผมขอสรุปสาเหตุที่ อิมเมจ แพ้ ไว้สัก 4 เหตุผลคือ

1. เพราะอิมเมจรวยครับ คนไทยที่โหวตชอบเชียร์คนที่ฐานะจนกว่าครับ เพราะน่าสงสารดี คนไทยจะชอบแนวนี้ หรือที่เรียกว่า ดราม่าเรียกความสงสารได้

2. เพราะอิมเมจเป็นผู้หญิงครับ ซึ่งคนดูและร่วมโหวตส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ดังนั้นเมื่อคนโหวตส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ก็ต้องเลือกโหวตให้ผู้ชายมากกว่า เราจึงเห็นว่า ทุกเวทีการประกวดผู้ชายมักจะเป็นผู้ชนะเลิศแทบทั้งสิ้น นาน ๆ จะมีผู้หญิงชนะเลิศจากคะแนนโหวตสักคน

3. เพราะอิมเมจร้องเพลงฝรั่งไงครับ ร้องเพลงฝรั่งจึงยากที่จะหวังคะแนนโหวตจากคนดูที่เป็นคนไทยได้ หมายถึง ถ้าอิมเมจเลือกเพลงไทยดี ๆ สักเพลง น่าจะได้คะแนนโหวตมากกว่านี้

4. ที่ผู้ชายเชียร์อิมเมจ ด้วยเหตุผลเรียงลำดับตามนี้คือ น่ารัก สวย และร้องเพลงเพราะ แต่ผู้ชายมักไม่ค่อยชอบโหวตครับ เพราะผู้ชายเป็นประเภท ถึงชอบ ถึงเชียร์แต่ก็ไม่ค่อยโหวต นี่แหละสันดานผู้ชายจำนวนมากเป็นแบบนี้


---------------------

แต่เมื่อผมไปไล่ดูย้อนการร้องของ หนุ่ม แชมป์เดอะวอยซ์ปีนี้แล้ว ผมเองก็ยอมรับว่า เขาเป็นม้ามืดที่ค่อย ๆ มาแรงตีนปลายเรื่อย ๆ

ดูแล้ว ก็คิดว่า สมควรครับที่หนุ่มจะเป็นผู้ชนะ เพราะเขามีความเป็นคนน่ารักแบบชนบทสูง ดูฮา ๆ แบบลูกทุ่ง ๆ แถมดูน่ารักปนน่าสงสา่ร ซึ่งแบบนี้แหละที่สามารถเข้าถึงคนดูทั่วประเทศได้มากกว่า


อิมเมจตอนถอดแว่น น่ารักเหมือนคริส หอวัง ไหม ?




อ้อ พอดูเรื่องเล่าเช้านี้ บันเทิง ที่นำผู้เข้าแข่งขันเดอะวอยซ์ รอบ 4 คนสุดท้ายมาออก

ผมจับประเด็นบางอย่างได้จากโค้ชคิ้มได้อย่างนึง คือ ถ้าใครเชื่อฟังโค้ชในตอนโค้ชสอน ไม่ถือตัวว่าเก่ง เชื่อฟังโค้ชสอนโดยดี ย่อมมีโอกาสที่โค้ชจะเลือกให้ชนะในรอบแบทเทิล เพื่อให้เข้ารอบต่อไปได้มากกว่า

ดังนั้น ที่เห็นคนนึงร้องสู้อีกคนนึงไม่ได้ แต่โค้ชกลับให้คนที่ร้องแย่กว่าชนะ อาจเป็นเพราะโค้ชไม่อึดอัดที่จะสอนคนนี้ต่อในรอบต่อไปไงครับ


วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตั๊ก บงกช โชคดีได้เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส






ตั๊ก บงกช คงมาลัย ดาราสาวที่เคยประกาศตัวอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดงเต็มอัตราศึก อีกทั้งพวกเสื้อแดงก็เคยโชว์ถ่อยขับรถไล่รถของตั๊กมาแล้ว ถ้ายังจำกันได้

แต่ตั๊ก บงกช ก็กลับโชคดีสุด ๆ เมื่อได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไทย คือ เจ้าสัวบุญชับ เบญจรงคกุล

