วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หยุดวาทกรรมแบ่งแยกชนชั้นอำมาตย์ไพร่ (ทำไมคนไทยยังไม่รวย)






*หยุดวาทกรรมแบ่งแยกชนชั้นของพวกล้มเจ้า (ทำไมคนไทยถึงจน)*

คุณเชื่อไหม แรงงานต่างด้าวที่มาทำมาหากินในประเทศไทยมีจำนวนหลายล้านคน แล้วมีมากมายหลายคนก็ร่ำรวยเพราะแผ่นดินไทยนี่แหละ

ถ้าประเทศไทยไม่รวยจะจ้างแรงงานต่างด้าวหลายล้านคนได้เหรอ จริงมั้ย?

ฉะนั้น ไอ้วาทกรรมแบ่งแยกชนขั้น อำมาตย์ไพร่ วาทกรรมสร้างความแตกแยกให้คนไทยด้วยกัน ผมยังเห็นมีคนเลวยังนำมาใช้อีก

แผ่นดินไทยนี้คือแผ่นดินทองของคนฉลาด ขยันทำมาหากินทุกคนเสมอ

(เกษตรกรที่เชื่อเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงก็รวยทั้งนั้น)

เช่น ถ้าแผ่นดินนี้กีดกันคนต่างด้าว คนจีนที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาหากินบนแผ่นดินนี้ คงไม่ร่ำรวยจนเป็นมหาเศรษฐีกันมากมายหรอกจริงไหม?

ฉะนั้น ที่คนไทยไม่รวย เพราะอะไรกันแน่ คิดสิคิด!!

แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เพราะอำมาตย์ไพร่ ตามที่มีพวกคนเลวพยายามสร้างวาทกรรมลวงโลกนี้

หรือเช่น เศรษฐีเชื้อสายอินเดียที่บริจาคทองคำ 30 ล้านบาทถวายบูรณะพระเจดีย์ที่นครศรีธรรมราช เขาก็ทำมาหากินสุจริตจนร่ำรวยบนแผ่นดินทองนี้แหละ


เมฆที่โรงเรียนมัธยมเทศบาลนครรังสิต เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เสมือนในหลวง ร.9 ทรงกอดสมเด็จย่า ประหนึ่งสมเด็จย่ามารับในหลวงเสด็จสู่สรวงสวรรค์

------------

หยุดวาทกรรมโทษแบ่งแยกชนชั้นเถอะ!!

นายกรัฐมนตรีประเทศนี้ก็มาจากเด็กวัดตั้งหลายคน

ทุกคนในประเทศนี้ สามารถยกระดับฐานะและเกียรติในสังคมไทยได้ทุกคน อย่ามัวแต่หลงโง่ไปเชื่อวาทกรรมโง่ ๆ ของพวกเลวหนักแผ่นดินเลยครับ

คลิกอ่าน ความเลวของสมศักดิ์ เจียม กรณีพระประชวรของในหลวง


วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความเลวสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กรณีพระประชวรของในหลวง






ถ้าคุณผู้อ่านติดตามอ่านบทความผมมานานพอประมาณ ผมนี่เคยเขียนบทความด่าลุงยิ้ม ตาสว่าง สมัยช่วงการชุมนุม กปปส.

จนเมื่อลุงยิ้ม ตาสว่าง ป่วยหนัก จนกระทั่งเสียชีวิตไปแล้ว ผมไม่เคยเขียนกรณีลุงยิ้มป่วยและเสียชีวิตเลย ทั้งในเฟสและในบล็อค

เหตุเพราะคนเรามีกรรมเป็นของตนเอง และโดยมารยาทของเพื่อนมนุษย์ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่นเดียวกัน เราไม่ควรเอาความเจ็บป่วยของใครมาวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงอคติ

อย่างกรณีปอ ทฤษฎีป่วยตอนนั้น ผมก็จะเขียนในเชิงให้กำลังใจและเอาใจช่วยเขาให้หายป่วย

หากจะเขียนวิจารณ์เรื่องอาการเจ็บป่วยของใครด้วยใจอคติและความเกลียดชัง จนถึงแฝงแช่ง ต่อให้เสแสร้งใช้คำสุภาพแค่ไหน ก็ดูออกว่ามีเจตนาดีหรือชั่ว

