วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ท่านอำนวย มั่วนิ่มมโน ปืนจิ๋วไม่ใช่ของคำรณวิทย์







ถ้าแม้แต่ในยุครัฐบาล คสช. ยังเอาผิดให้จะจะกับ พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ในคดีพกอาวุธปืนออกนอกประเทศยังไม่ได้

คนไทยทุกคนก็อยู่ยากต่อไป เพราะคนมีเส้นสายใหญ่โต มีพวกพ้องเพื่อนฝูงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มียศใหญ่โต ถึงทำผิดกฎหมายก็ยากที่จะติดคุกไทย

เมื่อ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 ผู้สอบปากคำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า

"วันนี้ เชิญพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เข้าให้ข้อมูลถึงเหตุ การณ์ที่เกิดทั้งหมด ถือว่าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งจากการสอบปากคำ พบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีอาวุธปืนในการครอบครองทั้งหมด 3 กระบอก แต่กระบอกที่ถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เป็นของ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ แต่จะมีทะเบียนถูกต้องหรือไม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังจากนี้จะนัด พล.ต.ท. คำรณวิทย์เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมแน่นอน แต่ยังไม่ได้ระบุวันและเวลา เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่นเสียก่อน โดยได้เรียกสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 17 ปาก"

ดูมันง่ายจังเลย !! 

คือถ้าท่านอำนวย ยังไม่เห็นพิรุธในการสอบปากคำของคำรณวิทย์ ก็เข้าข่ายซูเอี๋ยแน่นอน



ตอนที่คำรณวิทย์ถูกจับที่ญี่ปุ่น ข่าวในตอนนั้นรายงานว่า คำรณวิทย์บอกว่า เป็นปืนที่นำมาจากประเทศไทย แต่จำไม่ได้ว่าปืนนี้มาอยู่ในกระเป๋าตั้งแต่เมื่อไหร่ คงลืมเอาออกจากกระเป๋านานแล้ว

ต่อมารายงานข่าวจากญี่ปุ่นยังบอกอีกว่า ปืนจิ๋วกระบอกนี้ไม่มีเลขทะเบียนในไทย แสดงว่า เป็นปืนเถื่อน !!

ต่อมาญี่ปุ่นปล่อยตัวคำรณวิทย์กลับไทย เพราะอยู่ไปก็ หนักแผ่นดิน อาทิตย์อุทัย และเปลืองข้าวญี่ปุ่นไปเปล่า ๆ สู้ส่งตัวกลับมาให้ไทยจัดการปัญหาเอาเอง แล้วญี่ปุ่นก็ขึ้นบัญชีดำไม่ให้คำรณวิทย์เข้าญี่ปุ่นอย่างน้อย 5 ปี

แล้วพอตำรวจไทยได้เรียกคำรณวิทย์มาสวบสวน คำรณวิทย์กลับตอบอย่างง่าย ๆ ว่า "ไม่ใช่ปืนของผม"

จบข่าว !!

ตำรวจหญิงในกองบัญชาการตำรวจนครบาลต่างมอบดอกไม้ให้กำลังใจเจ้านายเก่า

พรรคพวกเดียวกันทั้งนั้น เหมือนกลับไปสอบปากคำที่บ้านตัวเองเลย


-------------------------------

ง่ายจริง ๆ อยู่ญี่ปุ่นก็บอกว่า ผมเอามาจากไทยแต่ลืมไว้ในกระเป๋านานแล้ว

พอกลับมาไทย บอกว่า ไม่ใช่ปืนของผม ทั้ง ๆ ที่มีสื่อและโลกโซเชียลต่างเคยลงบทสัมภาษณ์ว่า คำรณวิทย์มีปืนชนิดเดียวกันนี้มานานแล้ว

แล้วตกลง ปืนจิ๋วนั้นมันไปอยู่ในกระเป๋าคำรณวิทย์ได้ยังไง แล้วถ้าไม่ใช่ปืนของคำรณวิทย์ แล้วมันเป็นปืนของใคร ?

และที่ญี่ปุ่นก็ไม่มีอาวุธปืนสั้นขาย เพราะญี่ปุ่นห้ามประชาชนมีอาวุธปืนสั้นในครอบครอง

ถ้าในหมู่พวกเสื้อแดง ต่างเล่าลือกันตั้งแต่คำรณวิทย์ยังติดคุกที่ญี่ปุ่นว่า "พวกอำมาตย์มันแอบยัดปืนให้บิ๊กแจ๊ดเพื่อหวังใส่ร้าย เพราะเห็นว่าบิ๊กแจ๊ดสนิทสนมกับท่านทักษิณ แต่พวกเราไม่ต้องห่วงท่านทักษิณได้จัดการให้บิ๊กแจ๊ดได้กลับไทยได้แน่นอน"

เป็นไงล่ะครับ เลยเข้าทางพวกเสื้อแดงทันที

ส่วนคำรณวิทย์ ก็มาให้ปากคำตามใบสั่ง มาตอบปฏิเสธอย่างง่าย ๆ ว่า "ไม่ใช่ปืนของผม"

สรุปคือ อะไร ?

สรุปก็คือ ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถเค้นเอาความจริงอย่างตรงไปตรงมาจากพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อรักษาความถูกต้องยุติธรรมของประเทศนี้ให้คงอยู่ต่อไปได้ ก็แสดงว่า

พวกขี้ข้านายทุนการเมือง มันมีอำนาจบาตรใหญ่กว่าพวกอำมาตย์ ใหญ่กว่าพวกเผด็จการ เสียอีกครับ !!!

ถ้าคำรณวิทย์รอดคดีนี้หมด ไม่มีความผิดใด ๆ เลย ก็เท่ากับว่า สนง.ตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาล คสช. ได้ช่วยสนับสนุนตรรกะเสื้อแดงเรื่อง พวกอำมาตย์วางแผนใส่ร้ายคำรณวิทย์นั้นให้กลายเป็นจริง





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น




counter statistics