วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

เกมเพรสซิ่ง กลยุทธไม้ตายไว้ปราบทีมฟุตบอลทีมชาติไทย






ทั้งทีมฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ และทีมชาติญี่ปุ่น เขาท่องเป็นสูตรไว้นานหลายสิบปีมาแล้วว่า ถ้าเจอกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทยครั้งใด ให้ใช้สูตรการเล่นแบบเกมเพรสซิ่งเท่านั้น

เพราะทีมชาติไทย และนักฟุตบอลไทยไม่คุ้นเคยกับการถูกเพรสซิง เพราะนักฟุตบอลไทยและทีมชาติไทยจะคุ้นเคยกับทีมที่ตั้งโซนมากกว่า

เกมเพรสซิ่ง คืออะไร ?

ก็คือ การให้ผู้เล่นไปไล่บอลไล่กดดันคู่ต่อสู้อย่างรวดร็ว ไม่ให้มีเวลาคิด ไม่มีเวลาแต่งบอล ไล่บอลแบบถึงตัวทันที ตั้งแต่อยู่ในแนวรับคู่ต่อสู้

ทุกครั้งที่ทีมชาติเกาหลีใต้ หรือทีมชาติญี่ปุ่น พบกับทีมชาติไทยทุกครั้ง เขาจะใช้เกมเพรสซิงกดดันไทยอย่างหนักทันทีแบบนี้ทุกครั้ง เป็นการบีบให้ทีมไทยต้องเล่นเร็วตามสปีดบอลที่เร็วกว่าของพวกเขา

ซึ่งนักเตะไทยส่วนใหญ่โดยธรรมชาติจะมีสปีดบอลที่ช้า ทั้งการรับบอล ส่งบอล และการเข้าทำจะช้ากว่านักเตะทั้งสองชาตินี้อย่างมาก

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนชื้น จึงเป็นผลให้คนไทยจะทำอะไรช้ากว่าคนเกาหลีใต้และคนญี่ปุ่นโดยธรรมชาติ

สังเกตจากการเดินของคนญี่ปุ่นและคนเกาหลีใต้ก็จะเดินเร็วกว่าคนไทย เพราะทั้งสองประเทศเป็นเมืองหนาว ในขณะที่คนไทยจะเดินช้ากว่า เพราะยิ่งเกินเร็ว ก็ยิ่งรู้สึกร้อน

ในการเล่นฟุตบอลกลางแจ้งก็เช่นกัน คนไทยก็จะมีสปีดการเล่นที่ช้ากว่า สาเหตุก็มาจากพื้นฐานอากาศบ้านเรามันร้อนชื้นนี่เอง

แต่แค่มีสปีดบอลที่ช้ากว่าอย่างเดียวไม่พอ การที่เล่นช้ากว่า จึงทำให้ความแข็งแกร่งจึงน้อยกว่าไปด้วย หมายถึง ถ้าอยู่ ๆ ไปเล่นสปีดบอลที่เร็วขึ้น ก็จะร้อนง่าย เหนื่อยง่าย

จึงมีส่วนทำให้การฝึกซ้อมเรื่องพลกำลังของนักฟุตบอลไทยก็เลยไม่ถึงจุดฟิตที่สุด ที่เรียกว่า วิ่งสู้ฟัด 120 นาที 

----------------

ให้เราสังเกตการเล่นฟุตบอลในลีกต่างๆ ของบ้านเรา เราแทบไม่เคยเห็นทีมฟุตบอลทีมไหนจะใช้รูปแบบการเล่นแบบเพรสซิง เพราะรูปแบบนี้มันใช้พละกำลังมาก ทำให้หมดแรงได้ง่าย

ดังนั้น นี่คือจุดบอดที่ผ่านมาของทีมชาติไทยทุกยุกทุกสมัย ที่จะเล่นได้ดีถ้าเจอกับทีมในตะวันออกกลาง เพราะทีมโชนตะวันออกกลางมักเล่นแบบคุมโซนไม่ไล่บอลกดดันหนักตั้งแต่แนวรับ

ในขณะที่ทีมชาติเกาหลีใต้ และทีมชาติญี่ปุ่น ชอบเล่นเกมเพรสซิงกับทีมชาติไทยมาก เพราะเขารู้ดีว่าทีมไทยเราจะไม่ถนัดถ้าเจอคู่ต่อสู้มาไล่กดดันไล่บอลอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น หากทีมชาติไทยจะก้าวผ่านระดับเอเซียอย่าง ทีมชาติเกาหลีใต้และทีมชาติญี่ปุ่นไปได้ ก็ต้องเอาชนะเกมเพรสซิงให้ได้เท่านั้น

------------------

วิธีเอาชนะเกมเพรสซิง ทำยังไง ?

ให้ดูทีมชาติสเปนยุคเป็นแชมป์โลก เป็นตัวอย่างครับ

ทีมที่ว่าพลกำลังดี แรงดี เล่นรวดเร็วแค่ไหน แต่พอมาเจอทีมที่นักเตะมีความสามารถเฉพาะตัวสูงอย่างนักเตะสเปน การจะมาเพรสซิ่งนักเตะสเปน ก็เลยกลายเป็นเสมือน วัวกระทิงวิ่งเข้าหามาธาดอร์

เพราะนักเตะสเปน ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวรวดเร็วตามนักเตะที่เข้ามาไล่หรือกดดัน

แต่นักเตะสเปนจะใช้เทคนิคชั้นเชิงการครองบอลที่สูงมาก จ่ายบอลเท้าสู้เท่าแม่นยำ จัดการกับนักเตะชาติที่ว่าแรงดี ที่เข้าเพรสซิงเก่ง ๆ จนหัวปั่นกลายเป็นวัวกระทิงที่โดนมาธาดอร์หลอกไปเลย

ดังนั้น ทีมชาติไทยเวลาอุ่นเครื่อง เพื่อจะไปเตะในทัวร์นาเมนท์สำคัญ ๆ อีก ก็ต้องฝึกเจอเกมเพรสซิงให้เยอะ ๆ ไม่งั้นถ้าเจอเกมเพรสซิงทีไร ทีมชาติไทยก็ตกม้าตายทุกที

--------------

ผมไม่รู้ว่า ในลีกระดับโลก เขาใช้เครื่องมืออะไรวัด ระยะทางการวิ่งของนักฟุตบอลในแต่ละนัด

อย่าง กาก้า นักเตะทีมเอซีมิลาน และอดีตทีมชาติบราซิล ตอนที่กาก้ายังรุ่งสุดขีด กาก้าจะมีค่าเฉลี่ยนในการวิ่งไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตรต่อนัด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในทีมเอซีมิลาน เพราะค่าเฉลี่ยทั่วไป นักเตะจะวิ่งประมาณ 7-9 กิโลเมตรต่อนัดเท่านั้น

ผมว่า นักเตะไทยต้องฟิตให้ถึงจุดนั้นให้ได้คือ ในเวลา 90 นาที ควรวิ่งให้ไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร โดยที่แรงไม่ตก แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า ฟิตระดับวิ่งสู้ฟัด

ถ้าไม่ฟิตถึงระดับสูงสุด ก็ยากที่จะทนการเพรสซิงจากคู่ต่อสู้ได้


คลิกอ่าน จากกระแสฟุตบอลไทยแพ้เกาหลี จนถึงเกาหลีล้อเลียนติ่งไทย


วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอลไทยเจอเกาหลีใต้รอบรองเอเชียนเกมส์ กับอายุที่ต่างกัน







ฟอร์มทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ 2014หรือ "ทีมช้างศึก" นับว่า พัฒนารูปแบบการเล่นที่เป็นอินเตอร์มากขึ้น ถือเป็นก้าวที่พัฒนาจริง ๆ

โดยเฉพาะรูปแบบการทำเกม การส่งบอล จ่ายบอลที่แม่นยำ เปลี่ยนทางรวดเร็ว ไม่มัวเสียเวลาแต่งบอลนานเกินไป ซึ่งเป็นข้อเสียของทีมชาติไทยในอดีตมาโดยตลอด

โดยเฉพาะในจังหวะยิง ทีมชาติไทยในอดีตที่ผ่าน ๆ มา นักเตะไทยมักต้องเสียเวลาแต่งบอล 1 จังหวะทุกครั้ง จนทำให้จังหวะการยิงจึงช้าเกินไป เพราะคู่แข่งเข้ามาบล็อกได้ทัน

อีกทั้งเรื่องพลกำลังของทีมชาติไทยในแทบทุกยุคทุกสมัย มักแรงไม่ดี ทำให้จังหวะการเล่นช้า และมักจะหมดแรงก่อนหมดเวลา ซึ่งแตกต่างจากทีมชั้นนำอย่างเกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น ที่วิ่งสู้ฟัดได้ตลอด 120 นาทีด้วยซ้ำ

แต่ในทีมชาติไทยเอเชียนเกมส์ 2014 ชุดนี้ ได้พัฒนาดีขึ้นมาก จนลบข้อด้อยของทีมชาติไทยในอดีตต่าง ๆ ได้จนหมด ทำให้ทีมชุดนี้มีเกมที่ไหลลื่น มีความคิดสร้างสรรค์ในการเข้าทำมากขึ้น เป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้ชมคนไทยทุกคน

แฟนฟุตบอลไทย หลายคนยกย่องทีมฟุตบอลชุดนี้ว่า นี่มันเล่นสไตล์บาร์เซโลน่าชัด ๆ

คือ สวยงาม ทีมเวิร์คเยี่ยม สร้างสรรค์การเข้าทำได้ดีเลิศ โดยเฉพาะตั้งแต่แมทต์พบอินโดนีเซียเป็นต้นมา

จนกระทั่งมาเจอทีมชาติจีน ที่ชนะ 2:0 ด้วยฟอร์มที่สุดยอด

และล่าสุดเจอทีมชาติจอร์แดน ที่ไทยสามารถชนะไปได้ 2:0

แล้วทีมชาติไทยก็ได้เข้ารอบรองเอเชียนเกมส์เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายขั้นต่ำแล้ว

เพราะเป้าหมายสูงสุดคือ หวังถึงเหรียญทอง เพราะก่อนมาแข่ง โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ ก็มองและหวังว่า ทีมชาติไทยชุดนี้มีโอกาสเข้าถึงชิงชนะเลิศ

แต่จะได้เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ ก็ต้องผ่านทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพในรอบรองชนะเลิศให้ได้เสียก่อน

หากผ่านเกาหลีใต้ไปได้ จนเข้าชิง ก็หมายถึง ทีมช้างศึกมาไกลกว่าประวัติศาสตร์ไทยที่ผ่านมา

------------------------

ทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ของไทย ได้เปรียบคู่แข่งตรงไหน ?