ฉะนั้นใครก็ตามเอาความเจ็บป่วยของคนอื่นมาล้อเล่น หรือวิจารณ์ด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ คน ๆ นั้นมันก็เลวสุด ๆ แล้วครับ

อย่างกรณีข่าวลือทักษิณเป็นมะเร็งอัณฑะ อาจมีการเอามาล้อเลียนกันเอาฮา แต่นั่นมันแค่ข่าวลือ

แต่สำหรับผมนะ เช่น หากสมมุติทักษิณป่วยจริงมีหลักฐานชัดเจนว่าป่วยจริง เช่นแบบคุณสมัคร สุนทรเวช ผมก็จะไม่นำประเด็นความเจ็บป่วยของใครมาเยาะเย้ยหรอกครับ มันบาปกรรมเปล่า ๆ เพราะอนาคตเราไม่รู้หรอกว่า สักวันเราจะป่วยสาหัสแบบนั้นก็ได้เช่นกัน

"เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"

------------------

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วิพากษ์วิจารณ์พระอาการประชวรของในหลวง

สำหรับผมนะ ผมเฉย ๆ กับพฤติกรรมของคน ๆ นี้ เพราะคน ๆ นี้ใจบาปหยาบช้าเกินเยียวยาแล้ว

หงอกเจียม เขียนวิจารณ์พระอาการประชวรของในหลวงมาตลอด หากใครไม่ใช่สาวกของหงอกเจียม อ่านดูก็รู้ว่า หงอกเจียมเขียนวิจารณ์พระอาการประชวรบนความเกลียดชัง และอคติมากมาย 

โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นถึงองค์พระประมุขของชาติ ย่อมต้องยิ่งให้เกียรติและให้ความเคารพในสิทธิของผู้ป่วยยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป ต้องรู้จักมารยาทและกาลเทศะให้มาก

ใช่ครับ เราคนไทยสามารถพูดถึงพระอาการประชวรของในหลวงได้ แต่ควรพูดถึงอย่างมีมารยาท ยิ่งถ้าเขียนหรือพูดในที่สาธารณะยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก หรือไม่ควรพูดเลยด้วยซ้ำ

ถ้าใครอยากจะวิจารณ์แบบชาวบ้าน ๆ   ก็ไปวิจารณ์ในบ้านตัวเอง หรือในที่ ๆ ส่วนตัว ที่ไม่ใช่ที่สาธารณะ

เอาเถอะครับ สำหรับคนอย่างหงอกเจียม ก็ชั่งหัวมันไป เพราะคน ๆ นี้ ดูจากหน้าตาแล้ว นิสัยก็ยังสมกับหน้าตาอีกต่างหาก หากหงอกเจียมได้เกิดชาติหน้าอีก ก็คงมีสภาพหนักยิ่งกว่าเดิม เผลอ ๆ อาจมีหางด้วย เพราะใจสถุลเหลือเกิน



ผมอยากจะบอกคุณผู้อ่านว่า หงอกเจียมอาศัยความรู้และความเป็นนักวิชาการเขียนข้อเขียนมีตรรกะพอควร แต่จะแอบเนียนแฝงความคิดชั่วและมโนมั่วผสมผเส ปน ๆ ไปด้วย เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

ฉะนั้น หงอกเจียม จึงหลงตัวเองว่า คิดถูกต้อง แต่ความจริงหารู้ไม่ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

แล้วสักวันถ้าหงอกเจียมไม่รีบชิงหมาไปเกิดเร็วซะก่อน สักวันหงอกเจียมก็จะเข้าใจเองว่า บางสิ่งที่อะไรเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าที่หงอกเจียมมโนเสียอีก

ตอนนี้หงอกเจียมก็หนีไปอยู่ฝรั่งเศส จะตายวันตายพรุ่ง จะตายแบบไม่มีใครเห็นในอพาร์ทเมนท์จนเน่าอืดหรือเปล่า ก็ยังไม่รู้ แต่ก็ยังไม่เจียมสถุล

คลิกอ่าน การตีความกฎหมายกำหนดวันชาติไทยแบบโง่ ๆ ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล