วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

สถานภาพรักษาการนายกฯ ของยิ่งลักษณ์ จะสิ้นสุดได้หรือไม่







ตอนนี้มีคดีของยิ่งลักษณ์อยู่ 2 คดี ที่อาจทำให้ยิ่งลักษณ์ต้องพ้นจากสภาพรักษาการนายกรัฐมนตรี คือ คดีจำนำข้าว และคดีโยกย้ายคุณถวิล เปลี่ยนสี

และดูมีแนวโน้มว่า ยิ่งลักษณ์อาจพ่ายแพ้ทั้งสองคดี จึงทำให้พวกพรรคเพื่อไทยและนักวิชาการฝ่ายแดง ได้ออกมาแสดงตรรกะทางกฎหมาย ตีความรัฐธรรมนูญทุกหนทาง เพื่อให้ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องพ้นจากการรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยมาตราที่สำคัญที่สุดก็คือ มาตรา 181(2)

คือถ้าว่ากันด้วยตัวบทกฎหมาย ต่างฝ่ายก็ต่างตีความแบบเข้าข้างตนเอง โดยเฉพาะพวกขี้ข้าทักษิณทั้งหลายพยายามตีความให้ยิ่งลักษณ์อยู่ต่อไป

ทีนี้การสิ้นสุดสถานภาพของรักษาการนายกฯ ก็ต้องตกไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยตีความ ซึ่งพวกนักวิชาการแดง และพวกเพื่อไทยก็รีบออกมาแสดงความเห็นในเรื่องกฎหมายล่วงหน้า เพื่อกดดันศาลกันแล้ว

บทความนี้ผมไม่อยากลงในกฎหมายลึกเกินไป เพราะมันยากที่จะอธิบายเพราะต่างฝ่ายต่างมีทิฎิของตนเองทั้งสิ้น

ประเด็นของพวกขี้ข้าทักษิณได้อ้างว่า ทำไมศาลรัฐธรรมนูญไม่ชี้มูลอภิสิทธิ์ ว่าสิ้นสภาพ สส. นั่นเพราะศาลอ้างว่า อภิสิทธิ์ได้สิ้นสถานภาพ สส. ไปแล้ว เพราะเกิดการยุบสภา เช่นเดียวกัน ยิ่งลักษณ์ก็สิ้นสถานภาพนายกรัฐมนตรีไปแล้วเช่นกัน ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีสิทธิสั่งให้ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพนายกรัฐมนตรีอีกไม่ได้

akecity ขอตอบว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ สิ้นสภาพ สส. จากการยุบสภา เป็นการสิ้นสภาพที่สมบูรณ์ ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และไม่ได้รับเงินเดือนจาก สส. ไปแล้ว ตั้งแต่มีการยุบสภา ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ต้องนำเรื่องการสิ้นสภาพ สส. ของนายอภิสิทธิ์ กรณีถูกถอดยศทหาร มาพิจารณาอีก จะเรียกว่า ยกประโยชน์ให้จำเลยไปก็ได้

แต่กรณียิ่งลักษณ์ แม้จะพ้นจากสถานภาพนายกรัฐมนตนีแล้ว แต่ยังไม่สิ้นสุดสถานภาพโดยสมบูรณ์ เพราะยังปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ ยังรับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ จึงมีสถานภาพแตกต่างจากกรณีของนายอภิสิทธิ์

ตัวอย่างเช่น พรก.ฉุกเฉิน 2557  ผมเคยตีความว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้เขียนว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ไม่มีตรงไหนเขียนว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกพรก.ฉุกเฉินได้

ซึ่งตอนยิ่งลักษณ์ลงนามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน 2557  ยิ่งลักษณ์ก็ยังลงนามด้วยตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เหมือนเดิม ไม่ได้ลงนามในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ยุบสภาไปแล้ว


จากเอกสารประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ตามรูป ก็คือหลักฐานสำคัญว่า ยิ่งลักษณ์ยังดำรงสถานภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่


ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่า อำนาจการออก พรก.ฉุกเฉิน เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ฉะนั้นแสดงว่า ยิ่งลักษณ์ยังมีอำนาจในการบริหารประเทศอยู่

ดังนั้นการสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี จากการยุบสภา ตามมาตรา 180 (2) ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น จึงเป็นการสิ้นสุดสถานภาพที่แตกต่างจาก การตาย การลาออก

จึงหมายความว่า แม้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในวาระรักษาการยังไม่สิ้นสุด  ยังสามารถสั่งการข้าราชการ กรม กอง ต่าง ๆ ได้ แถมยังประกาศ พรก.ฉุกเฉินได้ และยังรับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม

ฉะนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินว่า ยิ่งลักษณ์ต้องพ้นสภาพรักษาการ จึงยังทำได้ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์ก็ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีเช่นกัน

-------------

ตัวอย่างเช่น

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารองค์กรใด ๆ ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว แต่ต้องอยู่รักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการผู้บริหารคนใหม่

หากในระหว่างรักษาการ ผู้บริหารคนดังกล่าวเกิดกระทำผิด หรือองค์กรได้ตรวจพบว่า ในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งปกติ เขาเคยกระทำการทุจริตในองค์กร

องค์กรนั้น ๆ ก็มีสิทธิหรือมีอำนาจระงับการรักษาการ หรือระงับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารคนดังกล่าวได้ทันที

ทำไมต้องให้หยุดจากการทำหน้าที่ ?

