วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

เหตุผลที่ห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้สะพานข้ามแยกและอุโมงค์






คือ ตอนนี้มีกลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ออกมาเรียกร้องขอให้ยกเลิกการห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานข้ามแยก หรือ อุโมงค์ลอดทางแยก โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา

ก่อนอื่นผมขอเท้าความสักนิดว่า ประเทศไทยมีอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และเกินกว่าครึ่งหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุก็คือ อุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์

แต่ไทยเราเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์ และเสียชีวิตจากมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมีมอเตอร์ไซค์น้อยกว่าเวียดนามหลายเท่า

มีคำพูดนึงที่ผมชอบ ก็คือ เกิดเป็นคนอย่าคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

-------------------------

ทำไมเขาถึงห้ามรถมอเตอร์ไซค์ข้ามทางแยก

ผมขออธิบายตามความคิดของผม โดยไม่ไปอิงหลักกฎหมายอะไรนะ เพื่อจะได้ไม่วิชาการจนมึน

ปกติในทางราบเรียบปกติ มอเตอร์ไซค์ในไทยก็เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว ถามว่า เพราะอะไร ?

ตรงนี้คนขี่มอเตอร์ไซค์ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ทำไมเป็นเช่นนั้น ??

แล้วบนสะพานข้ามทางแยกน่ะ ส่วนใหญ่จะมีความสูงชันมากกว่าสะพานข้ามแม่น้ำหรือข้ามคลองตามปกติ และจะมีช่องทางเดินรถแคบกว่าปกติ เพราะพื้นที่ของถนนในกรุงเทพฯ ไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก เพราะมาคิดสร้างสะพานข้ามแยกเอาทีหลังถนนหลายปี

สะพานข้ามแยกก็เลยมักมีช่องทางแคบกว่าปกติ  แล้วสะพานข้ามแยกส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ออกแบบให้มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งแทรกด้วย จึงมีโอกาสเฉี่ยวชนกันมากขึ้น

และที่สำคัญ เพราะสะพานมันไม่ใช่ทางราบ แต่จะมีความสูงชัน !!

ขอให้ลองนึกภาพตามว่า เวลามอเตอร์ไซค์ที่กำลังลงสะพาน ซึ่งจะต้องมีความเร็วรถบวกกับแรงโน้มถ่วงของโลกด้วย ก็จะเร็วมากกว่าปกติ ยิ่งถ้าฝนตกถนนลื่น ก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

ถ้าหากมอเตอร์ไซค์ล้มลงบนทางชัน สภาพจะเป็นยังไง พอมองภาพออกไหมครับ

คนบนรถที่ตกลงมาก็จะกลิ้งแรงมากขึ้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุบนสะพานข้ามแยก จึงเท่ากับเพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุให้หนักยิ่งขึ้น

แถมอาจพาคนอื่นที่ขับรถยนต์ตามมา จะพลอยซวยตามไปด้วย เพราะอาจแล่นทับคนที่ตกมอเตอร์ไซค์

ถ้าคนขี่หรือซ้อนมอเตอร์ไซต์ล้มบนสะพาน ไม่ว่าจะทางขึ้น หรือทางลง มันต้องมีแรงโน้มถ่วงของโลกมาร่วมแจมด้วยเสมอ

หากการล้มของมอเตอร์ไซค์เกิดบนทางราบ รถยนต์ที่ตามมาอาจเบรคได้ทัน เพราะมันคือทางราบเรียบ

แต่ถ้ามอเตอร์ไซค์ล้มบนทางสูงชัน ถ้าในทางลง รถยนต์ก็เบรคยากขึ้น หรือบนสะพานจะมีเลนสวนกันใกล้กันมาก มอเตอร์ไซค์ก็อาจล้มข้ามเลนไปชนกับรถที่สวนมาอีกฝั่งก็ได้

นี่คือ กรณีสะพานข้ามทางแยก

ส่วนอุโมงค์ลอดทางแยกก็คล้ายคลึงกัน รถที่ลงอุโมงค์ก็มักจะวิ่งเร็ว และช่องทางก็แคบกว่าถนนปกติ แถมทัศนวิสัยในอุโมงค์ก็ไม่ดีนัก

คุณต้องอย่าลืมว่า เนื้อหุ้มเหล็กนะครับ

แต่ถ้าสะพานข้ามแยกบางสะพานที่มีช่องทางกว้างมากพอ และไม่สูงชันมากนัก เขาก็อนุญาตให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปใช้ได้