ทีนี้เรื่องล่าสุดที่เกิดเป็นประเด็นก็คือ ตั๊ก บงกช ได้โพสอินสตาแกรมว่า "เคยรู้สึกไหม เหมือนเป็นเมียน้อย ทั้ง ๆ ที่มีทะเบียนสมรส"



แน่นอนลองโพสแบบนี้ก็เป็นอันให้เกิดข่าวลือและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาตามมา

ถ้าคนเกลียดตั๊ก ก็จะตีความว่า สมน้ำหน้า ซึ่งผมคงไม่อยากไปช่วยพวกมันตีความ

แต่ถ้าคนรัก ก็ต้องบอกว่า ตั๊กช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส

ทำไมผมถึงอยากตีความว่า เธอโชคดีที่เป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรส ?

งั้นเรามีตีความในเชิงสร้างสรรค์มองโลกในแง่ดี ดีกว่า

ก็เพราะตามหลักแล้ว ผู้ชายมักเบื่อเมียหลวงแล้วออกไปแสวงหาเมียน้อยให้มาคอยเอาอกเอาใจ ใช่ไหม ?

แถมผัวมักมีความสุขที่ได้อยู่กับเมียน้อยมากกว่าอยู่กับเมียหลวง จริงไหม ?

เมียหลวง ผัวมักเรียกว่า อีแก่ จริงไหม ?

ส่วนเมียน้อย ผัวมักเรียกว่า กิ๊ก หรือ เด็ก!

ดังนั้น การที่ตั๊กรู้สึกว่าตัวเองเป็นเมียน้อย นั่นแสดงว่า ผัวยังรักผัวยังหลงตั๊กมากแบบหัวปักหัวปำ ถึงได้เกิดบรรยากาศผัวหลงเมียน้อยเกิดขึ้นกับตั๊ก

แต่ตั๊กดันเป็นเมียน้อยที่มีทะเบียนสมรสนี่สิ ผมถึงว่าโชคดีสุด ๆ ไงล่ะ

ในเมื่อเจ้าสัวมีเมียหลวงคือตั๊ก แต่ดันได้เมียที่เอาใจเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ ยอดเยี่ยมทั้งรุกและรับ แบบนี้จะไม่ให้ผัวรักผัวหลงได้ไงจริงไหม 555

หน้าตาตั๊กก็สวยระดับนางเอกอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

บอกตรง ผู้ชายไทยต่างอิจฉาเจ้าสัวบุญชัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง ที่ได้นางเอกแสนสวยแถมยังทรวดทรงสะบึมอึ๋มสะบัดอีกด้วย

โอวโนว...... จบแค่นี้ดีกว่านะ 555555



ประโยคที่ว่า ผู้ชายอิจฉาเจ้าสัวทั้งประเทศ หมายถึง มีผู้ชายที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ อิจฉาเจ้าสัว (ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่า ผู้ชายทุกคนอิจฉาเจ้าสัว)

ถ้าเป็นสมัยตั๊ก ยังรุ่น ๆ ยังแสดงหนังช่วงแรก ๆ ผมเชื่อว่า มีคนอิจฉาแน่นอน

แต่ไม่ใช่ตอนที่เล่นเรื่อง จันดารา แล้วนะ ตอนนั้นเริ่มย้วยแล้ว 


ความห่วยกรมขนส่งทางบกกับกรณีรถตู้เถียงผู้โดยสาร








จากคลิปที่แชร์จนเป็นข่าวดัง คนขับรถตู้เถียงผู้โดยสาร แถมขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด คือขับเร็วถึง 140 กม./ชม. แถมเขายังนำสติ๊กเกอร์ไปปิดทับเครื่องตัวจับสัญญาณความเร็วของรถตู้อีกด้วย เพื่อป้องกันการถูกตรวจสอบความเร็ว

ที่สำคัญที่สุดจากรายงานข่าว 7 สี คนขับรถตู้คันนี้ไม่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธาณะอีกด้วย

