วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผมไม่แปลกใจที่น้องธันย์ แพ้คดีตกรถไฟฟ้าที่สิงคโปร์







ตอนนี้น้องธันย์ หรือ น.ส.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ได้แพ้คดีฟ้องร้องการรถไฟฟ้าสิงคโปร์แล้วทั้ง 3 ศาล คือ ศาลตัดสินให้ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ แก่น้องธันย์

ผมจำได้ว่า คุณพ่อของน้องธันย์เคยมาออกรายการเจาะข่าวเด่นกับสรยุทธในครั้งล่าสุด เมื่อครั้งที่แพ้คดีในศาลชั้นต้น โดยคุณพ่อน้องธันย์เล่าว่า ต้องใช้เงินประมาณ 2 ล้านบาทในการสู้คดีนี้

ซึ่งตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ที่พ่อน้องธันย์ บอกว่า ต้องใช้เงินถึง 2 ล้าน หมายถึงรวมการต่อสู้ทั้ง 3 ศาลหรือไม่

ที่ผมเขียนบทความนี้ ก็อยากจะบอกพ่อน้องธันย์ว่า เพราะคุณพ่อน้องธันย์รักลูก จึงอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาว แต่เผอิญคุณพ่อคิดเข้าข้างลูกสาวมากเกินไป เพราะประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้คือ ภาพจากกล้องวงจรปิด

ถ้าไม่มีคลิปกล้องวงจรปิดในขณะที่เกิดอุบัติเหตุที่น้องธันย์ตกลงไปในรางรถไฟฟ้า จนโดนรถไฟฟ้าทับจนขาขาด มาแสดงให้เห็นว่า น้องธันย์ไม่ได้ประมาทตกลงไปเอง หรือเพราะน้องธันว์โดนใครชน หรือมีใครผลักหรือไม่

ถ้าไม่มีคลิปจากกล้องวงจรปิด แบบนี้ก็มีแต่แพ้คดีเท่านั้น

คือในตอนที่เป็นข่าวใหม่ ๆ น้องธันย์ ยืนยันว่า เธอโดนเบียดจากคนอื่นจนตกรถไฟฟ้า


ซึ่งคดีนี้ผมมองตั้งแต่แรกแล้วว่า น้องธันย์และคุณพ่อจะไม่มีทางชนะคดีแน่นอน เหมือนกับที่ศาลสิงคโปร์วินิจฉัยนั่นแหละครับว่า ประเทศไหน ๆ เขาก็ไม่สร้างประตูกั้นหรือรั้วกั้นระหว่างตัวรถไฟกับตัวสถานีรถไฟ

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กับน้องธันย์ใหม่ ๆ ผมเองเคยตั้งกระทู้ไว้ในสนุกบอร์ดหลายกระทู้ รวมทั้งเคยเชียนบทความเรื่องนี้ไปแล้ว 1 บทความ


คลิกอ่าน บทความเงินน้องธันย์กับช่วย 1.2 แสนของสิงคโปร์

ซึ่งมีอยู่กระทู้นีงผมได้นำรูปรถไฟฟ้าจากทั่วโลกมาลงในกระทู้ ทั้งรถไฟฟ้าในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ต่างก็ไม่มีรั้วกั้นระหว่างผู้โดยสารกับรถไฟฟ้าที่กำลังจะเข้ามาจอดในทุกประเทศทั้งนั้นแหละครับ

คลิกอ่าน ทำไมรถไฟฟ้าบนดินส่วนใหญ่ไม่มีรั้วกั้น


และแม้ในภายหลังทางรถไฟฟ้าสิงคโปร์จะมาสร้างรั้วกั้นภายหลังแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้แปลว่า ทางการรถไฟฟ้าสิงคโปร์เขาประมาทนะครับ

ดังนั้นการที่คุณพ่อน้องธันย์ไปฟ้องร้องการรถไฟฟ้าสิงคโปร์ ว่า เขาประมาท ที่ไม่มีรั้วกั้น ก็คงไม่มีทางชนะอยู่แล้ว เพราะทั่วโลกเขาก็ไม่ได้กั้นกันเป็นส่วนใหญ่

เออ..ถ้ารถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในโลกเขากั้นรั้ว ก็ว่าไปอย่าง แต่ก็ต้องดูคลิปจากกล้องวงจรปิดประกอบด้วยว่า ใครกันแน่ที่ประมาท ?