----------------

ปัญหาทางเทคนิคและโครงสร้างเชิงวิศวกรรม

ส่วนในทางวิศวกรรม ผมเชื่อว่า เขาคงมีเหตุผลที่ห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้สะพานข้ามแยกบางสะพาน ถ้ายังไงคุณผู้อ่านก็ลองหาข้อมูลจากแหล่งอื่นดูนะครับ

ส่วนผมไม่ใช่วิศวะ จึงขอสันนิษฐานโดยความเห็นส่วนตัว เช่น

1. อาจเพราะมอเตอร์ไซค์ของคนไทย ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 150 cc. แถมมีคนจำนวนมากที่ยังใช้มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ แถมสภาพการดูแลรักษาไม่ค่อยดีพอ ทั้งระบบเบรคและเครื่องยนต์ หากต้องใช้สะพานที่มีความสูงชันอย่างมาก ก็อาจเกิดปัญหาระหว่างการขึ้นลงสะพานได้

ทำให้เวลาห้ามใช้สะพาน ก็ต้องห้ามมอเตอร์ไซค์ทุกชนิดรวมกันไปเลย

2. โครงสร้างของสะพานที่มีความสูงชันมาก หรือบางแห่งอาจมีเรื่องการเข้าโค้ง ขณะที่วิ่งลงจากสะพานค่อนข้างมาก จนอาจมีผลมากกับรถ 2 ล้อ จนควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้งให้ปลอดภัยได้น้อยลงเป็นต้น

แถมบางสะพานอย่างเช่น สะพานภูมิพล ที่เพิ่งมีเหตุการณ์อุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์ แอบขึ้นไปวิ่งจนเป็นเหตุให้มีผู้ซ้อนท้ายเสียชีวิตนั้น เขาว่าสะพานภูมิพล มีความแรงของลมบนสะพานค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อรถ 2 ล้ออย่างมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น

---------------------

อีกกรณีนึงคือ ถ้ารถยนต์ชนมอเตอร์ไซค์บนสะพาน โอกาสที่คนขี่และคนซ้อนมอเตอร์ไซค์ ก็อาจกระเด็นตกจากสะพานลงมาได้ จึงเท่ากับเพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุให้มากยิ่งขึ้น

เช่น ถ้ารถยนต์เฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์บนทางเรียบแบบไม่รุนแรงนัก คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็อาจตกรถ บาดเจ็บแค่บนถนน

แต่ถ้าเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์บนสะพาน ยิ่งช่วงทางลงด้วย ความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ แถมคนขี่และคนซ้อนมอเตอร์ไซค์อาจผลัดตกจากสะพานได้

แปลง่าย ๆ ว่า แทนที่จะแค่บาดเจ็บธรรมดา แต่กลายเป็นตายไปเลย จากการตกสะพานข้ามแยก

เช่น เหตุการณ์ในคลิปต่อไปนี้ คืออุบัติเหตุที่รถยนต์เฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ ทำให้คนขี่มอเตอร์ไซค์ตกจากสะพานลงไป (เหตุเกิดที่บราซิล)



--------------------

โดยส่วนตัว ผมไม่คิดจะห้ามพวกมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางแยกนะ เพราะห้ามไปเขาก็ไม่เชื่อ เขาก็ไม่ฟังหรอก เพราะเขามีเหตุผลอ้างถึงความจำเป็นได้เสมอนั่นแหละ

เช่น มอเตอร์ไซค์ที่ชอบขี่ย้อนศร หรือ มอเตอร์ไซค์ที่ขี่บนฟุตบาท ลองไปถามพวกคนขี่มอเตอร์ไซค์พวกนี้ดูสิ เขาจะมีเหตุผลมาอ้างถึงความจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ

ผมว่า ทางตำรวจและกรมทางหลวง หรือ กทม. หรือหน่วยงานราชการ ที่ดูแลกำกับกฎหมายเรื่องห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางแยก หรือลงอุโมงค์ลอดทางแยกน่ะ

สั่งยกเลิกไปเลย แต่ช่วยบอกบริษัทประกันภัยให้เพิ่มเบี้ยประกันชีวิตคนขี่มอเตอร์ไซค์ให้มากขึ้นด้วย เอาแบบประกันภัยชั้น 1 ได้ก็จะดีมาก (ต้องบังคับให้ทำ ใครไม่ทำมีโทษหนัก) รวมทั้งเพิ่มเบี้ย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ด้วย

เพราะคนตายและพิการจากอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์น่ะ มีจำนวนมากจริง ๆ ในประเทศที่คนชอบเรียกร้องแต่สิทธิของตนเอง แต่ไม่ชอบทำตามหน้าที่หรือเคารพกฎหมาย

ทั้ง ๆ ที่ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่ได้เปลืองน้ำมันอะไรมากนัก เพราะรถก็ไม่ต้องติดแงกเหมือนรถยนต์ เพราะวิ่งซิกแซกได้ ก็ยังจะขอขึ้นสะพานข้ามทางแยกอีก โดยอ้างเรื่องความเท่าเทียมกัน

ไอ้เรื่องชอบอ้างความเท่าเทียมกันแบบนี้ ก็ตามสบายครับ

ผมชินละ

ที่เขาห้ามรถมอเตอร์ไซค๋ขึ้นทางแยก มันไม่ได้ลำบากหนักหนาอะไรเลย ถ้าคุณจะขี่ไปตามทางปกติ ไม่ได้ช้าเท่าไหร่นัก เพราะคุณคือ มอเตอร์ไซค์

แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุบนสะพานข้ามแยกสักครั้งเดียว คุณอาจพิการหรือตาย แล้วจะมาคิดได้ว่า ไม่น่าเลยกู ก็อาจสายไปแล้ว พิการไปแล้ว อาจต้องไปแก้ตัวใหม่ในชาติหน้า

ที่กฎหมายเขาห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางแยก ก็เพื่อช่วยลดความเสี่ยงตายของชีวิตและร่างกายของพวกคุณเองนะ

---------------------

ก่อนจบบทความ ผมอยากขอให้ตำรวจกวดขันเรื่องวินัยจราจร โดยเฉพาะเรื่องสวมหมวกกันน็อคให้เข้มงวดขึ้น ก็จะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์ได้มาก

ผมเจอทุกวัน พวกขี่มอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อค แถมบางคนมีกดโทรศัพท์ไปด้วย แล้วถ้าเกิดรถมอเตอร์ไซค์เกิดเสียหลักล้มเองแล้วมาเฉี่ยวโดนรถคนอื่น หรือล้มแล้วโดนรถที่ตามมาทับล่ะ

คนขี่มอเตอร์ไซค์ตายเพราะทำตัวเองน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก แต่คนอื่นเขาจะซวยไปด้วยนี่สิ

การเพิ่มเบี้ยประกันกับพวกมอเตอร์ไซค์จึงมีความสำคัญมาก เพราะมีความเสี่ยงตายหรือเสี่ยงพิการมากที่สุด จะได้มีเงินมาเยียวยามากขึ้น หากตายหรือพิการตลอดชีวิต

ก่อนจบบทความ ผมถามคุณผู้อ่านเล่น ๆ ว่า คุณมีคนรู้จักเช่น เพื่อน ญาติพี่น้อง ที่ต้องตายจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บ้างไหม

เห็นเขาว่า แทบไม่มีใครในแผ่นดินไทยนี้ที่ไม่เคยมีคนรู้จักต้องมาตายด้วยอุบัติจากมอเตอร์ไซค์เลย จริง ๆ นะ 

-------------------

คลิปเหตุการณ์ตัวอย่าง อุบัติเหตุอุโมงค์ท่าพระ

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุในอุโมงค์ท่าพระ เมื่อรถกระบะส่งขนมปังเบรคแล้วเกิดเสียหลักจนข้ามเลนไปทับคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่มาอีกทางตายคาที่



ผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดพบว่า คนขับรถกระบะมีแอลกอฮอล์สูงถึง 147 ซึ่งเกินค่าที่กฎหมายกำหนด

แต่ที่ผมนำคลิปนี้มาให้ดูเพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ในอุโมงค์หรือสะพานข้ามแยก โอกาสที่อุบัติเหตุจะข้ามเลนมาชนกันแบบนี้อันตรายกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่างมาก

หรือแม่แต่มอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมาต้องเบรถกะทันหัน ก็ยังรถล้มเลย เห็นไหมครับ แต่ดีที่ไม่มีรถขับตามหลังมา ไม่งั้นอาจมีอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้อีก


วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

ก๋งของผมไม่ใช่ชาวนา และไม่รู้จักประชาธิปไตย






ก๋งของผมมาจากเกาะไหหลำเมื่อ 93 ปีที่แล้ว ก๋งเคยไปทำงานอยู่ยะลา ก๋งบอก ยะลาคือจังหวัดที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

ก๋งผมหนีญาติผู้พี่ที่เกเรจากไหหลำ มาอยู่ไทยตั้งแต่อายุ 19 จนอายุ79 ก็เสีย ก๋งไม่เคยได้กลับไหหลำอีกเลย

ก๋งเคยเป็นพ่อครัวอาหารฝรั่งในวังสมัยรัชกาลที่ 7 อยู่หลายปี ในวังของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งพระองค์ก็ทรงตั้งชื่อให้แม่ผมด้วย

แต่ต่อมาก๋งผมต้องลาออกจากการเป็นพ่อครัวในวัง เพราะยายไม่ชอบอยู่ในวัง เพราะยายกลัวพวกหมาฝรั่งในวัง ที่ทั้งดุและเห่าดังจนยายกลัว ก๋งเล่าให้ผมฟังแบบนี้

สำหรับลูกหลานของก๋งผมทุกคน รักประเทศไทยและรักในหลวงมาก ๆ  เพราะทุกวันนี้เราทุกคนลูกหลานของก๋งคือคนไทย หัวใจไทย ครับ

แม้ลูกหลานของก๋งอาจตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทยได้ไม่มากเท่าที่ใจอยากจะทำก็ตาม

แต่ที่แน่ ๆ พวกเราลูกหลานของก๋งไม่เคยคิดทำร้ายให้ร้าย หรือทรยศชาติไทย หรือเผาชาติบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองแน่นอน

-----------------

ตอนเด็ก ๆ ก๋งผมเคยหยิบหนังสือภาษาจีนเล่มนึงมาให้ผมดู แล้วก๋งก็บอกว่า คือหนังสือเกี่ยวกับท่านประธานเหมาเจ๋อตุง

ก๋งบอก ห้ามให้คนอื่นเห็น ไม่งั้นเดี๋ยวตำรวจมาจับ

ก๋งผมบอกว่า ก๋งชอบเหมาเจ๋อตุงมาก ๆ แต่ก๋งก็บอกต่ออีกนิดว่า แต่ก๋งชอบเติ้งลี่จวินมากกว่า เพราะก๋งมีครบทุกอัลบั้มเลย (ฮา)

ส่วนผมน่ะเหรอ ตอนเด็ก ๆ ก็บ้าเกลียดพวกคอมมิวนิสต์เหมือนกัน เพราะโดนพวกผู้ใหญ่สอนฝังหัวผมไว้ว่า พวกคอมมิวนิสต์โหดร้ายทารุณน่ากลัว ประมาณนั้น

แต่พอผมโตขึ้นถึงได้รู้ว่า คอมมิวนิสต์ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลย แต่กลับเป็นระบอบที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งระบอบคอมมิวนิสต์เน้นเรื่องความเท่าเทียมกันมากที่สุด

เพียงแต่ว่า ระบอบคอมมิวนิสต์แท้ ๆ เป็นระบอบที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในโลกยุคนี้เท่านั้น แน่จริงไปหามาซิ ว่าที่ใดในโลกมีความเท่าเทียมกันอยู่จริง

นั่น !! ต้องเป็นยุคพระศรีอาริยเมตไตรยนั่นแหละ ถึงจะมีระบอบคอมมิวนิสต์ที่แท้จริงได้ ฮ่า ๆ

แต่ที่แน่ ๆ พวกคอมมิวนิสต์ตกยุคในไทยนั่นน่ะ โง่ที่สุดในโลกร้อยเปอร์เซนต์ แถมยังสามารถหลอกคนโง่ ๆ ที่หลงคิดว่าตัวเองฉลาดไปเป็นพวกได้อยู่เรื่อย ๆ นะ

แถมชอบแอบอ้างประชาธิปไตยบังหน้าทั้งนั้น

เพราะหลักประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่ได้เน้นเรื่องความเท่าเทียมกันเท่าไหร่นัก แต่จะเน้นเรื่องเสียงส่วนใหญ่ตัดสินแทนเสียงส่วนน้อยมากกว่า

ก็ในเมื่อใช้เสียงส่วนใหญ่เอาชนะเสียงส่วนน้อย แล้วมันจะเท่าเทียมกันจริง ๆ ได้ไงจริงไหม (ฮา)

ตัวอย่างเช่น ถ้าในจังหวัดนึงมีเผ่าแม้วอยู่แสนคน มีเผ่ากะเหรี่ยง 5 หมื่นคน เลือกตั้งกี่ครั้ง ๆ ตัวแทนจากเผ่าแม้วมันก็ชนะได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่อยู่วันยังค่ำจริงไหม แล้วมันจะเท่าเทียมกันได้ยังไง ฮ่า ๆ

