วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โน้ส 11 กับมุกตลกล้อเลียนจังหวัดยะลา







บังเอิญเห็นข่าวชาวยะลาท้วงกรณี โน้ส อุดม แต่พานิช แสดงทอล์คโชว์ เดี่ยว 11 โดยได้นำการเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดยะลาของตนเอง แล้วเจอสิ่งต่าง ๆ ที่ชาวยะลา และคนไทยทั้งประเทศไม่อยากให้เกิดขึ้น นำมาสร้างเป็นมุกตลกเรียกเสียงฮาจากผู้ชมในฮอลล์มากมายนั้น

ผมคงไม่เท้าความมากนะครับ จะขอเข้าความเห็นของผมในกรณี โน้ส เดี่ยว 11 เล่นมุกล้อเลียนเหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดยะลา เลยแล้วกัน

คือ กระแสในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการที่โน้สเล่นมุกนี้ แต่ผมก็ยังเห็นอีกหลายคนได้แสดงความเห็นในหลายเพจโดยเข้าข้างโน้ส ในทำนองว่า พวกเขารู้จักแยกแยะว่าอะไรคือมุกตลก อะไรคือเรื่องจริงหรือไม่จริง

แต่สำหรับ คห.ของผม ผมว่า ในกรณีนี้เราต้องใช้หลัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" มาใช้พิจารณาครับ

หลายคนที่บอกว่า รู้จักแยกแยะว่าอะไรคือมุกตลก อะไรคือเรื่องจริงนั้น นั่นเพราะพวกเขาไม่ใช่คนยะลา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง พวกเขาย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกของคนยะลาที่เขาต้องประสบเหตุการณ์ความรุนแรงเลวร้ายเหล่านั้น

กรณีโน้ส อุดม เล่นมุกล้อเลียนเหตุการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดยะลา คนที่จะตัดสินได้ว่า มุกแบบนี้สมควรนำมาเล่นเป็นเรื่องตลกโปกฮาหรือไม่ ก็คือ คนยะลาที่อยู่ในพื้นที่เองนั่นแหละ ที่จะตอบได้ดีที่สุด

ส่วนคนที่ไม่ใช่คนยะลา ย่อมพูดได้ง่าย ๆ ว่า เพราะพวกผมรู้จักแยกแยะ

นั่นเพราะคนที่พูดแบบนี้ เขาไม่เคยพบความสูญเสียแบบที่คนยะลาประสบพบเจอ เช่น ญาติสนิทหรือคนที่รักตายจากถูกลอบวางระเบิด หรือถูกคนร้ายขี่รถมอเตอร์ไซค์ แล้วตามมาประกบยิงพ่อหรือแม่ต่อหน้าต่อตาตัวเอง

อย่างเช่น ถ้าสมมุติว่าผมเป็นคนยะลา (ซึ่งผมเองก็มีพ่อเป็นทหารจริง ๆ)  แล้วพ่อผมถูกสังหารจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายด้วยการลอบวางระเบิดกลางถนน ถามว่า ผมจะฮากับมุกตลกที่นำเรื่องเหตุการณ์ลอบวางระเบิดกลางถนน หรือเหตุการณ์คนร้ายดักซุ่มยิงกลางทาง หรือไม่ ?

ผมว่า ผมคงไม่ฮากับมุกแบบนี้แน่นอน หากใครนำเรื่องที่โหดร้ายแบบนี้มาใช้เล่นเป็นมุกตลกหากิน

เฉกเช่นเดียวกัน หากคุณโน้ส อุดม เป็นคนยะลา แล้วมีญาติสนิทของคุณโน้ส ต้องมาตายเพราะเหตุการณ์ความรุนแรงในยะลา ถามว่า คุณโน้สจะนำเรื่องแบบนี้มาเล่นเป็นมุกตลกหรือไม่ ?

เช่น คุณโน้ส อาจเล่าว่า "แม่ผมเดินไปซื้อล๊อตเตอรี่ในตลาด แล้วแม่ผมก็โดนระเบิดที่คนร้ายลอบวางไว้ที่รถมอไซค์หน้าร้านขายล๊อตเตอรี่ จนแม่ผมถูกระเบิดจนร่างเละตายคาที่"

แล้วคนดูก็หัวเราะ ฮา ๆๆๆๆ

ถามว่า มุกแบบนี้สมควรเล่นหรือไม่ ??

หรืออย่างบางคนแสดงความเห็นว่า ก็เหมือนที่โน้ส นำชีวิตในวัยเด็กที่เป็นเรื่องเศร้ามาเล่าให้ตลกนั่นแหละ คนเราต้องรู้จักแยกแยะสิ

ถามว่ามุกตลกจากเหตุการณ์ในวัยเด็กของโน้ส มีเรื่องการตายมาล้อเลียนหรือไม่ ?

แล้วเหตุการณ์ในวัยเด็กที่โน้ส นำมาเล่า มันก็เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว จบลงไปแล้ว และเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณโน้สเองจริง ๆ ก็ย่อมนำมาเล่าให้ตลก สนุก เพื่อเป็นแง่คิดดี ๆ แก่คนดูนั้นย่อมทำได้แน่นอน

แต่เหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ มันยังไม่จบ !!  และยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ตลอดจนถึงปัจจุบัน

มารยาทของการเล่นมุกตลก เรื่องที่เป็นข้อห้ามอย่างยิ่ง เช่น
1. ไม่ควรนำเรื่องศาสนามาล้อเลียน
2. ไม่ควรนำเรื่องความตายหรือความสูญเสียญาติพี่น้องของคนอื่นมาล้อเลียน
3. ไม่ควรนำเรื่องเชื้อชาติมาล้อเลียน
4. ไม่ควรนำเรื่องเหตุการณ์ก่อการร้ายจนมีคนบาดเจ็บล้มตาย มาล้อเลียน

แม้โน้ส อุดม จะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงการตายของใครก็ตาม แต่เรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ ถือว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนที่นั่นอย่างมาก เพราะมีผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้นับหมื่นคนในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