ผู้โดยสารประมาทหรือไม่ หรือมีใครแกล้งผลักให้ตกลงไป ?

อย่างกรณีนักข่าวช่อง 3 เป็นลมตกลงไปในรางรถไฟบีทีเอสก็เช่นกัน นักข่าวคนนี้ก็เกือบตาย ถ้าไม่มี รปภ. ของบีทีเอสไปช่วยทุบสัญญาณเตือนภัยให้รถไฟจอด

แต่กรณีของนักข่าวช่อง 3 ก็เป็นความผิดของนักข่าวเองอีก เพราะเธอมีน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดหน้ามืด จนหลงเดินไปทางผิด เพราะตั้งใจจะเดินไปข้างหลังเพื่อหาที่พัก แต่กลับเดินผิดทาง เดินไปที่รางรถไฟแล้วเกิดเป็นลมตกลงไป


ผมไม่รู้ว่า ทางคุณพ่อน้องธันย์ไปสู้ในประเด็นอะไรกันแน่ ?

ถ้าไปสู้เรื่องรั้วกั้น ก็ไม่มีทางชนะคดีแน่นอน แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่มี รปภ. มาช่วยแบบที่ รปภ. บีทีเอส ไปช่วยนักข่าวช่อง 3  ก็ว่าไปอย่าง

ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า ระยะเวลาที่รถไฟกำลังจะเข้าจอดมันเหลือเวลามากน้อยแค่ไหน หากมันกระชั้นชิดเกินไป ก็คงไม่มีใครไปช่วยได้ทันเช่นกัน

ผมขอสรุปบทความเลยนะครับว่า ผมไม่แปลกใจที่คดีนี้คุณพ่อและน้องธันย์จะแพ้

เพราะถ้าการรถไฟสิงคโปร์เขาแพ้ เขาก็ต้องเสียชื่อเสียง

ดังนั้นเราต้องมองย้อนกลับไปว่า เคยมีคนสิงคโปร์ตกลงไปหรือไม่ ?

ยิ่งถ้าไม่เคยมีคนสิงคโปร์ตกลงไปในรางรถไฟฟ้ามาก่อน มันก็จะกลายเป็นว่า เพราะคนไทยเองนั่นแหละ ที่ไม่รู้จักกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยดีพอ

ย้ำ อีกครั้งว่า คลิปกล้องวงจรปิดคือ หลักฐานสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีคลิปย่อมไม่มีทางชนะคดีง่าย ๆ  ซึ่งผมเคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ไว้ในบอร์ดสนุก

คลิกอ่าน น้องธันย์ยืนยัน ถูกเบียดจนตกรางรถไฟฟ้า


----------------------

ข่าว “น้องธันย์” เปิดใจขอบคุณสื่อมวลชนช่วยเสนอข่าวพลัดตกรางรถไฟฟ้า

ฟังคุณพ่อน้องธันย์ตัดพ้อ ที่รัฐบาลไทยไม่ส่งคนไปช่วยในคดีนี้เลย


เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (4 ต.ค.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายกิตติ์ธเนศ เป็นเอกชนะศักดิ์ และ น.ส.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือน้องธันย์ ซึ่งพลัดตกรางรถไฟฟ้าถูกรถไฟทับที่ประเทศสิงคโปร์ ทำให้สูญเสียขาสองข้าง

และต่อมาได้ยื่นฟ้องต่อรัฐบาลสิงคโปร์ เดินทางมาเปิดใจขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าว โดยมี นายศาสนะ ศิริลาภ กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เป็นตัวแทนให้การต้อนรับ