สิ่งที่ทีมชาติไทยแตกต่างจากคู่แข่งทีมอื่นๆ ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้หลายทีม ก็คือเรื่องอายุ เพราะทีมชาติไทยได้จัดทีมอายุเต็มโควต้าไม่เกิน 23 ปี โดยนำมาจากทีมชุดเหรียญทองซีเกมส์ยกทีม

และเสริมด้วยผู้เล่นอายุเกิน23 ปีอีก 3 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ จักรพันธ์ พรใส

ในขณะที่ทีมชาติเกาหลีใต้ชุดอินชอนเกมส์ ที่เพิ่งชนะทีมชาติญี่ปุ่นในรอบ 8 ทีม ด้วยสกอร์ 1:0 นั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ชุดเตรียมคัดเลือกโอลิมปิกปีหน้า อายุไม่เกิน 22 ปี (ซึ่งทีมชาติญี่ปุ่นก็เป็นชุดอายุไม่เกิน 22 ปีเพื่อคัดเลือกโอลิมปิกปีหน้า)

สาเหตุที่ทีมชาติเกาหลีใต้และทีมชาติญี่ปุ่น ใช้ผู้เล่นชุดอายุไม่เกิน 22 ปีเท่านั้น เพราะเขาเตรียมทีมชุดนี้ไว้ในการแข่งรอบคัดเลือกโอลิมปิกในปีหน้า เพื่อหวังไปโอลิมปิกที่บราซิลปี 2016

ส่วนไทยใช้โควต้าอายุไม่เกิน 23 ปีเต็มที่ จึงมีกระดูกแกร่งกว่าหลายทีมในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ นี่คือข้อได้เปรียบของทีมชาติไทยครับ

เหตุเพราะไทยหวังมากที่จะคว้าเหรียญรางวัลฟุตบอลเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกให้ได้ จึงให้ความสำคัญเอเชียนเกมส์ 2014 มากกว่าโอลิมปิก 2016

ในขณะที่หลาย ๆ ทีมที่มาแข่งในเอเชียนเกมส์คราวนี้ เขามองที่การคัดเลือกไปโอลิมปิก 2016 เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า จึงจัดชุดอายุ 21 ปีมาเล่นเพื่อสร้างทีมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหวังไปโอลิมปิกให้ได้

และไม่ว่าผลการแข่งขันระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ในรอบรองชนะเลิศวันอังคารที่ 30 ก.ย. จะเป็นอย่างไรก็ตาม

แต่ที่แน่ ๆ ถ้าไทยจะจัดทีมฟุตบอลเพื่อคัดเลือกไปแข่งฟุตบอลโอลิมปิกที่บราซิล  จะไม่ใช่ทีมฟุตบอลชุดเอเชียนเกมส์ที่อินชอนอย่างแน่นอน เพราะทีมชาติไทยชุดอินชอนเกมส์ มีอายุเกิน 22 ปีเกือบทั้งทีม

ทั้งนี้ฟุตบอลโอลิมปิค จะคัดเลือกในปี 2015 ซึ่งนักเตะจะต้องอายุไม่เกิน 22 ปี 

เนื่องจาก โอลิมปิคที่ประเทศบราซิล ในปี 2016 นักเตะจะต้องมีอายุไม่เกิน 23 ปี

แนะนำอ่าน บทความเก่าปี 2553 ถ้าจับจุดไม่ถูก บอลไทยยิ่งล้าหลัง


วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ช่อง3จอยังไม่ดำ สรยุทธเฮ ควงน้องไบรท์ เที่ยวเกาหลีใต้






ตอนนี้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งระงับช่อง 3 อนาล็อคจอดำไว้ก่อน โดยศาลปกครองกลางได้ทุเลาคำสั่งช่อง 3 จอดำของ กสท.ไว้ โดยศาลปกครองได้ขยายเวลาให้ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศปกติบนทีวีดาวเทียมและเคเบิลต่อไปได้จนถึงวันที่ 11 ต.ค. 57 เวลา 16.30 น.

ซึ่งตามกำหนดเดิม ช่อง 3 อนาล็อกจะจอดำในทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีในวันที่ 30 ก.ย. 2557 นี้

ทั้ง ๆ ที่ถ้าเราดูจากกระแสสังคมออนไลน์ เพราะเช็คง่ายที่สุด คนส่วนใหญ่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค มีกระแสถูกต้องดีกว่าถูกใจ

แม้กระทั่งเฟสบุ๊คเพจของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของสรยุทธเอง ความเห็นที่ได้รับการโหวตสูงสุดคือ ต้องการให้ช่อง 3 จอดำไปตามกฎมากกว่า

การที่ศาลปกครองกลางยอมโอนอ่อนผ่อนปรนให้ช่อง 3 อนาล็อคจอไม่ดำ ก่อนที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน ก็เท่ากับศาลปกครองกำลังทำลายค่านิยมดี ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยลงไป

ต่อไปสื่อทีวีทำผิดกฎ ก็แห่ไปร้องศาลปกครองให้คุ้มครองตัวเอง โดยอ้างคนดูเป็นตัวประกันได้อย่างนั้นสินะ

การที่ 30 ก.ย. 2557 นี้ ช่อง 3 อนาล็อกจอไม่ดำ ผมถือว่า บ้านเมืองเรา และหน่วยงานของรัฐ ยังพ่ายแพ้แก่กระแสนายทุนใหญ่ต่อไป


-------------

เจ้าสัว สรยุทธ  อยากเที่ยวเกาหลีใต้ผ่านเรื่องเล่าเช้านี้

สรยุทธ นักเล่าข่าวที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย ทำเงินจากการเล่าข่าวทุกวันวันละเป็นล้านบาท อยากไปเที่ยวเกาหลีใต้ดูเอเชียนเกมส์ และทำรายการเรื่องเล่าเช้านี้ยิงสัญญาณสดกลับมาประเทศไทยด้วย ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. - 4 ต.ต. 57



หากช่อง 3 อนาล็อคต้องจอดำไป สรยุทธคงเดือดร้อนมากที่สุด เพราะคงขายโฆษณาล่วงหน้าไปแล้วหลายสิบล้านบาท

การที่ ช่อง 3 อนาล็อคจอไม่ดำ ผมจะขอถามว่า มีหน่วยงานของรัฐบาลบางหน่วยงานกำลังเอื้อผลประโยชน์ให้สรยุทธและช่อง 3 หรือไม่ ?

เพราะกฎต้องเป็นกฎ ถ้ายังไม่ทำตามกฎ ก็ควรต้องจอดำไปตามระเบียบ


ขณะสรยุทธพูดไปก็ตายิ้มเยิ้มไปเพราะช่อง 3 จอยังไม่ดำ กูรวย !!
โต๋ ศักดิ์สิทธิ์
ควรตามน้องไบรท์ไปด้วยนะ เดี่ยวจะหาว่าไม่เตือน


ถามว่า ผลประโยชน์จากเงินโฆษณาอีก 11 วันที่ช่อง 3 อนาล็อคได้รับการผ่อนผัน มีจำนวนหลายร้อยล้านบาท มีหน่วยงานใดได้รับถุงขนมไปกินหรือไม่ ?

แล้วช่อง 3 อย่ามาอ้างคนดู เพราะรู้ได้ยังไงว่าคนดูส่วนใหญ่เขาจะเดือดร้อนเพราะไม่ได้ดูช่อง 3 อนาล็อค ทางเลือกมีถมเถ

บอกตรง ผมผิดหวังกับคำสั่งศาลปกครองกลาง ของประเทศไทยจริง ๆ

------------------

กฎระเบียบเป็นยังไง ก็ควรทำไปตามกฎ
"อย่าให้ กฎกู อยู่เหนือกฎหมาย"

ขนาดผมเป็นแฟนรายการเรื่องเล่าฯ ของสรยุทธ แต่ขอบอกว่า เห่ยมาก ที่ประเทศไทยยังแพ้กระแสนายทุนต่อไป


สรยุทธอ้างในรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ต่อหน้าคุณกุ๊ก กฤติกา ว่า นี่คือการตอบแทนท่านผู้ชม !!


ถุย !!!

ล่าสุดทราบมาว่า สรยุทธกลัวช่อง 3 ออริจินอลจอดำ สรยุทธเลยไปซื้อเวลาช่อง 3 HD ล่วงหน้าไว้ เพื่อให้รายการเรื่องเล่าเช้านี้ออกอากาศแบบคู่ขนานเป็นครั้งแรกบนทีวีดิจิตอลและอนาล็อก




คลิกอ่าน ช่อง 3 ใจดำ !!


วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

ตรรกะโง่ ๆ กับข่าวอินเดียส่งยานอวกาศไปดาวอังคาร






คือวานนี้มีข่าวที่คนอินเดียทั้งประเทศต้องดีใจ ก็คือ ข่าวอินเดียประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศเข้าสู่วงโครจรดาวอังคาร

แถมยานอวกาศนี้ใช้เงินสร้างเพียง 2 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่ามูลค่าของยานอวกาศที่นาซ่าเพิ่งส่งไปดาวอังคารไม่กี่วันก่อนเช่นกันร่วม ๆ 10 เท่า โดยที่ยานอวกาศของนาซ่าใช้เงินมากถึง 2 หมื่นล้านบาทต่อลำ

ทำให้สื่อทั่วโลกชื่นชมยกย่องอินเดียว่า ได้สร้างยานอวกาศโลว์คอสต์สำเร็จ หรือ ยานอวกาศต้นทุนต่ำ




ยานอวกาศของอินเดียชื่อ มงคล หรือบางสื่ออ่าน มังคลา ที่มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทถูกกว่ายานมาเวน (MAVEN) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) ที่เพิ่งไปถึงวงโคจรของดาวอังคารก่อนหน้านี้ 2 วันประมาณ 10 เท่า หลายสำนักข่าวจึงเรียกยานอวกาศลำนี้ว่า "ยานโลว์คอสต์"


แล้วผมก้ไปเจอมีคนไทยบางคนแสดงความโง่ในเรื่องนี้ ด้วยตรรกะที่ว่า อินเดียน่าจะเอาเงินไปพัฒนาประเทศช่วยคนจนด้านอื่นยังดีกว่า หรือไม่ก็ตรรกะกล่าวหาทำนองว่า เอาเงินมาผลาญเล่นแท้ ๆ แทนที่จะเอาไปช่วยคนจนหลายร้อยล้านคนในประเทศก่อน

เฮ่อ... นี่คือ พวกคนไทยโง่ ๆ โดยแท้ ที่คิดได้แค่นี้

ก่อนอื่นต้องย้ำว่า นี่คือเทคโนโลยีสู่อวกาศของคนอินเดียเอง ต่อให้ประเทศไทยเอาเงินสัก 2 ล้านล้านบาท มาคิดสร้างยานอวกาศไปดาวอังคารด้วยเทคโนโลยีของตัวเองในวันนี้ ถามว่า ไทยจะทำได้ไหม ?