แต่ถ้านับคนทั้ง 3 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้ ก็มีนับแสน ๆ คน

และที่จริงคนไทยทั้งประเทศก็ได้รับผลกระทบทั้งทางจิตใจ จากความสูญเสียญาติมิตร เช่น สูญเสียเหล่าทหารกล้า ตำรวจดี ๆ ครูผู้เสียสละ และข้าราชการต่าง ๆ จากทั่วประเทศที่ถูกส่งลงไปทำงานในพื้นที่ รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยเช่นกัน

เฉพาะงบประมาณที่ลงไปใช้เพื่อแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ก็นับหลายแสนล้านบาทแล้ว

--------------------------

พี่น้องคนไทยทุกคนใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขายังต้องการกำลังใจอีกมาก ความรุนแรงในพื้นที่เป็นเรื่องที่ทุกคนเศร้าใจ และไม่อยากให้เกิดขึ้น

เราจึงไม่ควรนำเรื่องที่พวกเขาเศร้าใจ มาล้อเล่นให้ขำ เพราะคนในพื้นที่เขาคงไม่ขำด้วย

อย่างมุกที่โน้ส เล่นอีกมุกคือ รถตู้นำเที่ยวของโน้สขับซิ่งหนีคนยะลาที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตาม แล้วสุดท้ายกลายเป็นแฟนคลับของโน้ส ที่อยากตามมาขอถ่ายรูปด้วยเท่านั้น

แล้วโน้ส ก็ปล่อยมุกว่า ตอนถ่ายรูปต้องแอบคลำตัวแฟนคลับ เพื่อจะคลำดูว่า แฟนคลับคนนี้ได้พันระเบิดติดตัวมาด้วยหรือเปล่า

ท่าคลำตัวคนยะลาของโน้ส


มุกนี้ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะในความจริง พวกโจร 3 จังหวัดใต้ ไม่เคยปฏิบัติการณ์แบบเปิดหน้าเปิดตาให้เห็น เพราะพวกนี้ดีแต่ลอบกัด เป็นพวกหน้าตัวเมียทั้งสิ้น

โดยเฉพาะกรณีผูกระเบิดติดตัวเพื่อเป็นระเบิดพลีชีพนั้น พวกโจร 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ยิ่งไม่กล้ากระทำ เพราะพวกนี้ดีแต่ตีหัวเข้าบ้าน แล้วหนีเอาตัวรอดเท่านั้น ไอ้ที่จะเสียสละชีวิตตัวเองด้วยการระเบิดพลีชีพแบบในตะวันออกกลางนั้น พวกโจร 3 จังหวัดภาคใต้มันไม่กล้าทำหรอกครับ

ที่จริงยังมีมุกเรื่องร้านก๋วยจั๊บ หรือร้านก๋วยเตี๋ยว อะไรนั่นอีก ที่โน้สใส่สีเติมแต่งเพื่อเอาฮา ทั้ง ๆ ที่เจ้าของร้าน และลูกหลานร้านนี้เขาบอกว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบที่โน้สเล่าเลย

---------------------

การนำเรื่องความตาย และความสูญเสียญาติพี่น้องของผู้อื่นมาล้อเลียนของโน้ส ก็ไม่ต่างอะไรกับหนังสือพิมพ์ชาลี เอปโดของฝรั่งเศส ที่ชอบนำเรื่องการตายหรือความสูญเสียของผู้อื่นมาล้อเลียนเช่นกัน

คลิกอ่าน การก่อการร้ายด้วยปากกาในฝรั่งเศส

ย้ำ !! ความตายหรือความสูญเสียญาติพี่น้องของผู้อื่น !!

เรื่องแบบนี้ ถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรนำมาเล่นเป็นมุกตลกครับ โดยเฉพาะนักทอล์คโชว์อันดับ 1 ของประเทศอย่างคุณโน้ส อุดม หากคุณพูดอะไรไปก็ย่อมมีผลกระทบในวงกว้าง จึงต้องยิ่งระมัดระวังอย่างยิ่ง

ซึ่งในการแสดงเดี่ยว 11 คุณโน้สอ้างว่า จะขอแนะนำ รมว.กอบกาญจน์ เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบใหม่ ๆ

คุณโน้ส ลองถามใจตัวคุณเองดูก่อนซิว่า ที่คุณนำเรื่องการทัวร์จังหวัดยะลาของคุณมาแสดงในเดี่ยว 11 นั้น นี่เป็นการส่งเสริมหรือช่วยทำลายการท่องเที่ยวจังหวัดยะลากันแน่ ?

เพราะคนยะลาเขายังอยากให้คนไทยจากทั่วประเทศช่วยมาเที่ยวจังหวัดยะลากันมาก ๆ 

(ขอยกอีกตัวอย่าง ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน มีคลิปล้อเลียนของดาราสาวคนนึง เธอได้นำมุกลูกหลานคนอเมริกันหนีไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส มาเล่นเอาฮา 

แล้วในคลิปนั้น ดาราสาวคนนี้ทำท่าดูเศร้าเหมือนจะต้องจากครอบครัวเพื่อไปเรียนต่อที่อื่น แล้วก็ให้พ่อของเธอขับรถพาเธอไปส่ง  แต่พอถึงที่หมาย เธอกลับกระโดดขึ้นรถกระบะของกลุ่มไอเอส อย่างลิงโลดดีใจ  กรณีคลิปนี้ยังโดนสังคมอเมริกันประณามเลยครับว่า ไม่สมควรนำมุกนี้มาเล่นอย่างยิ่ง)

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้โน้ส อุดม แต้พานิช ออกมาขอโทษชาวจังหวัดยะลาเถอะครับ

ผิดไปแล้วด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่เจตนาจะให้คนยะลารู้สึกไม่ดี ผิดพลาดไปแล้วก็รู้จักขอโทษ ผมเชื่อว่า พี่น้องชาวจังหวัดยะลาเขาย่อมให้อภัยคุณแน่นอน