แต่กรมขนส่งทางบก กลับทำโทษเพียงปรับ 4 พันบาทและให้หยุดขับรถนาน 7 วันโทษฐานขับรถโดยประมาทเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดคือต้องไม่เกิน 90 กม./ชม. และปรับอีก 1 พันบาทโทษฐานที่แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร โดยกรมขนส่งอ้างว่า เพราะนี่ถือเป็นความผิดครั้งแรก จึงทำโทษเพียงเท่านี้  (ซึ่งถ้าปล่อยให้เกิดความผิดครั้งที่สองอีก ก็อาจต้องไปเผาศพผู้โดยสารแล้วก็ได้)

ผมจึงว่า บทลงโทษนี้เบาเกินไป เพื่อเทียบกับความผิดของเขา เพราะเขาไม่ได้ทำผิดครั้งแรกแน่นอน แต่ได้ทำผิดเป็นประจำ เพราะเขาอวดเองในคลิปว่า ขนาดเคยมีเจ้าหน้าที่นั่งรถของเขา เจ้าหน้าที่ยังไม่สนใจเอาเรื่องเลย

เพียงแต่ว่า นี่เป็นครั้งแรกของคนขับรถตู้คนนี้ที่โดนผู้โดยสารถ่ายคลิปมาประจานต่างหาก ซึ่งเชื่อว่า คงทำผิดอย่างนี้ชาชินมานานแล้ว ถึงได้กร่างได้ขนาดนี้

แถมคนขับรถตู้คันนี้ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารเลย เพราะยังถามอย่างหน้าด้าน ๆ ว่า "แล้วเคยมีคนตายไหม แล้วเคยมีคนตายหรือยัง"

คนที่ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องดูแลปกป้องชีวิตผู้โดยสาร ก็เท่ากับเขาได้ทรยศต่อวิชาชีพ จึงไม่ควรให้คน ๆ นี้ได้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะอีกต่อไป

อธิบดีกรมขนส่ง ควรพิจารณาบทลงโทษกรณีนี้เสียใหม่ เพราะคนขับรถตู้คนนี้ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะอีกด้วย โดยควรห้ามขับรถโดยสารสาธารณะไปเลย แถมต้องขึ้นบัญชีดำด้วยว่า คนแบบนี้ไม่ควรให้มาขับรถโดยสารสาธารณะอีก คนดี ๆ ที่เขาทำอาชีพนี้อยู่เขาจะได้ไม่เสียหายไปด้วย

(โทษจากการไม่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

เลิกเสียทีเถิด ไอ้เรื่องเอากุ๊ยมาขับรถโดยสารสาธารณะ หากไม่เข้มงวดในการเลือกคนดีมาขับรถโดยสารสาธารณะ ประเทศไทยก็จะมีปัญหาคนขับรถห่วย ๆ แบบนี้ไม่รู้จบ

ถ้าผู้มีอำนาจในเรื่องนี้คิดว่าปัญหานี้มันแก้ยากนัก ก็ออกกฎหมายไปเลยว่า ถ้าใครใช้บริการรถตู้สาธาณะก็ขอให้ทำใจไว้ก่อนเลยว่า "ถ้าต้องตายเพราะการโดยสารรถตู้สาธารณะ คนขับรถตู้ย่อมไม่มีความผิดเสมอ" 5555


วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เนติวิทย์โชว์โง่ กรณีนักเรียนหญิงไม่ยืนเคารพเพลงชาติ








คือจริง ๆ แล้ว คลิปนักเรียนหญิง 2 คนที่บอกว่าไม่ยืนเคารพเพลงชาติ เพราะเป็นคนเกาหลีนั้น

ผมได้นำคลิปนี้มาโพสในเพจ ก่อนที่เว็บดังอย่าง youlike จะนำมาแชร์จนเป็นกระแสดังเสียอีก (แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะนำเสนอ)




แล้วประเด็นเรื่องนี้อยู่ตรงไหน ?