ดังนั้นประเด็นนี้มันคือ เรื่องการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ชั้นสูงของอินเดีย อินเดียเขามีนักวิทยาศาสตร์เก่ง ๆ ส่งออกไปทำงานหาเงินในต่างประเทศทั่วโลกมากมาย แถมเรื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะเรื่องซอฟแวร์ อินเดียก็ได้รับการยกย่องว่า เก่งอันดับต้น ๆ ของโลก

ทุกวันนี้อินเดียเขาผลิตดาวเทียมของตัวเอง ผลิตอาวุธนิวเคียร์ของตัวเอง ผลิตรถยนต์ยี่ห้อของตัวเอง มอเตอร์ไซค์ด้วยเทคโนโลยีตัวเองล้วน ๆ ไปส่งขายได้ในหลายประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยยังผลิตรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ด้วยเทคโนโลยีของตัวเองไม่ได้เลย

การพัฒนาวิทยาศาสตร์ของชาติ จะมัวมาอ้างว่า ต้องมารอนั่นรอนี่ก่อน รอเอาเงินไปทำอย่างโน้นก่อนอย่างนี้ก่อน แบบที่คนไทยโง่ ๆ บางคนคิด มันก็เหมือนตรรกะเรื่องการมีลูก 5 คน พ่อต้องรอให้ลูกฉลาดและเก่งเท่ากันก่อน ถึงจะส่งลูกไปเรียนต่อ

หรือคล้าย ๆ กับกับที่ศาลไทยบางคน ใช้ตรรกะโง่ ๆ ที่ว่า รอให้ถนนลูกรังหมดไปก่อนดีไหม ค่อยมาคิดเรื่องทำรถไฟฟ้าความเร็วสูง

ไม่ว่าอินเดีย อเมริกา รัสเซีย หรือจีน ก็มีคนจนอยู่ทุกประเทศ และมีจุดที่สาธารณูปโภคเข้าไม่ถึงในทุกประเทศนั่นแหละ

อย่างจีนในชนบทน่ะ บางแห่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาใช้ ซึ่งถ้าคิดแบบคนไทยโง่ ๆ ก็คงไปบอกจีนว่า อย่าเพิ่งสร้างยานอวกาศเลย เอาเงินไปสร้างไฟฟ้า น้ำประปาให้คนจีนใช้ทั่วประเทศก่อนเถอะ

หรือคนไทยโง่ ๆ คงอยากจะบอกสหรัฐอเมริกาว่า จะรีบพัฒนาอาวุธเยอะแยะไปทำไม เอาเงินไปพัฒนาประเทศดีกว่ามั้ง

นี่แหละหนาที่เขาว่าคนไทยโง่ ๆ มันเยอะจริง ๆ ประเทศไทยมันเลยไม่มีเทคโนโลยีของตัวเองสักที ได้แต่ซื้อเขาใช้แบบโง่ ๆ ต่อไป

นี่แหละที่ผลสำรวจล่าสุดเขาถึงบอกว่า การศึกษาไทยต่ำสุดในอาเซียนและแพ้ลาวไปแล้วด้วย !!

อินเดียเขาสร้างยานอวกาศแบบพอเพียง ด้วยงบ 2 พันล้านบาท ซึ่งเงิน 2 พันล้านบาทของไทย ก็ได้แต่เอาไปซื้อแท็บเล็ตห่วย ๆ ของจีนมาแจกเด็กป. 1 เท่านั้น

ข่าวในสื่อหลายสื่อ เขาเปรียบเทียบด้วยซ้ำว่า อินเดียสร้างยานอวกาศลำนึงไปถึงดาวอังคารได้ ด้วยทุนสร้างถูกกว่าหนังฮอลลีวู้ดบางเรื่องด้วยซ้ำ

---------------

เรื่องบางเรื่อง เราไม่อาจใช้ตรรกะและเหตุผลบนพื้นฐานความคิดของเราไปตัดสินเรื่องชาติอื่นได้

เช่น คนอินเดียที่ยากจน พวกเขายังภูมิใจเลยว่า ชนชาติเขาฉลาดที่สามารถมียานอวกาศของตัวเอง ด้วยเทคโนโลยีของตัวเองได้จนสำเร็จ

คลิกอ่าน ตัวอย่างการไม่มีเทคโนโลยี ช่วยสร้างอัจฉริยะ


วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

ข้อคิดเรื่อง ไอโฟน 6 กับตรรกะเพี้ยน ๆ ของศุลกากรไทย







คือ สุดท้ายไอโฟน 6 ก็ต้องเดินตามรอยซัมซุงคือ ขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า มีพวกหน้าม้าในญี่ปุ่นมารอซื้อไอโฟนล่วงหน้าเพื่อสร้างกระแส แต่พวกหน้าม้าที่สื่อญี่ปุ่นเรียก กลับปฏิเสธว่า พวกเขาไม่ใช่หน้าม้า แต่เป็นสาวกไอโฟนตัวจริง



ทำไม ไอโฟน ไม่ทำการตลาดในเมืองไทย เพราะอะไร ?

ก็เพราะ คนไทยขี้เห่อไอโฟนไม่แพ้ชาติใดในโลกไง ถึงไอโฟนไม่ทำการตลาดในไทยก็ขายดีอยู่แล้ว

และถึงคนไทยจะซื้อไอโฟน 6 มาใช้ แต่ก็ใช้ไอโฟน 6 บนโครงข่าย 3G ที่ห่วยที่สุดในโลก เพราะ 3G ไทยแพงกว่าเขมรแต่กลับสู้ 3Gเขมรไม่ได้

คนไทยใช้ไอโฟน 6 ก็คล้าย ๆ กับ ซื้อรถสอปร์ตซุปเปอร์คาร์ไปวิ่งบนทางเกวียนนั่นแหละ 555

คลิกอ่าน 3Gไทยห่วยกว่า 3Gเขมร

--------------------

ไอโฟน 6 กับ การได้โชค ?

ถ้าคุณจะได้ไอโฟน 6 หรือ ของที่มีมูลค่าเท่าไอโฟน 6 คุณก็ไม่จำเป็นต้องแดกชาเขียวหรอกครับ

กุศลกรรมที่คุณเคยทำมา จะมาตอบแทนคุณ ในรูปสสารรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่คุณเองก็อาจไม่เข้าใจ

เหมือนคนเราจะตาย อยู่ที่ไหนมันก็ตาย

เช่นเดียวกัน ถ้าคุณจะมีโชค เดี๋ยวโชคมันก็มาเอง โดยไม่ต้องเป็นเหยื่อชาเขียว !!

------------------

ตรรกะเพี้ยน ๆ ของศุลกากรไทย

ไดอ่านข่าว ศุลกากรจับคนไทยหิ้วไอโฟน 6 เข้ามาทีละ 5-10 เครื่อง ศุลกากรอ้างว่า นำเข้ามาขาย ก็เลยจับ (รู้ได้ไงว่าเขาเอามาขาย เขาเอาไปแจกให้ญาติพี่น้องลูกหลายไม่ได้เหรอ)

แต่พอเสี่ยชาเขียว นำไอโฟน 6 เข้ามาเหมือนกัน ศุลกากรกลับบอกว่า ไม่เป็นไร เอามาแจก ไม่ถือว่าเป็นการค้า ?????

เหอะ ๆ ตรรกะศุลกากรไทยมันเอื้อประโยชน์มหาเศรษฐีชัด ๆ ถ้าไม่เสียภาษีเหมือนพวกที่หิ้วเข้ามา มันก็ผิดทั้งนั้นแหละ

ลองอ่านข่าวที่ ศุลกรกรไทยอ้าง เรื่องจับไอโฟนที่คนหิ้วเข้ามา แต่ไม่จับเสี่ยชาเขียว !!

จากผลการยึดไอโฟน 6 เมื่อได้คุมเข้มสนามบินสุวรรณภูมิและด่านชายแดนภาคใต้ กลุ่มพ่อค้าเปลี่ยนแปลงเส้นทางนำเข้ามาจากชายแดนประเทศพม่าแทน โดยสาเหตุการตรวจค้นและยึดไว้ เนื่องจากได้ลักลอบนำเข้าครั้งละหลายสิบเครื่องเพื่อนำเข้ามาจำหน่าย ส่วนหากผู้เดินทางนำติดตัวเข้ามาเครื่องเดียวเพื่อใช้บริการด้วยตนเอง กรมศุลกากรอาจผ่อนปรนให้ 

อีกทั้งการนำเข้าไอโฟน 6 มาขายในช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าที่ไม่มีใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงถือว่าผิดกฎหมาย โดยการนำเข้าเครื่องมือถือต้องมีใบอนุญาต จาก กสทช.มายืนยันกับเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีใบอนุญาตมาแสดง จึงต้องยึดเข้าเป็นของหลวงและนำไปประมูลขายทอดตลาดต่อไป

ส่วนกรณีของสินค้าบางยี่ห้อ เช่น อิชิตัน ซึ่งได้แจกไอโฟน 6 ไปนั้นไม่ถือเป็นการนำเข้ามาขายเชิงการค้า เพราะเป็นการทำแคมเปญการตลาดและจัดไปซื้อมาจากต่างประเทศ อีกทั้งได้แจ้งชัดเจน จึงไม่เข้มงวดเข้ามาตรวจยึดเหมือนกับรายย่อยที่แอบลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดน


ถามสรรพากรและศุลกากร นี่หรือไม่ได้ทำเพื่อการค้า ??



---------------------

ข้อคิดขำ ๆ

"มีเพียงไม่กี่ชาติในโลกนี้หรอก ที่ใช้ไอโฟน แล้วก็ยังเป็นไอโฟนอยู่เหมือนเดิม
แต่มีชาติแถว ๆ อาเซียนไม่กี่ชาติหรอก พอใช้ไอโฟนแล้ว เจ้าของดันกลายเป็นไอฟาย !!"

คือ คนไทยที่รวยมาก ๆ ซื้อรถสปอร์ตคันล่ะ 30 ล้านมาจอดติดในกรุงเทพฯ เขาคิดว่า เขาเท่ว่ะ

แต่คนอัมสเตอร์ดัม มาเที่ยวไทย ได้มาเห็น เขากลับคิดว่า คนรวยประเทศไทยที่ขับรถสปอร์ตหรูเนี่ย แค่รวยอย่างเดียวไม่พอนะ ต้อง....??

5555555

ทำนองเดียวกัน ประเทศไทยมี 3G เร็วกว่า Edge นิดนึง แต่ดันซื้อไอโฟน5-6 มาใช้.เครื่องละ 2 หมื่นขึ้น

คงไม่ต้องบอกหรอกนะ รู้กัน 5555555

แค่ไอโมบาย ก็พอแล้วมั้ง พี่ไทย !!

คลิกอ่าน ตัน ภาสกรนที ร่ำรวยเพราะรู้จักสันดานคนไทยส่วนใหญ่


วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

กาแฟดาว Dao Coffee เป็นพวกเสื้อแดงรึเปล่า ?






กาแฟดาว กาแฟพรีเมียม สัญชาติลาว ที่ได้เข้ามาบุกตลาดกาแฟไทย แถมขายดีมาก ๆ ในแถบเมืองใหญ่ ๆ ในภาคอีสาน

ก็เลยมีคนตั้งข้อสงสัยว่า ดาวกาแฟ เป็นพวกเสื้อแดงรึเปล่า ? ก็ไม่รู้จะสงสัยไปทำไม ?