----------------------

อัพเดท

หลังจากผมปล่อยบทความนี้ไปสักครึ่งวัน ก็มีผู้หวังดีหลายคนส่งลิงค์เกี่ยวกับ โน้ส อุปการะเด็กใน 3 จังหวัดภาคใต้ มาให้ผมอ่าน

ผมอยากจะบอกว่า ที่ผมเขียนบทความนี้ ผมมีเจตนาเตือนคุณโน้สด้วยความหวังดี อย่างกรณี โน้สช่วยเหลือและอุปการะเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดนั้น มันก็คนละประเด็นกับกรณี มุกตลกล้อจังหวัดยะลาในเดี่ยว 11

คนเราต้องรู้จักแยกแยะถูกผิด เรื่องใดที่คุณโน้สทำดี เราก็ชื่นชม

แต่สิ่งใดที่เป็นเรื่องผิดพลาด เราก็ควรตักเตือนจริงไหม ? เพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะ

คนเรามีโอกาสผิดพลาดกันได้ทุกคน ก็แก้ไขได้ ขอโทษได้ ให้อภัยได้ จริงไหม ?

-------------------

ข่าวไทยรัฐ 30 พ.ย. 2558 โน้ส ขอโทษชาวยะลาแล้ว



จบแบบ Happy Ending นะครับ

คลิกอ่าน รวมลิงค์บทความ แฉตัวการปัญหาใหญ่ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้คือ...?


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ซีซั่น 4 ดีกว่าทุกปี เพราะมี อันฉี





The Voice Thailand season 4

http://imgur.com/nkh1oQ8

เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ซีซัน 4 ผมมีความเห็นว่า เป็นเดอะวอย์ที่ดีกว่า 3 ซีซั่นที่ผ่านมา

เพราะปีนี้ ผมชอบผู้เข้าแข่งขันหลายคนมาก จนไม่รู้จะเชียร์ใครดี เพราะอยากเชียร์ทุกคน และผมรู้สึกเสียดายที่มีหลายคนที่ต้องตกรอบไป ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเหล่านั้น จัดว่าเป็น สุดยอดนักร้องของประเทศไทยทีเดียว

เดอะวอยซ์ ซีซัน 4 เป็นปีที่ผมเลือกไม่ถูกเลยว่า จะเชียร์ใครดี เพราะแต่ละคนเก่ง ๆ และร้องเพลงเพราะ ๆ กันทั้งนั้น

แต่สุดท้าย ผมก็ตัดสินใจได้ในที่สุดว่าผมจะเลือกเชียร์ใครดีในปีนี้

คำตอบคือ ผมขอเลือกเชียร์ อันฉี นักร้องโอเปร่าที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ซึ่งเธอเป็นลูกทีมของเจ๊คิ้ม

โดยเฉพาะในรอบที่ อันฉี ร้องเพลง เจี่ยวเอ๋อ ในรอบ Knock Out



เจี๋ยวเอ๋อ เป็นเพลงจีนที่ไพเราะมาก ๆ แม้ผมจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อ อันฉี ร้องและถ่ายทอดเพลงนี้ออกมา ผมสัมผัสได้ถึงความไพเราะและร่วมซาบซึ้งไปกับอารมณ์ของเพลงนี้ได้อย่างเต็มที่

ทั้ง ๆ ที่เพลง เจี่ยวเอ๋อ นี้มีแค่ 4 ประโยคเท่านั้น (อันฉี เป็นคนบอก)  แต่เป็น 4 ประโยคที่สามารถสะกดคนดูและใจผมจนต้องสยบแก่บทเพลงนี้

แม้ทางรายการจะมีคำแปลขึ้นหน้าจอ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอ่าน เพราะดื่มด่ำกับอารมณ์เพลงที่อันฉีถ่ายทอดมาถึงคนดูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ซึ่งคำแปลเพลงที่ขึ้นบนหน้าจอ ไม่ได้มีผลต่ออารมณ์เพลงเลยสำหรับผม ถ้านักร้องผู้ถ่ายทอดบทเพลงไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ถึงคนดูได้

สำหรับความเห็นของผมนะ ผมว่า อันฉี เธอร้องเพลง เจี่ยวเอ๋อ ได้ไพเราะกว่าเพลง เจี่ยวเอ๋อ ที่เป็นเพลงประกอบซีรีย์เรื่อง ตำนานรักทุ่งสีเพลิง ที่กำลังออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ในตอนนี้เสียอีก

ลองฟัง เพลง เจี่ยวเอ๋อ จากซีรีย์ ตำนานรักทุ่งสีเพลิง ครับ




ในฐานะที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่รู้สึกซาบซึ้งกับประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีนอย่างเข้าเส้นอย่างผม ผมเลยมักจะซาบซึ้งกับเพลงจีนที่ไพเราเะมากเป็นพิเศษ

ดังนั้น แม้ผมจะชอบผู้เข้าแข่งขันเดอะวอยซ์ ซีซัน 4 อีกหลายคน จนเลือกไม่ถูกว่าจะเชียร์ใครดี ให้เป็นผู้ชนะเลิศในปีนี้

แต่เพราะเพลง เจี่ยวเอ๋อ ที่ อันฉี ร้องนี่แหละ ที่ทำให้ผมเลยต้องยอมเชียร์เธอ แม้รู้ว่าเธอยากที่จะชนะเลิศได้ก็ตาม เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะชอบผู้เข้าแข่งขันที่ต้องมีอะไรที่ดราม่า น่าสงสาร น่าเห็นใจ หรือต้องฐานะจนกว่า ประมาณนี้ก็ตาม

-----------------

อันฉี ในรอบ Blind



อันฉี หรือ มนัสนันท์ อักษรถึง ศิษย์เก่าคณะ ดุริยางคศิลป์ มหิดล ที่เคยได้รับทุนไปเรียนด้าน Voice ถึงกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เธอเป็นลูกครึ่งไทยจีน โดยมีแม่เป็นคนจีน

อันฉี ในรอบ Battle




ดู อันฉี ในรอบ Knockout แบบเต็ม ๆ และคำวิจารณ์ของกรรมการ



---------------

ทำไมเจ๊คิ้ม เลือกหนุ่มใต้ลูกพ่อค้าห่อหมกเข้ารอบ ?