ประเด็นคือ นักเรียนหญิง 2 คนนี้ยังอยู่ในโรงเรียน อีกคนยังอยู่ในชุดนักเรียน การไม่ยืนเคารพธงชาตินั้น หากใครมีเหตุจำเป็นก็ไม่ต้องยืนเคารพก็ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร 

แต่สิ่งที่นักเรียนหญิงสองคนนี้พูดต่อ คือ เพราะฉันเป็นคนเกาหลี จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาติไทย นี่แหละคือประเด็น

เพราะทั้งสองคนเป็นคนไทย การบอกเป็นคนเกาหลี นี่คือแถ หรือที่เรียกว่า ตอแหล นั่นแหละ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มารยาท เพราะคำพูดนี้เหมือนเป็นการลบหลู่ประเทศชาติที่ตนเองกำเนิด และลบหลู่เพลงชาติที่คนทั้งโลกเขาต้องให้เกียรติในเพลงชาติของตน

เพราะการให้เกียรติเคารพเพลงชาติ ถือเป็นมารยาทที่ดีในสังคมโลก ย้ำว่า มารยาทของโลก 

แม้แต่ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หากเพลงชาติของชาติใดดังขึ้น ไม่ว่าเราจะเป็นคนชาติไหนก็ตาม เราก็ต้องยืนให้เกียรติเพลงชาตินั้น ๆ ด้วย

การไม่ยืนเคารพเพลงชาติน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าอยู่ในที่สาธารณะ ถ้าคนอื่นเขายืนเคารพกัน เราก็ควรยืนเคารพด้วย เพราะนี่คือมารยาทที่ดีในสังคม

แต่ถ้าเราอยู่ที่บ้าน เมื่อเสียงเพลงชาติในทีวีดังขึ้น ก็ไม่มีใครยืนเคารพธงชาติกันหรอกจริงไหม ?

ดังนั้นทั้งหมดมันขึ้นอยู่ที่กาลเทศะ มารยาท และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม 

แต่การที่พูดว่าที่ไม่ยืนเพราะเป็นคนเกาหลี นี่คือการพูดที่ไร้มารยาท และเป็นการพูดที่เสมือนดูถูกชาติกำเนิดตัวเอง คนสันดานแบบนี้แม้แต่เกาหลีใต้เขาก็ไม่อยากเอาไปเป็นขยะสังคมในประเทศเขาหรอกครับ

ยิ่งคนเกาหลีใต้เขาชาตินิยมรุนแรงยิ่งกว่าคนไทยเราเสียอีก ถ้าเคยดูละคร ดูซีรีย์เกาหลีใต้น่ะ หัดดูมารยาทที่เขาสอนไว้แฝงไว้ในซีรีย์ด้วยว่า เขาเข้มข้นเรื่องมารยาท เรื่องกาลเทศะ เรื่องเคารพประเพณีวัฒนธรรมเดิม ๆ เรื่องความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่มากขนาดไหน เรียกว่า เข้มข้นกว่ามารยาทไทยเยอะ

พวกโง่อย่างนักเรียนหญิงพวกนี้ก็สักแต่เห่อเกาหลีแบบไม่มี ล.ลิง ไปวัน ๆ

เพราะคนที่ดูถูกรากเหง้าชาติกำเนิดของตัวเอง ไม่มีชนชาติไหนเขาอยากได้ไปเป็นคนในชาติเขาหรอก

ผมอยากจะบอกว่า ประเด็นนี้คนละเรื่องกับการอยากไปเป็นคนชาติอื่น หรืออยากโอนสัญชาติไปเป็นชาติอื่น คนละประเด็นนะครับ ต้องแยกแยะให้ออกก่อน

ผมขอสรุปในประเด็นนี้ในชั้นแรกว่า การไม่ยืนเคารพธงชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรงอะไร แต่คำพูดที่ลบหลู่รากเหง้าว่า ตนไม่ใช่คนในชาตินั้น ๆ จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาตินี่สิ ??

-----------------------------------

ดังนั้นประเด็นสำคัญเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องการไม่ยืนเคารพเพลงชาติ แต่ประเด็นสำคัญคือ การบอกตัวเองเป็นคนเกาหลี จึงไม่ยืนเคารพเพลงชาติไทย

ผมกล้าฟันธงเลยว่า ถ้านำคลิปนี้ไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศ แล้วให้คนในประเทศต่าง ๆ ดู เขาจะไม่ตำหนิเรื่องการไม่ยืนเคารพเพลงชาติหรอก แต่เขาจะตำหนิการพูดจาเสมือนไม่ยอมรับชาติกำเนิดของตัวเอง ดูถูกเชื้อชาติของตัวเอง

พ่อแม่ของนักเรียนหญิงทั้งสองคนคงจะภูมิใจที่ลูกสาวของตัวเองไม่อยากเป็นคนไทยเหมือนพ่อแม่ใช่ไหม ??