(ตัวอย่างที่ผมสมมุติไม่ใช่ว่าไม่มีเกิดขึ้นจริง มีเรื่องจริงเช่น การเลือกตั้งของ อบต.บางตำบล เผ่าที่มีประชากรมากกว่าก็ชนะการเลือกตั้งทุกครั้งไป)

-----------

สรุปนะ ก๋งผม ไม่รู้จักประชาธิปไตย แต่ไม่เคยเป็นคอมมิวนิสต์ แค่ชอบเหมาเจ๋อตุงน้อยกว่าเติ้งลี่จวินเท่านั้น

ก๋งผมตายไป 33 ปี มาแล้ว  ก่อนก๋งตาย ก๋งชอบดูซีรีย์จีน ชอบฟังเพลงจีน อ่านหนังสือพิมพ์จีนทุกวัน ถ้าเบื่อ ๆ ก็เดินไปพูดคุยกับเพื่อนฝูงตามร้านอาหารของคนจีนด้วยกันบ้างตามประสาคนแก่

ก๋งผมไม่เคยไปเลือกตั้งเลย เพราะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ก๋งผมก็ไม่เดือดร้อนอะไรเลย ชีวิตโดยรวม ๆ ของก๋งผมก็ดูมีความสุขดีนะ

บทความนี้ไม่มีอะไรมากหรอก ผมแค่อยากเขียนเรื่องของก๋งผมทิ้งไว้เท่านั้นเอง ขอจบดื้อ ๆ แค่นี้นะ ขอบคุณที่ใครอ่านจนจบ ก็ขอให้รวย ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

พวกต่อต้านโทษประหารชีวิต คือพวกปลวกทำลายชาติไทย






เมื่อปีที่แล้ว พ.ศ. 2558 สหรัฐอเมริกาประหารชีวิตนักโทษไปทั้งหมด 28 ราย

ส่วนประเทศไทยไม่มีการประหารชีวิตมานานกว่า 7 ปีแล้ว คือครั้งสุดท้ายที่ไทยได้ประหารนักโทษ คือเมื่อพ.ศ. 2552

มิน่าล่ะ พวกค้ายาเสพติด พวกมือปืนรับจ้าง และพวกชั่วทั้งหลายมันเลยไม่กลัวโทษประหารชีวิตกันเลย

ส่วนไอ้พวกโง่ NGO นักสิทธิมนุษยชนที่ต่อต้านการประหารชีวิตน่ะ สงสัยมันจะรับเงินพวกต่างชาติที่อยากให้ประเทศไทยมีคนเลวเยอะ ๆ เต็มประเทศมั้ง จะบ่อนได้ทำลายชาติไทยได้ง่ายขึ้นมั้ง?

ปกติรัฐบาลก็ต้องเอาเงินภาษีจากคนดีเอาไปเลี้ยงนักโทษในคุก อันนี้ก็เป็นไปตามหลักการทั่วไป

แต่กรณีไอ้พวกชั่วที่มันเข้า ๆ ออก ๆ คุก เป็นว่าเล่นไม่เข็ดหลาบนี่สิ

แล้วรัฐบาลก็ยังต้องเอาเงินภาษีที่ได้จากคนดีคนทำมาหากินสุจริตที่จ่ายภาษีให้ชาติไปเลี้ยงไอ้พวกชั่วไม่มีจบสิ้น

เพราะการลดหย่อนผ่อนโทษแบบไม่มีหลักคิดที่ถูกต้อง รวมถึงโทษประหารชีวิตที่ได้กลายเป็นเสือกระดาษไปแล้ว

จึงทำให้คนชั่วได้ใจ

----------------

ไอ้พวก NGO ที่ต่อต้านการประหารชีวิต แม่งคือปลวกทำลายชาติชัด ๆ

ผมไม่ใช่ไม่อยากให้พวกนักโทษประหารกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี แต่ผมเมตตามากกว่านั้น คือ อยากให้โอกาสนักโทษประหารได้ไปเกิดเป็นคนดีใหม่เลยด้วยซ้ำ

เพราะการประหารชีวิตทำให้คนชั่วโทษรุนแรงพวกนี้จะไม่กลับไปก่อคดีซ้ำอีก ความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำย่อมกลายเป็นศูนย์

ถามว่า ถ้าปล่อยพวกนักโทษประหารชีวิตออกไป แล้วเกิดไปก่อคดีซ้ำอีก ใครล่ะจะรับผิดชอบ ไอ้พวกต่อต้านโทษประหารชีวิต มึงกล้ามารับผิดชอบไหม ?