ผมว่า เจ๊คิ้มลำเอียง เจ๊คิ้มไม่น่าจะเลือก นุ๊ก สมัชญ์ เข้ารอบ เพราะเขายังมีจุดบกพร่องมากกว่าคนอื่น แปลง่าย ๆ คือ การร้องของเขายังไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเทียบกับอีก 2 คนในทีมเดียวกันที่ตกรอบไป

แต่เจ๊คิ้ม กลับเลือก นุ้ก สมัชญ์ เข้ารอบ คงเพราะเจ๊คิ้ม แกมองว่า คนนี้อาจจะชนะเลิศในปีนี้ เพราะเขาจะมีแนวดราม่า ลูกพ่อค้าห่อหมก แบบที่คนไทยอยากจะเชียร์

ซึ่งผมคาดว่า ปีนี้ เจ๊คิ้ม น่าจะคิดผิด !!

คุณผุ้อ่าน ลองดูและพิจารณาเองเถิดว่า หนุ่มนุ้ก ยังร้องได้ไม่สมบูรณ์แบบ ยังมีจุดบกพร่องหรือไม่ ?



คลิกอ่าน สาเหตุที่ อิมเมจ ไม่ชนะเลิศเดอะวอยซ์ ซีซัน 3


วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การก่อการร้ายด้วยปากกาในฝรั่งเศส






การก่อการร้ายในฝรั่งเศสล่าสุด จนมีผู้เสียชีวิตร่วม 128 คน กลางกรุงปารีส ในคืนวันศุกร์ที่ 13 สังหาร ที่ผ่านมา

อาจเพราะประเทศนี้ ผู้คนในประเทศนี้ ปล่อยให้มีสื่อเลว ๆ อย่างชาร์ลี เอปโด ใช้ปากกาทำร้ายคนอื่น ด้วยคำว่า สิทธิเสรีภาพของสื่อ

อ้างว่า ปากกาไม่สามารถฆ่าใครได้ จึงใช้ปากกาทำร้ายจิตใจผู้อื่น ดูหมิ่นสิ่งที่ผู้อื่นเขาเคารพศรัทธา

สุดท้าย ปากกาที่ทำร้ายผู้อื่นนั้นคืนสนอง นั่นคือ ปากกาของตัวเอง กลับคืนสนองด้วยการตายของคนฝรั่งเศสเอง

ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่า ปากกาไม่ได้ฆ่าใคร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เพราะปากกานี่แหละที่ย้อนกลับมาฆ่าตัวเอง

อย่างล่าสุด การเสียชีวิตของผู้โดยสารเครื่องบินรัสเซีย ไอ้ชาร์ลี เอปโด มันยังเอามาล้อเลียนได้ อย่างไม่ละอาย

การก่อการร้ายด้วยปากกา กับ การก่อการร้ายด้วยอาวุธ นั้น จึงเลวพอกัน สมควรได้รับการประณามทั้งสองอย่าง

แต่ดูเหมือน การก่อการร้ายด้วยปากกา กลับได้รับการยกเว้นจากการถูกประณามจากชาติมหาอำนาจ

ชาลี เอปโด ล้อเลียนผู้อพยพชาวซีเรียซึ่งเป็นเด็กที่จมน้ำตาย

คำบรรยายการ์ตูน เขียนว่า "ชุดอาหารสำหรับเด็ก ซื้อ 1 แถม 1" พร้อมกับคำบรรยายว่า "เกือบสำเร็จอยู่แล้วเชียว"


ชาลี เอปโด ล้อเลียนสายการบินรัสเซียที่ตกในอียิปต์


การ์ตูนด้านซ้าย เขียนว่า อันตรายจากสายการบิน Low-Cost ของรัสเซีย พร้อมรูปหัวกะโหลกผู้โดยสารที่สวมแว่นกันแดดอยู่ ได้พูดว่า ฉันน่าจะดูดโคเคนเสียก่อน"

การ์ตูนด้านขวา แสดงถึง กองทัพอากาศรัสเซียโจมตีกลุ่มไอเอสอย่างรุนแรง (แต่ความจริงฝรั่งเศสไม่เชื่อว่า รัสเซียโจมตีไอเอส แต่โจมตีกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนมากกว่า)

จากเหตุสายการบินของรัสเซียเกิดระเบิดกลางอากาศในน่านฟ้าอียิปต์ โดยกลุ่มก่อการร้ายในคาบสมุทรไซนายที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มไอเอสได้อ้างความผิดรับชอบ โดยระบุว่า เพื่อแก้แค้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อนักรบไอเอสของรัสเซียในซีเรีย

ดังนั้น การ์ตูนของชาลีเอปโด จึงล้อเลียนรัสเซียทำนองว่า สมน้ำหน้ามันมัวแต่ถล่มไอเอส เลยดาบนั้นคืนสนอง

ก่อนหน้านี้ ชาร์ลี เอ็บโด ได้ประสบปัญหาทางการเงิน เพราะมียอดขายรายสัปดาห์เหลือแค่ 30,000 ฉบับ แต่หลังจากถูกประณามจากการนำเสนอการ์ตูนที่ไร้จรรยาบรรณ ยอดขายของชาร์ลี เอปโดก็พุ่งทะยานเป็นหลายล้านฉบับในหลายทวีป ขณะที่สโลแกน “Je Suis Charlie” หรือ “ฉันคือชาร์ลี” ก็ดังกึกก้องไปทั่วโลก

ซึ่งกรณีการ์ตูนล้อเลียนสายการบินรัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส กลับออกโรงสนับสนุนว่า สื่อของฝรั่งเศสย่อมมีอิสระในการแสดงความเห็น