ส่วนไอ้พวกที่ชอบยกตรรกะว่า ที่ฉันไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ใช่ฉันไม่รักชาติ หรือ การรักชาติไม่ได้แปลว่าต้องเคารพเพลงชาติ ต้องร้องเพลงชาติอะไรทำนองนี้ ผมว่า คงมีแต่คนไทยเลว ๆ บางจำพวกเท่านั้น ที่ชอบยกตรรรกะแบบนี้มาอ้าง

เพราะคนชาติอื่น ๆ เขาไม่ยกตรรกะแบบนี้มาพูดหรอก เพราะเขารู้ว่า เรื่องการเคารพเพลงชาตินั้น มันเป็นเรื่องของการให้เกียรติ การแสดงความเคารพชาติตัวเอง และเป็นเรื่องของมารยาทสังคม

ถ้าแค่เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ ไอ้คนที่บอกว่ารักชาติแต่กูไม่เคารพเพลงชาตินั่นน่ะ มันแค่แถบนตรรกะสวยหรูดูดีเท่านั้น เพราะถ้าชาติมีภัยจริง ๆ  ไอ้คนประเภทนี้นี่แหละ แม่งหนีเอาตัวรอดก่อนใครแน่นอน

เพราะแค่กติกาสังคมง่าย ๆ พวกมันยังไม่เคารพเลย แล้วมันจะเสียสละอะไรเพื่อชาติได้ จริงไหม ?

ส่วนคลิปนี้อาจเป็นแค่เรื่องนักเรียนหญิงพูดสนุก ๆ ตลก ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็นั่นแหละ การพูดตลกในบางเรื่องมันก็ไม่สมควรพูด

------------------------

เนติวิทย์ เด็กขบถในเชิงทางทำลาย

ที่จริงบทความนี้ผมไม่คิดว่าต้องเขียน เพราะมันก็แค่เรื่องเด็กกระแดะ 2 คนพูดจาเอาฮาแบบไม่รู้กาละเทศะเท่านั้น

แต่ที่ผมต้องเขียนบทความนี้ก็เพราะมีไอ้เด็กเวรเนติวิทย์ มันโพสเรื่องนี้ขึ้นมา



เหอะ ๆ การเคารพธงชาติ รวมถึงการร้องเพลงชาติไม่เคยมีการบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น ไอ้เด็กเวรเนติวิทย์มันก็โชว์โง่จริง ๆ เพราะถ้ามีการบังคับจริง ๆ ป่านนี้คนไทยติดคุกกันจนล้นไปแล้ว



ในทวีปยุโรป ที่เขามีนักวิทยาศาสตร์มากมายสร้างความเจริญให้กับโลก เพราะเขาจะเป็นผู้คิดขบถในเชิงสร้างสรรค์สังคม

แต่กรณีเนติวิทย์ ไอ้เด็กเวรที่รังเกียจความเป็นชาติไทย รังเกียจวัฒนธรรมประเพณีไทย เกลียดทหาร เพราะมันเขียนถึงทหารบ่อย ๆ

ไอ้เด็กเวรเนติวิทย์จัดเป็นพวกขบถเชิงทำลาย คือแนวคิดสร้างความแตกแยกให้คนในชาติ แนวคิดให้คนลืมรากเหง้าตัวเอง แนวคิดนี้มันมาพร้อมกับการต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศให้เป็นสาธารณรัฐของตัวมันเอง ที่มีอีอั้มเนโกะเป็นคู่กิ๊กของเนติวิทย์ และมีไอ้หงอกเจียมเป็นพ่อบุญธรรม

โดยการนำความเป็นชาตินิยมที่คนในชาติพึงมีร่วมกัน นำมาสร้างวาทกรรมเชิงทำลายว่า "คลั่งชาติ" โดยที่ตัวมันเองนั่นแหละคือ พวกคิดทำลายความเป็นชาติ ที่พวกเราจะเรียกคนประเภทนี้ว่า "พวกหนักแผ่นดิน"