เพราะตามหลักการเข้ามาทำการค้าของคนต่างชาติในไทย เขาคงไม่อยากจะเสี่ยงเข้ามาพัวพันเรื่องการเมืองไทยแบบชัดเจนว่าเลือกข้างไหน ฝ่ายไหน ให้มันเสียลูกค้าไปเปล่าๆ หรอก

แต่ก็ยังมีคนตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้อยู่ดี เพราะอ้างว่า มีร้านดาวกาแฟบางร้านทำตัวเหมือนสนิทสนมกับแกนนำเสื้อแดง

แต่วันนี้ผมได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าว่า ดาวกาแฟไม่ใช่ฝ่ายเสื้อแดงแน่ ๆ แต่จะเป็น กปปส. รึเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ 555

เพราะคุณยุวดี วรวัฒน์ ผู้จัดการบริษัท ซำ บาย ดี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายกาแฟดาวในเมืองไทย ได้ส่งกาแฟมาร่วมงานศพของคุณแม่ของคุณกนก รัตน์วงศ์สกุล ตามที่คุณกนกได้โพสดังนี้



ดังนั้นคงเคลียร์แล้วนะครับว่า กาแฟดาว ไม่ใช่พวกเสื้อแดงถ่อยแน่นอน เขาก็คงเป็นกลางนั่นแหละ เพราะเขาเป็นสินค้าต่างชาติเข้ามาทำการค้าคงจะไม่อยากจะเลือกข้างให้สูญเสียลูกค้าข้างใดข้างหนึ่งไปหรอก

เช่น ถ้ามีงานศพทักษิณ กาแฟดาวเขาก็น่่าจะส่งกาแฟดาวมาช่วยในงานเหมือนกัน


"เอิ้น ดาวก่ะได้"






นางเอกโฆษณากาแฟดาว น่ารักนะ

จริง ๆ แล้ว กาแฟดาว ก็ซื้อองค์ความรู้เรื่องการการปลูกกาแฟมาจากเวียดนาม ผู้ผลิตและส่งออกกาแฟอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล

แต่เจ้าของกาแฟดาว ยังบอกอีกว่า นอกจากบุกตลาดไทยแล้ว ก็๋คิดจะบุกตลาดเวียดนาม ซึ่งถือเป็นประเทศต้นตำรับกาแฟอีกด้วย

ทำให้ผมนึกถึงข่าวนึงคือ คนเวียดนามกำลังเห่อมาดื่มกาแฟสตาร์บัค ที่ซึ่งเพิ่งจะเปิดได้ประมาณ 1 ปีกว่า ๆ





วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

เสียดายบัก จอห์นนี่ ไม่กล้า วอล์กเกอร์






ผมเสียดายสกอตแลนด์ ไม่ได้แยกออกจากสหราชอาณาจักร

ผมไม่รู้ และไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงอยากให้แยก

ถ้าให้ผมเดาความคิดตัวเอง คงเพราะผมไม่ชอบอังกฤษมั้ง ?

คนสกอตที่ออกไปโหวต yes เขาโหวตด้วยความกล้า กล้าที่จะแล่นเรือออกสู่มหาสมุทรด้วยตัวเขาเอง

เปรียบประดุจกล้าเดินฝ่าพายุร้ายโดยลำพัง

บักจอห์น เดินอย่างมุ่งมั่นไม่หวั่น ฝ่าคลื่นลม



ส่วนคนสกอต ที่โหวต No  เขาโหวตด้วยความกลัว กลัวว่า ถ้าแยกกับอังกฤษแล้ว กลัวจะเสียสิ่งที่เคยมีอยู่ จึงยอมที่จะขอมีเหมือนเดิม ดีกว่าไปเสี่ยงกับอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า

คงเหมือนสมัยก่อน ตอนที่ ร.5 เลิกทาส จะมีทาสบางคน ไม่สิ ทาสจำนวนไม่น้อย จะกลัวว่า ถ้าเลิกทาส ฉันก็ไม่มีเจ้านายเลี้ยงดู แล้วฉันจะอยู่ยังไง ??

วัน ๆ ฉันต้องทำอะไรบ้าง ถ้าไม่มีเจ้านายคอยสั่ง .. มั้ง ??

เฉกเช่น สุดท้าย บักจอห์นนี่ก็ไม่กล้าลุกขึ้นเดิน เพื่อจะก้าวฝ่าฟันไป ในการมุ่งหาหนใหม่


No Brave Heart !!

ดังนั้นสหราชอาณาจักร จึงมี 4 ชนชาติ ในประเทศเดียวกันต่อไป

นั่นคือ ชนชาติอิง  ชนชาติไอร์ ชนชาติสกอต และชนชาติเวลล์

กระทาชายชาวไทยคนหนึ่ง กระโดดร้องเย้ !! อย่างดีใจพร้อมตะโกนว่า

"บักจอห์นนี่ ไม่ขึ้นราคาแล้วโว้ย ฮาๆ  "

ที่แท้กระทาชายนายนี้ไม่อยากให้สกอตแยกจากสหราชอาณาจักร เพราะห่วงสกอตวิสกี้จะขึ้นราคานั่นเอง 5555

เราต้องต้องมองในทางกลับกัน ต้องมองว่า ทำไมอังกฤษถึงไม่อยากให้สกอตแลนด์แยกออกไป ถึงขนาดขู่หลายอย่าง ??


แล้วถ้าให้ดี ควรทำประชามติถามคนอังกฤษด้วยว่า อยากให้สกอตแลนด์แยกตัวจากอังกฤษหรือไม่ ?

----------------

คุณรู้จัก สกอตเทป ไหม ?

สกอตเทป ก็คือ เทปกาวใช้ติดโน่นติดนี่ ที่พวกเรารู้จักกันดี มันเป็นของบริษัท 3M ของสหรัฐอเมริกา

คือตอนแรก 3M ผลิตไอ้เทปกาวนี้แบบงก ๆ คือ ทากาวเฉพาะริม ๆ ขอบ ๆ ของเทปเท่านั้น เพื่อลดต้นทุน เพราะในอดีตต้นทุนการผลิตสูงมาก จึงทำให้มันหลุดง่าย เพราะถ้าจะไม่ให้หลุดก็ต้องพยายามติดอย่างประณีต

ทีนี้ลูกค้าเลยเซ็ง กลับมาต่อว่า 3M ว่า "ช่วยเอาไอ้สกอตเทปของคุณไปทากาวให้ทั้งแถบได้ไหม อย่า งก มากนัก"

ที่ลูกค้าใช้คำว่า สกอตเทป สาเหตุเพราะชาวสกอตแลนด์ ได้ชื่อว่า เป็นชนชาติขี้งก ขี้เหนียว เป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะคนอังกฤษจะรู้ดีมากในเรื่องนี้

หลังจากนั้น เจ้าของ 3M เลยชอบชื่อ สกอตเทป ไปด้วย

ต่อมา 3M ก็เลยนำมาใช้เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ซะเลย แถมกระดาษห่อสกอตเทป ยังมีลายสกอตด้วยนะ คุณเคยเห็นไหม ?



------------------------

จุดเริ่มต้นที่อังกฤษและสก๊อตแลนด์ มีกษัตริย์พระองค์เดียวกัน ก็คือ

ใน ค.ศ. 1603 พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ได้ขึ้นครองบัลลังก์กษัตริย์แห่งประเทศอังกฤษโดยทรงใช้พระนามว่า พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ จึงมีผลให้ทั้งสองประเทศมีกษัตริย์ปกครององค์เดียวกัน

แต่รัฐบาลของทั้งสองยังคงแยกจากกันอยู่จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1707 อังกฤษและสกอตแลนด์ได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 มีผลให้รวมกับราชอาณาจักรอังกฤษ และกลายเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่

นายกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นชาวสกอตแลนด์
นายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ก็เป็นชาวสกอตแลนด์
ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เป็นชาวสกอตแลนด์

ดังนั้น คนสกอตแลนด์ ที่มายิ่งใหญ่ในอังกฤษ ก็มีอยู่


วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

รู้สักนิด ก่อนการประชามติแยกสกอตแลนด์จะประกาศผล







ข่าวที่น่าสนใจที่สุดในวันที่ 19 ก.ย. 57 นี้คือ สกอตแลนด์จะแยกออกจากสหราชอาณาจักรได้หรือไม่

ซึ่งคาดว่า ผลอย่างเป็นทางการน่าจะรู้ประมาณเที่ยงของวันศุกร์ที่ 19 ก.ย. นี้ ตามเวลาประเทศไทย

คือ สหราชอาณาจักรเขามีแคว้นใหญ่ ๆ อยู่ 4 แคว้นที่รวมกันเป็นสหราชอาณาจักร

- 3 ส่วนอยู่บนเกาะอังกฤษ คือ แคว้นอังกฤษหรืออิงแลนด์ แคว้นสกอตแลนด์ และแคว้นเวลส์
- 1 ส่วนอยู่บนเกาะไอร์แลนด์ คือ แคว้นไอร์แลนด์เหนือ

ทั้ง 4 แคว้นเขาถือว่าเขาเป็นชนชาติ 4 ชนชาติ แต่มีกษัตริย์องค์เดียวกัน ทั้งหมดได้สิทธิปกครองตนเอง แต่ยังขึ้นตรงกับกฎหมายหลักของสหราชอาณาจักร

ทีนี้ คนสก๊อตแลนด์ประมาณครึ่งนึง อยากจะแยกสก๊อตแลนดฺ์ออกเป็นประเทศอิสระ แต่ก็ยังอยากเป็นประเทศในเครือจักรภพกลุ่ม Commonwealth Realms ต่อไป คือยังให้กษัตริย์อังกฤษเป็นกษัตริย์ของประเทศตัวเองด้วย เฉกเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ประมาณนี้ !!

เช่น ควีนอลิซาเบธ ก็จะเป็น กษัตริย์แห่งสกอตแลนด์ แต่บางทีรอยร้าวหากสกอตแลนด์แยกประเทศสำเร็จ ก็อาจทำให้อังกฤษไม่ยอมรับให้มีกษัตริย์ร่วมกันก็ได้ จนทำให้สกอตแลนด์อาจกลายเป็นสาธารณรัฐสกอตแลนด์ ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขเป็นได้

ดังนั้นชาวสกอตแลนด์ที่คิดจะแยกประเทศ จะได้ตามที่หวังมากแค่ไหน ผลประชามติวันนี้คือ ก้าวสำคัญที่สุด

ประชามติ Vote Yes หรือ Vote No ของชาวสกอต ยังสูสีมาก

-----------------------

จุดเริ่มต้นที่อังกฤษและสก๊อตแลนด์ มีกษัตริย์พระองค์เดียวกัน ก็คือ

ใน ค.ศ. 1603 พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ได้ขึ้นครองบัลลังก์กษัตริย์แห่งประเทศอังกฤษโดยทรงใช้พระนามว่า พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ จึงมีผลให้ทั้งสองประเทศมีกษัตริย์ปกครององค์เดียวกัน

แต่รัฐบาลของทั้งสองยังคงแยกจากกันอยู่จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1707 อังกฤษและสกอตแลนด์ได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 มีผลให้รวมกับราชอาณาจักรอังกฤษ และกลายเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่


วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ขำ น้องไบรท์ไม่กล้าเอ่ยชื่อ สรยุทธเล่นหนังโป๊






คือข่าววันนี้เป็นข่าวขำ ๆ น่ะครับ คือบังเอิญมีคลิปหนังโป๊ของประเทศไหนผมก็ไม่รู้ แต่พระเอกในหนังโป๊หน้าคล้าย สรยุทธ สุทัศนะจินดา มหาเศรษฐีเล่าข่าวอันดับ 1 ของไทย มีสัมพันธ์กับเด็กสาววัยไม่น่าเกิน 18

ซึ่งรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของเสี่ยสรยุทธ ก็รีบออกมาแก้ตัว เอ้ย แก้ข่าวว่า ไม่ใช่ตัวเขาอย่างแน่นอน แถมเสี่ยยุทธกล้าฟันธงในข่าวไปว่า เป็นคลิปเกาหลี !! (แหมรู้ดีจริงนะ)