หมายเหตุ เมื่อ 7 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ชาร์ลี เอปโด เคยกลุ่มคนร้ายโจมตีมาแล้ว จนมีผู้เสียชีวิต 12 ราย โดย 1 ในผู้เสียชีวิตคือ "สเตฟาน ชาร์บอนีร์" บรรณาธิการของชาร์ลีเอบโด

ทำให้คนฝรั่งเศสกลับสามัคคีกันมากขึ้นในเหตุการณ์ดังกล่าว จนเกิดสโลแกนที่ว่า "ฉันคือชาร์ลี"


"สเตฟาน ชาร์บอนีร์"

----------------

เมื่อกลุ่มไอเอส ประกาศความรับผิดชอบการก่อการร้ายศุกร์ที่ 13 กลางกรุงปารีส

เมื่อกลุ่มไอเอสประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในปารีสครั้งนี้  โดยไอเอส อ้างว่า เพราะฝรั่งเศสใช้ฝูงบินโจมตีไอเอสในซีเรีย

เมื่อไอเอสอ้างความรับผิดชอบการก่อการร้ายในฝรั่งเศส ก็อาจทำให้ทฤษฎีก่อการร้ายในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือสาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากความซ่าของหนังสือพิมพ์ชาลี เอปโด

แต่อาจกลายเป็น สหรัฐอเมริกาต่างหากที่ตบหัวฝรั่งเศส เพื่อหวังผลบางอย่าง !?

เพราะกลุ่มไอเอส ก็คือ สมุนของสหรัฐอเมริกา และมีเป้าหมายล้มรัฐบาลซีเรียเหมือนสหรัฐอเมริกา

ส่วนรัสเซียก็ระดมฝูงบินโจมตีไอเอสอย่างหนัก เพราะไอเอสเป็นศัตรูกับรัฐบาลซีเรียที่รัสเซียสนับสนุนอยู่

แล้วฝรั่งเศสก็ดันมาโจมตีไอเอส โดยอ้างว่า รัสเซียไม่ได้โจมตีกลุ่มไอเอสจริง ๆ  แต่รัสเซียมุ่งโจมตีฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย (ที่มีสหรัฐอเมริกาสนับสนุน)

กบฎต่อต้านรัฐบาลซีเรีย มีสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุน

ส่วนไอเอส ก็ต่อต้านรัฐบาลซีเรียเช่นกัน แต่สหรัฐอเมริกา ที่ต่อหน้าชาวโลกกลับอ้างว่า ไอเอสคือศัตรูของสหรัฐอเมริกา !!!


ตรรกะมันอาจ งง ๆ  ไปหน่อย แต่ถ้ามองกันดี ๆ สหรัฐอเมริกาต้องการล้มรัฐบาลซีเรีย ดังนั้น สหรัฐอเมริกากับไอเอส จึงมีเป้าหมายเดียวกัน 

ส่วนฝรั่งเศสอยู่ดีไม่ว่าดีดันมาช่วยถล่มไอเอส ก็เลยทำให้ไอเอสต้องแก้แค้น ซึ่งทั้งหมดก็เข้าทางสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น

การเมืองโลก งง ดีไหมครับ แต่ฝ่ายที่ไม่งงเลย ก็คือ สหรัฐอเมริกา

เพราะฝรั่งเศสก็คือพันธมิตรที่ดีของสหรัฐอเมริกา ส่วนไอเอส ก็คือ หุ่นเชิดตัวร้ายที่สหรัฐอเมริกาเชิดอยู่

ขนาดรัสเซียออกปากชวนสหรัฐอเมริกามาช่วยกันถล่มไอเอสกันดีกว่า แต่สหรัฐอเมริกากลับปฏิเสธรัสเซีย

ดังนั้น การก่อการร้ายในปารีสโดยไอเอส ก็คือการตบหัวฝรั่งเศสของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

สหรัฐอเมริกาตบหัวฝรั่งเศสแล้วได้อะไร ? 

ตอบ สหรัฐอเมริกาก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องไงครับ

เรื่อง งง ๆ ระดับโลกแบบนี้ ก็ต้องดูกันยาว ๆ ต่อไป

"เมื่อฝรั่งเศสมีปัญหา เราอเมริกามาช่วยท่านแล้ว"


USA TODAY

เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าไปช่วยประเทศไหนเมื่อไหร่ ก็บรรลัยที่นั่น 

ปูติน บอกว่า ไอเอสยึดบ่อน้ำมันหลายแห่งในอิรัก แล้วใครล่ะที่ไปซื้อน้ำมันเถื่อนจากกลุ่มไอเอส ?

คำตอบ ก็อย่างที่รู้ ๆ กัน ก็คือ มหาอำนาจชาติตำรวจโลกไงที่แอบไปซื้อ

----------------------

ข้อคิดท้ายบทความ

โอบามา รีบออกโรงประณามการก่อการร้ายศุกร์ที่ 13 ในฝรั่งเศส

แต่โอบามากลับลืมแสดงความเสียใจ ที่เครื่องบินรบสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลในอัฟกานิสถาน

นี่แหละ 2 มาตรฐานของมหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกา ถุย !!

----------------------

เรื่องจริงน่าคิด

ฝรั่งเศส ถูกโจมตีกราดยิงโดยผู้ก่อการร้าย

ส่วนสหรัฐอเมริกาโดนกราดยิงด้วย เด็กอเมริกันเอง ปีละหลายหนหลายศพ


คลิกอ่าน เชื่อหรือไม่ เบื้องหลังสนับสนุนไอเอส คือ สหรัฐอเมริกา


วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีคิดที่ถูกต้อง กรณีคดีหมิ่นสถาบันฯ แอบอ้างเบื้องสูง






พวกล้มเจ้านำตอนนี้คึกคักกันในหลายกลุ่ม ต่างมโนทฤษฎีต่าง ๆ นานา กันยกใหญ่

กลุ่มนี้มโนทฤษฎีนี้ อีกกลุ่มก็มโนอีกทฤษฎีนึง แต่ทั้งหมดคือ มโนในเรื่องชั่ว ๆ ต่อชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น

