วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไทยพีบีเอส คือ สถานีโทรทัศน์ที่ดีที่สุดสำหรับผม






ผมเป็นแฟนประจำของช่องไทยพีบีเอสมานานหลายปี หากให้ผมสรุปว่า สถานีไทยพีบีเอสดีอย่างไร

ขอบอกเลยว่า ไทยพีบีเอสเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีรายการสารคดีที่มีสาระประโยชน์ รวมถึงมีรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวที่สนุกสนาน และมีสารคดีจากต่างประเทศที่ดีที่สุดออกอากาศให้ผู้ชมฟรีทีวีได้ชมอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดในประเทศไทย

แม้แต่รายการข่าวการเมือง ข่าวเกษตร ข่าวเศรษฐกิจ ก็ดีเด่นไม่แพ่ช่องใด ๆ

ยิ่งถ้าเป็นข่าวศิลปะบันเทิง คุณจะหาข่าวศิลปบันเทิงที่ดีและมีสาระที่แตกต่างกว่าจากช่องอื่น ๆ ไม่ได้เลย นอกจากไทยพีบีเอสที่เดียว เพราะเขาจะนำเสนอข่าวศิลปวัฒนธรรมจริง ๆ ซึ่งช่องอื่น ๆ จะเน้นแต่ข่าวดาราเลิกกัน หรือดาราไปมีแฟนใหม่ เรียกว่า นำเสนอแต่ข่าวน้ำเน่าในวงการบันเทิงมากกว่า เน้นพวกดารา

ในขณะที่ไทยพีบีเอสนำเสนอข่าว งานแสดงศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก และนำเสนอข่าวครอบคลุมศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าจะดนตรี เพลง ประติมากรรม จิตกรรม ประเพณีศิลปะพื้นบ้าน ไปจนถึงศิลปะระดับโลก ฯลฯ

บ่อยครั้งที่ผมนั่งดูรายการไทยพีบีเอสดี ๆ หรือดูสารคดีดี ๆ หรือดูซีรีย์ญี่ปุ่นดี ๆ จากไทยพีบีเอส

ผมมักจะนึกในใจเล่น ๆ เสมอว่า ถ้าคนไทยส่วนใหญ่หันมาดูช่องไทยพีบีเอส ประเทศชาติคงจะพัฒนาไปอีกไกล

หรือถ้าเด็กและเยาวชน ดูรายการจากช่องไทยพีบีเอสส่วนใหญ่เป็นประจำ เด็กและเยาวชนไทยจะฉลาดขึ้น เรียนดีขึ้น แถมนิสัยก็จะดีขึ้นด้วย

แล้วปัญหาสังคม เช่น ปัญหาพวกเด็กอาชีวะตีกัน นักเรียนหญิงตบกันเพื่อแย่งผู้ชาย ก็น่าจะลดลงไปด้วย หากครอบครัวไทยสอนให้เด็กและเยาวชนไทยดูช่องไทยพีบีเอส

เพราะการได้เสพรายการดี ๆ มีสาระประโยชน์ จะทำให้คนเราคิดในสิ่งที่ถูกต้องได้มากขึ้น เมื่อคนเราในสมองคิดในทางที่ดีมากขึ้น ก็จะใช้อารมณ์ดิบ ๆ เถื่อน ๆ น้อยลง

แต่ก็อย่างว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบเรื่องดี ๆ มีสาระ ที่เน้นพัฒนาสมอง เรตติ้งช่องไทยพีบีเอสก็เลยแพ้เรตติ้งช่องละครน้ำเน่าที่เน้นส่งเสริมคนใช้พฤติกรรมรุนแรง อย่างไม่เห็นฝุ่น 

ขอยกตัวอย่าง สารคดีต่างประเทศที่ผมชอบมากของไทยพีบีเอส ที่เพิ่งได้ดูเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือสารคดี ผู้บุกเบิก ที่นำเสนอการห้ำหั่นต่อสู้กันทางธุรกิจของมหาเศรษฐีหลาย ๆ คนในยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา

เช่น เจ้าของบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์

เจ้าของเส้นทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา แอนดรูว์ คาร์เนกี้ และเป็นผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของสหรัฐอเมริกา

เจ้าของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เจ พี มอร์แกน

ทั้งสามคนนี้ห้ำหั่นต่อสู้กันทางธุรกิจอย่างสนุกมาก ๆ

ส่วนรายการสารคดีของคนไทย ที่มีคนชื่นชอบอย่างมาก ก็เช่น ดูให้รู้ , สามัญชนคนไทย , หนังพาไป , ทั่วถิ่นแดนไทย , ฯลฯ

ถ้าใครเคยมีโอกาสได้ดูรายการที่ผมเอ่ยชื่อมาข้างต้น แล้วบอกว่า ดูแล้วไม่ชอบ แสดงว่า คน ๆ นั้นมีปัญหาด้านสติปัญหาและจิตสำนึกต่อสังคมแล้วครับ

-----------------------

งบประมาณของไทยพีบีเอสที่หลายคนยังเข้าใจผิด

ผู้คนจำนวนมากเข้าใจว่า รัฐบาลหักจากภาษีบาป เหล้า บุหรี่ แบ่งมาส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณในแต่ละปีให้ไทยพีบีเอส

แต่ความจริง ไทยพีบีเอส และ สสส. เป็น 2 องค์กรอิสระที่ได้งบพิเศษเก็บจากบริษัทเหล้า แต่ไม่ใช่ภาษีเหล้า!

โดยแต่ละปีไทยพีบีเอสจะได้งบปีละประมาณ 2 พันล้านบาท จากเงินที่เรียกเก็บพิเศษจากบริษัทเหล้าแยกต่างหาก นอกเหนือจากภาษีปกติที่บริษัทเหล้าต้องจ่ายให้รัฐในแต่ละปี

เช่น ถ้า บ.เหล้าจ่ายภาษีให้รัฐปีละ 1.5 แสนล้านบาท แต่ บ.เหล้ายังต้องจ่ายเงินพิเศษอีก 1.5% ของฐานภาษีที่จ่ายไป 1.5 แสนล้านบาท ให้ไทยพีบีเอสต่างหาก

ส่วน สสส. จะได้ 1.7 % จากฐานภาษีที่จ่าย 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้งไทยพีบีเอส และ สสส. มีกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ

หากรัฐบาลยุบหรือเลิกสถานีไทยพีบีเอสไป เงิน 2 พันล้านบาทส่วนนี้ก็จะกลับเข้ากระเป๋าบริษัทเหล้าไป เงินส่วนนี้จะไม่เข้ารัฐแต่อย่างใด

เห็นหลายคนบอกว่า ยุบไทยพีบีเอสไปก็ดี จะได้ประหยัดเงินได้ 2 พันล้านบาทเอาไปทำอย่างอื่น นั่นจึงเป็นความเชื่อที่ผิด

-----------------------

กรณีเลิกจ้าง ผอ.ไทยบีเอส

ผมไม่ค่อยสนใจคน ๆ นี้เท่าไหร่นัก รู้ว่า เคยทำงานที่บีบีซีไทย ประเทศอังกฤษ

ถ้าจำไม่ผิด ในช่วงที่ ผอ.คนนี้เป็น ผอ.ไทยบีพีเอส ก็มักจะเห็นมีรายการบางรายการที่เชิญพวกที่เข้าข่ายเป็นพวกล้มเจ้ามาออกรายการอยู่บ่อย ๆ เพื่อแสดงความเห็น

(แต่ไม่ได้หมายความว่า ผอ.คนนี้จะเป็นพวกล้มเจ้านะ)

เพราะเขาใช้คำว่า สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นจากผู้คนที่หลากหลาย

สำหรับผม ผมว่า สถานีไทยพีบีเอสเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ดีมานานแล้ว ดีก่อนจะมี ผอ. คนนี้มาบริหารเสียอีก

ผมไม่รู้ว่า ผอ. คนล่าสุดนี้ เขาโดนเลิกจ้างจากสาเหตุอะไร เพราะผมขี้เกียจอ่านข่าว และเพราะผมไม่ให้ความสำคัญอะไร