เอางี้ ไอ้พวก NGO นักสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ถ้าพวกมึงไม่อยากให้ประหารชีวิตนักโทษรายไหน มึงก็จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูนักโทษคนนั้น ๆ ไปตลอดชีวิตในเรือนจำไหมล่ะ

แล้วถ้านักโทษประหารที่ได้ลดหย่อนโทษจนได้ออกจากคุก พวก NGO ที่ต่อต้านโทษประหาร พวกมึงกล้ามาเซ็นรับรองรับประกันไหมว่า ถ้าพวกนักโทษเหล่านี้ออกไปสู่สังคมภายนอกแล้วเกิดก่อคดีซ้ำอีก พวกมึงต้องมาร่วมรับผิดชอบด้วยเอาไหมล่ะ

ถ้าพวกมึงสักแต่ต่อต้านการประหารชีวิตแบบมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ จนบ้านเมืองชิบหายวายวอดเพราะพวกมึงต่อต้านโทษประหารน่ะ

กูว่า พวกนักสิทธิมนุษยชน พวกมึงเลิกทำตัวหนักแผ่นดินเถอะว่ะ พวกมึงอยู่เฉย ๆ บ้านเมืองจะดีขึ้นกว่านี้อีกเยอะ

เพราะพวกมึงมัวแต่ปกป้องสิทธิคนชั่วที่ก่อคดีมากกว่าปกป้องคนดีที่เขาตายเพราะน้ำมือคนชั่วไปแล้ว

-----------------

คนดีต้องตายแบบไม่มีทางได้แก้ตัว แต่คนชั่วที่ฆ่าคนดีกลับไม่ตาย แถมยังได้รับการเลี้ยงดูในคุกจากภาษีของคนดี ๆ ที่ต่อไปคนดี ๆ ที่จ่ายภาษีอาจต้องตายเพราะคนชั่วเป็นรายต่อไป

ถุยส์ ระบบจัดการกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้มันชั่งเฮงซวยจริง ๆ เพราะแบบนี้ไงล่ะ คนเลวมันถึงเต็มบ้านเต็มเมือง

ในประเทศที่เจริญแล้ว ที่ผู้คนเขามีจิตสำนึกในหน้าที่ เกรงกลัวกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ เขาจะยกเลิกโทษประหารชีวิตไปก็ไม่แปลก เพราะศีลธรรมของคนเขาดีแล้ว เจริญแล้ว

แต่บ้านเมืองที่วินัยคนในชาติยังหย่อนยานมาก แถมไม่รู้จักหน้าที่พลเมืองที่ดีของชาติ แล้วยังมีกฎหมายที่เป็นแค่เสือกระดาษ

คนชั่วคนเลวก็ยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นทวีคูณแพร่จำนวนเร็วอย่างกับเชื้อโรค จนคุกแทบไม่พอขังโจร

จนเรือนจำก็เลยต้องรีบชงเรื่องลดหย่อนผ่อนโทษเพื่อปล่อยนักโทษเป็นอิสระเร็วขึ้น ก็เพื่อให้เรือนจำไม่แออัดจนคุกแตก

แล้วไอ้พวกคนชั่วที่ได้รับโทษอย่างไม่สาสมกับความผิด มันก็เลยยิ่งได้ใจว่า ประเทศนี้คุกแม่งเข้า ๆ ออก ๆ ง่ายดีจังว่ะ

แล้วพวกชั่วมันก็เลยไม่กลัวติดคุกเท่าไหร่ ยิ่งพวกค้ายาเสพติด มันบอก บทลงโทษน้อย จนคุ้มค่าที่จะเสี่ยงค้ายา อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะโทษสูงสุดคือประหารชีวิต เลิกใช้ไปหลายปีแล้ว

พอนึกภาพออกรึยังว่า ทำไมปัญหาค้ายาเสพติดถึงมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีแนวโน้มจะลดลงเลย

ก็เพราะมันคุ้มที่จะเสี่ยงทำเลวไงล่ะ

แล้วไอ้พวกที่กระทำผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ เข้าออกคุกเป็นว่าเล่นน่ะ มันต้องไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษให้อีกแล้ว แถมสมควรเพิ่มโทษให้หนักยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

แต่เจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมไทย ไม่รู้คิดกันยังไง ถึงได้ไม่ลงโทษพวกกระทำผิดซ้ำให้หนักขึ้น หรือว่าได้ประโยชน์จากไอ้พวกชั่วเหล่านี้ ??