แล้วที่พวกล้มเจ้าชอบมโนกัน ก็เป็นเสมือนได้เยียวยาปมด้อยของตนเอง แล้วพวกล้มเจ้าหลายคนก็ชิงตายไปก่อนคนที่ตัวเองเกลียด คนที่ตัวเองแช่งด้วยซ้ำ

อย่างนายสมศักดิ์ เจียม แกนนำล้มเจ้ามันมโนใส่ร้ายสถาบันฯ ตั้งแต่มันหัวหงอกที่เมืองไทย จนตอนนี้ได้ไปมโนต่อที่ฝรั่งเศส จนต้องถูกโดนไล่ออกจากราชการ อดได้บำเหน็จบำนาญ แถมจะไม่ได้เจอหน้าแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองอีก และอีกไม่นานคงได้มโนแบบศพไร้ญาติที่ฝรั่งเศสก็เป็นได้ แบบมโนนอนเน่าในแฟลตโดยไม่มีใครเห็น 2 วัน จนกลิ่นโชย

นี่แหละผลของการเป็นนักมโน ที่น่าภูมิใจของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล


ที่จริงจากคดีตระกูลอัครพงษ์ปรีชา คดีพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาจนถึงคดีขบวนการหมอหยอง ล้วนแต่เป็นคนกระทำผิดด้วยการอาศัยความใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนำมาแอบอ้างหากิน ข่มขู่ประชาชน เพื่อเรียกเงินและทรัพย์สินทั้งสิ้น

ผมถามง่าย ๆ หากการกวาดล้างคนทำผิดคิดชั่วที่แอบอ้างสถาบันฯ แล้วจะทำให้สถาบันฯ ต้องมัวหมองซ้ำอีก จนพวกล้มเจ้านำมาใส่ร้ายบิดเบือน

คสช. และ ตำรวจ สู้ไม่กวาดล้างเลย หรือ กวาดล้างแบบเงียบ ๆ โดยไม่ให้เป็นข่าวต่อสาธารณชนไม่ดีกว่าเหรอ

ทำไมรัฐบาล คสช. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงต้องทำคดีแอบอ้างเบื้องสูงให้สังคม สื่อมวลชน และให้ประชาชนได้รับรู้คดีพวกนี้

ทั้ง ๆ ที่ เมื่อเป็นคดีไปแล้ว ย่อมมีพวกที่คิดร้ายไม่หวังดีต่อชาติ เอามามโนใส่ร้ายสถาบันฯ ได้มากขึ้น

คิดสิคิด ?

หมอหยองตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ผมก็ว่าไม่แปลก ดังที่ผมเขียนไปแล้วในบทความ คลิกอ่าน หมอหยองตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ไม่แปลก !

แต่ถ้าใครจะสงสัยก็สงสัยได้ เพราะคนที่ไม่รู้จักการติดเชื้อในกระแสเลือดมีเกือบทั้งประเทศ

----------------------

อย่างกรณี ปอ ทฤษฎี ต้องฟอกไต ถามว่า คุณรู้จักคำว่า ฟอกไต กันสักแค่ไหน ?

ผมว่า คนไทยเกือบทั้งประเทศ ไม่รู้จักคำว่า ฟอกไต กันเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกคนจะหลงคิดว่าเข้าใจคำ ๆ นี้

ผมจะบอกสั้น ๆ ในบทความนี้ว่า "ฟอกไต" ไม่ใช่การฟอกไต แต่เป็นการฟอกเลือด

คุณงง กับสิ่งที่ผมบอกหรือไม่ ??

เพราะความจริง ไต ของคนเราไม่สามารถฟอกได้ แต่คนทั่วไป แม้แต่หมอก็มักจะชินและใช้คำว่า ฟอกไต

ทั้ง ๆ ที่ ความจริงไม่มีการฟอกไต ไม่มีเครื่องฟอกไต เพราะที่ถูกต้องมีแต่เครื่องฟอกเลือดเท่านั้น

ซึ่งภาษาไทยก็ทำให้งง เข้าไปอีก เพราะดันไปเรียก เครื่องฟอกเลือดว่า "ไตเทียม" ยิ่งให้คนไทยที่ไม่รู้จักโรคนี้สับสนเข้าไปอีกว่า ถ้าไตคนเราเสีย ก็มี ไตเทียม มาเปลี่ยนให้

ซึ่งมันไม่ใช่ !!!

เพราะเครื่องฟอกไต ซึ่งจริง ๆ ก็คือ เครื่องฟอกเลือด หรือ ที่เรียกให้คนไทยจำนวนมากเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีกว่าในโลกนี้มี "ไตเทียม" นั้น

ความจริง ไตเทียม หรือ เครื่องฟอกเลือด มันมีหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ



การฟอกเลือด คือ การนำเลือดที่มีของเสียไปเข้าเครื่องฟอกเลือด เพื่อนำของเสียและน้ำส่วนที่เกินในเลือดออก โดยใช้เครื่องฟอกเลือด แล้วนำเลือดที่ได้นำของเสียและน้ำส่วนที่เกินออกจากเลือดไปแล้ว วนกลับคืนเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ทำวนไปวนมาแบบนี้นานไม่ต่ำกว่า 3 ชม. ถึง 5 ชม. แล้วแต่กรณี

นี่คือเครื่องที่ทำหน้าที่แทน ไต ที่หยุดทำงาน หรือไตทำงานไม่พอที่จะแลกเปลี่ยนของเสียและน้่ำในเลือด เพื่อขับเป็นปัสสาวะออกจากร่างกาย

แต่พวกหมอก็ชอบใช้คำว่า ฟอกไต จนทำให้คนไทยที่ไม่รู้จักโรคนี้ เข้าใจผิดว่า ไตคนเราฟอกได้

ปอ ทฤษฎี เกิดสภาวะไตวายเฉียบพลัน เกิดสภาวะของเสียคั่งค้างในกระแสเลือด จนเกิดความไม่สมดุลของความเป็นกรดด่างในเลือด จึงต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกเลือดเป็นการชั่วคราว