แต่ที่แน่ ๆ สถานีไทยพีบีเอส ถือเป็นองค์กรที่จะต้องคงอยู่ต่อไป ส่วนเรื่องทุจริตในองค์กรจะมีหรือไม่ มันคนละประเด็นกับคำว่า เป็นสถานนีโทรทัศน์ที่ดีที่สุด ในความเห็นของผม

ใครมีหน้าที่ตรวจสอบทุจริต ก็ตรวจสอบกันไป ตามหน้าที่

ถ้าความผิดมันอยู่ที่บุคคลากร ก็ต้องแก้ทีบุคคลากร ใครทำไม่ดี ก็เลิกจ้างไป ก็แค่นั้นไม่เห็นจะยาก

ส่วนองค์กรก็ต้องปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น


มีคนถามผมว่า ในเมื่อมีช่อง 11 แล้ว จะมีไทยพีบีเอสอีกทำไม

ขอตอบว่า ช่อง 11 เป็นสถานีที่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลโดยตรง ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็จะใช้ช่อง 11 เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลนั้น ๆ ทันที

เช่น สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ใช้ช่อง 11 จนกลายเป็นสถานีกุข่าวชวนเชื่อไปเลย เพราะเอาพวกเสื้อแดงมานั่งจัดรายการในช่อง 11 แทบทั้งวัน

แต่ไทยพีบีเอส ตั้งขึ้นมาด้วยหลักการที่ว่า ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาล จึงไม่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาล ไม่มีโฆษณาเพื่อจะได้ไม่ลำเอียงเข้าข้างเอกชน

ย้ำอีกครั้งว่า ในฐานะที่ผมชอบเสพรายการดี ๆ มีสาระอย่างมีความสุข ผมยังมีความเห็นว่า สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีสาระดีที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้

แล้วถ้าใครที่ชอบเลี้ยงลูกด้วยทีวี แนะนำว่า เปิดไทยพีบีเอสให้ลูกดูทั้งวันไปเลย เพราะลูกคุณจะได้รับผลเสียจากการดูทีวีน้อยที่สุด เผลอ ๆ อาจฉลาดไปเลยก็ได้ ดีกว่าไปเปิดทีวีช่องอื่น ๆ ให้ลูกดู เพราะอาจทำให้ลูกคุณโง่กว่าปกติหลายเท่า



วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ถึง ไอ้พวกสักแต่ด่าเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯแบบโง่ๆ







กูคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด กูเกลียดผู้ว่าฯ กทม. มาหลายคน แต่กูไม่เคยโทษผู้ว่า ฯ กทม. สักคนเดียวเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เพราะกูเข้าใจสภาพพื้นที่บ้านเกิดกู บ้านกูน้ำท่วม กูลุยน้ำท่วมมาตั้งแต่เด็ก

แล้วไอ้พวกสักแต่ด่า มึงรู้เรื่องระบบการระบายน้ำแค่ไหน ? ส่วนใหญ่ที่พยายามด่ามาก ๆ ไอ้พวกนี้ด่าหวังผลการเมือง

เช่น จุดรัชดา-ศาลอาญา แถวบ้านกู คือจุดอ่อนที่สุดของเขตจตุจักร เป็นจุดต่ำสุดของเขตนี้ ถ้าฝนตก น้ำจากจุดนี้จะระบายช้าที่สุดเพราะต่ำกว่าที่อื่น เมื่อก่อนแค่ตกไม่เกิน 80 มม. ก็ท่วมเกินเมตรแล้ว ตรงจุดกลับรถ ใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว-รัชดา

แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นตั้งเยอะ แล้วต่อไปจะดีขึ้นอีก เพราะรออุโมงค์ยักษ์บางซื่อสร้างให้เสร็จก่อน ซึ่งกำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2559 แล้วจุดอ่อนหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จะไม่เป็นปัญหาท่วมหนักอีกต่อไป