อย่างล่าสุดไอ้เด็กเวรเนติวิทย์ มันเพิ่งโพสเฟสล่าสุดว่า "หนักแผ่นดิน เป็นวาทกรรมล้าหลัง"



นั่นเพราะไอ้เนติวิทย์ มันมีเป้าหมายเหมือนอีอั้มเนโกะ มีอุดมการณ์เหมือนไอ้หงอกเจียม มันจึงเจ็บปวดกับวาทกรรม พวกหนักแผ่นดิน มันจึงต้องพยายามสรรหาคำมาทำลายวาทกรรมหนักแผ่นดินลงเพื่อปกป้องตัวมันเอง

---------------------------

ถ้าใครจำวันที่สมรักษ์ คำสิงห์ ได้เหรียญทองโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยได้ ก็คงเข้าใจว่า คนที่เขาทำเพื่อชาตินั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ได้ทำให้คนไทยมีความรู้สึกร่วมในความภาคภูมิใจขนาดไหน

นักกีฬาทุกคนในทุกชาติ ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ จนได้ยินเสียงเพลงชาติดังขึ้น เขาจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ดีที่สุด



คลิกอ่านนายปรีดี คือผู้ลงนามกฎหมายเคารพเพลงชาติ


วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิวข้าวไข่เจียวกุ้งสับ เซเว่น ปรับขึ้นราคาอีก 2 บาท







คือ ก็ไม่ได้อยากอุดหนุนเซเว่นหรอกนะ แต่มันไม่มีทางเลือกนี่หว่า

เพราะผมเจอพวกร้านอาหารตามสั่งเอาเปรียบผู้บริโภคพอควร คุณผู้อ่านคิดดูว่า ถ้าคุณผู้อ่านไปซื้อข้าวไข่เจียวหมูสับจากร้านอาหารตามสั่งแถวบ้าน จะราคาเท่าไหร่ ?

แถวบ้านผมน่ะเหรอ ไข่ใบเล็กระจิดริด กับข้าวเปล่าอีกหน่อยนึง ตอนนี้ปาเข้าไป 35 บาทแล้ว และที่ขาย ๆ น่ะ บางทีร้านอาหารตามสั่งก็เอาเปรียบลูกค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ  (ซึ่งผมไม่อยากจะเอ่ยถึง)

แต่เอาเถอะ ถ้าเรายึดตรรกะที่ว่า ร้านอาหารตามสั่งมีเยอะแยะไม่พอใจร้านนี้ก็ไปซื้อร้านอื่นสิ

โอเค ผมเลยไปจบที่เซเว่นดีกว่า สบายใจดี พราะผมยอมถูกเซเว่นเอาเปรียบแบบมีมาตรฐาน ยังดีกว่าโดนร้านอาหารตามสั่งเอาเปรียบ

เพราะอะไรผมถึงว่าเช่นนั้น ?

คือ พวกอาหารตามสั่งน่ะ เอากำไรเกินควร คือก็อยากอุดหนุนร้านอาหารตามสั่งนะ แต่พอโดนเอาเปรียบจากคนไทยด้วยกัน แม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม ผมว่า ผมไปซื้อเซเว่นสบายใจกว่าเยอะ

มันก็คงคล้ายร้านโชว์ห่วยที่ตายจากเมืองไทย เพราะคนไทยขอซื้อไปความสบายใจดีกว่าไปง้อร้านโชว์ห่วยที่หยิ่งยโสล่ะมั้ง ?

พูดถึงอาหารสำเร็จที่เซเว่น ผมมีกินบ่อยสุด ๆ อยู่ 3 ชนิดหลัก ๆ คือ ข้าวผัดกุ้งแบบแช่แข็ง ข้าวผัดปูแบบแช่แข็ง และข้าวไข่เจียวกุ้งสับแบบถาดแดงที่มีอายุไม่เกิน 3 วัน

ผมกินข้าวไข่เจียวกุ้งสับเซเว่นตกอาทิตย์ละประมาณ 3-4 กล่อง ซึ่งผมว่าอร่อยดี ในราคาถาดแดงละ 35 บาท พร้อมซอสพริกและช้อนพลาสติก