ผมก็เชื่อ 100 % ว่า ไม่ใช่สรยุทธแน่นอน เพราะสรยุทธไม่เอาเด็ก เอ้ย !! ไม่เอาเครดิตพันล้านของตัวเองไปแลกกับเรื่องเสียหายแบบนี้แน่นอน


แต่ผมขำน้องไบรท์ น่ะครับ น้องไบรท์ก็คงไม่อยากจะอ่านข่าวนี้สักเท่าไหร่ แต่เจ้านายดันโยนมาให้อ่านข่าวต่อ น้องไบรท์เลยจำใจต้องอ่าน แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยชื่อ สรยุทธ ในข่าว

เพราะน้องไบรท์อ่านแค่ว่า หน้าตามาละม้ายคล้ายกับผู้ประกาศข่าวนะคะ แล้วน้องไบรท์ก็แอบใช้นิ้วชี้ ชี้ไปยังเจ้านายที่นั่งข้าง ๆ 555555

ลองดูคลิปข่าวสิครับ แล้วให้สังเกตน้องไบรท์ ตลกดี


แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านหนังโป๊ บอกว่า นี่เป็นลักษณะคลิปที่ถ่ายกันเองมากกว่า

ส่วนสรยุทธ ปิดท้ายข่าวว่า "ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว" จะหมายถึงอะไร ก็ตีความกันเอาเอง

แต่ผมตีความว่า ยิ่งดังต้องยิ่งระวังตัวให้มากขึ้น ไม่งั้นเดี๋ยวมีคลิปหลุดอีกรอบ 555



แหม แต่บางมุมมันก็เหมือนซะ 5555



คือผมได้โหลดและดูคลิปนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในคลิปก็จะเห็นแค่หน้าแวบ ๆ และแค่หน้าด้านข้างของชายในคลิปเท่านั้น

แล้วภาษาที่ใช้ในคลิป นอกจากเสียงร้องที่ดังจนเว่อร์ของผู้หญิง ผมก็ฟังไม่ออกว่ามันเป็นภาษาอะไร ซึ่งไม่น่าใช่ภาษาไทยนะ .. มั้ง?? ผมว่านะ


รูปนี้เป็นช่วงที่ชายหน้าคล้ายสรยุทธกำลังลุกไปปิดกล้อง ในช่วงจบของคลิปที่ยาว 7 นาทีกว่า ๆ

ตอนแรกผมก็แปะลิงค์โหลดคลิปหน้าคล้ายสรยุทธในบทความนี้ไปแล้ว ทิ้งลิงค์ไว้นานกว่า 4 ชั่วโมง ให้ไปพิสูจน์กันเองแล้ว

แต่เว็บมันต้องให้รอก่อนได้โหลด 1 ชั่วโมง และใช้เวลาโหลดอีก 3 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากรอนานต้องจ่ายเงิน ซึ่งผมก็โหลดฟรี มันเป็นคลิปที่ตั้งกล้องไว้ถ่ายแค่กล้องเดียว ทำเสมือนเป็นคลิปที่ถ่ายเล่นๆ กันเอง (แต่หนังโป๊แนวนี้ก็มีเยอะ)

บอกตรง ถ้าไม่ใช่คลิปหลุด ก็ถือว่าเป็นหนังโป๊ที่ห่วยแตก ไม่คุ้มที่จะโหลดมาดูครับ

แต่ตอนนี้ผมต้องขอลบลิงค์ออกแล้วนะครับ

------------

กับสาว ๆ ล่ะ สายตาหยาดเยิ้มเลยนะ เสี่ยสรยุทธ




เสี่ยชอบล่ะสิ ท่านี้



โห แนบสนิทชิดไปมั้ย เสี่ย ??




แหมไว้พุงใหญ่เหมือนในคลิปเลยนะเสี่ย


คลิกอ่าน ช่อง 3จอไม่ดำ สรยุทธควงน้องไบรท์เที่ยวเกาหลี


วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

ฟังประวิทย์ มาลีนนท์ แถทำไมช่อง3ไม่ออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล







ในงานเสวนา "อยู่รอดอย่างรับผิดชอบในยุคทีวีดิจิตอล" ผู้บริหาร บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนท์ (ช่อง 3) กล่าวว่า มีข้อจำกัดหลายด้านที่ไม่สามารถออกอากาศคู่ขนานทั้งระบบดิจิตอลและแอนะล็อก แต่ก็พร้อมเจรจาในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ช่อง 3 ถูกบีบให้เข้าร่วมในระบบดิจิตอล แต่กลับไม่มีจำนวนผู้ชมรองรับ เพราะยังไม่มีการจำหน่ายกล่องดิจิตอล จึงเสนอให้มีการปรับระบบของกล่องให้รับสัญญาณทั้งดิจิตอลและอนาล็อกได้ด้วย พร้อมยืนยัน จะออกอากาศในระบบแอนะล็อก จนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานปี 2563

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการ กสทช.แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า ถือเป็นสัญญาณดีที่ช่อง 3 ยินดีจะออกอากาศคู่ขนานในระบบดิจิตอล เพียงแต่ยังติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่หากไม่สามารถออกอากาศคู่ขนาน กสทช.ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ โดยการระงับการถ่ายทอด และถือว่าไม่เป็นการลิดรอนสิทธิ์ เพราะช่อง 3 เลือกที่จะไม่ดำเนินการตามนโยบายของ กสทช.

ไทยพีบีเอส รายงาน

-------------

ฟังนายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 ได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมช่อง 3 ออริจินอล ไม่อยากมาออกอากาศคู่ขนานบนทีวีดิจิตอล



รายงาน คำต่อคำ ของนายประวิทย์ มาลีนนท์ กับเหตุผลที่ช่อง 3 ไม่ออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล

"ผมขออนุญาตออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในฐานะส่วนตัว ผมอยากเริ่มแบบนี้ว่า ไม่แน่ใจว่าพวกเราทั้งหมดในวงการนี้ เราหลงทางหรือเปล่า เพราะตอนนี้โฟกัสมาอยู่ที่ กสท.กับช่อง 3 เป็นวิวาทะกัน ความจริงมันมีข้อขัดแย้งกันอยู่ เป็นประเด็นกฎหมาย ที่ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะฉะนั้นขออนุญาตไปที่ศาล ผมขออนุญาตว่าไม่ให้ความเห็นอะไร แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันมีความขัดแย้งด้านแนวคิดเหมือนกัน ผมขออนุญาตยกแนวคิดของ ผอ.สมชัย (สมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ที่เปรียบเทียบบอกว่า เราขึ้นไปชกมวย ขึ้นเวทีก็ลุยกันเลย ก็หมดแรง แต่จริงๆ คืออะไรรู้มั้ยครับ คนดูยังไม่เข้ามาเลย เราก็ชกกันก่อนหมดแรงกันก่อนไปแล้ว ผมเลยคิดว่าเรื่องแนวคิดนี่สำคัญ

"ขอพูดเป็นส่วนตัวว่า เราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เริ่มต้นในฐานะที่ กสทช.เป็นผู้กำหนดแนวทางของโทรทัศน์ในเมืองไทย เริ่มต้นเลย กสท.กำหนดเทคโนโลยีก่อน เอาเป็นว่า การส่งในระดับพื้นดิน คำถามผม คือ ทำไมต้อง ดีทีที ทำไมไม่เป็นแบบดาวเทียมล่ะ ออนไลน์ล่ะ เทคโนฯ มีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องไปอันใดอันหนึ่ง คุณพัชระ (พัชระ สารพิมพา ผู้บริหารสปริงนิวส์) ได้พูดเรื่องโครงข่ายล่ม อันนี้จะเป็นปัญหาว่า หากเรามีระบบเดียว อันนั้น 2 สถานีเอง แต่ลองคิดดูว่าถ้าล่มทั้งประเทศ อะไรจะเกิดขึ้น ทำไมไม่ทำให้หลากหลายขึ้นมา

"อีกอย่างที่เริ่มต้นก็ผิด คือ เราเริ่มประมูล และเร่งที่ผู้ประกอบการ คือเร่งคนที่จะทำงานมาแล้วก็ลุยกันเลย คนดูยังไม่มายังไม่เข้าเวทีเลย เพราะว่าโครงข่ายยังไม่ได้ทำ กล่องก็ยังไม่ได้แจกถึงบ้าน แต่ว่าเราทำงานไปก่อนแล้ว ปรากฏว่าเราทำงานไปฟรีแล้วครับ เงินทองเราก็ลงไปเยอะแยะแล้วสูญเปล่าเลย ทีนี้ผมขออนุญาตคิดบวกอย่างนี้ว่า หากเราลองเอาคนดูเป็นตัวตั้ง เอ๊ะทำไมคนดูยังไม่มา ความจริงผมยืนยันว่าวันนี้คนดู หรือพวกเราที่แข่งขันกันอยู่ จะเป็นอนาล็อก ช่อง 3 หรือ ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกันแล้วทั้งดาวเทียม และเคเบิล คนดูก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว อันนี้ไม่ทราบว่าจะมีใครโต้แย้งมั้ยครับ

"แต่ปัญหาจะเกิด ก็คือว่า กสท.พยายามจะบังคับช่อง 3 ให้ออกจากทีวีดาวเทียม และเคเบิลฯ ให้ผมไปออกคู่ขนาน ถ้าผลที่จะได้ตอนนี้ทันที คือผมกลับไปอยู่ที่เดิม เพียงแต่ว่าไปอยู่ที่ช่อง 43 ในโครงข่ายของดาวเทียมและเคเบิลฯ แต่มันไม่ได้จบอยู่ตรงนั้น ที่จะให้ผมไป คือ บังคับให้ผมอยู่ในกล่องที่ กสท.จะแจกน่ะ เพราะหากผมไม่ไปอยู่ตรงนั้น แจกกล่องไม่ออก นั่นเป็นข้อเท็จจริง มีคนแนะนำผมบอกให้คิดบวกว่า หากจะขจัดปัญหาเรื่องการแจกกล่อง ให้รับอนาล็อกได้ แต่ว่าตอนนี้ กสท.ไปบอกว่า คูปองที่แจก เอามาเป็นส่วนลดซื้อกล่องเฉพาะกล่องที่กำหนด ที่ไม่มีอนาล็อค นี่เป็นปัญหาของกสท. เค้าบอกว่าไปเติมตรงนั้น 20-30 บาทเท่านั้นเอง

"ประเด็นตอนนี้ กลายเป็นว่า ทุกคนจะมารุมผม แต่ว่าเราลืมสภาพข้อเท็จจริงไปหมด ผมว่าคิดบวกหน่อยได้มั้ยครับ ปัญหาที่เกิดมันมีวิธีแก้เยอะแยะ อย่างเรื่องกล่องที่จะแจกไม่ต้องมาบังคับผม มันมีขั้นตอนเยอะแย บอกได้มั้ยว่า คูปองฯ นำไปแลกกล่องอะไรก็ได้ แล้วให้ผู้ประกอบการเติมอนาล็อกลงไป อันนี้เป็นแนวคิดนะครับ พอได้มั้ยครับ