นายกิตติ์ธเนศ กล่าวว่า "ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ น้องธันย์ ได้ขึ้นศาลทั้งสามศาล และต่อสู้จนจบคดี ก็อยากจะเดินทางมาขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว จากการตัดสินของศาลล่าสุดนั้น ถ้าพูดกันภาษากีฬาก็คือ ศาลให้เสมอกัน ไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ เลย เมื่อทางทนายความสอบถามเรื่องการสร้างที่กั้นรถไฟฟ้า ทางนั้นก็ตอบว่าประเทศอื่นก็ไม่ทำ จึงยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งเป็นคำตอบของประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้นของโลก มีความพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่เห็นความรับผิดชอบใดๆ และยังไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่นกัน จึงอยากวิงวอนให้เห็นความสำคัญของเด็กไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดนบ้าง อยากให้จัดหน่วยงานขึ้นดูแลโดยเฉพาะ เพราะที่จริงแล้วการส่งน้องไปเรียนที่สิงคโปร์นั้นก็เพื่อให้น้องเรียนวิชาความรู้แล้วเอากลับมาพัฒนาประเทศ

สิ่งที่จะทำต่อไปคือ ในวันอังคาร จะให้น้องธันย์ เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามไปยังรัฐบาลของประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาไม่เสียอะไรเลย แต่น้องเสียขาไปทั้งสองข้าง วันที่ขึ้นศาลก็มีสื่อประเทศสิงคโปร์มาทำข่าว แต่ข่าวที่นำเสนอออกไปก็เหมือนถูกปิดบางประเด็น สำหรับขาเทียมของน้องธันย์นี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครอบครัวตนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงให้เห็นว่า เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของไทยเมื่อทรงทราบเรื่องความเดือดร้อนของพสกนิกร ไม่ว่าจะมุมไหนของโลกก็ทรงช่วยเหลือทันที โดยทรงพระราชทานขาเทียมคู่นี้ซึ่งมีมูลค่า 3 ล้านบาท ขณะที่ขาเทียมคู่ต่อไปซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยน โดยเป็นขาเทียมที่ใช้ระบบสัมผัสประสาทผ่านทางสมอง ซึ่งมีราคาแพงมาก จึงหวังว่ารัฐบาลไทยจะเจรจาช่วยเหลือให้ได้ขาเทียมคู่ใหม่ เพื่อน้องธันย์ จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ไม่ได้คิดน้อยเนื้อต่ำใจ ขอเพียงโอกาสแค่นี้เท่านั้น"

ด้าน น.ส.ณิชชารีย์ หรือน้องธันย์ กล่าวว่า "เมื่อทราบคำตัดสินของศาลก็รู้สึกเศร้ามาก ร้องไห้เลย เพราะตนเองรู้สึกกดดันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครให้การช่วยเหลือเลย สื่อต่างประเทศก็นำเสนอบางประเด็นเท่านั้น ทำให้รู้สึกไม่มีที่พึ่ง และตอนนี้ตนเองเรียนม.5 แล้ว ต่อไปในอนาคตก็ตั้งใจจะเรียนภาควิชาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามที่คาดหวังไว้มาตลอด"

ข่าว astv ออนไลน์

-----------------

ดังนั้นผมว่า ที่ศาลตัดสินให้รถไฟฟ้าเขาไม่ต้องจ่าย แล้วก็ตัดสินในทางรอมชอมน่ะดีแล้ว

เพราะถ้าเกิดการรถไฟฟ้าสิงคโปร์ เขาเกิดฟ้องน้องธันย์กลับล่ะ จะแย่ยิ่งกว่านี้ ในข้อหาทำให้เขาต้องเสียชื่อเสียง

เพราะถ้าคุณพ่อและน้องธันย์ เข้าใจให้ถูกต้องเสียแต่แรก ก็คงไม่ต้องมาเสียใจอีกครั้งและเสียเงินไปฟรี ๆ แบบนี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น