แน่นอน แค่ภาชนะจานแดงสำหรับเข้าไมโครเวฟได้ ก็มีต้นทุนสูงกว่ากล่องโฟมที่แสนอันตรายเพราะสารปนเปื้อนที่ซื้อจากร้านอาหารตามสั่งแล้ว

แถมผมว่า คุณภาพความสะอาดและคุณภาพวัตถุดิบของข้าวไข่เจียวกุ้งสับเซเว่น ก็มีคุณภาพมากกว่าซื้อข้าวไข่เจียวหมูสับจากร้านอาหารตามสั่งแน่นอน

ผมมาคิด ๆ ว่า ไข่เจียวกุ้ง ถ้าไปซื้อที่ร้านอาหารตามสั่งในราคา 35 บาท ไม่มีหาซื้อได้แน่นอน จริงไหม ?

งั้นผมขอซื้อข้าวไข่เจียวกุ้งสับของเซเว่นกินดีกว่า แน่นอนมันไม่อิ่มหรอก แต่ถึงซื้อร้านอาหารตามสั่งมันก็ไม่อิ่มเหมือนกันนั่นแหละ เพราะงกกันเหลือเกิน

---------------

แต่วันนี้ข้าวไข่เจียวกุ้งสับของเซเว่น ได้ปรับราคาขึ้นอีก 2 บาท เป็นถาดแดงละ 37 บาทแล้ว

โดยมีเขียนแปะไว้ที่หน้าถาดว่า สูตรใหม่อร่อยกว่าเดิม !! 
แล้วก็เพิ่มปริมาณข้าวสวยมากขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ผมกินแล้ว ผมว่า แบบเก่าสูตรเก่าอร่อยกว่า แล้วเขาก็เพิ่มปริมาณข้าวสวยขึ้นมาหน่อยนึงเลยทำให้ข้าวสวยแข็งกว่าเดิม คงเพราะข้าวเบียดกันไปหน่อยมั้ง

แต่ก็เอาเถอะ ถ้าผมชอบกินผมก็ซื้อ แม้จะแพงขึ้นก็ตาม

แต่ขอบ่นหน่อยเถอะว่า ในขณะที่รัฐบาล คสช. พยายามจะขอร้องเอกชนและผู้ผลิตว่า อย่าขึ้นราคาสินค้าและอาหารช่วงนี้ ช่วย ๆ ประชาชนกันหน่อย

แต่เจ้าสัวซีพี เสี่ยธนินทร์ กับนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารเซเว่นก็ไม่เคยนำพา อยากจะรวยมาก ๆ ทวงคืนบัลลังก์แชมป์มหาเศรษฐีอันดับของไทยคืนจากตระกูลเซ็นทรัลหรือไง ??

เจ้าของเซว่นอีเลฟเว่น คงคิดว่า กูอยากขึ้นเมื่อไหร่กูก็จะขึ้น เพราะกูคือเจ้าตลาดที่ผู้บริโกคต้องง้อกูไงล่ะ ใช่ไหม ?

เหอะ ๆ ตอนนี้แฟมิลี่มาร์ทยุคใหม่ที่พัฒนาแล้วเริ่มดีขึ้นมาใกล้เคียงเทียบชั้นเซเว่นแล้วล่ะนะ  เพราะมีอาหารกล่อง และอาหารแช่เย็นพร้อมเวฟหลากหลาย มาขายแข่งกับเซเว่น แม้อาหารของแฟมิลี่มาร์ทบางอย่างจะยังเป็นรองในเรื่องรสชาติอาหารของเซเว่นอยู่บ้างก็ตาม

แต่ถ้าวันใดแฟมิลี่มาร์ทมาเปิดใกล้บ้านผมเมื่อไหร่ ผมจะไม่ยอมซื้อเซเว่นเจ้าเดียวแน่นอน ก็แบ่ง ๆ กันรวยบ้างสิ

น้ำมันโลกราคาถูกลง น้ำมันในบ้านเราก็ถูกลง แต่เซเว่นแม่งขึ้นราคาอาหาร !!

คลิกอ่าน สปาเก็ตตี้ซีพี อร่อยไหม ?