ซึ่งที่จริงเครื่องฟอกเลือดนี้ ปกติเป็นการรักษาผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย 

แต่ถึงผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย จะฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกเลือดไปมากแค่ไหน ไตก็จะไม่ฟื้นคืนเป็นปกติได้อีก

แต่ถ้า ปอ ทฤษฎี มีอาการดีขึ้น ภาวะไตวายเฉียบพลันก็จะหายกลับมาเป็นปกติ ไตจริง ๆ ของปอ ก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิมครับ

ขนาดคำว่า "ฟอกไต" คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศยังไม่รู้จักคำ ๆ นี้จริง ๆ เลย นับประสาอะไร ที่หมอหยองตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ย่อมทำให้คนไทยที่มีความรู้งู ๆ ปลา ๆ อดไม่สงสัยไม่ได้ จริงไหมครับ ?

บทความนี้ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ เท่านี้ก่อน

------------

คดีหมอหยอง แอบอ้างเบื้องสูงด้วยการใช้กิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ และ อุทยานราชภักดิ์ ไปหากิน แอบอ้างหาเงินบริจาคนั้น

ผมเองรู้คร่าวๆ ในวิธีหากินของขบวนการนี้ก่อนที่ข่าวหมอหยองโดนจับจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยซ้ำ

เพราะผมเองเขียนเกริ่นไว้นิดหน่อยในบทความเรื่อง ข้อคิดเรื่อง รับใช้เบื้องพระยุคลบาท อย่าหวังร่ำรวย

โดยผมได้เกริ่นแบบอ้อม ๆ ให้ผู้อ่านได้พอรู้แล้ว ขบวนการนี้หากินกับกิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ และ อุทยานราชภักดิ์

แต่คนเราก็ต้องรู้จักแยกแยก ดีชั่ว

กรณี พ.ต.ต. ปรากรม ชิงผูกคอตาย ก็ไม่แปลก ที่หัวโจกจะรีบชิงตายเพื่อหนีความผิดไปก่อน

พ.ต.ต.ปรากรม ทำคดีของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ แล้วกลับยักยอกทรัพย์ของกลางในคดีของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์  มาเป็นทรัพย์สินของตัวเอง

สุดท้ายเมื่อ พ.ต.ต. ปรากรม รู้ทางหนีทีไล่ของขบวนการ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ อย่างดี ก็เลยนำความรู้นี้มาคิดทำชั่วเสียเอง โดยมีหมอหยอง ร่วมเป็น 1 ในขบวนการนี้

แล้วเมื่อหมอหยอง ที่ป่วยเป็นความดันสูงตั้งแต่โดนจับ จะมาตายเพราะติดเชื้อในกระแสโลหิตก็ไม่แปลก เพราะการติดเชื้อในกระแสโลหิต บทจะติดเชื้อ บทจะตาย ถ้ามันจะง่ายก็ง่าย

แต่ทั้งหมด คือ รัฐบาล คสช. และ ตำรวจ ตั้งใจทำคดีนี้ให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบมาโดยตลอด

หากจะไม่ให้ประชาชนสงสัยเรื่อง ทำไมหมอหยองตายง่ายจัง หรือ พ.ต.อ.ปรากรม ผูกคอตายเร็วจัง

คสช. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ต้องทำคดีนี้ให้สื่อและประชาชนได้รับรู้เสียตั้งแต่แรก ไม่ดีกว่าเหรอ ?

เพราะตอนนี้ คสช. มีอำนาจเผด็จการอยู่ล้นฟ้า จะสั่งเก็บ สั่งอุ้มใครไปเงียบ ๆ เลย ก็ทำได้ แต่เขาเลือกจะไม่ทำ เพราะอะไร ?

นั่นเพราะต้องการให้คนไทยรับรู้ว่า สถาบันฯ ได้ถูกคนชั่วแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ และคงถูกแอบอ้างแบบนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนเป็นที่พึ่งให้สถาบันฯ ได้เลย

จนกระทั่งได้รัฐบาล คสช. นี่แหละ ที่สามารถกำจัดขบวนการชั่วทำนองนี้ได้

ผมอยากเขียนอธิบายมากกว่านี้นะ แต่เขียนมากไปก็ไม่เหมาะ แต่เชื่อว่า คุณผู้อ่านของผม อ่านแล้วคงคิดต่อเองได้ว่า อะไรคืออะไร

ขอฝากทิ้งท้าย คดีกวาดล้างพวกแอบอ้างสถาบันฯ หากิน ของตำรวจ และ คสช. ยังถูกพวกล้มgจ้าหนักแผ่นดินกล่าวหาและใส่ร้ายว่า มีความไม่ชอบมาพากล มีการเก็บผู้ต้องหาอย่างโหดเหี้ยม !!!

ซึ่งถ้าเป็นตามข้อกล่าวหาของพวกล้มเจ้าจริง  ๆ

สู้ ตำรวจ และ คสช. จัดการกับพวกล้มเจ้าหนักแผ่นดินให้ร้ายสถาบันฯ แบบโหด ๆ แบบเงียบ ๆ ก่อนเลยไม่ดีกว่าหรือ ?


คลิกอ่าน จุดเริ่มต้นคดีหมอหยองแอบอ้างเบื้องสูง


วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จัดลานเบียร์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?






จัดลานเบียร์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

ตอบง่าย ๆ ว่า ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ต้องขายเบียร์แบบเงียบ ๆ เหมือนธรรมดาทั่วไป โดยต้องไม่ติดป้ายโฆษณายี่ห้อเบียร์ หน้าลานเบียร์ หรือ ภายในลานเบียร์ จนทำให้บุคคลภายนอกที่เดินทางผ่านมาได้เห็นป้ายพวกนี้เข้า เพราะจะเข้าข่ายการโฆษณา

แล้วจะขายยังไง ?