ผมได้ยินข่าวบ่อย ๆ มีพวกกระทำชั่วซ้ำซาก มีประวัติเข้าคุกมาหลายครั้งโดยไม่เข็ดหลาบ

นี่แหละเหตุทำให้สังคมไทยเพี้ยน สังคมวิปริตมากขึ้น เพราะคนดีไม่ได้รับการปกป้องที่ดีพอ แต่คนชั่วกลับได้รับความเมตตามากเกินไป

จริงไหม ??

ผมไม่ได้คัดค้านการลดหย่อนผ่อนโทษให้นักโทษคดีร้ายแรง แต่กระบวนการยุติธรรมควรปฏิรูปวิธีคิดใหม่ว่า คดีแบบไหนควรลดหย่อนโทษได้ และคดีไหนไม่สมควรลดหย่อนโทษเลย หรือเมื่อได้รับการลดหย่อนโทษแล้ว ก็ไม่ควรได้สิทธิรับการอภัยโทษอีก

หรือการพระราชทานอภัยโทษให้นักโทษในคดีอุกฉกรรจ์รายเดิม ก็ไม่ควรได้รับซ้ำกันหลายครั้ง จนจากโทษประหารชีวิต แต่สุดท้ายเหลือติดคุกจริงไม่ถึง 10 ปีก็ได้ออกจากคุกมาแล้ว

ตัวอย่างเช่น มือปืนรับจ้าง อาชีพนี้คืออาชีพที่ทำลายคนดี และระบบคุณธรรมของประเทศอย่างมาก ทำให้คนดีจำนวนมากไม่กล้าขัดขวางคนชั่ว เพราะกลัวไข้โป้ง

การที่ข้าราชการไม่กล้าขวางผู้มีอิทธิพล ก็เพราะกลัวตายนี่แหละ  เลยเลือกคอร์รัปชันดีกว่าตาย

ฉะนั้นอาชีพรับจ้างฆ่าคน คือรากฐานของการทำลายชาติ อาชีพนี้จึงไม่ควรได้รับความเมตตาลดหย่อนโทษลง เป็นต้น

-----------------------

สรุปอีกครั้งตามชื่อบทความ ไอ้พวกต่อต้านโทษประหาร แม่งคือ ปลวกทำลายชาติบ้านเมือง

แม้โทษประหารอาจไม่ได้ลดปริมาณอาชญากรรมลง ก็อาจเป็นได้ (แต่ไม่แน่ ถ้าไม่ลองใช้โทษประหารให้จริงจังดูสัก 10 ปี อาชญากรรมอาจจะลดลงก็ได้ เพราะ สันดานคนไทยมักไม่ค่อยเหมือนชาติใดในโลกอยู่แล้ว คือ ถ้าไม่ถูกบังคับ คือไม่เคยเชื่อฟัง)

แต่ที่แน่ ๆ โทษประหารสามารถลดปริมาณคนชั่ว และลดความเสี่ยงที่พวกชั่วจะออกไปก่อคดีซ้ำจนคนดีต้องมาตายเพราะพวกชั่วนี้อีกได้อย่างแน่นอน

เพราะสังคมไทยมีคนเลวมากเกินไปแล้ว ที่สำคัญ ไม่เปลืองภาษีชาติว่ะ

คลิกอ่าน ศีลธรรมยิ่งเสื่อมกฎหมายยิ่งต้องแรง


วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

แก้ปัญหากูเกิลโครมช้า กับปัญหาเส้นผมบังภูเขา






พอดีอยู่ ๆ กูเกิลโครม Google Chrome ของผมดันโหลดหน้าเว็บช้ามากในหลาย ๆ เว็บจนผิดปกติ



โดยเฉพาะเฟสบุ๊คเนี่ย โหลดไม่ได้เลย จนขึ้นข้อความ error ในที่สุด

ผมก็พยายามไล่แก้ปัญหาไปทีละจุด เช่น เช็คอัพเดทโครม ก็แก้ไม่หาย

ลบปลั๊กอินบางตัวออก ก็แก้ไม่หาย

ลองลบบุ๊คมาร์คออกไปเยอะ ก็แก้ไม่หาย

ไปล้างข้อมูลท่องเว็บ ก็แก้ไม่หาย

ตรวจสอบไวรัส ก็แก้ไม่หาย

โหลด อัพเดท driver ใหม่ ก็แก้ไม่หาย

คือทำทุกอย่างอีกหลายวิธีที่ในเน็ตเขาแนะนำไว้ ก็ไม่หาย

จนกระทั่งผมไปเจอคำแนะนำนึงของกูเกิลโครมเอง โดยบังเอิญ

นั่นคือ ลองตรวจสอบนาฬิกาของคอมพิวเตอร์ของคุณดูซิ เพราะถ้าวันเวลาคลาดเคลื่อนมาก อาจเกิดปัญหา SSL