ก็เพราะถ้ายังปล่อยให้ผู้บริหารคนนั้นทำหน้าที่ต่อไป ก็อาจมีผลต่อการสวบสวน และพยานหลักฐานได้

เช่นเดียวกัน ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลชั่วต้องการอยู่ในอำนาจเพื่อปกปิดข้อมูลหลักฐานความชั่ว  และเรื่องทุจริตไว้นั่นเอง

อธิบายแบบนี้พอเข้าใจไหมครับ

ผมเชื่อว่า คนฉลาดอ่านเท่านี้ก็เข้าใจ แต่พวกโง่อย่างพวกชั่วเสื้อแดง และขี้ข้าทักษิณมันไม่เข้าใจ

ยิ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของประเทศ ยิ่งต้องมีความโปร่งใส มีจริยธรรมมากกว่าผู้นำองค์กรใด ๆ

หากพบว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีนี้มีการกระทำทุจริต หรือกระทำการที่ไม่สุจริต ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังยุบสภาก็ตาม ก็สมควรที่ผู้นั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่รู้จะหน้าด้านอยู่ในอำนาจต่อไปทำเหี้ยอะไร

หากยิ่งลักษณ์จะหน้าด้านอยู่ต่อไป ก็ช่วยชาวนาแทบไม่ได้ อยู่ต่อไปก็ทำความเสียหายให้แก่ภาคเศรษฐกิจ และผลงานที่ผ่าน ๆ มาก็ล้มเหลวไม่ได้เรื่องสักอย่าง การอยู่ในตำแหน่งรักษาการ รังแต่จะทำให้ประเทศเสียหายไปเปล่า ๆ

จากหลักการในรัฐธรรมนูญ เมื่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดสถานภาพลง คณะรัฐมนตรีก็ต้องสิ้นสุดไปด้วย

เช่นเดียวกัน หากรักษาการนายกรัฐมนตรีต้องหยุดทำหน้าที่ ครม.รักษาการ ก็ต้องสิ้นสุดลงไปด้วย

ซึ่งผมได้อธิบายรายละเอียดตรงจุดนี้ไว้ในบทความเรื่อง เสื้อแดงมันโง่ที่คิดว่า กปปส. อยากให้ทหารทำรัฐประหาร

คลิกอ่าน เสื้อแดงมันโง่ที่คิดว่า กปปส. อยากให้ทหารทำรัฐประหาร

-----------------------

ขำขัน ตอน สามี หรือ ผัว กันแน่ ?

นักข่าวสุดหล่อ akecity "ท่านนายกรัฐมนตรีครับ"

ยิ่งลักษณ์ "ขา" (แหม พอเห็นนักข่าวหล่อเข้าหน่อยล่ะ เสียงหวานเลยนะ)

นักข่าว akecity "อ้าวไหนบอกไม่ใช่นายกรัฐมนตรีแล้วไม่ใช่เหรอครับ แล้วขานรับทำไมล่ะครับ"

ยิ่งลักษณ์ "เอ่อ.. แหม..สุดหล่อเนี่ย"

นักข่าว akecity "ท่านนายกมีสามี รึยังครับ"

ยิ่งลักษณ์ "แหม มีแล้วสิคะ ก็คุณเศรษฐ เอ้ย! ก็คุณอนุสรณ์ไง ถึงปั่มปั๊มจนมีลูกไปป์ ไงคะ"

นักข่าว akecity "แต่ในทางกฎหมาย คุณอนุสรณ์ไม่ใช่สามีของท่านนะครับ"

ยิ่งลักษณฺ์ "แหม ถึงไม่ได้จดทะเบียน แต่โดยพฤตินัยเป็นสามีแน่นอนค่ะ มีน้องไปป์คือพยาน(น้ำ)รัก"

นักข่าว akecity "สำหรับผม ถ้าสามี ต้องหมายถึง จดทะเบียนสมรสกันแล้ว แต่ถ้ายังไม่จดทะเบียนน่าจะเรียกว่า ผัว นะครับ"

ยิ่งลักษณ์ "แหม ตลกนะคะ จะสามี หรือผัว มันก็ทำหน้าที่เหมือนๆกันน่ะค่ะ"

นักข่าว akecity "ก็นั่นแหละครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็มองว่า ตำแหน่งรักษาการนายก หรือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มันก็ทำหน้าที่เหมือนๆกันนั่นแหล่ะครับ"

ยิ่งลักษณ์ !!??


555555555/akecity

คลิกอ่านขำขันตอนต่อเนื่อง เรื่อง เมื่อยิ่งลักษณ์ยิงนายอนุสรณ์ตายคาเตียง 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น