ก็จัดในที่กว้างขวางเหมือนเดิมก็ได้ โดยที่ตรงเครื่องกดเบียร์อาจมียี่ห้อติดบ้างพอให้เห็นบ้าง ว่าขายเบียร์อะไร ที่แก้วเบียร์มีแค่โลโก้เท่านั้น (อย่าเอ่ยอ้างสรรพคุณ) ซึ่งจะไม่ใช่เพื่อการโฆษณา

แต่หลายปีที่ผ่านมา ลานเบียร์ทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่ก็คงยากที่จะย้อนไปดู เว้นแต่ใครมีรูปก็ส่งไปให้หมอสมาน

การเข้าข่ายโฆษณา อย่างเช่น ให้พนักงานเสิร์ฟใส่ชุดที่มียี่ห้อเบียร์เจตนาเพื่อหวังโฆษณาโดยอ้อม  แถมลานเบียร์มีเปิดเพลงเพื่อความมันส์ เพื่อดึงดูดให้คอเบียร์สนุก และอยู่ต่อนาน ๆ และเรียกร้องความสนใจจากผู้คนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเข้าข่าย ส่งเสริม หรือ โฆษณาโดยอ้อม ได้

ควรจัดทำในที่เฉพาะส่วนบุคคล ก็จะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เพราะจะมีทางออกทางกฎหมายอยู่หลายข้อ ที่จะต่อสู้ได้ว่า เราไม่ผิด แต่จุดยืนของการขายเบียร์ แม้ในที่ส่วนบุคคล ก็ต้องยึดหลักการตามมาตรา 30 ไว้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

แล้วทำยังไง พนักงานขายถึงแต่งตัวไม่ผิด ?

พนักงานขาย พนักงานเสิร์ฟ ก็แต่งตัวไปตามปกติ เพราะถ้าแต่งไม่ปกติ ก็อาจเข้าข่ายให้ตรวจสอบว่า หวังโฆษณาทางอ้อมหรือไม่

อย่าทำเป็นทำนองเพื่อหวังการตลาด เช่น ให้พนักงานขายและพนักงานเสิร์ฟอาจแค่ใส่เสื้อยืดแล้วมีโลโก้ยี่ห้อติดเสื้อเล็ก ๆ ก็พอ แต่เป็นโลโก้น้ำดื่มแทน หรือแม้่จะเป็นโลโก้เบียร์ ก็อย่าเขียนว่าเป็นเบียร์บนเสื้อ ซึ่งจะไม่เข้าข่ายหวังโฆษณา

ส่วนที่ผ่านมา เวลารถติด คนทั่วไปก็นั่งมองลานเบัยร์แบบเพลิน ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เห็นป้ายเบียร์ใหญ่โต แถมบางทีก็มองพนักงานเสริฟที่แต่งตัวเพื่อการโฆษณา จัดรูปแบบน่าสนใจเรียกร้องความสนใจจากคนทั่วไปด้วย

อย่าให้ผมบอกเลยว่า เดิมผิดอย่างไร ใครอยากรู้ก็ไปหา มาตรา 30 และมาตรา 32 มาอ่านแล้วกัน

----------------------

บทความนี้ผมไม่อยากลงรายละเอียดทางกฎหมาย เพราะอยากอธิบายแบบง่าย ๆ
แต่ถ้าใครอยากรู้กฎหมาย เชื่อว่า คงหาอ่านเองไม่ยาก ลองถามอากู๋ ดูสิ

-----------------------

ปีนี้ถ้าจะจัดลานเบียร์ อย่างไรไม่ผิด กฎหมาย

ทางที่ดี อย่าจัดในที่สาธารณะโล่งแจ้ง เพราะคนทั่วไปผ่านไปมาอาจเห็นได้

ควรจัดในที่ไม่สาธารณะ เพราะจะได้ลดคำครหาว่า หวังโฆษณา

แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ถ้าจะจัดในที่สาธารณะ ก็ควรทำเป็นเต๊นท์ปิดให้เป็นสัดเป็นส่วนไปเลย แล้วเขียนว่า ลานเบียร์ ไม่ต้องบอกยี่ห้อ ไม่ต้องโฆษณาไว้หน้าเต็นท์ เพราะ ลานเบียร์ เป็นแค่ชื่อร้านค้าเท่านั้น

เมื่อใช้ยี่ห้อเบียร์มาแปะหน้าลานเบียร์ไม่ได้ ก็อาจใช้สีสัญลักษณ์ของเบียร์ยี่ห้อนั้น ๆ แทน หรือจะนำป้ายโฆษณาน้ำดื่มสิงห์ น้ำดื่มช้าง ไปแปะไว้ใกล้ ๆ หน้าเต๊นท์ลานเบียร์ ก็พอ ถือว่าเป็นทริกอย่างหนึ่ง

ส่วนคอเบียร์แท้ ๆ  เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่า ลานเบียร์ของยี่ห้ออะไร ขายที่ไหน

ซึ่ง บ.เบียร์ดังทั้งสองยี่ห้อ ก็รู้ทริกนี่ดีมานานแล้ว จึงมีน้ำดื่มภายใต้โลโก้เหมือนยี่ห้อเบียร์ เพื่อใช้ในการโฆษณา

จริงไหม ?

กรณีลานเบียร์ ต้องดูทีละจุด ทีละจุด ว่ามีผิดกฎหมายหรือไม่
แปลง่าย ๆ ว่า ต้องดูเป็นราย ๆ ไป

ซึ่งแตกต่างจากกรณีดาราโพสรูปเบียร์ ความผิดมันสำเร็จไปแล้ว
แค่ทำเรื่องสอบปากคำเท่านี้ หมออยากดัง ที่ตอนแรกผมก็คิดว่าแกดีนะ

แต่พอผ่านเกิน 1 อาทิตย์ ยังไม่จบ ผมชักเบื่อหมอสมาน อยากดัง ซะแล้ว


คลิกอ่าน ดาราโพสรูปเบียร์ไร้สปิริต หมอสมานอยากดัง !!!