"ขออนุญาตตอบคำถามว่า ทำไมเราไม่เลิกอนาล็อก ต้องขอตอบอย่างเห็นแก่ตัวเลยครับว่า เป็นสิทธิ์ของเรา แต่หมอบอกว่าผมจะอยู่ได้อีก 6 ปีอย่างสูง กำลังจะตายเพราะเทคโนฯ เก่า นั่นอย่างมาก แต่ผมจะตายวันตายพรุ่ง ผมไม่รู้ อาจตายก่อนนั้นก็ได้ อย่าไปสนใจอนาล็อกเลยครับ มันค่อยๆ ตายไปเอง จะดูทำยังไงให้คนดูไปอยู่ในแพลทฟอร์มเดียวกับทีวีดิจิตอลได้ และผมยืนยันว่านาทีนี้เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ผมเรียนกว่า ถ้าทีวีดิจิตอล ไม่มีอนาคต ไม่ทิ้งคนดู ผมถามว่าเดือนมิถุนายนกับกรกฏาคมที่ผ่านมา อาร์เอสจะเป็นที่หนึ่งได้อย่างไร ก็เป็นที่หนึ่งได้ครับ เพราะมีคนดู เพราะว่ามีฟุตบอลโลก เรื่องนี้ใครเถียงผมครับ และรายการฟุตบอลโลกเค้าอยู่หลังเที่ยงคืนเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป หากฟุตบอลโลกมาอยู่ช่วง 2 ทุ่ม ผมตายเลย มาตีละครยับ ฉะนั้นไม่ใช่ช่อง 3 ที่เป็นปัญหาครับ พวกเราต้องทำคอนเทนท์ให้ดี

"ผมเรียนว่า ช่อง 3 พัฒนามา ปีนี้เข้าปีที่ 45 แล้ว เรามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปีหนึ่งกว่าหมื่นล้านบาท ผมถามว่าทีวีดิจิตล 24 ช่อง มีช่องไหนที่ลงทุนเกินหมื่นล้านบาทบ้าง ถ้าลงทุนไม่ถึง คุณภาพรายการก็ไม่ถึง ก็เป็นปัญหาอีกว่าลงทุนไปแล้วไม่มีใครซื้อ มันเป็นลักษณะไก่กับไข่ ของผมก็เจอแบบนี้มาเหมือนกัน แรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ตอนนี้ก็แข็งแรงขึ้น เรื่องปัญหาอนาล็อก จบนะครับ"

"ผมขอตอบปัญหาอีก 2 ข้อว่า ทำไมเราไม่ขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวี ผมเกิดมาเป็นฟรีทีวีตลอดครับ ถึงวันที่ กสท.จะออกกฏไม่ให้ผมเป็นทีวีเพื่อการทั่วไป ผมก็ยังเป็นฟรีทีวีอยู่ โทษทีผมเกิดมาเป็นผู้ชายนะครับ นาทีนี้ กสท.บอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ชายแล้ว ให้ผมไปขอเปลี่ยนเป็นผู้หญิง และไปทำศัลยกรรมด้วย ถึงจะขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ ถามว่า ผมไปขอใบอนุญาตเพย์ทีวีแล้ว ถามว่า ผมเป็นเพย์ทีวีจริงหรือเปล่า เพราะผมไม่ได้เก็บตังค์คนดูนะครับ และกสท.มีอำนาจอะไรที่จะให้ผมไปเปลี่ยนเพศ ไปแปลงเพศซะด้วยซ้ำไป

"การที่จะขออนุญาตเป็นเพย์ทีวี จะเป็นธุรกิจใหม่ทันทีเลย ผมมีปัญหาที่ตามคือ ลิขสิทธิ์รายการทั้งหมดที่จะไปออกรายการ ต้องเสียใหม่ บางรายการที่เค้าขายให้เฉพาะเพย์ทีวีที่ช่อง 3 อาจมาออกที่เพย์ไม่ได้ เพราะเพย์ทีวีเค้าขายให้เจ้าอื่นไปแล้ว ผมต้องไปตั้งสถานที่ จัดคนเพื่อดำเนินงานช่องใหม่นี้ เพราะเป็นช่องใหม่เลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องตามมามหาศาล

"อีกคำถามที่ต้องตอบคือ ทำไมเราไม่เปิดคู่ขนาน ขอตอบแบบทุบโต๊ะเลยครับว่า ผิด ผิดกฎเกณฑ์ของ กสท. เพราะกสท.บอกว่า คนที่ประมูลช่องดิจิตอลทีวีมา ต้องประกอบการเอง วันที่ กสท.อนุญาตให้ช่อง 7 และช่อง 9 ขึ้นไปออกอากาศคู่ขนาน ทาง กสท.ให้สัมภาษณ์เองว่า ช่อง 3 ไม่มีสิทธิ และไม่มีสิทธิ์อะไรเหมือนที่ช่อง 7 และช่อง 9 ทำ เพราะช่อง 3 กับบริษัทที่ไปประมูลดิจิตอลทีวี คนละนิติบุคคลกัน นาทีนี้ อยากให้ช่อง 3 ขึ้นไปคู่ขนานก็บอกว่าทำไมไม่มา ผมไม่เคยคิดว่าจะขึ้นไปคู่ขนานเลยตั้งแต่ต้นนี่เป็นแผนธุรกิจของเรา ช่อง 3 มีแผนธุรกิจของตัวเองที่จะทำอนาล็อกจนหมดอายุสัมปทาน ขณะที่ช่อง 33 คนที่ประมูลมาก็ต้องการพัฒนารายการของเขา

"แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปคู่ขนาน แต่ว่ามีขั้นตอนเยอะแยะ เราต้องไปตกลงกันก่อนระหว่างช่อง 3 กับ ช่อง 33 และต้องไปตกลงกับ กสท.ก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อกันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอยากให้ดูด้านค่าใช้จ่ายผม ผมโดน 2 เด้งนะครับถ้าขึ้นคู่ขนาน เพราะต้องจ่ายสัมปทานให้ช่อง 9 ขณะเดียวกันผมต้องจ่ายสัมปทานของช่อง 33 ผมสองเด้ง ขึ้นไปผมก็เสียเปรียบท่านที่เป็นทีวีดิจิตอลแล้ว ที่บ่นว่าผมได้เปรียบ แต่ผมเสียเปรียบ รวมทั้งโครงข่าย (มักซ์) ที่ผมเช่ามา ผมไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยถ้าออกคู่ขนาน จะดูแลผมตรงนี้อย่างไร

"ช่อง 33 ผมไม่มีแผนธุรกิจเหมือนช่องอื่น เช่น ช่อง 7 เขาคู่ขนาน ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องลงทุนสถานที่ ไม่ต้องสร้างรายการ แต่ผมมีสถานที่ ผมต้องจ้างคนมา ผมต้องไปผลิตรายการ ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งนั้น ผมยกตัวอย่าง ช่อง 33 มีรายการของกาละแมร์อยู่ เราจ้างเขาทำ ทันทีที่เอาสัญญาณของช่อง 3 มาทับ รายการนี้ก็หายไป ผมมีโอาสถูกฟ้องร้องนะครับ เพราะจ้างเขามาแล้ว เสร็จแล้วดึงเขาออกไปทิ้งไว้ไหนครับ เค้าเสียหายเพราะลงทุน เช่าห้องส่งทำรายการ และมีข้อผูกพันกับเอเยนซี่โฆษณาด้วย พวกนี้เราไม่ผิด ผมบอกว่า เป็นไปได้ แต่ต้องกรุณาเคารพสิทธิ์ของเราด้วย และดูว่าเรามีปัญหาอะไรต่อๆ ไป ไม่ใช่ปิดทางนะครับ เราสามารถพูดคุยกันขอเปลี่ยนแผนงานธุรกิจได้ แต่ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร อยู่กับว่า กสท.จะรับเรื่องนี้ไปอย่างไร

"ผมไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมจอดำ คิดดูแล้วกัน คนดูสะสมมา 40 กว่าปี อยู่ดีๆ จะเอาเขาเป็นตัวประกันไปทำร้ายหรือครับ ขอฝากกว่าอะไรก็เป็นไปได้ แต่อย่ามาพูดกันด้านกฎหมาย ถ้าด้านกฎหมายให้เป็นเรื่องของศาล แต่ว่าการต่อรองหรืออะไรกัน เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสได้คุยกัน.."

------------------------

ตอบประเด็นแถของนายประวิทย์



ประเด็น 1 นายประวิทย์ บอกไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในนามส่วนตัว

ขอตอบว่า แค่นี้ก็พูดขัดแย้งในตัวเองแล้วล่ะ เพราะเนื้อหาที่ตามมาทั้งหมด ก็พูดในฐานะเป็นเจ้าของช่อง 3 ทั้งนั้น

ประเด็น 2 นายประวิทย์ ถาม ทำไมไม่สนับสนุนเป็นดาวเทียม ทำไมต้องสนับสนุนแบบภาคพื้นดิน

ขอตอบว่า ตรงนี้ตอบได้ง่ายมาก เพราะระบบดิจิตอลถ้าครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว จะเป็นระบบที่ติดตั้งง่ายกว่า สัญญาณภาพชัดกว่า ต่อไปแม้ทีวีเครื่องเล็ก ๆ แบบทีวีมือถือก็แค่ชักเสาออกมาก็ดูทีวีดิจิตอลได้ทันที ไม่ต้องใช้จานดาวเทียมที่ยุ่งยากมากกว่า

ประเทศไหน ๆ ก็เขาก็สนับสนุนระบบทีวีดิจิตอลทั้งสิ้น ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อังกฤษ และอื่น ๆ มากมาย รัฐบาลเขาสนับสนุนระบบทีวีดิจิตอลทั้งสิ้น

ประเด็น 3 นายประวิทย์ บอกว่า กสทช. บอกว่า ช่อง 3 ไปออกคู่ขนานทันทีไม่ได้ เพราะผู้ประมูลทีวีดิจิตอล คนละบริษัทกับช่อง 3 ออริจินอล

ขอตอบว่า แล้วทำไมต้องไปแยกบริษัทล่ะ ?? นั่นเพราะช่อง 3 ออริจินอลโดยนายประวิทย์ มีเจตนาไม่อยากออกคู่ขนานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นายประวิทย์ก็พูดเอง

และแม้จะมีสัญญาสัมปทานเดิมที่มีระเบียบห้ามใด ๆ ไว้ ทาง อสมท. เองก็เคยบอกว่า ยินดีแก้ระเบียบบางข้อในสัมปทานของช่อง 3 เพื่อสนับสนุนการออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล

ประเด็นที่ 4 นายประวิทย์ บอกเสียเปรียบเพราะโดนจ่ายค่าสัมปทาน 2 เด้ง

ขอตอบว่า อ้าวไหนว่าคนละบริษัทไง แล้วไหนบอกไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่พูดไปพูดมา นายประวิทย์ก็คือช่อง 3 เพราะบอกเองว่า ผมจ่าย 2 เด้ง

แล้วช่อง 7 เขาก็จ่าย 2 เด้งเหมือนกัน ทำไมช่อง 7 เขาไม่บ่นว่าเสียเปรียบบ้างล่ะ?