ไอ้พวกสักแต่ด่า มึงเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มาตลอดชีวิต รึเปล่าวะ เสือกรู้ดีนัก

เมื่อตอน 5 โมงเย็นวานนี้ ดูข่าวช่อง 3 ข่าว เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำฯ ต้องลงไปในคลอง ไปเอาเศษขยะที่ติดตะแกรงออก

มีไอ้พวกเหี้ยที่ไหนไม่รู้ แม่งทิ้งได้ กระทั่งทิ้งถังแก๊สลงคลอง มีพวกเหี้ยแบบนี้เยอะ ๆ กรุงเทพฯ ถึงได้น้ำท่วมระบายช้ามากขึ้น


ขยะในคลองแสนแสบในวันที่ 4 ต.ค. 2558







แล้วฝนที่ตกอยู่ในช่วงนี้ ไม่ใช่ฝนธรรมดาจากความกดอากาศทั่วไป แต่มันเป็นอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นมูจีแก

เห็นไหม ฝนตกหนักสลับเบา สลับหยุด ตก ๆ หยุด ๆ ทั้งวันทั่วทั้งกรุงเทพ ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

ส่วนไอ้พวกสักแต่ด่า มึงไปอ่านบทความนี้ให้หายโง่ซะ สัส !!!

แนะนำอ่าน "ทำไม กรุงเทพฯ น้ำท่วมง่ายจังวะ"


--------------------

ปี 2526 น้ำท่วมใหญ่ ม.รามคำแหง น้ำท่วมถึงคอ แล้วกว่าจะลดลงเป็นปกตินานเป็นเดือน

ส่วนบ้านผมอยู่ปากทางลาดพร้าว น้ำท่วมประมาณเข่า โรงเรียนปิดไป เกือบ 2 อาทิตย์

ถามว่า ปัจจุบันนี้ในกรุงเทพฯ มีท่วมยาวนานแบบนั้นไหม ? (ถ้าไม่ใช่เหตุอุทกภัยปี 54)

ทุกวันนี้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ลดลงไวกว่าเดิมมาโดยตลอด

ส่วนไอ้พวกด่าอุโมงค์ยักษ์ มึงนั้นโง่หารู้อะไรไม่ 

อุโมงค์ยักษ์ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 7 แห่ง ความยาว 19 กม. รองรับพื้นที่ กทม. ฝั่งตะวันออกได้แค่ 25 % เท่านั้น แปลง่าย ๆ ว่า มันยังไม่พอที่จะรองรับน้ำท่วมกรุงเทพทั้งหมด



แผนที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก กับอุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง


ซึ่งถ้าฝนตกหนักยังไง ๆ กรุงเทพฯ น้ำก็ต้องท่วม เพราะท่อระบายน้ำยังเป็นระบบเก่า 50 ปีที่แล้ว คือเล็กมาก แถมใช้ร่วมกับทางระบายน้ำเสียจากบ้านเรือน แถมมีพวกขยะไขมันจากร้านอาหารมากมายอุดตันทางระบายน้ำ

ถ้าอยากให้กรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วมเลย ต้องทำท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมดให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไม่ต่ำกว่า 3 เท่า แยกท่อน้ำทิ้งจากบ้านเรือนออกจากท่อระบายน้ำ ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน จนถึง 1 แสนล้านบาท (ไอ้พวกขี้ข้าทักษิณไม่ชอบจ่ายภาษี เสือกบ่น)

ส่วนไอ้พวกโง่อย่างไอ้ บก.ลายจุด มันด่าอุโมงค์ยักษ์แบบตรรกะควายแดงแท้ ๆ




หลายคนขอด่าไว้ก่อน เผลอ ๆ หลายคนไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ

แต่อาศัยโลกโซเชียลเข้ามาผสมด่า เพราะหวังผลทางการเมืองสมัยหน้า เพราะผู้ว่า ฯ กทม. คนนี้ไม่ใช่คนของพรรคที่กูชอบ

คลิกอ่าน "ทำไมกรุงเทพฯ ฝนตกน้ำท่วมง่ายจังวะ