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


Net::ERR_CERT_DATE_INVALID
หากคุณเห็นข้อผิดพลาดเหล่านี้ แสดงว่าวันที่และเวลาที่ไม่ถูกต้องบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด SSL หากต้องการให้ข้อความนี้หายไป โปรดอัปเดตนาฬิกาของอุปกรณ์และตรวจสอบว่าวันที่ถูกต้องแล้วโดยละเอียด


เอาวะ ผมลองเช็คเวลามาตรฐานประเทศไทย แล้วเทียบกับนาฬิกาในโน๊ตบุ้คของผม

ปรากฏว่า นาฬิกาในโน๊ตบุ้คของผม เดินช้ากว่าเวลามาตรฐานไป 8 นาที

ผมก็เลยตั้งเวลาใหม่

พอตั้งเสร็จ ลองเปิดกูเกิลโครมอีกครั้ง

ผลปรากฏว่า โหลดเว็บเร็วกลับมาปกติเช่นเดิมครับ

ปัญหาอยู่ที่นาฬิกาของคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง

ปัญหาเส้นผมบังภูเขาแท้ ๆ 555

คลิกอ่าน โปรแกรม avast v5 ทำเครื่องผมค้าง

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

ห้ามแจกขันแดง แล้วแจกอะไรดี นายกแนะนำ






ขำขัน ตอน ถ้าไม่แจกขันแดง แล้วแจกอะไรดี ?

akecity : ท่านนายกครับ ถ้าท่านห้ามเขาแจกขันแดงติดรูปนักโทษหนีคดี แล้วจะแจกอะไรดีที่ไม่เป็นการยั่วยุครับ

ท่านนายก : ก็แจกตุ่มใส่น้ำสิ แจกไปเลยหมื่นใบ แถมต้องมีน้ำเต็มตุ่มด้วยนะ ถึงจะเรียกว่า รักชาวบ้านจริง ๆ ว่าไม่ใช่หวังผลทางการเมือง แต่ห้ามเอารูปนักโทษหนีคดีหรือชื่อนักโทษหนีคดีมาติดที่ตุ่มล่ะ ไม่งั้นจะถือว่ามีความผิด แต่ถ้าจะติดที่ตาตุ่มก็ได้

akecity : อ๋อครับ เดี่ยวจะไปแจ้งข่าวให้พวกมันรู้ครับท่าน



--------------

เฮ้ย !! ไอ้พวกขี้ข้าแม้ว แน่จริงพวกมึงแจกตุ่มแล้วใส่น้ำให้เต็มตุ่มสักหมื่นใบสิวะ

แจกไปเลย เดี๋ยวท่านนายกฯ จะแจกโล่คนดีช่วยชาติตามนโยบายประชารัฐให้ด้วย เข้าใจไหม ไอ้พวกขี้ข้าแม้ว



"ทำไม ขันสีแดง สีเหลือง หรือสีอะไร มันตักน้ำได้หรือเปล่า หรืออยากได้สีแดง เพราะอาบแล้วสบายกว่าสีอื่นหรือ... ถ้าเจตนาดีมันจะมาแจกทำไมกันล่ะขัน แจกตุ่มซิ เอาไว้เก็บน้ำฝน ขันเอามาทำไม ปัดโธ่ ก็รู้อยู้ว่าเจตนาเขาทำเพื่ออะไร..." ท่านนายกกล่าวทิ้งท้าย

สรุปนะ พวกขี้ข้าแม้วจะแจกอะไรก็ตาม แค่อย่าเอาชื่อเอารูปนักโทษหนีคดีและผู้ต้องหาที่กำลังมีคดีความติดตัวอย่างยิ่งลักษณ์มาติดก็พอ เพราะมันเท่ากับกำลังมีเจตนาแฝงทางการเมือง ซึ่งยุคเผด็จการเขายังไม่อนุญาตให้ทำ เข้าใจนะ

คลิกอ่าน จากขันแดงทักษิณถึงโอ่งแดงของกิตติรัตน์ จอมโกหก