ประเด็นที่ 5 นายประวิทย์ บอกว่า เสียค่าใช้จ่ายปีละหมื่นล้าน

ขอตอบว่า แล้วทำไมไม่พูดด้วยล่ะว่า ช่อง 3 กำไรปีละเท่าไหร่ ?  กำไรเสียจนตระกูลมาลีนนท์ รวยติดอันดับ 1ใน10 ของไทยเลยนะ

ประเด็นที่ 6 บอกว่า นายประวิทย์บอกว่า จ้างกาละแมร์ทำรายการ

ขอตอบว่า ในเมื่อจ้างทำรายการ ก็แสดงว่าเป็นรายการของนายประวิทย์ที่จ้างกาละแมร์ทำ ในเมื่อกาละแมร์เป็นลูกจ้าง แถมความสัมพันธ์กันมายาวนาน สามารถตกลงกันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ก็ย้ายรายการไปออกช่อง sd ช่อง family ก็น่าจะได้ หรือเปลี่ยนเวลาก็ได้


ประเด็นที่ 7 นายประวิทย์อ้างเรื่องข้อผูกพันกับเอเยนซี่

ขอตอบว่า ก็สามารถไปเจรจาเพื่อลดแลกแจกแถมได้ ก็เหมือนที่ช่อง 3 อนาล็อกวางแผนว่า จะคืนเงิน 70% ให้เอเยนซี่ หากต้องจอดำไง

ประเด็นที่ 8 นายประวิทย์ อ้างถึง ช่อง 3 อยู่มานาน 40 กว่าปีแล้ว

ขอตอบว่า ก็นั่นน่ะสินะ นายประวิทย์ ก็ลองย้อนกลับไปนึกถึงเมื่อ 45 ปีที่แล้ว ปีที่ช่อง 3 ถือกำเนิดขึ้นสิ ในตอนนั้นน่ะยากจะตาย คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีโทรทัศน์ดูกัน เพราะโทรทัศน์เป็นของแพงมากในยุคนั้น แต่ช่อง 3 ก็ยังรอดมาได้จนวันนี้

ฉะนั้น ยุคปัจจุบันนี้ มันไม่ได้ยากเท่าเมื่อ 45 ปีที่แล้วแน่นอน จริงไหม ?


เหตุผลที่นายประวิทย์อ้างล้วนแต่อยู่บนคำว่า ผลประโยชน์ นั่นคือ ไม่อยากต้องจ่ายสัมปทาน 2 เด้งให้กับ อสมท. และ กสทช.  กับการออกอากาศได้แค่ช่องเดียว หมายถึง ไม่อยากเสียช่อง 3HD หรือช่อง33ดิจิตอล ไปเปล่า ๆ ฟรี ๆ ถ้านำช่อง 3 ออริจินอลมาออกในช่องนี้

ทั้งหมดก็เพราะได้ผลประโยชน์น้อยลง และไม่อยากไปออกทีวีดิจิตอลเพราะคนดูยังน้อย

ช่อง 3 โดยนายประวิทย์นั้น อ้างโน่นอ้างนี้ไปก็เท่านั้น ถามกลับง่าย ๆ นะ ช่อง 3 ประมูลทีวีดิจิตอลได้ตั้ง 3 ช่อง ส่วนช่อง 7 ประมูลทีวีดิจิตอลได้แค่ช่องเดียว  แต่ช่อง 3 ไม่ยอมออกคู่ขนาน แต่ช่อง 7 ยอมออกคู่ขนาน ??

เพียงแค่นี้ก็เห็นชัดแล้วว่า คำว่า เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หรือ ยอมขาดทุน(กำไร) เพื่อกำไร(คือผลประโยชน์ส่วนรวม) ไม่เคยมีอยู่ในหัวของผู้บริหารช่อง 3 เลยใช่ไหม ?

หรือว่า นายประชา มาลีนนท์ แอบสั่งมาว่า ยังต้องการกำไรเยอะ ๆ เพื่อจะได้มีเงินหนีคุกต่อในต่างประเทศนาน ๆ สบาย ๆ กันแน่ ?

-----------------

สรุป ความเอาแต่ได้ของช่อง 3

กติกาสังคมเปลี่ยนไป คนก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม อย่างเช่น กติกาฟุตบอล กติกาเทเบิลเทนนิส กติกาตะกร้อ กติกาวอลเล่ย์บอล ถ้าไปไล่ดูมีการเลปี่ยนแปลงกติการมาโดยตลอด

เช่นตะกร้อ เคยใช้ลูกหวาย ต่อมาก็เปลี่ยนมาใช้ลูกตะกร้อพลาสติก , ฟุตบอล ก็เปลี่ยนแปลงจาก ผู้รักษาประตูเคยใช้มือรับลูกคืนจากกองหลังได้ ต่อมาก็รับคืนอีกไม่ได้ หรืออย่างกติการเทเบิลเทนนิส วอลเลเ่ย์บอล ก็เปลี่ยนแปลงการนับแต้มใหม่ เป็นต้น

ถ้าประเทศไหนไม่ยอมรับกติกาสากลที่เปลี่ยนแปลงก็มาแข่งร่วมกับชาติอื่น ๆ ไม่ได้

เช่นเดียวกัน กติการทีวีได้เปลี่ยนแปลงใหม่ เพื่อสู่ระบบใหม่ คนบริหารทีวีก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม ถ้าข่อง 3 อนาล็อคอยากออกดาวเทียมและเคเบิลทีวี ก็ต้องทำตามกติกาใหม่ของ กสทช.

แต่ถ้าช่อง 3 อนาล็อกไม่อยากเปลี่ยนแปลง ก็ต้องพร้อมจอดำสิ

เรื่องง่าย ๆ แค่นี้อย่าแกล้งโง่ อย่าอ้างคนดูมาเป็นตัวประกัน เพราะช่องอื่น ๆ เขาไม่เห็นมีปัญหาเลย ช่อง 3 ทำตัวมีปัญหาอยู่ช่องเดียว แบบนี้เขาเรียกว่า เห็นแก่ตัว !!

กติกาใหม่ที่ กสทช. กำหนดเขียนไว้ก่อนมีการประมูลทีวีดิจิตอล ช่อง 3 ก็รู้ดี แต่แกล้งโง่เพราะเห็นแก่ตัว !!

คนไทยเราต้องหันกลับมารักษากติกากันให้มาก เพราะบ้านเมืองเราวุ่นวายมากมาย สาเหตุเพราะมีพวกศรีธนญชัยหาทางแหกกฎ หรือพวกไม่ชอบรักษากฎ อยู่เยอะนี่แหละครับ


คลิกอ่าน ย้อนถามประวิทย์ / ยิ่งดูช่อง 3 ก็ยิ่งโง่ !!


วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

เด็กวัดยุคนี้มีเกียรติสูงกว่านักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัว







จากชื่อบทความ  เด็กวัดมีเกียรติและมีจริยธรรมสูงกว่านักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัว

พวกคุณเชื่อไหม ?

ถ้าถามผม ผมตอบได้เลยว่า ผมเชื่อ 100 % เพราะเด็กวัดอาศัยอยู่วัด กินอาหารก้นบาตรหรืออาหารที่เหลือจากที่พระบิณฑบาตรกลับมา จึงไม่รู้สึกว่า กูเก่ง กูหยิ่ง กูไม่ได้ไปขอใครกิน 

เด็กวัดอยู่ในวัด อยู่ฟรี ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง ก็ต้องพึ่งพาอาศัยหลายสิ่งหลายอย่างจากญาติโยมมาทำบุญ  เด็กวัดจึงไม่ยะโสโอหังว่า ที่กูมาเรียนเนี่ย กูสอบเข้ามาได้ แถมกูเสียค่าเทอม เสียค่าหน่วยกิจมาเรียนนะโว้ย กูไม่ได้มาเรียนฟรี ๆ

จากกรณี นักศึกษาธรรมศาสตร์บางคนไม่ยอมนั่งบนเก้าอี้สำหรับเรียน แต่อยากจะนั่งกับพื้นเรียนแทน อาจารย์เลยบอกให้นักศึกษาไปนั่งบนเก้าอี้ เพราะที่นี่มีเก้าอี้เยอะ ไม่เหมือนเด็กวัดที่เขานั่งพื้น เพราะที่วัดไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง

แล้วอาจารย์ก็พูดว่า อาจารย์สอนนักศึกษา ไม่ได้สอนเด็กวัด !!


น้องกร เด็กวัดรู้จักสัมมาคารวะ 

--------------

นักศึกษาธรรมศาสตร์หลงตัวเอง ดูถูกเด็กวัด

ซึ่งอาจารย์ก็พูดถูก 100 % ว่า อาจารย์ไม่ได้สอนเด็กวัดนะ (ซึ่งแตกต่างจากประโยคที่ว่า อาจารย์ไม่สอนเด็กวัด)

แต่พวกนักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัว มันหลงอัตตา หลงตัวกูของกู พวกมันเลยเจ็บใจ ที่โดนอาจารย์นำพวกมันไปเปรียบเทียบกับเด็กวัด

พวกนักศึกษาพวกนี้ มันคิดว่า ตัวมันสูงส่งกว่าเด็กวัด มันเลยโกรธอาจารย์ที่นำเด็กวัดมาเปรียบเทียบกับพวกมัน แต่ถ้าพวกมันจะบอกคนในสังคมว่า ตัวมันเองสูงส่งเลอเลิศ ก็คงจะไปสร้างกระแสด่าอาจารย์ไม่ได้

มันก็เลยกล่าวหาว่า อาจารย์ดูถูกเด็กวัด  แทน

ทั้ง ๆ ที่ความจริงในปัจจุบัน ผมว่า เด็กวัดมีเกียรติ มีจริยธรรมสูง มีสัมมาคารวะสูงกว่าพวกนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคนี้เสียอีก


น้องกร เด็กวัด ไม่นิ่งดูดาย

การที่อาจารย์นำเด็กวัดมาเปรียบเทียบกับนักศึกษาธรรมศาสตร์ นั่นเท่ากับ อาจารย์ให้เกียรตินักศึกษาธรรมศาสตร์มากเกินไปแล้วครับ แถมกลายเป็นการไปลดเกียรติและศักดิ์ศรีของเด็กวัดลงด้วยซ้ำ

เพราะเด็กวัดมีสัมมาคารวะ เคารพครูบาอาจารย์ เด็กวัดไม่เอาเรื่องสิทธิเสรีภาพมาอ้างเพื่อใช้แหกกฎระเบียบของวัด เหมือนที่นักศึกษาธรรมศาสตร์หลายคนชอบอ้าง ชอบกระทำ

ดราม่าเรื่อง อาจารย์ไม่สอนเด็กวัด เรื่องนี้ จึงไม่ใช่กรณีอาจารย์ดูถูกเด็กวัด แต่เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัวดูถูกเด็กวัดต่างหาก

เพราะถ้านักศึกษาธรรมศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อในเรื่องความเท่าเทียมกันจริง ๆ จะต้องไม่โกรธที่อาจารย์พูดว่า อาจารย์ไม่ได้สอนเด็กวัด เพราะเด็กวัดกับนักศึกษาธรรมศาสตร์ย่อมมีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่ากัน

(ซึ่ง นศ.ทำมะสาด ควรจะดีใจและควรภูมิใจด้วยซ้ำที่ได้โอกาสมีเกียรติเท่าเทียมกับเด็กวัด)

เพียงแต่เด็กวัดเขาไม่มีเก้าอี้จะนั่ง เขาเลยนั่งกับพื้น เด็กวัดไม่ทำตัวมีปัญหา ทำตัวสร้างกระแสควาย ๆ ในสังคมแบบนักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัวชอบกระทำ

แต่พวกที่มีเก้าอี้ให้นั่ง แต่เสือกไม่อยากนั่ง แถมพยายามบิดเบือนใส่ร้ายเพื่อแฉว่าอาจารย์ดูถูกเด็กวัด แถมตะโกนด่าอาจารย์ว่า อีเหี้ย ไอ้เหี้ย อีก

ไอ้นักศึกษาธรรมศาสตร์พวกนี้นี่แหละ เลวและควรไปกราบตีนเด็กวัดซะ

เพราะนักศึกษาธรรมศาสตร์บางตัว (หรือส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ) อ้างแต่สิทธิเสรีภาพ แต่ไม่เคยรู้จักคำว่า หน้าที่พลเมือง คืออะไร

---------

ฟังคลิปเต็ม ๆ อาจารย์พูดจาดีมาก ใจเย็นมาก อาจารย์ต้องเสียเวลาอย่างมาก ที่พยายามให้พวกที่ชอบเรียกตัวเองว่า ปัญญาชน อยู่ในระเบียบ

แต่นักศึกษาธรรมศาสตร์เลว ๆ บางตัวมันเหี้ยที่แปลเจตนาอาจารย์บิดเบือน



สิทธิเสรีภาพของนักศึกษาพวกนี้คืออะไร ??

ต่อไปอีกไม่นาน เราอาจได้เห็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ปีนขึ้นไปขี่ขึ้นคร่อมคอรูปปั้นท่านอาจารย์ปรีดีก็ได้ ใช่มะ ??


คลิกอ่าน ความโง่ของอั้มเนโกะ กับความเท่าเทียมในพุทธศาสนา


วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีทำ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง สูตรอร่อยที่ดีที่สุด







คือผมเป็นคนชอบกินข้าวเหนียวหมูปิ้งมาก ๆ แล้วบังเอิญผมเกิดชอบสูตรการทำหมูปิ้ง และวิธีการหุงข้าวเหนียวของข้าวเหนียวหมูปิ้ง ยี่ห้อ หมูปิ้งหมูตอน ที่เคยออกในรายการครัวคุณต๋อย

รายการครัวคุณต๋อย ได้เชิญเจ้าของร้านข้าวเหนียวหมูปิ้ง ยี่ห้อ หมูปิ้งหมูตอน มาอธิบายทุกขั้นตอนได้อย่างน่าสนใจน่าฟัง และเคล็ดลับที่มีเหตุผลรองรับว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ ผมดูแล้วสมเหตุสมผลในทุกขั้นตอน สำหรับเคล็ดลับสูตรความอร่อยของหมูปิ้ง

ตั้งแต่การเลือกส่วนไหนของหมูมาทำหมูปิ้ง รวมทั้งสอนขั้นตอนการหมักหมูที่ถูกต้องและอร่อยสุด ๆ ว่าควรทำอย่างไร

แถมยังมีเคล็ดลับที่ไม่ละเลยแม้กระทั่งการสอนแช่ไม้เสียบในน้ำ ก่อนจะนำมาเสียบหมู เพื่อให้เวลาปิ้งหมูแล้ว ไม้เสียบจะได้ไม่ไหม้เกรียมดำ ซึ่งการไหม้ดำก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งด้วย

แล้วเขายังสอนเคล็ดลับการนึ่งข้าวเหนียว ว่านึ่งข้าวเหนียวอย่างไร ที่ทำให้ข้าวเหนียวไม่แข็งกระด้าง ข้าวเหนียวนิ่มอร่อยได้ทั้งวัน

คือ ถ้าใครคิดจะไปประกอบอาชีพขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ผมว่าควรทำตามสูตรของยี่ห้อนี้ครับ



อยากแนะนำเพิ่มเติมว่า คนขายหมูปิ้ง ควรมีกรรไกรไว้สักอัน ไว้คอยเล็มเนื้อส่วนที่ไหม้เกรียมจนดำออกด้วย เพราะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งแก่ผู้บริโภคครับ

และถ้าให้ดีมาก ๆ ควรผสมพวกเครื่องเทศเช่น ผงขมิ้น หรือ กระเทียม หรือ ใบโรสแมรีแห้ง หรือ ใบไทม์แห้ง เครื่องเทศอะไรก็ได้ที่นิยมใช้หมักเนื้อสัตว์ลงไปในขั้นตอนหมักหมูด้วย เพราะเครื่องเทศจะได้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งให้ผู้บริโภคที่อุดหนุนสินค้าของเราครับ

ใครค้าขายแบบทำบุญได้ด้วย จะเจริญ

คลิกอ่านมาตรฐานข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ที่ควรเป็น


วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องผี ของ ป๊อป แคลอรีบาบา







เรื่องผีน่ากลัว แต่ตอนจบกลับ....??

ป๊อป แคลอรี่บาบา ได้เล่าในรายการทีวีรายการหนึ่งว่า

วันหนึ่งเขาได้เล่นคอมแชทกับเพื่อนในเน็ต จู่ ๆ เพื่อนคนนั้นก็หยุดโพสไปเฉย ๆ ป๊อป ก็พยายามถามว่า มึงยังอยู่รึเปล่า ไปไหนแล้ว

อีกสักพัก เพื่อนก็โพสกลับมาถามว่า มึงอยู่คนเดียวหรืออยู่กับใครรึเปล่าวะ ??

ป๊อป งง ที่เพื่อนถามแปลก ๆ แต่ก็ตอบกลับไปว่า กูอยู่คนเดียว

แต่แล้วจู่ ๆ ป๊อปก็เห็นคนเดินผ่านด้านหลังตัวเขาไป เขามองเห็นจากเงาสะท้อนหน้าจอคอมฯ

ป๊อป บอกว่า เขาตกใจมาก เพราะเขานั่งอยู่ตรงช่องว่างระหว่างเตียงแบบคู่ ซึ่งมีที่แคบนิดเดียว ไม่มีทางที่ใครจะเดินผ่านด้านหลังตัวเขาในลักษณะแบบนั้นได้

แต่เพื่อนที่เขาแชทอยู่ด้วย กลับบอกว่า ผีมันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกมึง แต่มันตั้งใจหลอกกู !!


------------

ตอนแรกผมฟังก็น่ากลัวดีนะ แต่ตอนจบมันฮาอะ 55555

สงสัยเพื่อนป๊อป มันคงเห็นผีหลายรอบแล้วล่ะ เลยถามป๊อปว่า อยู่คนเดียวรึเปล่า ??


ที่มากว่าจะค้นพบเอกลักษณ์ตัวเองของ แบงค์ วงแคลช







ครั้งนึง แบงค์วงแคลช ได้ไปออกรายการจับเข่าคุย กับสรยุทธ

ตอนสมัยเรียนมัธยม แบงค์เคยได้รางวัลนักร้องยอดเยี่ยมจากเวที ฮอตเวฟ

พอแบงค์มาอยู่แกรมมี่ เคยเจอนักร้องรุ่นพี่คนนึง ระดับซุปตาสาว ซึ่งแบงค์ไม่บอกว่า เป็นใคร

นักร้องรุ่นพี่คนนั้น บังเอิญมาฟังแบงค์ซ้อมร้องเพลง และได้บอกทำนองดูถูกแบงค์ว่า ถ้าเธอจะร้องเสียงแบบนี้นะ ไม่มีทางดังหรอก อย่างเก่งก็ดังแบบมาเร็วไปเร็ว เพราะมันไม่มีเอกลักษณ์อะไรที่โดดเด่นของเสียงร้องเลย

ตอนนั้น แบงค์เสียใจและโกรธรุ่นพี่คนนั้นอย่างมาก เลยพยายามหาจุดเด่นการร้องเพลงของตัวเองใหม่ให้แตกต่างจากนักร้องคนอื่น ๆ เพื่อสยบคำดูถูกของนักร้องรุ่นพี่คนนั้น

จนในที่สุด แบงค์ก็หาทางแนวเสียงเพลงของเขาจนเจอ และมีเอกลักษณ์ที่มีคนชอบเลียนแบบอย่างมากคนนึง

แบงค์ นึกย้อนกลับไป เขากลับขอบคุณนักร้องรุ่นพี่คนดังกล่าว ที่ดูถูกเขา จนเขามุมานะจนได้เจอทางเพลงของตัวเอง

-------------

คือผมอยากจะบอกว่า นักร้องคนไหน ที่มีพวกตลกเอาไปล้อเลียนได้สม่ำเสมอ แสดงว่า นักร้องคนนั้น คือ คือของจริง ครับ !!

@ / ใหม่เมืองเอก



วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

คำสอนเก่า ๆ ที่ผู้ใหญ่สอนเด็กไทยเริ่มจางหาย






ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่า เคยไปดูหนังไทยเรื่อง ไกรทอง ที่พระเอกคือ สรพงศ์ ชาตรี เป็นไกรทอง และ สมบัติ เมทะนี เป็นชาละวัน

ผมจำตอนหนึ่งในหนังเรื่องนี้ได้ดีมาก เพราะคล้ายกับที่พ่อผมสอนไว้ เรื่องการเคารพข้าว

คือในหนัง พวกเด็กวัดกินข้าวหก พระครูก็เลยทำโทษเด็กวัดคนที่กินข้าวหก ด้วยการ ให้เด็กวัดเอาข้าวที่กินหกไปใส่ในตะกร้า แล้วโยนตะกร้าที่ใส่ข้าว 1 เมล็ดนั้น ลงคลองให้มีเสียงดังจากน้ำแตกกระจายให้ได้ ถ้าไม่มีเสียงน้ำดัง เด็กวัดจะถูกพระครูตี

ทำให้เวลาโยนตะกร้าลงคลอง พวกเด็กวัดก็ต้องกระโดดลงน้ำตามไปด้วย เพื่อให้เกิดเสียงน้ำแตกกระจาย คือตอนนั้นใคร ๆ ก็ไม่กล้าลงคลอง เพราะกลัวชาละวัน

คือ พระครูสอนว่า ต้องให้ความเคารพข้าว กินข้าวก็อย่าให้หก ถ้าหกจะถูกทำโทษ

(ว่าแต่ พระตีเด็กวัด พระบาปไหม ? นี่แหละ สัจธรรม ที่ผมตกผลึกอีกข้อนึง ที่จะนำไปต่อยอดต่อไป)

------------

แล้วเมื่อวานก่อน ผมดูข่าวภาคค่ำช่อง 9 มีนักศึกษาสาวอเมริกัน 2 คน มาฝึกสอนนักเรียนที่โรงเรียนในชนบทไทย

นักศึกษาฝีกงานฝรั่งทั้งสองคน พวกเธอบอกว่า รู้สึกประทับใจมาก ๆ ที่นักเรียนไทยจะให้ความเคารพคุณครูอย่างมาก

นี่แหละครับ ความงดงามของวัฒนธรรมไทย

เหมือนที่อาจารย์อดัม ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง เคยเล่าว่า คนไทยจะไม่เดินข้ามหนังสือ ถ้าใครเดินข้ามหนังสือ หรือเผลอเหยียบหนังสือ คนไทยจะกราบหนังสือ เพื่อขอโทษ

ผมรักวัฒนธรรมดี ๆ แบบนี้ของคนไทยจริง ๆ

แต่พวกจิตใจหยาบช้าแบบ อีอั้มเนโกะ นังตุ๊ดชั่ว มันคงไม่ GET แหง ๆ 55555555